ราคีร้าย 8

1355 Words
อีกมุมหนึ่งของบ้าน แก้วตาขอตัวออกมาเข้าห้องน้ำตามหลังเขามาติดๆ จากตอนแรกจะเข้าห้องน้ำ พอมองเห็นหลังไวๆ ของคู่หมั้นหนุ่มเดินมาทางตึกคนรับใช้ เธอก็เปลี่ยนทางเดินเดินตามชายหนุ่มมาเงียบๆ และเห็นว่าในมือของเขามีถุงที่อยู่เบาะหลังรถของเขาติดมือมาด้วย พอเดินมาเห็นเขาเดินหายเข้าไปในห้องของคนรับใช้ เธอก็ยิ่งสงสัยและแปลกใจว่าเขาเข้าไปทำอะไร จึงเดินมาแอบดูที่หน้าห้องที่ไม่ได้ผลักปิดประตู เธอเกาะขอบประตูมองอชิระที่นั่งอยู่บนเตียงและบนเตียงขนาดเล็กก็มีผู้หญิงใส่ชุดคลุมท้องนอนอยู่ แก้วตาปิดปากตัวเองและน้ำตาก็เอ่อคลอสองดวงตาสวยจนทนอยู่ไม่ไหวแล้วเดินจากไปเงียบๆ ด้านอชิระไม่รู้เลยว่าแก้วตาตามตัวเองมาเห็นภาพในตอนนี้ เขาโน้มลงไปหอมแก้มนวลของคนที่นอนตะแคงหันมาทางตนเอง และวางถุงชุดคลุมท้องไว้กับพื้นข้างๆ ขาตัวเอง มือใหญ่ลูบแก้มนวลเนียนไปมา อชิระไม่รู้เลยว่าทำไมร่างอวบอิ่มของพาขวัญถึงได้ยั่วยวนและดึงดูดเขาขนาดนี้ และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาขโมยหอมแก้มของเธอเวลาหลับ “อืม” มือเล็กยกขึ้นมาปัดแก้มตัวเองออกอย่างรำคาญเมื่อถูกรบกวน แต่ก็ยังไม่ยอมตื่นขึ้นมา หึ! เขายิ้มขำในลำคอมองมือเล็กที่ลูบถูไถแก้มตัวเองไปมาแล้วก็โน้มลงไปหอมแก้มนุ่มนิ่มของพาขวัญอีกครั้ง ก่อนจะผละออกมาแล้วลุกขึ้นพร้อมกับหยิบถุงชุดคลุมท้องไปวางไว้ที่โต๊ะวางของ “ขี้เซาจริงๆ เธอเนี่ย” อชิระพูดแผ่วเบาเกรงว่าจะทำให้หญิงสาวตื่น เขายิ้มเล็กน้อยก่อนจะออกจากห้องไป แก้วตาวิ่งร้องไห้ออกไป ภาพที่เห็นมันทำให้หัวใจดวงเล็กปวดร้าว หญิงสาวพยายามเตือนสติตัวเองว่ามันคงไม่ใช่อย่างที่คิด อชิระไม่มีทางทำร้ายจิตใจของเธอแน่ อีกไม่นานก็จะแต่งงานกัน เขายินยอมด้วยตัวเองไม่ได้ถูกใครบังคับ ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร แต่การกระทำที่อ่อนโยนของอชิระมันทำให้แก้วตารู้สึกกังวล ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! ผ่องมาตามหญิงสาวเมื่อเห็นว่าหายมาเข้าห้องน้ำนานแล้ว และตอนนี้ทุกคนก็พร้อมหน้าพร้อมตากันที่ห้องรับประทานอาหารแล้ว จะขาดก็แต่แขกคนสำคัญของวันนี้เท่านั้นที่ยังไม่เข้าไป “คุณตาคะ คุณท่านให้ป้ามาตามคุณตาไปทานข้าวค่ะ” ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! ผ่องร้องเรียกพร้อมเคาะประตูเรียกอีกครั้ง ด้านคนข้างในห้องส่องกระจกเช็ดหน้าตัวเองและปรับโทนเสียงให้เป็นปกติแล้วตอบกลับไป “ค่ะ ตาจะออกไปเดี๋ยวนี้ล่ะค่ะป้าผ่อง” “ค่ะ งั้นป้าไปก่อนนะคะคุณตา” แล้วเธอก็รีบจัดการตัวเองให้เรียบร้อย แม้ว่าตอนนี้ดวงตาจะแดง เพราะก่อนหน้านี้เธอผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก แต่เธอก็ต้องปรับสีหน้าให้เป็นปกติเพื่อไม่ให้ทุกคนสงสัยว่าเธอร้องไห้มาหรือยังไงกัน “แม่รู้นะว่าก่อนหน้านี้อชิไปหาแม่นั่น” พรพจีถามลูกชายที่นั่งอยู่ทางขวามือของตัวเอง แม้ไม่ถามว่าหายไปไหนมา นางก็พอจะรู้ว่าอชิระไปไหนมาก่อนจะมาที่ห้องรับประทานอาหาร “ผมแค่เอาชุดคลุมท้องไปให้เธอเองครับ” “ไปน่ะไปได้ ทำไมไม่รอให้หนูตากลับก่อน ลูกควรจะ...ช่างเถอะ หนูตามาแล้ว” แล้วนางก็หยุดพูดถึงเรื่องนี้ทันทีเมื่อแก้วตาเดินเข้ามาในห้องรับประทานอาหาร “มาแล้วเหรอหนูตา เป็นอะไรรึเปล่าลูก หายไปนานเลย” นางถามว่าที่ลูกสะใภ้อย่างเอ็นดูพร้อมส่งสายตาให้ลูกชายลุกขึ้นเดินไปลากเก้าอี้ออกให้หญิงสาวนั่ง อชิระทำตามที่แม่สั่งทันที เขาเลื่อนเก้าอี้ออกให้แก้วตานั่งแล้วก็เดินกลับมานั่งที่เดิมของตัวเอง “ไม่มีอะไรค่ะ พอดีว่าหนูท้องเสียนิดหน่อยค่ะคุณป้า” เธอโกหกพร้อมยิ้มหวานให้ท่านก่อนจะมองหน้าคมเข้มของว่าที่เจ้าบ่าว เขาไม่มีท่าทางรู้ร้อนรู้หนาวอะไรกับสิ่งที่เกิดขึ้น “เหรอลูก ว่าแต่ทำไมตาหนูแดงๆ เหมือน...” “เอ่อ...พอดีคอนแทคเลนส์หนูมันหล่นด้วยค่ะ มันเคืองตานิดหน่อย หนูคงเผลอขยี้ตาแรงไปหน่อยน่ะค่ะคุณป้า” หญิงสาวพูดปดอีกครั้ง “งั้นทานข้าวกันเถอะ นาง ใจ ตักข้าวสิ” พรพจีสั่งสาวใช้ให้ตักข้าว เพราะตอนนี้เลยเวลามื้อเย็นมาแล้ว “อชิตักกับข้าวให้น้องบ้างสิลูก” เมื่อเห็นว่าลูกชายเฉยเมยกับแก้วตา “ครับ” เขารับคำแล้วก็ตักแกงเขียวหวานตรงหน้าตัวเองให้คู่หมั้นสาวที่นั่งตรงข้ามกับตัวเองทันที “ขอบคุณค่ะพี่อชิ” แก้วตายิ้มอ่อนหวานให้ว่าที่เจ้าบ่าว ก่อนจะตักอาหารให้คนสูงวัยบ้างเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกของตัวเอง “ขอบใจนะหนูตา ป้าอยากให้หนูกับอชิแต่งงานกันเร็วๆ ป้าอยากได้หนูมาเป็นลูกสะใภ้เต็มทีแล้ว” นางพูดพร้อมกับทานมื้อเย็นอย่างเจริญอาหาร ส่วนคนที่จะได้แต่งงานมีสีหน้ายิ้มรับยิ้มสู้เท่านั้น