ราคีร้าย 13

1808 Words
กรุงเทพฯ แก้วตาโทรหาว่าที่เจ้าบ่าวตั้งแต่บ่ายโมงจนตอนนี้เขายังไม่รับสายของเธอ เธอจึงเดินทางมาหาชายหนุ่มที่บ้าน และพอมาถึงก็ได้รู้ว่าเขาไปภูเก็ต ใช่...เธอไม่สำคัญอะไรกับเขาเลย ถ้าเขาเห็นเธอสำคัญ เขาต้องโทรบอก ทั้งที่อีกไม่กี่เดือนต้องแต่งงานใช้ชีวิตร่วมกันแล้ว แต่เขากลับไม่เห็นเธอในสายตาสักครั้ง “ตาอชิเนี่ยน่าตีจริงๆ จะไปไหนไม่บอกหนูตาเลยทั้งๆ ที่จะแต่งงานกันอยู่แล้ว แต่ไหนๆ หนูตาก็มาแล้ว อยู่ทานข้าวมื้อเย็นกับป้านะลูก” นางรู้สึกโกรธลูกชายเหมือนกัน จะไปไหนมาไหนไม่บอกว่าที่เจ้าสาว แต่กับพาขวัญ ลูกชายกลับบอกให้รู้ว่าตัวเองอยู่ไหน กลับมาเมื่อไหร่จะบ่นให้นอนไม่หลับเลยคอยดู “ค่ะ คุณป้าอย่าโกรธพี่อชิเลยนะคะ พี่อชิอาจรีบ งานด่วนจริงๆ ค่ะ” แม้จะรู้สึกน้อยใจเสียใจ แต่ก็ยังแสร้งยิ้มเหมือนไม่รู้สึกอะไร “น่ารักจังเลยลูก ป้าอยากให้ถึงงานแต่งงานของหนูตากับพี่เขาเร็วๆ จัง อยากให้หนูตาย้ายมาอยู่ด้วยกันเร็วๆ ป้าจะได้ไม่เหงา” นางบอกพร้อมจับมือของหญิงสาวที่นั่งโซฟาตัวเดียวกับตัวเองมากุมไว้ “ค่ะ ตาก็อยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆ ค่ะ วันที่ได้เป็นเจ้าสาวของพี่อชิ” แม้จะไม่แน่ใจก็ตามว่าในอนาคตเธอจะได้แต่งงานกับเขารึเปล่า “แล้วเนี่ยไปดูชุดแต่งงานกันรึยังจ๊ะ เหลือเวลาอีกไม่ถึงสี่เดือนแล้วนะ” “มีคุยและไปดูบ้างแล้วค่ะคุณป้า และวันนี้หนูก็ว่าจะมาชวนพี่อชิไปดูโรงแรมค่ะ แต่...” “รอพี่เขากลับมาก่อนนะลูก อย่าคิดมากนะ แล้วเนี่ยเมื่อไหร่จะเลิกเรียกป้าสักทีลูก ไม่นานเราก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะ เรียกแม่เหมือนพี่เขาสิลูก” “ค่ะ คุณแม่” “น่ารักมากหนูตา ไม่เรียกวันนี้ยังไงในอนาคก็ต้องเรียกอยู่ดีลูก และหนูตาจำไว้นะ คนจะมาเป็นสะใภ้คนโตของแม่ต้องเป็นหนูตาคนเดียวเท่านั้นจ้ะ” “ขอบคุณนะคะคุณแม่” “แม่เห็นหนูตาตั้งแต่เด็ก แม่ก็รักเหมือนลูกอีกคนของแม่ ว่าแต่งานที่บริษัทส่งออกผ้าไหมเป็นยังไงบ้างลูกช่วงนี้” ว่าแล้วนางก็ถามถึงธุรกิจของครอบครัวหญิงสาวบ้าง “ก็เรื่อยๆ ค่ะคุณแม่ ดีหน่อยที่ต่างชาติชอบผ้าไหมของเราเลยได้ส่งออกเยอะกว่าทุกปีค่ะปีนี้” เธอพูดถึงเรื่องธุรกิจของครอบครัวที่เธอเป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาด ส่วนผู้ดูแลทั้งหมดยังคงเป็นพ่อของเธอ พรพจียิ้มให้กับแก้วตา แม้เธอจะดูอ่อนหวาน แต่หญิงสาวก็เป็นคนขยันทำงาน ทั้งๆ ที่เธอไม่จำเป็นต้องทำงานก็ได้ นี่แหละที่นางรักและเอ็นดูหญิงสาวและเหมาะสมกับอชิระลูกชายของนางที่สุด หรืออาจจะดีกว่าลูกชายของนางก็ได้ อชิระรีบตรงดิ่งไปที่ห้องนอนของพาขวัญทันทีที่เขาก้าวเท้าเข้าบ้าน ชายหนุ่มรู้สึกกระวนกระวายใจเป็นห่วงหญิงสาว ทั้งที่รู้ว่าเธอปลอดภัย แต่เขาอยากจะเห็นด้วยตาของตัวเอง เดิมทีอชิระตั้งใจจะกลับทันทีที่เสร็จงาน แต่เขาต้องอยู่เลี้ยงรับรองลูกค้าร่วมกับน้องชายและพาลูกค้าเที่ยวอีกสามวัน ทำให้เขาเพิ่งปลีกตัวออกมาได้ ด้านพรพจีรู้ว่าลูกชายจะมาถึงบ้านเย็นนี้ นางสั่งให้ผ่องกับสาวใช้เตรียมมื้อเย็นของโปรดลูกชายไว้แล้วก็รีบเดินออกมาต้อนรับลูกชายเมื่อได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามาจอด แต่เหมือนอชิระไม่เห็นนาง เพราะจอดรถเสร็จก็เดินไปทางหลังบ้าน นางกำมือแน่นเมื่อรู้ว่าลูกชายรีบไปไหน “มาถึงก็ไปหามัน แล้วแบบนี้จะให้แม่คิดยังไงอชิ” นางพึมพำกับตัวเองแล้วหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในบ้าน พอเข้าไปในบ้านก็เดินไปยังห้องครัวแล้วสั่งผ่องกับสาวใช้เทอาหารที่เป็นของโปรดลูกชายทิ้งทันที “เททิ้งให้หมด อะไรที่เป็นของโปรดอชิ” “ทำไมถึงต้องเททิ้งคะคุณท่าน” ผ่องถามนายของตัวเอง “อชิคงไม่หิว” “คุณท่านหมายความว่ายังไงคะ” ผ่องถามอย่างไม่เข้าใจ “ฉันบอกให้เททิ้งก็เททิ้ง ไม่เทใช่ไหม เดี๋ยวฉันเทเอง” แล้วนางก็เดินไปหยิบจานผัดพริกแกงกุ้งสดของโปรดลูกชายจะเททิ้ง แต่ถูกผ่องจับรั้งไว้ก่อน “อย่าเททิ้งเลยนะคะคุณท่าน” “ทำไมจะเททิ้งไม่ได้ แทนที่มาถึงจะมาหาแม่อย่างฉัน ฉันเคยเป็นที่หนึ่งและสำคัญกับอชิ แต่วันนี้คนที่อชิไปหาทันทีเมื่อมาถึงบ้านคือผู้หญิงชั้นต่ำนั่น” พูดจบนางก็วางจานในมือกระแทกไว้ที่เดิม ปัง! “ที่แท้ก็น้อยใจคุณอชินี่เอง อย่าไปใส่ใจเลยนะคะ” ผ่องเข้าใจแล้วและก็ส่งสายตาให้นางและใจนำอาหารไปจัดตั้งโต๊ะ “ไม่ใส่ใจได้ยังไงผ่อง ฉันอุตส่าห์เดินไปรอรับที่หน้าบ้าน แต่อชิไม่เห็นหัวฉันเลย เดินไปหานังนั่นถึงห้อง แบบนี้จะไม่ให้ฉันโกรธหรือน้อยใจได้ยังไง” “ใจเย็นๆ นะคะ ใจเย็นๆ ยังไงคุณท่านก็เป็นที่หนึ่งในใจของคุณอชิกับคุณชิตะค่ะ” “ฉันไม่อยากคิดเลยว่าตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้วผ่อง” พูดจบนางก็เดินออกไปจากห้องครัว ผ่องเองก็เดินตามเจ้านายของตัวเองออกไปด้วย ด้วยความคิดถึง ใช่...เขาคิดถึงเธอและอยากเจอหน้า อยากถามถึงอาการป่วยของเธอ อยากได้ยินจากปากเธอเองจึงไม่คิดจะเคาะประตูห้องของหญิงสาว เมื่อมาถึงจึงบิดลูกบิดประตูเปิดผลักเข้าไป และโชคดีของเขา หล่อนไม่ล็อกประตูเหมือนทุกครั้ง “คุณอชิ” คนที่เพิ่งล้างหน้าล้างตาให้สดชื่นเดินออกมาจากห้องน้ำเห็นเข้าพอดีจึงเอ่ยเรียกชื่อเขา และสองเท้าเล็กที่ก้าวเดินก็หยุดลงไม่กล้าก้าวขยับ เพียงแค่ได้เห็นหน้าหล่อที่แสนคิดถึง หัวใจของหล่อนก็เต้นคร่อมจังหวะ อยากบอกอชิระเหลือเกินว่า ‘คิดถึง’ แต่ทำได้แค่บอกเขาในใจเท่านั้น พาขวัญไม่รู้เลยว่าตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่คิดแบบนี้ หรืออาจจะเป็นตั้งแต่แรกที่พบกับเขาตอนที่ยังทำงานอยู่ไนต์คลับของชายหนุ่มก็เป็นได้ที่เธอเผลอใจไปกับใบหน้าหล่อๆ ของชายหนุ่ม “อืม...หายรึยัง” ใจเขาน่ะไม่อยากทำแค่ถาม อยากจะเดินเข้าไปดึงเธอเข้ามาสวมกอดและหอมแก้มนวลสวยทั้งสองข้างแรงๆ แต่ก็ทำไม่ได้ เขาจึงทำเพียงปิดประตูห้องแล้วเดินไปนั่งยังเตียงเล็กของหญิงสาวแทน “ดีขึ้นแล้วค่ะ แต่ยังมึนหัวนิดหน่อยค่ะ” “แล้วเนี่ยกินอะไรรึยัง” เขาถามพลางมองสำรวจร่างอวบอิ่มในชุดคลุมท้องแล้วมาหยุดที่หน้าท้องกลมโตแสนยั่วยวนของเธอแล้วก็ต้องกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอเมื่อคิดถึงเหตุการณ์ก่อนจะไปภูเก็ต ด้านพาขวัญจ้องมองตามสายตาของเขาแล้วก็ต้องก้มหน้ามองท้องตัวเองเพื่อซ่อนความอายและบิดตัวเล็กน้อย “มานั่งด้วยกันสิ ยืนแบบนั้นก็ปวดขาหรอก” มือใหญ่ตบที่นั่งข้างๆ ตัวเองให้พาขวัญมานั่งด้วย แต่เธอกลับไม่ทำตามใจชายหนุ่มต้องการ เธอเลือกเดินไปนั่งเก้าอี้ตัวเล็กที่อยู่ตรงข้ามเขาแทน “ฉันสั่งให้มานั่งข้างฉันไม่ใช่ไปนั่งที่เก้าอี้แข็งๆ” น้ำเสียงห้วนดังลอดออกมาพร้อมกับตบที่นั่งข้างตัวเองแรงๆ เพื่อให้เธอลุกขึ้นมานั่งข้างตนเอง “ไม่เป็นไรค่ะ ขวัญนั่งที่นี่ดีกว่า” “ทำไม? กลัวฉันเหรอ ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอกน่า ฉันรู้ว่าเธอไม่สบายถึงแม้ว่าตอนนี้ฉันจะต้องการมากก็เถอะ” เขาบอกอย่างไม่ปิดบังและไม่สนใจว่าคนที่ได้ยินจะเขินอาย “คุณอชิ” “ว่าไง...มานั่งด้วยกัน ขอแค่นั่งใกล้และขอกอดไม่ได้รึไง” เขาบอกเธออีกครั้ง “แต่...” “ลืมไปแล้วเหรอว่าเราเป็นอะไรกัน ฉันเป็นเจ้าของเธอนะขวัญ” “ขวัญไม่ใช่ของของใคร และไม่ใช่ของคุณด้วย” “หรือจะให้ย้ำให้ดูว่าฉันเป็นเจ้าของเธอยังไง ฉันไม่สนใจหรอกนะว่าตอนนี้เธอจะยังไม่หายดี เพราะถ้ายังดื้อแบบนี้ ฉันก็จะทำให้เธอจดจำว่าร่างกายเธอเป็นของฉันและตอบสนองฉันดีแค่ไหน” น้ำเสียงจริงจังของอชิระทำให้พาขวัญลุกขึ้นเดินไปนั่งข้างเขาทันทีตามที่เขาต้องการ แต่ยังนั่งไม่ถึงเตียงก็ถูกคว้าเอวกลมไปนั่งทาบทับบนตักของเขาแทน ว้าย! “ปล่อยนะคุณอชิ” “ขอกอดหน่อยนะ” เขาซุกหน้ากับซอกคอหอมกรุ่นของเธอพร้อมกับกระชับกอดให้แน่นขึ้น “คุณเลิกทำแบบนี้กับขวัญสักทีเถอะค่ะ คุณจะแต่งงานแล้วนะ” เธอจับมือของเขาที่กอดรัดท้องกลมโตของตัวเองเพื่อจะแกะออก “ขอห้านาที ขอกอดแค่ห้านาทีนะ และเงียบๆ ด้วย ฉันอยากอยู่เงียบๆ” เขาไม่ตอบแต่ขอร้องเธอแทน “คุณ...” “เงียบ” แล้วความเงียบก็เข้าปกคลุมเมื่อพาขวัญหยุดพูดและดิ้นขัดขืน ส่วนอชิระก็หลับตาซุกปลายจมูกโด่งสูดดมกลิ่นกายสาวเข้าปอดเต็มแรง ความคิดถึงโหยหาของเขามันกำลังโอบกอดเธอถึงแม้ว่าจะไม่อยากทำแค่นี้ แต่ก็ต้องหักห้ามความต้องการไว้ ตอนนี้ร่างกายของพาขวัญยังอ่อนแออยู่ พาขวัญนั่งนิ่งให้เขากอดซุกใบหน้ากับซอกคอของตัวเอง เธอเองก็ต้องการความอบอุ่นแบบนี้จากเขา และหัวใจของหล่อนก็เต้นแรงไปกับสัมผัสอ่อนโยนนี้ ยอมปล่อยให้ทุกอย่างเป็นอย่างที่เขาต้องการ และอยากหยุดเวลาไว้ตรงนี้ หยุดไว้ตรงนี้ไปตลอด แม้ว่าจะเป็นไปไม่ได้ก็ตาม “ไม่รู้หรอกนะว่าลูกในท้องของเธอจะใช่ลูกของฉันไหม แต่ฉันก็อยากให้เขาเป็นลูกของฉันกับเธอ” อชิระเอ่ยออกมาราวกับคนละเมอ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD