พาขวัญมองห้องพักขนาดเล็กของตัวเองที่แม่บ้านพามา มันห้องใหญ่กว่าห้องเช่าของเธอที่เคยอยู่เสียอีก หญิงสาวมองไปที่เตียงขนาดเล็กสามฟุตครึ่งที่อยู่ติดผนังห้องและมีตู้เสื้อผ้าขนาดเล็กและห้องน้ำในตัว เธอนำกระเป๋าย่ามที่สะพายติดตัวมาไปวางไว้ที่ข้างตู้เสื้อผ้า แล้วเธอก็เดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตาให้สดชื่น เพราะก่อนจะออกมาเขาใจดีสั่งอาหารมาให้เธอทาน แต่เธอทานไม่ได้สักอย่าง เพียงแค่ได้กลิ่นก็อาเจียนจนแทบไม่มีเรี่ยวแรงจะทรงตัว
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
มือใหญ่ยกขึ้นเคาะประตูห้องทันทีเมื่อมาถึง และเห็นว่าเจ้าของห้องเงียบจึงถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนขนาดเล็ก พอเปิดเข้ามาก็เห็นเพียงถุงย่ามและเสียงน้ำในห้องน้ำไหล
“สงสัยจะอาบน้ำ” เขาเดินไปนั่งลงบนเตียงขนาดเล็กของเธอเพื่อรอให้เจ้าของห้องออกมา อชิระมีเรื่องต้องตกลงกับเธอเล็กน้อยระหว่างที่อยู่ที่นี่
ด้านเจ้าของห้องจากตอนแรกว่าจะล้างหน้าล้างตาเฉยๆ แต่ด้วยความเหนื่อยและเหนียวตัวจากการวิ่งอาเจียนเมื่อเช้านี้เลยทำให้เธอตัดสินใจอาบน้ำ พอเปิดฝักบัวล้างตัวจะถูสบู่ก็ไม่มีสบู่และยาสระผม เลยคิดจะเดินออกมาหยิบของในกระเป๋าย่ามตัวเอง แต่จะออกมายังไงตัวก็เปียก ผ้าเช็ดตัวก็ไม่ได้เอาเข้าไปด้วย แต่นี่มันห้องส่วนตัวของเธอและประตูห้องก็ปิดแล้ว แม้จะไม่ได้ล็อกคงไม่มีใครเข้ามาหรอก พาขวัญจึงตัดสินใจเดินตัวเปลือยเปียกโชกออกมาจากห้องน้ำเพื่อมาเอาของที่ต้องการ แต่พอเปิดประตูห้องน้ำก้าวขาเดินออกมาก็ต้องร้องกรี๊ด
กรี๊ดดดด
พาขวัญตกใจพอๆ กับคนที่บุกรุกห้องคนอื่น เธอรีบก้าวถอยกลับเข้าไปในห้องน้ำแล้วก็เกิดเสียหลักลื่นจะล้ม คนที่มองอยู่ไวพอที่จะกระโจนเข้าไปคว้าร่างอวบเอาไว้จนตัวเองล้มลงหลังกระแทกพื้น
ตุ้บ!
โอ๊ย!
ร่างเล็กกระแทกกับร่างใหญ่ที่ถลาไปรองรับเธอที่พื้น ด้านอชิระก็ล้มกระแทกพื้นร้องเจ็บจุกออกมา สองมือใหญ่ก็โอบกอดร่างเปลือยเหนือร่างไว้แน่น
“ระวังหน่อยสิ” เขาเอ็ดเธอเมื่อตอนนี้ทุกอย่างกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว และตอนนี้เขาก็รู้สึกว่าตัวเองเริ่มไม่ไหว เพราะร่างนุ่มนิ่มเปลือยเปล่าทาบทับเหนือร่าง และมือของเขาก็กอดรัดตรงหน้าอกอวบอูมของพาขวัญ
“คะ...ฉันขอโทษ ก็อยู่ๆ คุณก็เข้ามาในห้อง ฉันไม่ทันได้ตั้งตัว” เธอบอกเขาเสียงสั่นแผ่ว เธอยังตกใจไม่หาย หากเมื่อครู่เธอลื่นล้มลงไป ไม่รู้ว่าลูกในท้องจะเป็นยังไงบ้าง ดีที่เขาเข้ามารับไว้ทัน นึกแล้วใจก็หาย แต่ยังไงเขาก็ไม่ควรเข้ามาในห้องนี้
“ลุกไหวไหม”
เขาถามเสียงเรียบพร้อมกับดันร่างเหนือร่างตัวเองให้ลุกขึ้น เพราะตอนนี้เขารู้สึกร้อนวูบวาบกลางกายความเป็นบุรุษ พาขวัญลืมไปหรือเปล่าว่าตอนนี้ตัวเธอไม่มีเสื้อผ้าติดตัวสักชิ้น เมื่อครู่เขายอมรับตอนเห็นเธอเดินออกมาจากห้องน้ำ เขาตกใจมากและก็รู้สึกอยากมองร่างอวบอิ่มขาวๆ ของเธอนานๆ แต่ยังดีที่เขาดึงสติตัวเองกลับมาทัน ไม่งั้นเธอได้ล้มหงายหลังกระแทกพื้นและอาจแท้งลูกก็ได้
“ขอบคุณค่ะ” เมื่อถูกดันให้ลุกขึ้นได้ เธอก็เอ่ยขอบคุณคนที่ลุกขึ้นตามตนเอง เธอมองตามสายตาของคนตัวโตที่ตอนนี้เอาแต่เงียบแล้วก็ต้องยกมือขึ้นปิดอกตัวเอง สองขาไขว้ปิดความเป็นสาว
“คะ...คุณอชิระ คุณเข้าไปในห้องน้ำก่อนได้ไหมคะ” เธอไม่ได้สั่งเขา แต่ขอร้องให้เขาทำตาม
“ทำไมฉันต้องเข้าไปด้วย เธอก็ไม่ใช่คนอื่น จะว่าไปเธอก็เป็นเมียฉันนะพาขวัญ” เขามองสำรวจร่างงามเปลือยเปล่าอวบอิ่มตรงหน้าที่ตอนนี้เจ้าตัวงอตัวขดตัวหลบสายตาของเขา ยิ่งเธอขยับตัวห่อตัวหดตัว เขาก็ยิ่งปวดร้าวทรมานจนต้องกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอด้วยความยากลำบาก
“คะ...คุณ...”
“ทำไมล่ะ อย่าบอกว่าไม่ใช่นะ เพราะเราก็เคยได้กันมาแล้ว และเธอก็บอกเองว่าเด็กในท้องเป็นลูกของฉัน” ครั้งนี้อชิระไม่ได้พูดเปล่า แต่ยื่นมือไปวางบนไหล่เล็กสั่นเทาของเธอด้วย
“คะ...คุณ...”
“ทำไม? เธอไปแต่งตัวให้เรียบร้อยสิ ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ ถ้าชักช้า ฉันอาจจะไม่คุยแล้วก็ได้นะ แต่จะทำอย่างอื่นแทน”
อชิระโน้มหน้าลงไปกระซิบข้างแก้มนวลของหล่อน เพียงแค่ชิดใกล้ เขาก็ได้กลิ่นกายของหล่อน และกลิ่นของเธอเนี่ยแหละน่ากลัว ทั้งๆ ที่เธออาบน้ำมา มันน่าจะเป็นกลิ่นสบู่ กลิ่นนั้นหอมแบบที่เขาเองก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่ากลิ่นอะไรกันแน่ เพราะเกิดมาไม่เคยได้กลิ่นนี้จากที่ไหนนอกจากตัวของพาขวัญ