เพราะในหัวของเธอคิดถึงแต่เรื่องก่อนหน้านี้ ส่วนอชิระก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะยังไงเขาก็ต้องแต่งงานกับแก้วตาตามที่แม่ต้องการ แต่ทำไมนับวันเขากลับรู้สึกว่าไม่อยากทำตามคำสั่งของท่านแล้ว เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วสิว่าทุกวันนี้เขาทำถูกแล้วหรือเปล่า แล้วเรื่องของพาขวัญอีก เขาก็ยังไม่เคลียร์เลย หลังจากมื้อเย็นจบลง พรพจีก็ขอตัวขึ้นไปบนห้องพักของตัวเอง เปิดโอกาสให้หนุ่มสาวได้พูดคุยกันตามลำพังที่ห้องนั่งเล่น และเมื่ออยู่กันลำพัง อชิระก็ไม่รู้จะพูดอะไรกับแก้วตา เพราะเขาไม่เคยต้องนั่งคุยกับผู้หญิงนานๆ ส่วนมากจะชวนกันทำกิจกรรมมากกว่าคุย “พี่อชิคะ” “ครับน้องตา” “ตอนนี้พี่อชิมีผู้หญิงอื่นอยู่ในใจหรือเปล่าคะ” แก้วตาตัดสินใจถามเขาไปตรงๆ เพราะรู้ว่าเขาเป็นผู้ชายเจ้าชู้คงไม่ปิดบังเรื่องนี้กับเธอ “ก็มีบ้างครับ พี่เป็นผู้ชายนะน้องตา แต่แต่งงานกันเมื่อไหร่ไม่มีแน่นอนครับ ระหว่างนี้พี่ยังมีสิทธิ์” เขาบอกหญิงสาวพร้อมกับหยิบหนังสือรถยนต์ที่โต๊ะตรงหน้าขึ้นมาเปิดดู “ก็พี่หล่อขนาดนี้คงมีผู้หญิงเยอะแน่เลยใช่ไหมคะ” เธอถามเขาทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าเขาน่ะมันเพลย์บอยตัวพ่อเลยแหละ “ไม่หรอกครับ พี่ไม่ได้หล่อแต่พี่มีเสน่ห์ จริงๆ พี่ก็เหมือนผู้ชายทั่วไปแหละครับ ถ้าไม่เจ้าชู้จะเรียกว่าผู้ชายได้ยังไง อีกอย่างน้องตาไม่ต้องคิดมากนะ ถ้าเราแต่งงานกันไป พี่จะเป็นสามีที่ดีให้น้องตาได้แน่นอน จะไม่มีเรื่องผู้หญิงมารบกวนให้น้องตารำคาญใจ” “ตาเชื่อพี่อชิค่ะ เพราะตาระ...” “ดึกแล้ว พี่ว่าน้องตากลับดีกว่าเดี๋ยวพี่ไปส่ง” อชิระรีบเอ่ยแทรกขึ้นทันทีเมื่อรู้ว่าหญิงสาวจะพูดอะไร เขาไม่คู่ควรกับความรักของแก้วตา เธอเป็นคนดีเกินกว่าจะมารักผู้ชายอย่างเขา เขาพยายามแล้วที่จะรักเธอเหมือนที่เธอรักเขา แต่เขาก็ทำไม่ได้ ความรู้สึกเวลาที่มองแก้วตามีความหวังดีและห่วงใยแบบพี่ชายเป็นห่วงน้องสาว ไม่เหมือนเวลาที่เขามองพาขวัญ ร่างกายของเขาจะมีปฏิกิริยาตอบโต้แทบทุกครั้ง “เพิ่งสองทุ่มเองนะคะ” “พี่ต้องออกไปทำงานที่ไนต์คลับพอดี พี่จะไปส่งตาก่อน” หญิงสาวยังไม่ทันบอกความในใจก็ถูกไล่ทางอ้อมเสียแล้ว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD