ราคีร้าย 14

1805 Words
“ว่าไงนะคะ” เธออยากให้เขาพูดอีกครั้ง อยากรู้ว่าที่เขาพูดมาเมื่อกี้นั้นเธอได้ยินไม่ผิด แม้จะเสียงแผ่วเบาราวกระซิบ แต่ทุกคำก็ชัดเจนในโสตประสาทของเธอ “ไม่มีอะไรหรอก อย่าลืมหาอะไรกินล่ะ ฉันไปหาคุณแม่ก่อน ฉันยังไม่ไปพบท่านเลย อีกอย่างก็ใกล้เวลาข้าวเย็นแล้วด้วย” เขายกมือขึ้นมาดูนาฬิกาที่ข้อมือพร้อมกับอุ้มร่างบนตักตัวเองออกไปนั่งข้างๆ แล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปโดยที่พาขวัญไม่ได้พูดอะไรตอบกลับมา เธอทำเพียงแค่ยิ้มน้อยๆ และมองเขาเดินจากไป “ฉันไม่อยากคิดว่าฉันรักคุณ แต่ทุกครั้งที่ฉันอยู่ใกล้คุณและคุณแสดงความห่วงใย หัวใจของขวัญมันกลับมีความสุขและมีชีวิตชีวาขึ้น และขวัญก็เจ็บทุกครั้งเวลาคุณพาคู่หมั้นมาบ้าน ขวัญไม่อยากเชื่อว่าฉันจะรักคุณได้” พาขวัญพูดกับตัวเองแล้วลูบหน้าท้องของตัวเอง แล้วดวงตาสวยก็อาบคลอไปด้วยน้ำตาอย่างห้ามไม่ได้ “แม่จะทำยังไงดีลูก แม่จะทำยังไงดี แม่ไม่อยากจะรักพ่อเขา และพ่อเขาก็ไม่เคยรักแม่ ไม่มีแม่ด้วย พ่อเขามีคนที่รักอยู่แล้ว แม่...แม่จะทำยังไงดีลูก” แล้วน้ำตาก็หยดลงใส่หลังมือเล็กที่ลูบท้องอยู่ อึก! ฮือๆ แล้วเสียงสะอื้นไห้ก็ดังตามมา ตอนนี้พาขวัญห้ามน้ำตาและความเจ็บปวดในใจตัวเองไม่ได้เลย เมื่อคิดว่าอีกไม่นานก็ต้องไปจากที่นี่ ไปจากชายหนุ่มที่เพิ่งออกไป เธอชักไม่อยากให้วันนั้นมาถึงแล้วสิ ไม่อยากไปจากเขา แต่สัญญาที่เธอทำไว้กับเขาก็บีบบังคับเหลือเกิน อชิระเดินเข้าไปหาผู้เป็นแม่ที่รักในห้องนั่งเล่นทันทีเมื่อเห็นท่านนั่งอยู่กับผ่องคนสนิท พอเดินเข้ามาถึงเขาก็นั่งลงข้างๆ ผู้เป็นแม่แล้วก็ยกมือขึ้นไหว้และเอนหัวซบไหล่ของท่านพร้อมกับบอกคิดถึงท่านและหอมแก้มของท่านแรงๆ ก่อนจะผละออกมา “ชิตะฝากมาครับ” “เพิ่งมาถึงเหรอลูก” นางถามทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าลูกชายมาถึงได้สักพักแล้ว ซึ่งไม่ได้มาหาตนเอง แต่กลับไปหาผู้หญิงชั้นต่ำคนนั้น “ครับ” อชิระเลือกจะโกหกด้วยคิดว่าท่านไม่รู้ว่าเขากลับมาได้สักพักแล้ว “เหรอ แล้วเนี่ยหิวรึยังลูก แม่ให้นางและใจตั้งโต๊ะแล้วนะ และมีแต่ของโปรดของเราทั้งนั้นเลย” นางหันมายิ้มแห้งๆ ให้ลูกชาย ‘อชิไม่เคยโกหกแม่ แต่อชิโกหกแม่ทั้งๆ ที่กลับมานานแล้วแต่บอกว่าเพิ่งกลับมา ลูกเปลี่ยนไปเพราะมันจริงๆ อชิ’ นางพึมพำกับตัวเองและสองมือกำแน่นด้วยความเกลียดชังพาขวัญที่ทำให้ลูกนางเปลี่ยนไป “ขอบคุณครับคุณแม่ที่ใส่ใจผม” “ก็แม่มีลูกแค่สองคนไม่ให้ใส่ใจลูกแล้วจะให้ใส่ใจใครล่ะ แล้วงานที่ภูเก็ตเป็นยังไงมั่ง น้องสบายดีไหมอชิ” “เรียบร้อยดีครับ ชิตะสบายดีครับและฝากผมมาบอกว่าคิดถึงคุณแม่มากๆ ด้วยครับ ต้นเดือนหน้าน้องจะมากอดและหอมแก้มคุณแม่เองครับ แต่วันนี้ฝากผมมาทำแทน” เขาพูดจบแล้วก็โอบกอดท่านแล้วก็หอมแก้มท่านอีกครั้ง “อือ...ไปกินข้าวกันเถอะ ผ่องไปบอกให้เด็กๆ ตักข้าวรอเลย ฉันกับลูกไปถึงจะได้กินเลย” “ค่ะคุณท่าน” คนที่นั่งเงียบมาตลอดรับคำสั่งแล้วคลานเข่าออกไปทันที “ลูกโทรหาหนูตารึยังอชิ โทรบอกน้องรึยังว่ากลับมาจากภูเก็ตแล้ว” นางถามลูกชาย เพราะอยากให้ลูกชายรู้ว่าใครคือคนสำคัญ ไม่ใช่พาขวัญ แต่เป็นแก้วตาว่าที่เจ้าสาวต่างหากที่ลูกชายควรจะใส่ใจ “ยังครับ เดี๋ยวกินข้าวอิ่มค่อยโทรก็ได้” เขาบอกท่าน “ลูกควรโทรบอกน้องตอนนี้นะ ครั้งที่ไปภูเก็ตลูกก็ไม่ได้บอกหนูตา แต่กลับให้หนูตารู้จากปากของแม่ว่าลูกไปภูเก็ต อชิลูก ลูกจะแต่งงานกับน้องอีกไม่กี่เดือนแล้วนะ ลูกควรโฟกัสให้ถูกจุด” “ครับแม่ ต่อไปผมจะให้ความสำคัญกับน้องตาให้มากขึ้นครับ” “ดี ทำให้ได้อย่างที่พูดก็แล้วกัน แม่ไม่อยากให้หนูตาเสียใจหรือน้อยใจ ลูกรู้ไหมว่าแม่เอ็นดูหนูตามาก และครอบครัวเรากับครอบครัวหนูตาก็สนิทกัน แม่ไม่อยาก...” “ครับ ผมไม่ทำให้คุณแม่ผิดหวังแน่นอนครับ” เขารับปากหนักแน่นแม้จะรู้สึกไม่อยากทำแบบนั้นก็ตาม แต่มันคือความต้องการของแม่ที่รัก ถึงแม้เขาจะเลว จะเห็นแก่ตัวกับคนอื่นมากแค่ไหน แต่กับคนเป็นแม่ เขาพร้อมจะทำเพื่อท่านได้ทุกอย่าง และที่สำคัญเขาก็เป็นคนให้สัญญาท่านเองหากอายุ 35 ปี เขายังไม่มีใคร เขาจะแต่งงานกับแก้วตา และตอนนี้เขาต้องรักษาคำพูดของตัวเองที่ลั่นไว้เมื่อห้าปีก่อน “อชิไม่เคยทำให้แม่ผิดหวัง แม่เชื่อในคำพูดของลูกนะ ลูกโทรหาหนูตาเถอะ แม่จะไปรอที่ห้องทานข้าว” “ครับ” เขารับคำแล้วก็ดูคนเป็นแม่ลุกขึ้นเดินจากไป ก่อนจะถอนหายใจดังออกมาแล้วก็ล้วงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงยีนส์ที่ตนเองใส่ออกมากดต่อสายหาแก้วตา รอไม่นานปลายสายก็กดรับ เขาจึงพูดคุยกับเธอ การเปลี่ยนไปของอชิระ จากที่เขาเคยใส่ใจกลับเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน จากที่เคยซื้ออาหารบำรุง ยาบำรุงมาให้ก็ไม่มีอีกแล้ว แต่เขากลับใส่ใจว่าที่คู่หมั้นของเขามากกว่าเดิม เธอเห็นเขาพาผู้หญิงคนนั้นมาทานข้าวด้วยทุกวัน ภาพที่เห็นพวกเขาทั้งสองหยอกล้อจิ๊จ๊ะกัน มันช่างกรีดแทงหัวใจหล่อนเหลือเกิน พาขวัญแอบร้องไห้ในห้องตัวเองเงียบๆ และยิ่งได้รู้ว่าอีกไม่ถึงสามเดือน เขาจะเข้าพิธีวิวาห์กับเธอคนนั้น เธอก็ยิ่งเจ็บปวด และเธอเองก็จะคลอดเจ้าตัวเล็กเหมือนกัน วันนี้เธอมองเขาโอบเอวของแก้วตาเข้าไปในบ้านด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม ทั้งสองช่างเหมาะสมกันเหลือเกิน ส่วนเธอมันก็แค่ของใกล้มือของเขาเท่านั้น เป็นเพียงของใกล้มือเวลาที่เขาต้องการแล้วมาระบายอารมณ์เสร็จแล้วก็จากไป เป็นแบบนี้แทบจะทุกคืน ด้านอชิระหลังจากไปส่งว่าที่เจ้าสาวกลับบ้าน เขาก็กลับมาบ้านเที่ยงคืนกว่า เพราะก่อนจะกลับต้องแวะไปไนต์คลับและอาบอบนวดเพื่อดูบัญชีก่อน เขาทำแบบนี้ทุกวัน พอมาถึงบ้านเขาก็เดินตรงมายังห้องนอนของพาขวัญเหมือนที่มาทุกวัน เขาไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม เพราะอะไรถึงต้องการหล่อนไม่รู้เบื่อ และเขาก็หาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่าเพราะอะไรถึงหลับนอนกับนางแบบสวยๆ เหมือนที่เคยนอนด้วยไม่ได้เลยตอนนี้ เพราะเวลาจะเข้าด้ายเข้าเข็มทีไรมักมีหน้าของพาขวัญลอยเข้ามาทุกที ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! “ขวัญนอนรึยัง” เมื่อลองบิดลูกบิดดูแล้วมันล็อกจึงร้องถามเจ้าของห้องพร้อมเคาะประตูปลุกเธอ ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! “ขวัญเปิดประตูให้ฉันหน่อย” เจ้าของห้องที่นอนร้องไห้บนเตียงก็รีบลุกขึ้นเปิดไฟแล้วเดินไปล้างหน้าในห้องน้ำทันทีเมื่อรู้ว่าเขามา เมื่อมองดูตัวเองในกระจกในห้องน้ำเห็นว่าดวงตาทั้งสองของตัวเองแดงก่ำ เพราะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก แต่ทำยังไงได้เมื่อตอนนี้เขาเคาะประตูห้องรัวดังกว่าเดิม เธอจึงรีบสาวเท้าพาร่างอุ้ยอ้ายที่ท้องโตกว่าเดิมไปเปิดประตูห้องให้เขา “ทำอะไรอยู่ เห็นเปิดไฟแล้วแต่ไม่ยอมมาเปิดประตู” เขาถามคนที่เปิดประตูให้ตัวเองแล้วแทรกตัวเข้าไปในห้องโดยไม่ทันสังเกตดวงตาคู่สวยที่แดงก่ำของสาวเจ้า พาขวัญไม่ตอบ แต่กลับปิดล็อกประตูห้องแล้วเดินตามชายหนุ่มไปนั่งบนเตียงข้างๆ เขา แต่ก็ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นจากหน้าท้องกลมโตของตัวเอง “ทำไมเปิดช้า” เขาถามเอาคำตอบอีกครั้ง “พอดีเข้าห้องน้ำค่ะเลยเปิดช้า” เธอเข้าห้องน้ำจริงๆ “อืม...แล้วเนี่ยฉันมากวนเธอรึเปล่า” เขาถามทั้งๆ ที่รู้ว่าตัวเองมารบกวนเธอ เพราะตอนนี้มันเที่ยงคืนกว่าแล้ว “ค่ะ” “ทำยังไงได้ฉันหิว” เขาบอกอย่างไม่อายปาก เขาหิวหล่อน ใช่...ทุกคืนเขาต้องได้ประสานกายหลอมรวมเป็นหนึ่งกับเธอ “ค่ะ” “พูดคำอื่นได้ไหมขวัญ ฉันเบื่อ” “ถ้าเบื่อคุณอชิก็กลับห้องตัวเองไปสิคะ ไม่เห็นต้องมาหาขวัญเลย” เธอประชดเขาแล้วก็อดกลั้นความเจ็บปวดตัวเองไม่ได้ แล้วน้ำตาใสๆ ก็ไหลหยดลงหน้าท้องกลมโตของเธอพร้อมเสียงสะอื้นไห้ดังออกมา ฮือๆ อึก! อยู่ๆ พาขวัญก็ร้องไห้เล่นเอาอชิระพูดอะไรไม่ออกเลย และไม่เข้าใจว่าเธอร้องไห้ด้วยเรื่องอะไร เขาหันมามองเธอแล้วเชยคางมนของคนที่ก้มหน้าร้องไห้ให้แหงนเงยขึ้นมาสบตาตนเองแล้วถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เธอร้องไห้ทำไมขวัญ” เขาถามพร้อมกับเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มนวลออกให้เธอ อึก! ฮือๆๆ ยิ่งเขาแสดงความอ่อนโยนเหมือนใส่ใจ พาขวัญก็ยิ่งร้องไห้ดังกว่าเดิม “ชูว์...ไม่ร้องไห้นะ หยุดร้องแล้วบอกฉันมาสิว่าร้องไห้ทำไม” เขาถามพร้อมกับรั้งร่างกลมตรงหน้าเข้ามากอดและลูบไล้แผ่นหลังของเธอไปมาอย่างปลอบประโลม แต่ยิ่งเขาทำแบบนี้ เธอก็ยิ่งร้องไห้ดังกว่าเดิม ฮือๆ อึก! “เป็นอะไรขวัญ บอกฉันมาสิเธอเป็นอะไร เผื่อฉันจะช่วยอะไรเธอได้” เขาถามคนที่สะอื้นไห้ตัวสั่นในอ้อมกอดและทำอะไรไม่ถูกไม่รู้จะปลอบใจเธอยังไงแล้วจึงผละร่างกลมของเธอออกห่างแล้วจ้องมองหน้าสวยอวบอิ่มที่เต็มไปด้วยน้ำตา ฮือๆ อึก!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD