“นี่นันท์นะพี่ นันท์เอง”
“แล้วไง เป็นอะไรกันวะ ถึงวุ่นวายไม่เลิก เอื๊อก! ไสหัวออกไป! ออกไปให้หมด!”
นันท์นรีหน้าชา นอกจากไล่ เขายังผลักเธอจะคะมำ
“อ้าว เฮียมึง ทำไมนิสัยเสียแบบนี้วะ” ราชัน วรเมศธนัน ที่ได้ยินเสียงโวยวายจึงตามขึ้นมาดู พบฉากที่เพื่อนสนิทผลักรุ่นน้องสาวจนหน้าคะมำ เธอเป็นน้องสายรหัสของเขาเอง
“เป็นอะไรหรือเปล่านันท์”
นอกจากราชัน อีกคนที่มาด้วยคือ คทาธร ปารัช เขาเข้าไปพยุงหญิงสาวขึ้น
“ไม่เป็นไรค่ะพี่คทา”
“นันท์ออกไปก่อนไป เดี๋ยวพี่จัดการเฮียลันเอง”
“ค่ะ”
ด้วยไม่อยากให้สองหนุ่มรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไร นันท์นรีจึงรีบออกไปจากห้อง ด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์แต่สองหนุ่มไม่ได้เห็น
คทาธรกับราชันมองหน้ากันด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่ายใจ เขาทั้งสองคนเป็นรุ่นน้องของดรัณสองปี แต่เพราะถูกนิสัยใจคอกันและคทาธรเป็นน้องสายรหัสของดรัณ หลังจากเรียนจบจึงออกมาร่วมกันเปิดบริษัทแห่งนี้ขึ้นมา
“เฮีย จะแดกให้ตายห่าเลยรึไงวะ” ราชันนั่งขนาบข้างซ้าย คว้าขวดเหล้าที่อีกฝ่ายกำลังจะกรอกปาก แย่งเอาไปวางอีกด้าน
“เรื่องของกู” คนเมาตาขวาง “เอาเหล้ากูคืนมาไอ้คิง”
“เพลา ๆ หน่อยน่าเฮีย มาอุดอู้อะไรอยู่ห้อง เดี๋ยวกูพาเฮียมึงออกไปหาสาว ๆ สวย ๆ ที่ผับดีกว่า”
“เสือก!” ดรัณผลักหัวคทาธรจนแทบหน้าคะมำอีกคน “กูอยากแดกเหล้า ไม่ได้อยากปี้สาว”
คทาธรหัวเราะร่า ไม่ได้โกรธกับท่าทางเกรี้ยวกราด แม้จะเป็นรุ่นน้อง แต่เขาสองคนมักจะพูดมึงกูกันด้วยเพราะสนิทสนม
“ก็ไม่ได้จะให้ไปปี้ใครไหมวะเฮีย สภาพอย่างเฮียมึงตอนนี้เดินให้ตรงยังยาก”
“ไอ้เหี้ยคิง”
“เออ เหี้ยก็เหี้ย แล้วจะไปไหม ถ้าไปก็ไปอาบน้ำ”
“หรืออยากให้กูไปถูหรรมให้ก็ได้นะโว้ยเฮียมึง สำหรับเฮีย กูทำให้ได้”
“ส้นตีนกูนี่ไอ้คทา”
ดรัณยันตัวลุกขึ้นยืน พยายามเดินตรงไปยังห้องน้ำ ซึ่งสำหรับคนมอง รุ่นพี่หนุ่มเดินเป๋เป็นเป็ด
“แม่ง... มึงดูไอ้คทา เฮียมึงเป็นขนาดนี้ มึงยังจะพาออกไปร้านเหล้าอีกเหรอวะ”
“เออ ออกไปแป๊บเดียวคงหลับ ดีกว่าปล่อยให้นอนเน่าอยู่ห้องน่า”
“งั้นกูจะไปสั่งพี่จอยให้มาเก็บกวาดตอนเราออกไปแล้ว”
ชั่วโมงต่อมา ทั้งสามหนุ่มก็มาปรากฏตัวในร้านเหล้าแห่งหนึ่ง คทาธรจงใจขับรถวนหลายรอบ เลือกทางที่ไกลที่สุด หวังจะให้รุ่นพี่หลับก่อน แต่ดรัณไม่ยอมหลับ เขาจึงจำใจต้องเลือกร้านเหล้าสักร้าน
“คงแดกได้ไม่กี่แก้วหรอกว่ะ ตาเริ่มนิ่งแล้วนั่น” ราชันกระซิบกระซาบกับเพื่อน
แต่สองหนุ่มคาดผิด หมดแล้วไปสองกลม ดรัณก็ยังไม่หลับไม่ล้ม
“พอแล้วมั้งเฮีย”
ร้อนถึงคนเป็นน้องต้องห้าม
“แดกขนาดนี้ เดี๋ยวก็ได้ช็อกตายกันพอดี”
ดรัณกลับไม่โต้ตอบ ไม่หือ ไม่อือ นั่งดื่มหน้านิ่ง มีเพียงแววตาแดงช้ำ ซึ่งเกิดจากการดื่มเป็นเวลานาน เขาเป็นคนแปลกอยู่อย่าง ยิ่งเมามาก ยิ่งนิ่งหน้าตาย
ราชันกับคทาธรถอนหายใจเฮือกใหญ่ขณะลอบมองหน้ากัน
ใช่ว่าพวกเขาไม่รู้เรื่องความสัมพันธ์ของหนุ่มรุ่นพี่กับสาวน้อยที่ชื่อศิศิรา และไม่คิดว่านันท์นรีจะกล้าเข้าไปแทรกกลางระหว่างคนทั้งสองจนเกิดเรื่องบานปลายขนาดนี้
“กูว่าทรงนี้ ต้องให้พวกเฮีย ๆ มาจัดการแล้วว่ะ เกินมือเราแล้ว” คทาธรยื่นหน้าไปพูดกับเพื่อนเสียงเบา
“อืม กูเห็นด้วย เดี๋ยวไปจัดการเอง มึงเฝ้าเฮียมันไว้ดี ๆ ล่ะ”
ราชันลุกจากเก้าอี้พร้อมล้วงมือถือ ออกมากดโทรหาใครบางคน
ตลอดหลายวันมานี้ ศิศิราใช้เวลาไปกับการเลือกสถานที่เรียนต่อในต่างประเทศและเลือกที่พัก จนได้ข้อสรุปและกำหนดวันเดินทางเรียบร้อย เธอจะเดินทางไปก่อนเพื่อนเตรียมตัวและเที่ยวพักผ่อน โดยมีชวิศเดินทางไปเป็นเพื่อน แต่ก่อนจะเดินทาง เธอยังมีเรื่องค้างคาในใจ
หลังจากรับประทานอาหารมื้อเย็นกันเสร็จ ศิศิราจึงได้โอกาสพูดเรื่องนั้นกับบิดามารดา
“หนูมีเรื่องหนึ่งอยากทำก่อนไปเมืองนอกค่ะ”
“อะไรล่ะลูก”
ขวัญฤดีลูบผมนุ่มของบุตรสาวอย่างถนอม นับแต่ที่ลูกตัดสินใจไปเรียนเมืองนอก เธอสบายใจขึ้นมาก แม้ลูกสาวจะเดินทางไปเร็วกว่าปกติ เพราะมหาวิทยาลัยทางนั้นยังไม่เปิดเรียน เธอไม่ติดอะไร เพราะลูกไปกับชวิศ คนที่เธอหมายตาอยากได้มาเป็นเขยขวัญ
แม้จะเป็นการจากบ้านจากอกไปไกล ขวัญฤดีกับสามีรับได้ มันหมายถึงลูกสาวกับไอ้หนุ่มที่เธอไม่ชอบหน้าจะได้ตัดขาดกันจริงจัง
ศิศิราหายใจลึกราวกับกำลังรวบรวมความกล้า มองหน้าพ่อแม่สลับกัน
“หนูอยากไปเจอลูกสักครั้ง...”
ขวัญฤดีลอบสบตากับสามี ฝ่ายหลังทำหน้าลำบากใจและไม่อยากพูดเรื่องนี้ เธอจึงเป็นฝ่ายพูดแทน
“ไม่ใช่ว่าแม่ไม่อยากให้น้ำค้างไปนะลูก แต่แม่อยากให้หนูเข้มแข็งมากกว่านี้อีกหน่อยดีไหม อาจจะสักปีก็ได้ ตอนนั้นกลับมาเยี่ยมบ้านค่อยไปเจอเขาก็ได้”
เด็กสาวฟังแล้วลังเลใจ เธออยากไปเจอลูกสักครั้งก่อนออกเดินทางจากบ้านไปไกล ตั้งแต่วันที่คลอดในคืนนั้น เธอรู้แค่ว่าได้ลูกสาว หากไม่เคยได้เห็นหน้าเลย พ่อกับแม่บอกว่าได้จัดการเรื่องลูกของเธอให้แล้ว เพราะไม่อยากให้เธอสะเทือนใจจึงไม่รอให้เธอเห็นหน้าลูก จัดการตามพิธีการต่าง ๆ และนำอัฐิไปเก็บไว้ที่วัดแห่งหนึ่ง