“คะ...ค่ะ” เธอตอบเสียงสั่นแล้วก็เหลือบตามองไปยังกระเป๋าย่ามของตัวเองที่อยู่ห่างออกไปสองก้าวเดิน
“รีบสิ ยืนนิ่งทำไม”
“คุณอชิระหันหลังไปหน่อยได้ไหมคะ ฉันจะเดินไปเอาของในย่าม” เธอบอกเขาพร้อมกับส่งสายตาขอร้องไป เพราะตอนนี้เธอทั้งอายและรู้สึกหนาว สายตาที่มองตอบมามันแฝงอะไรบางอย่าง เขามองเธอราวกับจะกลืนกินเธอทั้งตัว
“อืม” อชิระครางรับปากแล้วก็หันหลังให้อย่างที่เธอต้องการ เพราะเขาเองก็ไม่อยากมองร่างอวบอิ่มยั่วยวนนานกว่านี้เหมือนกัน ยิ่งมองยิ่งจ้อง ความเป็นบุรุษกลางกายระหว่างขาก็ยิ่งร้อนรุ่มทรมาน
พาขวัญมองจนแน่ใจแล้วว่าเขาจะไม่หันกลับมาอีก เธอจึงเดินไปหากระเป๋าย่ามของตัวเองเพื่อนำผ้าเช็ดตัวผืนเล็กของตัวเองออกมาเช็ดตัวให้แห้งและก็ชุดไม่กี่ชุดในกระเป๋า เลือกเสื้อยืดสีชมพู่อ่อนตัวใหญ่และกางเกงวอร์มเอวยืดสีดำออกมา และชุดชั้นในเข้าชุดสีเนื้อของเธอออกมา เมื่อได้ชุดครบแล้วก็มองไปยังคนตัวโตที่ยืนหันหลังนิ่งอยู่หน้าห้องน้ำ หญิงสาวก็รีบจัดการแต่งตัวให้เรียบร้อย ส่วนคนที่บอกว่าหันหลังนั้นก็แอบใช้หางตามองพาขวัญตลอดเวลาที่หล่อนยุ่งกับการแต่งตัว
“เสร็จแล้วค่ะ” พอจบคำบอกของหญิงสาว อชิระก็รีบหันมาทันทีพร้อมกับก้าวเดินผ่านหน้าเธอไปนั่งที่ปลายเตียงเล็ก
“เธอก็มานั่งด้วยกันสิ” มือใหญ่ตบมือที่พื้นที่ว่างข้างๆ ตนเอง
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันยืนได้”
“ตามใจ” เขาตอบเสียงเรียบ แต่สายตาก็ไม่ได้ละไปจากต้นคอระหงของหล่อนเลย เขาอยากซุกไซ้ซอกคอของหล่อนและกัดเม้มให้เกิดรอยเหลือเกินตอนนี้
“คุณอชิระมีอะไรรึเปล่าคะ เห็นบอกมีเรื่องจะมาตกลงกับฉัน”
“ก่อนอื่นเธอมีชื่อเล่นไหมพาขวัญ ฉันว่าเรียกพาขวัญมันยาวไป”
“มีค่ะ เรียกฉันว่าขวัญก็ได้ค่ะ”
“อือ...งั้นก็เลิกเรียกฉันชื่อเต็มด้วยนะ ฟังแล้วขัดหูยังไงไม่รู้ เรียกฉันอชิเหมือนคนในบ้านนี้ก็พอ”
“ค่ะ”
“อยู่ที่บ้านหลังนี้เธอเป็นเพียงแม่บ้านเท่านั้น เธอไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไร เธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าจะคลอดลูก และระหว่างอยู่ที่นี่ เธอก็ทำงานเหมือนเด็กรับใช้ในบ้านทั่วไป ไม่มีอภิสิทธิ์พิเศษสำหรับเธอ แม้ว่าเธอจะอุ้มท้องลูกของฉันหรือไม่ก็ตาม และพยายามเลี่ยงการเจอกับคุณแม่ของฉันด้วย อย่าเสนอหน้าไปให้ท่านเห็นถ้าไม่จำเป็น”
“ค่ะ ฉันจะอยู่ในที่ของฉัน คุณไม่ต้องห่วงค่ะ”
“ดี และถ้าขาดเหลืออะไรก็บอกฉันได้ ต้องการอะไรฉันจะซื้อมาให้ หรือเธอจะไปซื้อเองก็ได้ ฉันจะให้เงินเดือนเธอเดือนละเจ็ดพันไว้ใช้จ่ายซื้อของใช้ส่วนตัวและเก็บไว้ไปหาหมอตามนัดตรวจ เธออยู่บ้านหลังนี้ไม่ได้เช่า แถมข้าวปลาก็ฟรี ฉะนั้นฉันให้เธอเดือนละเจ็ดพันก็ถือว่าเยอะมากแล้ว งานในบ้านเธอก็ช่วยเท่าที่เธอทำไหวก็แล้วกัน เพราะเด็กรับใช้ในบ้านรู้ว่าเธอท้อง ไม่มีใครให้เธอทำงานพวกยกของแบกหามอะไรหรอก”
“คุณไม่เห็นต้องให้เงินเดือนฉันเลยค่ะ เพราะแค่ที่คุณให้ที่ซุกหัวนอนและมีข้าวให้กิน แค่นี้ก็มากพอแล้ว”
“เธอบอกเองไม่ใช่เหรอว่าไม่มีเงิน เวลาไปหาหมอหรือซื้อของที่จำเป็น เธอจะเอาเงินมาจากไหน ฉันไม่ได้ใจดำขนาดนั้นหรอกนะ ให้ก็เอาไปเถอะ”
ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยใจดีกับผู้หญิงที่ไม่ใช่คนในครอบครัวเลยนะ แต่กับพาขวัญ เขาบอกตัวเองว่าเพื่อลูก ถึงแม้ว่าเด็กจะยังไม่ได้ตรวจดีเอ็นเอ แต่เขาก็อยากจะดูแล เพราะถ้าเป็นลูกของเขาจริงๆ เขาจะได้ไม่เสียใจกับเวลาที่ผ่านมา
“ขอบคุณนะคะที่เมตตาฉันกับลูก”
“ฉันไม่ได้เมตตาหรอก ฉันแค่ทำเพื่อเด็กในท้อง เพราะถ้าคลอดและตรวจดีเอ็นเอแล้วเขาเป็นลูกฉันจริง ฉันจะได้ไม่รู้สึกเสียใจและรู้สึกผิดที่ไม่ได้ดูแลเขาตอนอยู่ในท้องของเธอ”
“ค่ะ คุณทำเพราะลูก”
“ดี ฉันหมดธุระแล้ว ถ้ามีอะไรฉันจะบอกอีก ว่าแต่เธอมีโทรศัพท์ไหม” เขาถามเมื่อเห็นว่ากระเป๋าย่ามของหล่อนจะมีของมากมายเหลือเกินอยู่ข้างใน
“มีค่ะ”
“เอาเบอร์เธอมาสิ” ว่าแล้วเขาก็ล้วงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของตัวเองออกมาเพื่อกดเบอร์โทรของเธอไว้ เผื่อเวลามีเรื่องด่วนจะได้โทรคุยได้ หรือเวลามีเรื่องจะคุยจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเดินมายังตึกคนรับใช้
“ค่ะ” แล้วเธอก็บอกเบอร์โทรของตัวเองให้กับชายหนุ่ม และไม่นานเขาก็กดโทรหาเธอ
“เผื่อเวลามีเรื่องด่วนหรือเวลามีเรื่องอยากคุยด้วย แต่ไม่อยากเดินมาตึกคนใช้ ฉันจะโทรหาเธอ”
“ค่ะ”
“และถ้ามีเรื่องอะไรก็โทรหาฉันได้ แต่ต้องจำเป็นและสำคัญเท่านั้น”
“ค่ะ”
“พูดเป็นแค่คำนี้คำเดียวรึไงขวัญ”
เงียบ!
หึ!
“โอเค ฉันไปแล้ว เธอก็พักผ่อนเถอะ เมื่อเช้าอาเจียนจนแทบไม่มีแรงเดินนี่” พูดจบเขาก็กำมือถือแน่นเดินไปเปิดประตูห้องออกไปโดยไม่หันกลับมามองเจ้าของห้องอีก
เฮ้อ!
พออชิระออกไปแล้ว เธอก็ถอนหายใจดังออกมาพร้อมกับสาวเท้าเร็วๆ ไปกดล็อกประตูห้องของตัวเองแล้วกลับมาทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงแล้วก็คิดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ คิดแล้วก็พานหัวใจเต้นแรงขึ้นมาทันที เมื่อกี้เธอเปลือยต่อหน้าเขาและเขาก็กอดเธอ แถมมือของเขาก็จับหน้าอกของเธอ คิดแล้วก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมหัวตัวเองบิดตัวไปมา
“บ้า...ยัยขวัญ มาเขินอะไรกับเรื่องแบบนี้” เธอบ่นว่าตัวเองแต่ก็ยังอมยิ้มเขินอาย สองแก้มนวลแดงระเรื่อขึ้นโดยที่เธอเองก็ไม่รู้ตัวว่าตอนนี้สองแก้มนั้นแดงมากแค่ไหน