หลังจากเหตุการณ์ที่โรงพยาบาล คืนนั้นกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ไม่มีวันย้อนกลับ
ธารานั่งกอดเข่าอยู่ที่เก้าอี้พักญาติข้างห้องไอซียู แสงไฟนีออนสีขาวสว่างจ้าทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกฉายแสงโฟกัสอยู่คนเดียว เธอไม่ได้หลับทั้งคืน นั่งมองประตูห้องไอซียูที่ปิดสนิท สายตาแดงก่ำจากน้ำตาและความเหนื่อยล้า
ธันวานั่งข้าง ๆ เธอเงียบ ๆ มือวางบนต้นขาเธอเบา ๆ แต่คราวนี้เธอไม่ได้ขยับหนี เธอแค่ปล่อยให้มันอยู่ตรงนั้น ราวกับยอมรับว่าตอนนี้เธอไม่มีแรงต่อสู้แล้ว
“ธารา…” ธันวาเรียกเบา ๆ “พ่อจะไม่เป็นอะไร หมอบอกว่าอาการคงที่แล้ว”
ธาราไม่ตอบ เธอแค่พูดเสียงแหบพร่า
“พี่ธันวา…หนูอยากอยู่กับพ่อคนเดียวคืนนี้ได้ไหม”
ธันวาหยุดนิ่ง สายตาคมกริบจ้องเธอราวกับพยายามอ่านความคิด
“พี่อยู่ด้วยไม่ได้เหรอ”
ธาราหันมามองเขา น้ำตาเอ่อล้นอีกครั้ง
“หนู…หนูอยากอยู่กับพ่อตอนที่พ่อยังไม่รู้เรื่องเรา หนูอยากขอโทษพ่อแบบที่ยังไม่มีใครรู้”
ธันวาเงียบไปนาน ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ แล้วลุกขึ้น
“ได้…พี่จะไปนั่งรอที่ล่าง แต่ถ้ามีอะไร โทรหาพี่ทันที”
ธาราพยักหน้า ไม่พูดอะไรอีก
เมื่อธันวาเดินออกไป ธาราเดินเข้าไปในห้องไอซียูตามที่พยาบาลอนุญาต เธอนั่งลงข้างเตียง จับมือคุณอรรธที่ยังหลับสนิทด้วยยาระงับประสาท นิ้วที่เคยอุ่นและใหญ่ ตอนนี้เย็นและอ่อนแรง
“พ่อ…” เธอพูดเสียงสั่น “หนูขอโทษจริง ๆ หนูไม่เคยอยากให้พ่อเจ็บแบบนี้ หนู…หนูแค่…”
น้ำตาหยดลงบนหลังมือท่าน เธอก้มลงซุกหน้าลงกับมือพ่อ ร้องไห้สะอึกสะอื้นเงียบ ๆ
“หนูจะหยุดนะคะ หนูจะไม่ทำอีกแล้ว หนูจะบอกพี่ธันวาให้หยุด หนูจะอยู่กับพ่อแบบเดิม หนูสัญญา…พ่อตื่นมาเถอะนะคะ”
แต่คุณอรรธยังไม่ตื่น
ธารานั่งอยู่แบบนั้นจนเกือบรุ่งสาง จนพยาบาลเข้ามาเตือนให้ออกไปพัก
เมื่อออกมาจากห้อง เธอเห็นธันวายืนรออยู่ที่โถงทางเดิน กำลังคุยโทรศัพท์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขาหันมาเห็นเธอ แล้วรีบวางสาย เดินเข้ามาหา
“ธารา…พ่อเป็นยังไงบ้าง”
ธาราไม่ตอบ เธอแค่เดินผ่านเขาไปนั่งที่เก้าอี้ มองออกไปนอกหน้าต่างที่เริ่มสว่าง
ธันวานั่งลงข้าง ๆ แล้วเอื้อมมือมาจับมือเธอ
“พี่รู้ว่าน้องโทษตัวเอง แต่—”
ธาราดึงมือออกทันที แล้วหันมามองเขาด้วยสายตาที่ทั้งเจ็บปวดและเด็ดเดี่ยว
“พี่ธันวา…หนูขอให้พี่หยุดจริง ๆ ค่ะ”
ธันวาหยุดนิ่ง
“หยุด?”
“ค่ะ…หยุดทุกอย่าง หยุดสัมผัสหนู หยุดมองหนูแบบนั้น หยุดบอกว่าหนูเป็นของพี่”
ธารารู้สึกเหมือนหัวใจถูกฉีกออกเป็นเสี่ยง ๆ แต่เธอพูดต่อ
“ถ้าพี่ไม่หยุด…หนูจะหนีค่ะ หนูจะหนีไปไกล ๆ จนพี่หาไม่เจอ และหนูจะไม่กลับมาอีก”
ธันวามองเธอนิ่ง ๆ นานมาก สายตาที่เคยร้อนแรง ตอนนี้เริ่มมีประกายอะไรบางอย่างที่เธอไม่เคยเห็น — ความโกรธผสมความกลัว
“หนูจะหนีพี่จริง ๆ เหรอ” เขาถามเสียงต่ำ “หนูจะทิ้งพี่…เหมือนที่แม่ทิ้งพ่อเหรอ”
ธาราตกใจกับคำพูดนั้น เธอเคยได้ยินเรื่องราวคร่าว ๆ ว่าพ่อแม่แท้ ๆ ของธันวาเลิกรากัน และแม่ของเขาเป็นคนทิ้งไปก่อน
“พี่ธันวา…หนูไม่ใช่แม่พี่” เธอพูดเสียงสั่น “หนูแค่…อยากให้ทุกคนไม่เจ็บอีก”
ธันวาไม่ตอบ เขาแค่ลุกขึ้น แล้วเดินออกไปจากโถงทางเดินโดยไม่หันกลับ
ธารานั่งกอดตัวเองแน่น น้ำตาไหลไม่หยุด
เธอไม่รู้ว่าเธอทำถูกหรือผิด
แต่สิ่งที่เธอรู้แน่ ๆ คือ…
ถ้าธันวาไม่ยอมหยุด เธอจะต้องหนีจริง ๆ
และการหนีครั้งนี้ อาจหมายถึงการสูญเสียทุกอย่างที่เธอเคยมี
ช่วงบ่ายวันนั้น ธามมาถึงโรงพยาบาลอีกครั้ง เขาเห็นธารานั่งคนเดียว แล้วเดินเข้ามานั่งข้าง ๆ
“พี่ธารา…พี่ตัดสินใจแล้วใช่ไหมครับ”
ธาราหันมองธาม น้ำตาเอ่อล้น
“ธาม…ถ้าพี่หนี พี่อาจจะไม่กลับมาอีก”
ธามจับมือเธอแน่น
“ถ้าพี่หนี หนูจะไปด้วยครับ หนูจะไม่ปล่อยให้พี่อยู่คนเดียว”
ธาราร้องไห้ออกมา เธอกอดธามแน่น
“ขอบคุณนะธาม…ขอบคุณจริง ๆ”
แต่ในใจเธอรู้ดีว่า…
การหนีธันวาไม่ใช่แค่การหนีร่างกาย
แต่เป็นการหนีจากส่วนหนึ่งของหัวใจตัวเองที่เริ่มผูกพันกับเขาแบบลึกซึ้งเกินกว่าจะตัดขาด
และถ้าเธอหนีจริง ๆ
ธันวาจะไม่ยอมปล่อยเธอไปง่าย ๆ
ไม่ว่าต้องทำอะไรก็ตาม