จากคิดว่าจะไปไนต์คลับและอาบอบนวดเมื่อส่งแก้วตาที่บ้านเสร็จ แต่เขาก็เปลี่ยนใจขับรถกลับมาบ้านตัวเอง พอมาถึงบ้านก็สี่ทุ่มกว่า เขาจึงเดินไปยังเคาน์เตอร์บาร์ของบ้านเพื่อนั่งดื่ม เขาถือคติที่ว่าเมาไม่ขับจึงกลับมานั่งดื่มที่บ้าน แต่ดื่มบรั่นดีไปได้สองแก้ว เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เขาจึงล้วงโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อสูทที่ถอดกองไว้ข้างๆ มาดู
“ชิตะนี่นา โทรมาทำไมตอนนี้นะ” พอเห็นว่าใครเป็นคนโทรมา ชายหนุ่มก็กดรับสาย
“ว่าไงชิตะ”
“ไม่มีอะไรหรอกพี่ แค่อยากจะถามพี่ว่าพรุ่งนี้พี่ว่างหรือเปล่า ลงมาที่ภูเก็ตหน่อยสิ”
“มีอะไรชิตะ ทำไมถึงอยากให้พี่ไปภูเก็ต”
“ถ้าไม่มีธุระ พี่จะไม่มาหาผมเลยหรือยังไงครับ”
“ยังจะกวนประสาทฉันอีกนะชิตะ”
“ขอโทษครับคุณพี่ชาย พอดีว่าพี่ต้องมาเซ็นเอกสารให้ผมครับ เราจะเปิดเส้นทางเดินเรือใหม่ อีกอย่างไม่ใช่ว่าผมดูแลกิจการของครอบครัวแล้วพี่จะปล่อยทิ้งขว้างผมแบบนี้ไม่ได้ พี่ยังคงเป็นประธานผู้บริหารใหญ่อยู่นะครับ”
“ได้ๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่จะไปภูเก็ต มีธุระแค่นี้ใช่ไหม”
“ครับ ผมจะโทรมาบอกแค่นี้แหละครับ พี่ไม่อ่านไลน์ ผมเลยต้องโทร”
“โทษที วันนี้วุ่นวายต้องดูแลว่าที่เจ้าสาว”
“อะไรจะหวานกันขนาดนั้น อิจฉานะเนี่ย เอาเป็นว่าผมคงจะต้องหาเวลากลับบ้านบ้างแล้วล่ะมั้ง”
“มาเถอะ คิดถึงก็มา งานก็ไม่ได้หนักหนาอะไรสักหน่อยที่ภูเก็ต”
“ครับผม พี่ดูแลแม่แทนผมด้วยนะครับ แล้วผมก็อยากไปเห็นหน้าผู้หญิงที่คุณแม่บอกด้วยครับ อยากเห็นจริงๆ ว่าคิดยังไงถึงอุ้มท้องมาจับพี่”
“อือ...นายก็ด้วยล่ะ อยู่ทางนั้นดูแลตัวเองด้วยล่ะ อย่าไปนอนกับเมียชาวบ้านให้เขาไล่ฆ่าอีกล่ะ”
“ไม่มีแล้วพี่ เพราะตอนนี้...ช่างเถอะครับ”
ตู๊ด! ตู๊ด! ตู๊ด!
แล้วสายก็ตัดทิ้งไป
“อะไรของมันไอ้น้องคนนี้” อชิระหัวเราะเบาๆ ให้โทรศัพท์ก่อนจะรินบรั่นดีใส่แก้วแล้วยกขึ้นมาดื่มอีกแก้วให้พอมึนๆ ก่อนจะลุกขึ้นเดินถือโทรศัพท์แล้วหยิบเสื้อสูทขึ้นพาดไหล่ตัวเองเดินออกจากเคาน์เตอร์บาร์ไปยังตึกคนรับใช้แทนที่จะเป็นห้องนอนใหญ่ของตัวเองที่ชั้นสอง
พาขวัญเพิ่งอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเลยจะทานข้าว เพราะเมื่อตอนเย็นเธอเผลอหลับยาวหลับนาน และตื่นมาสามทุ่มกว่าก็เลยอาบน้ำให้สบายตัวก่อนจะทานข้าว แต่พอนั่งลงเก้าอี้ที่โต๊ะวางปิ่นโตก็เห็นถุงกระดาษวางอยู่ด้วยจึงหยิบมาเปิดดูแล้วก็เห็นชุดคลุมท้องสีฟ้าอ่อนในถุง
“เขาเอามาให้เหรอ แล้วเขาเข้ามาได้ยังไงหรือสะเพร่าไม่ล็อกประตูอีกแล้วนะยัยขวัญ” เธอบ่นกับตัวเองแล้วเก็บชุดคลุมท้องไว้ในถุงเหมือนเดิม ก่อนจะเปิดปิ่นโตเพื่อจะทานข้าว เพราะตอนนี้เจ้าตัวเล็กหิวมาก ดิ้นไม่หยุดเลย
“แม่จะกินข้าวเดี๋ยวนี้แล้วลูกจ๋า” เธอบอกลูกน้อยในท้องและกำลังจะตักข้าวทาน พี่นางตักผัดผักรวมมิตรใส่กุ้งกับไข่เจียวมาให้ เธอมองแล้วน่าทานทั้งนั้น แต่ยังไม่ทันได้ตักเข้าปากก็มีเสียงดังรบกวนขึ้นอยู่หน้าห้องนอน
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
“เอ๊ะ! สี่ทุ่มกว่าแล้ว ใครมาอีกนะ” เสียงเคาะประตูยังไม่ยอมหยุด พาขวัญจำต้องลุกไปเปิดประตู
“ค่ะๆ เปิดเดี๋ยวนี้แหละค่ะ”
พอปลดล็อกเปิดประตูออกก็เห็นอชิระยืนหัวยุ่งอยู่หน้าห้อง เสื้อเชิ้ตสีเทาของเขายับและกระดุมปลดออกสองสามเม็ดพอให้เห็นหน้าอกกำยำ
“ขอเข้าไปหน่อยสิ”
“แต่มันดึกแล้วนะคะ”
“น่าขวัญ” แล้วเขาก็เดินผ่านเจ้าของห้องเข้าไปโดยไม่สนใจว่าพาขวัญจะต้อนรับตัวเองรึเปล่า เขาเดินตรงไปยังเตียงเล็กของเธอแล้วล้มตัวลงนอนทำราวกับว่ามันเป็นเตียงตัวเอง
“คุณอชิคะ นี่มันห้องนอนของขวัญนะคะ คุณอชิ” พาขวัญทำอะไรไม่ถูกรีบเขย่าตัวให้ชายหนุ่มตื่น
“ขอนอนด้วยหน่อยนะ” คนพูดงัวเงียขยับตัวไปอีกฝั่งของเตียง
“คุณอชิ”
“อือ”
“ง่วงแล้ว”
พาขวัญมองคนตัวโตที่อยู่ๆ ก็เข้ามาขอนอนในห้องของเธอ ไม่รู้ว่าเขาคิดจะทำอะไร ปกติหน้ายังไม่อยากมองกันเลย แค่เอาข้าวของมาให้แล้วก็กลับ หญิงสาวย่นจมูกเมื่อได้กลิ่นแอลกอฮอล์จากตัวของเขา เธอดึงเสื้อสูทของเขาที่เขากอดไว้ออกมาและโทรศัพท์ในมืออีกข้างวางไว้ที่โต๊ะข้างเตียง
“จะเอาไงดีเนี่ย ถ้าคุณอชินอนที่เตียงแล้วเราจะนอนตรงไหน” เธอบ่นกับตัวเองแล้วนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิมแล้วลงมือทานข้าว ตอนนี้เธอขอกินให้อิ่มท้องก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง เมื่อท้องอิ่มแล้วพาขวัญจัดการเก็บล้างข้าวของจนสะอาดเอี่ยม ก่อนจะล้างหน้า แปรงฟันแล้วเดินมายังเตียงนอนขนาดเล็กของตัวเองที่อชิระนอนคนเดียวก็เต็มไม่เหลือที่ว่างให้เธอได้ขึ้นไปนอน
“มานอนด้วยกันสิ” เขาบอกพาขวัญทั้งๆ ที่ยังหลับตา จริงๆ แล้วอชิระไม่ได้หลับเลยสักนิด เขาแค่แกล้งหลับ จะให้หลับลงได้ยังไง กลิ่นตัวของพาขวัญที่ติดหมอน ผ้าห่ม ผ้าปูที่นอนอบอวลทั่วห้องแบบนี้ เขาจะนอนหลับได้ยังไงกัน
“แต่ว่า...”
“นอนด้วยกันสิ ฉันแค่มาขอนอนด้วย ไม่ทำอะไรเธอหรอกน่า พรุ่งนี้ฉันจะเดินทางแต่เช้า”
“ไปไหนคะ” เธอถามเขาพร้อมกับนั่งลงขอบเตียงที่มีเหลือไม่เยอะ
“ไปทำงานที่ภูเก็ต” เขาพูดพร้อมกับตวัดแขนกางออกแล้วคว้าเอวกลมๆ ของหล่อนแล้วก็รั้งให้ล้มลงนอนข้างๆ ตนเอง
ว้าย!
“จะร้องเสียงดังทำไม ดึกแล้วนะ นอนเถอะ”
“แต่จะนอนยังไงคะ”
“ก็นอนเบียดกันเนี่ยแหละ” เขาบอกทั้งๆ ที่หลับตาแล้วกระแซะเข้าหาร่างอวบอิ่มที่กอดคว้าลงมาหา
“อือ...แต่คุณอชิคะ คุณไม่ควรมานอนกับขวัญนะคะ อีกอย่างเราก็ไม่ได้เป็นอะไรกัน” เธอแกะมือของเขาที่กอดท้องกลมโตของตัวเองออกและพยายามดันตัวเองลุกขึ้น
“อือ...จะพูดแบบนั้นก็ไม่ถูก ในเมื่อเธอบอกว่าลูกในท้องเป็นลูกของฉัน ฉันก็เป็นพ่อของลูก ฉะนั้นฉันก็มีสิทธิ์ในตัวเธอนะขวัญ” เขาบอกเธอเสียงพร่าพร้อมกอดรัดเธอแน่นกว่าเดิม
“แต่คุณก็ปฏิเสธเขามาตลอดไม่ใช่เหรอคะ คุณจะแน่ใจว่าเขาคือลูกคุณก็ต่อเมื่อเขาคลอดและตรวจดีเอ็นเอ” เธอบอกเขา
“ก็จริง แต่ระหว่างนี้เราก็ไม่น่าจะปล่อยให้เสียเวลาไม่ใช่เหรอ เราก็เคยๆ กันมาแล้วนะขวัญ”
“มันจะไม่เกิดขึ้นอีกค่ะ ครั้งวันนั้นขวัญโดนวางยา คุณอชิก็รู้”
“ถ้าไม่อยากให้เกิดขึ้นก็ไปปิดไฟแล้วมานอนกับฉัน ฉันไม่ทำอะไรเธอแน่นอน ถ้าเธอไม่สมยอม” เขาบอกเสียงพร่าแล้วก็คลายอ้อมแขนที่กอดเธอออก
“แต่...”
