ราคีร้าย 3

1374 Words
“ฉันจะให้เธอไปอยู่ที่บ้านของฉัน แต่ไปในฐานะเด็กรับใช้ที่ฉันรับเข้าไปเท่านั้น เธอจะอยู่ที่นั่นจนกว่าจะคลอดลูกและตรวจดีเอ็นเอ และที่สำคัญเราต้องทำสัญญากันก่อนเพื่อที่ในอนาคตข้างหน้าถ้าลูกเป็นของฉัน ลูกเป็นสิทธิ์ของฉันคนเดียวทันทีที่รู้ผลและเธอก็ต้องหายไปเงียบๆ จากชีวิตของฉัน แต่ถ้าเด็กไม่ใช่ลูกของฉัน เธอต้องพาลูกของเธอออกไปจากบ้านฉัน แต่ฉันก็ไม่ใจร้ายหรอกนะ จะให้เงินเธอไปตั้งตัวไม่ว่าลูกจะเป็นลูกฉันหรือไม่ก็ตาม เธอก็ยังจะได้เงินจากฉัน” อชิระเสนอความคิดและความต้องการของตัวเอง “ตกลงค่ะ ฉันจะทำสัญญากับคุณ” พาขวัญตกลงอย่างไม่คิด เพราะตอนนี้เธอคิดถึงแค่ลูก ส่วนชีวิตของเธอมันจะพังยังไงก็ช่างขอแค่ลูกของเธอได้มีชีวิตที่ดีก็พอ “ดี เดี๋ยวฉันจะให้ทนายของฉันร่างสัญญาแล้วพรุ่งนี้เธอค่อยมาเซ็นสัญญากับฉัน” “ค่ะ” “หมดธุระของเธอแล้วใช่ไหม กลับไปได้แล้ว ฉันจะทำงาน” เมื่อตกลงกันได้แล้ว เขาจึงบอกไล่เธอ ตอนนี้เขาเครียด ถ้าหากแม่ที่รักและเคารพของเขารู้เรื่องนี้ เขาต้องโดนท่านตำหนิและต่อว่าแน่นอน “ฉันไม่มีที่ไป ฉันบอกคุณแล้วยังไงคะว่าตอนนี้ฉันไม่มีที่ไป เงินก็ไม่มี” “เธอ...ฉัน...โธ่เว้ย!” แล้วเขาก็หงุดหงิดเมื่อหาคำมาว่าหล่อนไม่ได้ “งั้นขึ้นไปพักที่ห้องพักส่วนตัวฉันที่ชั้นบน รู้นะว่าห้องไหน เพราะเคยนอนแล้วนี่” “ขอบคุณค่ะ ขอบคุณทุกเรื่องในวันนี้นะคะ” พาขวัญยกมือไหว้ขอบคุณชายหนุ่ม แม้ว่าเขาจะร้าย แต่เขาก็ยังมีความเมตตาต่อเธอ “ฉันทำเพื่อลูก ไม่ต้องมาขอบคุณฉัน” “คุณยอมรับแล้วเหรอคะว่าเขา...” “ยัง ฉันไม่มีทางยอมรับ...ยังไม่ตรวจดีเอ็นเอ ไปได้แล้ว ฉันจะทำงาน” “ค่ะ” แล้วพาขวัญก็ลุกขึ้นเดินออกจากห้องทำงานของเขาไป ส่วนอชิระเมื่ออยู่คนเดียวก็เอนหลังกับพนักเก้าอี้ที่นั่งทันที แล้วก็หลับตาพร้อมกับยกมือขึ้นมานวดขมับตัวเองเบาๆ ด้วยความหงุดหงิดและเครียด มีหลายๆ เรื่องทำให้เขาคิดไม่ตก ไหนจะเรื่องแต่งงาน ไหนจะเรื่องคุณแม่ และพาขวัญกับลูกอีก ที่เขาจะพาเข้าไปอยู่ในบ้านด้วย แก้วตาเดินทางมาไนต์คลับเพื่อมาหาคู่หมั้นหนุ่มของตัวเอง เธอดีใจที่วันนี้วันที่รอคอยก็มาถึง หญิงสาวหน้าหวานเดินเข้ามาในไนต์คลับหรูที่ยังไม่เปิดบริการ แต่เธอเป็นคู่หมั้นของเจ้าของจึงไม่ใช่เรื่องยากที่พนักงานจะให้เข้ามา