“ชูว์...ฉันก็ร้อนและไม่ไหวเหมือนกันขวัญ อืม...”
เขาเคลื่อนจากหน้าท้องกลมโตมายังความเป็นสาวที่ครั้งหนึ่งเขาเคยได้ครอบครองและครั้งนี้เขาก็จะได้สอดประสานกับหล่อนอีกครั้ง เขาเคลื่อนมาซุกหน้ากับระหว่างขาของพาขวัญแล้วก็ต้องหยุดนิ่งเมื่อกลิ่นหอมอ่อนๆ มันโชยเตะปลายจมูกโด่งของเขา
“อ่า...หอมเหลือเกิน ฉันคิดถึงกลิ่นหอมนี้ ฉันจำได้ว่าครั้งแรกของเรา ฉันมีความสุขแค่ไหนตอนได้สูดดมตรงนี้ อ่า...” เขาลากลิ้นสากสอดแทรกไปตามกลีบสวาทอวบอูมฉ่ำหวานของหญิงสาว
“อือ...คุณอชิ ยะ...หยุดเถอะค่ะ อือ...” หล่อนบิดเร่าเอวกลมโตของตัวเองไปมาพร้อมกับพยายามดันเขาออกระหว่างขาตัวเองด้วยความเขินอายที่เขาทำแบบนี้กับตนเอง
“ชูว์...อย่าห้ามฉันเลย ให้ฉันได้สัมผัสเธอเถอะนะขวัญ อืม...เธอหอมขนาดนี้อย่าอายและกลัวไปเลยขวัญ ฉันรู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ ไม่ต้องกังวล อืม...หวานลิ้นดีเป็นบ้า อ่า...” แล้วเขาก็ดูดกลืนน้ำหวานสวาทฉ่ำที่อาบล้นออกมาจากโพรงรักคับแคบของเธอ
“อือ...คุณอชิ...ขวัญไม่ไหวแล้ว ขวัญร้อน อือ...”
“งั้นให้ฉันได้เป็นส่วนหนึ่งนะ”
“อือ...ทำอะไรก็ทำเถอะค่า...ขวัญไม่ไหวแล้ว อูว์...”
“งั้นฉันไม่ลีลาแล้วนะขวัญ”
แล้วเขาก็ตวัดเรียวลิ้นสากถูไถสอดแทรกไปมากับกลีบสวาทฉ่ำหวานของพาขวัญ ก่อนจะขยับโยกตัวนั่งคุกเข่าแล้วก็จับเรียวขาเล็กทั้งสองแยกกว้างแล้วเคลื่อนเอวหนาเข้าไปแนบชิดบดเบียดความเป็นบุรุษที่ตื่นตัวรอท่าอยู่ก่อนไปแนบเบียดถูไถไปมากับความเป็นสาวของเธอ
“อ่า...จะเข้าไปแล้วนะขวัญ อือ...”
“อะ...อื้อ”
ทันทีที่ความใหญ่โตของบุรุษสอดแทรกสอดประสานเข้าหาจนจุกลิ้นปี่ของเธอ และความรู้สึกอึดอัดและเจ็บส่วนที่เปราะบางของตัวเอง เธอพยายามดิ้นถอยหนี แต่ก็ถูกมือใหญ่กอดรั้งเอวกลมของเธอไว้
“อ่า...นิ่งขวัญ ฉันรู้ว่าเธอห่างหายไปนานเลยทำให้เธอเจ็บ ชูว์...” อชิระเป่าปากตัวเองออกมาด้วยความทรมานกายเนื้อที่สอดประสานในร่างคับแน่นของพาขวัญ ไม่ใช่ไม่รู้ว่าเธอเจ็บ ตัวเขาเองก็ทรมานปวดร้าวความแน่นของเธอเช่นกัน ยิ่งหยุดนิ่งหล่อนก็ยิ่งตอดรัดเขาหนักหน่วง
“อูว์...ไม่ไหวแล้วขวัญ ฉันขยับนะ อ่า...”
“ขวัญเจ็บ...”
“เดี๋ยวพอฉันขยับ เธอก็ไม่เจ็บแล้ว อ่า...นะขวัญ ปล่อยตัวตามสบาย อย่าเกร็ง อย่ากลัว มันไม่ใช่ครั้งแรกของเราสักหน่อย อ่า...”
เขาพยายามกล่อมพาขวัญ และที่เขารู้ว่าเขาคือชายคนเดียวของหล่อนที่ได้ครอบครองเธอก็เพราะว่าตอนที่พาย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านได้ไม่ถึงอาทิตย์ ชายหนุ่มก็ให้นักสืบไปสืบการใช้ชีวิตของเธอมา โดยเฉพาะผู้ชายและแฟนของเธอ และเขาก็ได้รู้ว่าเธอไม่มีเพื่อนผู้ชายเข้ามาหาและไม่มีแฟน เธอโสด และนั่นแหละเขาจึงแน่ใจและมั่นใจว่าหลังจากครั้งแรกของเขาและหญิงสาวก็ไม่เคยมีใครได้สอดแทรกฝังกายในกายเล็กแน่นของพาขวัญอีกเลยจนตอนนี้เขากำลังนอนนิ่งในร่างของเธออยู่
“อือ...อ่า” พาขวัญครางพร่ายิ้มในความมืดเมื่อตอนนี้หล่อนผ่อนคลายปล่อยตัวตามสบายตามที่เขาบอก พร้อมกับเขาเคลื่อนไหวสอดแทรกถูไถเข้าออกในกายคับแน่นของเธอเป็นจังหวะเชื่องช้า
“อ่า...ฉันจะค่อยๆ ไปนะขวัญ จะไม่เร่งเดี๋ยวจะเป็นอันตรายกับลูกในท้องเธอได้ อ่า...แน่นเป็นบ้า ชูว์...”
เขาเคลื่อนไหวสอดประสานกายเข้าออกหลอมรวมเป็นหนึ่ง สองมือใหญ่ก็ลูบไล้ท้องกลมโตของพาขวัญเพื่อให้เธอผ่อนคลายแอ่นยกเด้งเร่าสวาทไปกับบทรักของตนเอง
“อือ...คุณอชิ...”
“อือ...เรียกชื่อฉันอีกขวัญ อ่า...ครางอีก อ่า...โอว์ แน่น อือ...”
จังหวะหนักหน่วงกระแทกสอดเร่าของเนินเนื้อทั้งสองที่สอดเร่าประสานกันเป็นจังหวะดังกระทบกระทั่งกันสอดประสานไปกับเสียงครวญครางเร่าร้อนและเสียงเตียงเล็กไหวโยกไปตามจังหวะควบขยับของทั้งสองที่อยู่บนเตียง
“อือ...ไม่ไหวแล้วขวัญ ตอดรัดดีเหลือเกิน โอว์...ซี้ด...เสียว”
“อือ...ร้อน ไม่ไหวแล้วคุณอชิ อ่า...ขวัญต้องการ อูว์...”
ตอนนี้ร่างเปลือยเปล่าของทั้งสองอาบชื้นไปด้วยเหงื่อไคลสวาทที่ผุดซึมขึ้นตามแรงสวาทร้อนรุ่มของร่างกายที่กำลังโหมโรมรันสอดเร่าประสานเคลื่อนไหวตอบแอ่นรับเร่ากันเป็นจังหวะของทั้งสอง และเสียงครวญครางก็ดังออกมาตลอดการเคลื่อนไหวตอดรัดหนักหน่วงที่สอดจ้วงเข้าออกเป็นจังหวะในกายคนท้องโต
“โอว์...ขวัญ แน่นดีเป็นบ้า อืม...”
ห้องนอนขนาดเล็กของพาขวัญเปลี่ยนเป็นสนามรักที่ร้อนรุ่มไปด้วยไฟสวาทที่โหมลุกกระพือขึ้น และค่ำคืนนี้ไม่มีทีท่าว่าจะมอดดับลงได้ง่าย เพราะคนที่โหยหาปรารถนาเก็บกดความเร่าร้อนมานานเป็นเดือนอย่างอชิระมีหรือจะพอแค่ได้ครอบครองแค่ยกเดียว มันต้องมีหลายยกจนกว่าเขาจะอิ่มเอมในรสหวานฉ่ำของพาขวัญ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นหน้าห้องของพาขวัญในเช้าของวันนี้ ใจมาปลุกหญิงสาวเพราะเห็นว่าจะแปดโมงเช้าแล้ว แต่หญิงสาวยังไม่ออกจากห้องเลยเป็นห่วงกลัวว่าเธอจะไม่สบาย ยิ่งกำลังท้องกำลังไส้อยู่ด้วยตอนนี้
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
“น้องขวัญจ๊ะ ตื่นรึยังคะ” ใจเคาะประตูพร้อมกับส่งเสียงร้องเรียกคนในห้องอีกครั้ง ส่วนคนด้านในห้องตอนนี้หลับสนิทด้วยความอ่อนเพลีย และเธอก็ไม่ได้นอนคนเดียว อชิระยังคงนอนกกกอดเบียดเธอบนเตียงเล็กของเธออยู่เลยตอนนี้
“อือ...ใครมาปลุกแต่เช้า” อชิระพึมพำแล้วขยับตัวเล็กน้อยเพื่อให้คนที่นอนซุกอกตัวเองนอนสบาย
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
“น้องขวัญเป็นอะไรรึเปล่าคะ ตื่นรึยังคะ”
เสียงเคาะดังกว่าเดิมพร้อมร้องถามดังกว่าเดิม และนั่นแหละที่ทำให้อชิระรู้ว่าตัวเองควรจะออกไปได้แล้ว เพราะเขาต้องเดินทางไปภูเก็ตเพื่อไปทำงาน พอดูนาฬิกาที่ข้อมือของตัวเองที่ใส่อยู่ก็ถึงกับเบิกตากว้าง ตั๋วเครื่องบินก็ยังไม่ได้จอง และตอนนี้ก็เจ็ดโมงจะแปดโมงแล้วด้วย
“สายแล้วไอ้อชิ”
แล้วเขาก็ลุกขึ้นรีบแต่งตัวให้เรียบร้อยพร้อมกับห่มผ้าห่มให้คนที่หลับสนิทเพราะความอ่อนเพลีย พอแต่งตัวเรียบร้อยก็เดินไปเปิดประตูออกไปก็เจอกับใจ
“คุณอชิ”
“ฉันเอง ไม่ต้องปลุกขวัญหรอก เธอนอนอยู่ เตรียมกับข้าวไว้ให้ขวัญด้วยล่ะ และระหว่างนี้ช่วยดูแลเธอด้วย ยิ่งท้องโตขึ้นทุกวัน อย่าให้ทำงานหนักล่ะ”
“คะ...ค่ะ” ใจรับคำอย่างงงๆ และตกใจที่เจ้านายหนุ่มอยู่ในห้องนอนของพาขวัญ แสดงว่าเมื่อคืนนี้เขาค้างที่ห้องนี้งั้นเหรอ แล้วหน้าของสาวใช้ก็แดงทันทีเมื่อคิดว่าเมื่อคืนทั้งสองทำอะไรกันในห้อง ส่วนอชิระเมื่อได้ฟังคำรับปากจากใจแล้วก็ตีหน้านิ่งขรึมเดินจากไปทันที
ใจบิดตัวม้วนเขินไปมาอยู่หน้าห้อง ก่อนจะปิดประตูห้องไว้เหมือนเดิม เมื่อชายหนุ่มบอกว่าไม่ให้รบกวน เธอก็ไม่รบกวนหญิงสาว เดินกลับเข้าไปในห้องครัวเพื่อช่วยนาง เพื่อนของตัวเองและป้าผ่องยกอาหารมื้อเช้าไปตั้งโต๊ะในห้องรับประทานอาหาร และก็อยากเล่าเรื่องของเจ้านายหนุ่มให้กับนางฟังด้วย
มื้อเช้าเตรียมพร้อมและพรพจีก็ลงมาพอดี คล้อยหลังนาง ลูกชายคนโตก็เดินตามเข้ามา นางเดินไปนั่งประจำหัวโต๊ะที่ประจำของตัวเอง ส่วนอชิระก็เดินไปลากเก้าอี้ตัวประจำของตัวเองออกมานั่ง แล้วก็มองอาหารมื้อเช้าที่วันนี้ดูน่าทานทั้งนั้นเลย
“นั่นอชิจะไปไหน ทำไมมีกระเป๋ามาด้วย” พรพจีถามลูกชายเมื่อเห็นว่าลูกชายมีกระเป๋าเดินทางใบเล็กติดมือมาด้วย
“พอดีมีงานด่วนที่ภูเก็ตครับ”
“ชิตะโทรมาเหรอลูก”
“ครับ โทรมาเมื่อคืนตอนดึก”
“อือ...แล้วไปกี่วันลูก เอาข้าวของไปครบหรือเปล่า แม่ให้ผ่องไปเตรียมให้ใหม่เอาไหม” นางถามลูกชายด้วยกลัวว่าจะเตรียมข้าวของจำเป็นไปไม่ครบ
“ไม่เป็นไรครับ ผมเก็บเองได้ครับแม่จี อีกอย่างไปแค่สองสามวันเองครับ งานเสร็จผมก็กลับมาครับ” เขาตอบเสียงนุ่ม
“แล้วเนี่ยยัยขวัญรู้รึยังว่าลูกจะไปภูเก็ต”
“รู้แล้วครับ ผมบอกเธอแล้วเมื่อคืน” เขาตอบแล้วก็มองใจตักข้าวใส่จานของตนเอง
“ดีจังเลยนะ แม่รู้ทีหลังผู้หญิงชั้นต่ำคนนั้นอีก”
“คุณแม่อย่าน้อยใจสิครับ กินข้าวเถอะครับ เดี๋ยวกับข้าวเย็นหมดพอดี อีกอย่างมีผัดเปรี้ยวหวานหมูของโปรดคุณแม่ด้วยนะครับวันนี้ มามะ...เดี๋ยวผมตักให้ครับ” อชิระรีบเอ่ยเปลี่ยนเรื่องทันทีเมื่อพรพจีกำลังจะชวนเขาทะเลาะเรื่องของพาขวัญในเช้านี้
“อือ...เราก็กินเยอะๆ ระหว่างทางจะได้ไม่หิว อ้อ...ตั๋วเครื่องบินเตรียมไว้หรือยัง”
“เรียบร้อยแล้วครับ ลูกให้ผู้จัดการไนต์คลับจองให้แล้วครับ”
“ฝากความคิดถึงชิตะด้วยนะ แม่คิดถึงเหลือเกิน เมื่อไหร่จะขึ้นมากรุงเทพก็ไม่รู้” พูดแล้วนางก็อดน้อยใจลูกชายคนเล็กไม่ได้ ก็ดูเอาเถอะ นี่ไม่กลับบ้านมานานเป็นเดือนแล้ว ไม่รู้งานที่ภูเก็ตยุ่งหรือว่าติดผู้หญิงกันแน่
“ครับผม เห็นชิตะบอกผมว่าต้นเดือนหน้าจะขึ้นมากรุงเทพ คุณแม่คงจะได้กอดชิตะสมใจแน่ครับ”
“ให้มันจริงเถอะ แม่ไม่ได้เห็นลูกๆ อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันนานแล้ว”
“ครับคุณแม่ เดี๋ยวผมจะรีบลากชิตะกลับมาหาคุณแม่ให้ได้นะครับ”
แล้วสองแม่ลูกก็พูดคุยกันพร้อมกับทานข้าวไปด้วย อชิระไม่เคยปล่อยให้ผู้เป็นแม่ทานข้าวคนเดียวสักครั้ง เวลาที่เขากลับมาอยู่บ้าน เขามักจะทานข้าวเช้ากับท่านแทนการดื่มกาแฟเหมือนที่เคยทำเป็นประจำตอนอยู่ที่ห้องพักส่วนตัวชั้นบนของไนต์คลับ