“หรือเธอต้องการให้ฉันทำอะไรเธอถึงได้พูดมากขวัญ”
“ค่ะๆ ขวัญจะไปปิดไฟแล้วมานอน”
“อือ...ว่าง่ายๆ ถ้าพูดเยอะได้มีอะไรทำกันแน่” แล้วเขาก็มองคนท้องลุกเดินไปปิดไฟที่มุมประตูของห้องนอน
พอปิดไฟเสร็จ พาขวัญก็หมุนตัวมองไปยังเตียงนอนของตัวเองในความมืด ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นและบ่นพึมพำให้ตัวเองได้ยินคนเดียว ‘เขาเป็นอะไรของเขา อยู่ๆ ก็มาขอนอนด้วยเนี่ย’ แล้วเธอก็เดินไปยังเตียงนอนพร้อมกับเคลื่อนตัวขึ้นไปนอน พอล้มตัวนอนลงก็ถูกเขาตวัดแขนกอดรัดรั้งเข้าไปหาเขาทันที
“ว้าย! คุณอชิ”
“นอนได้แล้ว”
“คุณปล่อยขวัญก่อนสิคะ อึดอัดค่ะ” เธอแกะแขนของเขาที่กอดรัดเอวกลมของตัวเองออก
“นอนเถอะน่า เตียงเล็กแค่นี้เดี๋ยวเธอก็นอนดิ้นตกเตียงหรอก ให้ฉันกอดน่ะดีแล้ว” เขาบอกเธอ
“แต่คุณสกปรกไม่ได้อาบน้ำ อีกอย่างขวัญไม่เคยนอนดิ้น”
“ไม่อาบน้ำแค่วันเดียวเชื้อโรคไม่ทำงานหรอก อีกอย่างเธอไม่เคยนอนดิ้น แต่วันนี้อาจจะนอนดิ้นก็ได้นะ ถ้าขืนพูดไม่หยุดแบบนี้ ฉันจะไม่อดทนแล้วนะขวัญ” เขาขู่เธอในท้ายประโยคพร้อมเคลื่อนมือที่กอดรัดท้องโตของเธอขึ้นมาบีบขยำเต้าอวบอูมของเธอ
“อะ! เจ็บ” เธอร้องเจ็บเมื่อถูกมือใหญ่บีบขยำหน้าอก และอีกอย่างเธอไม่คิดว่าเขาจะมาจึงไม่ได้ใส่ชุดชั้นในทั้งบนและล่างด้วย นึกแล้วก็รู้สึกหนาวๆ ขึ้นมาทันที
“ถ้าไม่นอนเงียบๆ ฉันจะทำมากกว่านี้”
“นอนค่ะ ขวัญไม่พูดมากแล้ว” เธอตอบเขาแล้วดึงมือใหญ่ที่บีบขยำเต้าของตัวเองออก ตอนนี้พาขวัญรู้แล้วว่าตัวเองอยู่ใกล้อันตรายแค่ไหน ถ้าขืนยังคงดื้อไม่ยอมเขาคงได้เกิดอะไรขึ้นมากกว่าแค่ขอนอนด้วยและกอดแน่ๆ
“ว่าง่ายๆ แบบนี้สิ จะได้นอนสักที” เขากระแซะหน้าเข้าไปซุกกับซอกคอระหง แล้วกระชับกอดคนของตัวเองแน่นขึ้น เขาสูดลมหายใจเข้าปอดแรงๆ เมื่อได้รับกลิ่นกายหอมๆ ของพาขวัญ เขารู้สึกสดชื่นและปรารถนาในตัวของหล่อน แต่ในเมื่อเขาบอกจะทำแค่กอดเธอนอน เขาจึงได้แต่นับหนึ่งถึงร้อยในใจ
คนที่ถูกกอดก็ได้แต่นอนนิ่งตัวเกร็งไม่กล้าขยับ จนตอนนี้ผ่านไปนานเกือบชั่วโมงเห็นจะได้และอชิระก็นอนหลับไปแล้ว เพราะเสียงลมหายใจของเขาดังสม่ำเสมอ เธอถึงได้ผ่อนลมหายใจและไม่เกร็งตัวเหมือนเดิม
“ยัยขวัญหยุดใจเต้นแรงได้แล้ว” เธอสั่งตัวเอง แต่ก็ยิ่งเต้นแรงเมื่อถูกคนตัวโตที่นอนเบียดกระแซะกอดและจมูกของเขาก็เลื้อยซุกกับซอกคอของเธอ