เพราะเธอมาหาคู่หมั้นหนุ่มเป็นประจำ หญิงสาวรู้ดีว่าในสายตาของว่าที่เจ้าบ่าวนั้นไม่เคยมองตนเหมือนผู้หญิงที่เขาควงเลยสักครั้ง สายตาของเขามีแต่ความอบอุ่นเอ็นดูเธอแบบน้องสาวเท่านั้น แต่แก้วตาก็หวังว่าสักวันอชิระจะรักเธอเหมือนที่เธอรักเขาบ้าง แต่ก็ไม่รู้เลยว่าวันนั้นจะมาถึงเมื่อไหร่ “ขอบคุณนะคะ เดี๋ยวฉันขึ้นไปหาพี่อชิเองค่ะ” เธอบอกพนักงานที่เดินนำหน้ามา เพราะเธอไปหาคู่หมั้นหนุ่มเองได้ “ครับ” แก้วตาเดินขึ้นไปชั้นบนที่ห้องทำงานของคู่หมั้นหนุ่ม ชั้นสองที่พนักงานบอกว่าตอนนี้เขาทำงานอยู่และกำลังมีแขกอยู่ พอเดินมาถึงหล่อนก็เคาะประตูห้องทันที ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! “อะไรของเธออีก” อชิระตะโกนถามคนเคาะประตูห้องตัวเองทันที ด้วยคิดว่าเป็นพาขวัญ แอค! “อะไรคะพี่อชิ แก้วตาเพิ่งมาถึงนะคะ” พอได้ยินเสียงห้วนตะโกนออกมา แก้วตาก็ผลักเปิดประตูห้องทำงานที่ไม่ได้ล็อกเข้าไปทันที “เอ้า! น้องตาเองเหรอ พี่ก็นึกว่าพนักงานน่ะ” เขารีบเปลี่ยนสีหน้าที่เครียดตึงเป็นยิ้มกริ่มทันที “พอดีเด็กบอกว่าพี่อชิมีแขกอยู่ ตาเลยเคาะประตูห้องก่อนค่ะ แต่ทำไม...” เธอถามพร้อมกับมองสำรวจไปรอบๆ ห้อง ด้วยรู้ดีว่าชายคนรักของตัวเองนั้นเจ้าชู้ไม้เลื้อยแค่ไหน “แขกของพี่กลับไปแล้วน่ะ ว่าแต่น้องตาเถอะ มาหาพี่มีธุระอะไรรึเปล่าครับ” น้ำเสียงสุภาพเอ่ยและส่งยิ้มทรงเสน่ห์ไปกระชากใจของอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว “คือตาว่าจะมาชวนพี่อชิไปทานมื้อดึกด้วยกันค่ะ” ใช่...กลางวันปกติหล่อนไม่ค่อยได้เจอคู่หมั้นหนุ่ม เพราะเขาจะนอนพักผ่อน แต่กลางคืนเขาจะมีเวลาให้เธอ เพราะเขาต้องทำงานกลางคืน “อือ...กินมื้อดึกเหรอ” เขาพูดพร้อมกับก้มมองนาฬิกาที่ข้อมือของตัวเอง ตอนนี้สามทุ่มกว่าแล้ว “ค่ะ พี่อชิกินอะไรรึยังคะ” “ยังเลย งั้นไปกินมื้อดึกกัน” “ค่ะ” “ไปกันครับ ว่าแต่น้องตาอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมครับ” เขาถามคู่หมั้นสาวอย่างใส่ใจ เขาเอ็นดูหล่อนเหมือนน้องสาวเท่านั้น แต่เมื่อต้องแต่งงานกัน เขาก็ต้องดูแลแก้วตาให้ดีที่สุด “ร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทางก็ได้ค่ะ” “งั้นเหรอครับ งั้นไปร้านที่อยู่ถัดจากไนต์คลับพี่ไปอีกซอยนะ ร้านนั้นอร่อยมาก เด็กในร้านบอกมา พี่ก็ไม่เคยกินหรอก” “ค่ะ ขอบคุณนะคะพี่อชิ” “มันเป็นหน้าที่ของพี่อยู่แล้วน้องตา” แก้วตารู้สึกเจ็บกับคำว่าหน้าที่ของเขา หากไม่ใช่เพราะต้องแต่งงานกัน เขาคงไม่ดูแลเทคแคร์เอาใจใส่เธอแบบนี้สินะ หญิงสาวมองคู่หมั้นหนุ่มที่หยิบกระเป๋าสตางค์และกุญแจรถใส่ในกระเป๋ากางเกงสแล็คแล้วก็ได้แต่ยิ้มน้อยๆ ให้เขาเมื่อเขาเดินอ้อมโต๊ะมาหาตนเอง “ไปกันเถอะครับ” “ค่ะ” อชิระเดินล้วงกระเป๋าเดินนำหน้าคู่หมั้นสาวโดยไม่ได้สนใจอะไร ส่วนแก้วตาได้แต่มองตาม เขาไม่เคยจับมือเธอเดินหรือเดินไปพร้อมกัน เขามักเดินนำหน้าเสมอ นี่สินะ น้องสาวที่เขาบอกมาตลอดว่าไม่เคยคิดกับเธอมากกว่านี้ อชิระลืมไปเลยว่าที่ห้องพักส่วนตัวชั้นบนสุดของตัวเองมีคนนอนอยู่ เขากลับมาจากดูบัญชีที่อาบอบนวดก็ดึกมากแล้ว และขับรถกลับบ้านไม่ไหวจึงแวะมาพักนอนที่นี่ พอมาถึงห้อง เขาก็ไม่รอช้าที่จะปลดเปลื้องชุดของตัวเองออกเพื่ออาบน้ำให้สบายตัว หลังจากอาบน้ำเสร็จก็เดินตัวเปลือยเปียกโชกออกมาจากห้องน้ำ โดยมีผ้าเช็ดตัวพาดที่ไหล่กว้างออกมาด้วย ความเคยชินของอชิระ เพราะไม่เคยมีใครอยู่ร่วมห้องด้วย ถึงจะมีแต่ว่าผู้หญิงทุกคนหลังจากเสร็จกิจกรรมร่วมกัน พวกหล่อนๆ ก็จะกลับ เพราะเขาไม่ชอบให้ใครมานอนค้างคืนด้วย แต่แล้วก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อมองไปยังเตียงกว้างของตัวเองเห็นผ้าห่มขยับ “ฉันลืมไปได้ยังไง” เมื่อนึกได้ว่าพาขวัญอยู่ในห้องด้วย เขาจึงรีบเดินไปคว้าผ้าเช็ดตัวที่ผืนใหญ่กว่าที่พาดไหล่มาพันรอบเอวสอบ แต่ยังไม่ทันได้พันก็ต้องตกใจเสียงร้องของหล่อนก่อน กรี๊ดดดดดดด พาขวัญดึงผ้าห่มมาปิดตาเมื่อตื่นขึ้นมาแล้วเห็นอชิระเปลือยอยู่ในห้อง “หนวกหูเว้ย! หยุดร้องได้แล้ว ถ้าไม่หยุดก็ไสหัวไปซะ” เขากระชากเสียงสั่งเธอให้หยุดพร้อมกับรีบพันผ้าเช็ดตัวรอบเอวสอบไว้ อุ๊บ! พาขวัญปิดปากตัวเองทันทีพร้อมกับดึงผ้าห่มออกมาดูว่าตอนนี้เขาแต่งตัวเรียบร้อยรึยัง พอเห็นว่าเขามีผ้าเช็ดตัวพันรอบเอวแล้วก็ค่อยยังชั่วหน่อย แต่ก็ยังรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ อยู่ดีเมื่อเห็นหน้าอกกำยำและหน้าท้องที่แข็งแรงของเขาชื้นโชกไปด้วยน้ำ “คะ...คุณอชิระแต่งตัวก่อนได้ไหมคะ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD