ธาราวิ่งขึ้นบันไดไปห้องตัวเองราวกับมีใครไล่ตาม เธอปิดประตูดังปัง แล้วล็อกกลอนทันที หายใจหอบถี่จนหน้าอกปั่นป่วน เธอทรุดตัวลงนั่งกับพื้นหลังประตู มือกุมหน้าอกแน่น น้ำตาไหลออกมาเงียบ ๆ โดยไม่รู้ตัว
“ทำไม…ทำไมต้องเป็นแบบนี้” เธอพึมพำกับตัวเอง “หนูไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้เลย”
ภาพธันวาที่จับข้อมือเธอ คำพูดที่กระซิบข้างหูยังคงชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวินาทีที่แล้ว
“พี่รอวันนี้มานานมาก…รอวันที่หนูจะโตพอ ที่พี่จะไม่ต้องแกล้งทำเป็นพี่ชายอีกต่อไป”
ธาราเอามือปิดปากตัวเอง ไม่ให้เสียงสะอื้นดังออกไป เธอรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบจนแหลกสลาย
เธอไม่รู้ว่าควรเกลียดเขาหรือเกลียดตัวเองมากกว่ากัน
เพราะลึก ๆ แล้ว…ส่วนเล็ก ๆ ในใจของเธอ มันไม่ได้เกลียดสิ่งที่เขาทำเลยสักนิด
มันกลับรู้สึก…ตื่นเต้น
และนั่นต่างหากที่ทำให้เธอกลัวที่สุด
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ จากด้านนอก
“ธารา…” เสียงทุ้มของธันวาดังขึ้นอีกครั้ง “เปิดประตูหน่อย พี่แค่อยากคุย”
ธาราสะดุ้ง หัวใจเต้นแรงจนเจ็บ เธอไม่ตอบ เธอแค่นั่งกอดเข่าแน่นขึ้น
“ธารา…พี่รู้ว่าน้องกลัว” เขาพูดต่อ เสียงนุ่มนวลแต่แฝงด้วยความหนักแน่น “แต่พี่ไม่ทำอะไรน้องหรอก พี่แค่อยากบอกว่าน้องไม่ต้องกลัวพี่”
ธารากัดริมฝีปากแน่น เธออยากตะโกนออกไปว่า ‘หนูกลัวพี่จริง ๆ…แต่หนูกลัวตัวเองมากกว่า’
แต่เธอไม่พูดอะไร เธอแค่นั่งนิ่งจนเสียงฝีเท้าของธันวาค่อย ๆ ห่างออกไป
หลังจากนั้นสักพัก เธอได้ยินเสียงรถสตาร์ท แล้วขับออกจากบ้าน
ธาราค่อย ๆ ลุกขึ้น เดินไปที่หน้าต่าง มองรถเบนซ์สีดำคันนั้นหายลับไปในซอย
เธอถอนหายใจยาว แล้วทรุดตัวลงนั่งที่ขอบเตียงอีกครั้ง
โทรศัพท์สั่นขึ้น เป็นไลน์จากมิ้นต์
มิ้นต์: กลับบ้านถึงยัง? เป็นไงบ้าง อย่าทำตัวคนเดียวเด็ดขาดนะ ถ้าต้องการกูไปอยู่ด้วยได้เลย
ธารา: ถึงแล้วค่ะ…หนูโอเค
มิ้นต์: โกหกชัด ๆ หน้านายตอนนี้เป็นยังไงบอกมาเลย
ธารา: …หนูไม่รู้ตัวเองแล้วมิ้นต์ หนูกลัว แต่ก็…ก็ไม่เกลียดเขา
มิ้นต์: โอ้ยยยยยย ธาราาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
มิ้นต์: เอ็งต้องคุยกับใครสักคนที่เป็นผู้ใหญ่ คุยกับพ่อเอ็งไหม?
ธารา: …หนูกลัวพ่อจะผิดหวัง
มิ้นต์: ถ้าไม่คุย ตอนนี้มันจะยิ่งแย่ลงอีกนะ เอ็งต้องตัดสินใจอะไรสักอย่างก่อนที่มันจะสายเกินไป
ธาราวางโทรศัพท์ลง เธอมองไปที่รูปถ่ายครอบครัวบนโต๊ะหัวเตียง
ทุกคนยิ้มกว้างในรูปนั้น…แต่ตอนนี้ ทุกอย่างในบ้านหลังนี้กำลังพังทลายลงอย่างช้า ๆ
คืนนั้น ธารานอนไม่หลับอีกครั้ง เธอพลิกตัวไปมาจนเกือบตีสาม ก่อนจะได้ยินเสียงรถกลับมาจอดหน้าบ้าน
เธอรีบลุกขึ้นไปที่หน้าต่าง เห็นธันวาลงจากรถ เดินตรงเข้ามาในบ้านอย่างเงียบเชียบ
ไม่กี่นาทีต่อมา เธอได้ยินเสียงเปิดประตูห้องทำงานของคุณอรรธ
ธาราใจเต้นแรง เธอเปิดประตูห้องตัวเองเบา ๆ แล้วแอบเดินลงบันไดช้า ๆ อย่างระวัง
เธอแอบยืนฟังอยู่ตรงโถงบันได
เสียงคุณอรรธดังขึ้นแผ่วเบา
“ธันวา…ลูกทำอะไรอยู่”
เสียงธันวาตอบกลับ เสียงต่ำแต่ชัดเจน
“ผมแค่…อยากดูแลธาราให้ดีที่สุดครับพ่อ”
คุณอรรธถอนหายใจยาว
“ลูก…พ่อรู้ว่าลูกเปลี่ยนไป แต่ธาราเป็นน้องสาวลูกนะ อย่าทำอะไรที่มัน…เกินเลย”
ธันวาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบ
“ผมรู้ครับว่าท่านหมายถึงอะไร แต่ผมไม่ใช่เด็กแล้ว และธาราก็ไม่ใช่เด็กอีกต่อไป”
คุณอรรธเสียงสั่นขึ้นเล็กน้อย
“ธันวา…พ่อขอร้อง อย่าทำร้ายธาราเลย พ่อเสียแม่ธาราไปแล้ว พ่อไม่อยากเสียธาราไปอีก”
ธันวาไม่ตอบทันที เสียงเก้าอี้ขยับดังขึ้นเบา ๆ
“ผมจะไม่ทำร้ายธารา” เขาพูดช้า ๆ “ผมจะปกป้องธารา…ในแบบที่ผมคิดว่าดีที่สุด”
คุณอรรธไอแหบ ๆ หลายครั้ง
“ลูก…หัวใจพ่อมันไม่ดีแล้วนะ อย่าทำให้พ่อต้องเจ็บปวดไปมากกว่านี้เลย”
ธันวาไม่ตอบอะไรอีก
ไม่กี่วินาทีต่อมา เสียงฝีเท้าของธันวาดังขึ้น เขาเดินออกจากห้องทำงาน แล้วขึ้นบันไดมาทางธารา
ธาราตัวแข็งทื่อ เธอรีบวิ่งกลับเข้าห้องตัวเอง ปิดประตูเงียบ ๆ แล้วพิงหลังประตู หัวใจเต้นแรงจนเจ็บ
เสียงฝีเท้าของธันวาหยุดอยู่หน้าห้องเธอ
เขายืนนิ่งอยู่นานหลายนาที
ธาราไม่กล้าขยับ เธอแค่ยืนกอดตัวเองแน่น
สุดท้าย เสียงฝีเท้าก็ค่อย ๆ ห่างออกไป
ธาราล้มลงนั่งกับพื้น น้ำตาไหลไม่หยุด
เธอรู้แล้วว่า…
รอยร้าวในครอบครัวนี้เพิ่งเริ่มต้น
และมันกำลังจะลึกขึ้นเรื่อย ๆ
จนอาจไม่มีวันหาย
เช้าวันถัดมา ธาราตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดหัวตุบ ๆ เธอลงมาชั้นล่าง เห็นธามกำลังกินข้าวเช้ากับคุณอรรธ แต่ธันวาไม่อยู่
“พี่ธันวาไปไหนเหรอคะ” เธอถามเบา ๆ
คุณอรรธมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวล
“ธันวาไปประชุมที่บริษัทแต่เช้า บอกว่าจะกลับเย็น ๆ”
ธาราพยักหน้า แล้วนั่งลงกินข้าวเงียบ ๆ
ธามมองเธอแล้วถาม
“พี่ธารา…เป็นอะไรเหรอครับ หน้าซีด ๆ”
ธารายิ้มฝืน
“ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ…แค่ไม่ได้นอน”
ธามไม่เชื่อ แต่ก็ไม่ถามต่อ
แต่สายตาของคุณอรรธที่มองธาราในตอนนั้น
มันเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ธาราไม่เคยเห็นมาก่อน
และในใจของธารา เธอรู้ดีว่า…
วันนี้เป็นแค่จุดเริ่มต้น
ของวันที่ทุกอย่างจะพังทลายลงอย่างช้า ๆ แต่แน่นอน