เช้าวันจันทร์ ธาราตื่นแต่เช้ากว่าปกติเล็กน้อย เสียงนาฬิกาปลุกดังเบา ๆ ที่หัวเตียง เธอเอื้อมมือปิดมัน ก่อนจะนอนนิ่งอยู่บนเตียงอีกสักพัก มองเพดานห้องที่ยังคงมืดครึ้มจากม่านที่ยังปิดสนิท
ฝันเมื่อคืนยังติดอยู่ในหัว เส้นสายตาของธันวาในฝันนั้น… มันไม่ใช่สายตาของพี่ชายที่เธอคุ้นเคย มันร้อนแรงเกินไป ดิบเกินไป จนทำให้เธอรู้สึกตัวร้อนผ่าวทั้งตัวตอนตื่นขึ้นมา
“บ้าไปแล้วธารา” เธอพึมพำกับตัวเอง แล้วรีบลุกจากเตียง เดินตรงไปที่ห้องน้ำ เปิดน้ำเย็นจัดอาบตัวให้สะใจ หวังว่าน้ำเย็นจะช่วยล้างความรู้สึกแปลก ๆ นั้นออกไป
เมื่อแต่งตัวเสร็จ เธอสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบ ๆ กับกระโปรงทรงเอสีเทาอ่อน ผมยาวสลวยมัดเป็นหางม้าสูง ดูเป็นนักศึกษาที่เรียบร้อยตามสไตล์ของเธอ เธอมองตัวเองในกระจก แล้วฝืนยิ้มกว้างให้ตัวเอง
“วันนี้ต้องสดใสเหมือนเดิมนะ”
ลงมาชั้นล่าง คุณอรรถนั่งกินข้าวเช้าอยู่ที่โต๊ะเล็กข้างหน้าต่างห้องครัว แม่บ้านป้าสมจิตกำลังตักโจ๊กไก่ใส่ชามให้ท่าน
“สวัสดีค่ะพ่อ” ธาราเดินเข้าไป จูบแก้มคุณอรรถเบา ๆ ตามเคย
“อรุณสวัสดิ์ลูก” คุณอรรถยิ้มให้ แต่ธาราสังเกตเห็นรอยคล้ำใต้ตาท่านชัดเจนกว่าปกติ “นอนไม่หลับอีกแล้วเหรอคะ?”
“นิดหน่อย” ท่านโบกมือ “แก่แล้วน่ะ ลูกไม่ต้องห่วง กินข้าวเช้าแล้วรีบไปเรียนเถอะ วันนี้มีสอบย่อยใช่ไหม?”
ธาราพยักหน้า “ค่ะ วิชาการสื่อสารองค์กร”
เธอนั่งลงข้าง ๆ ท่าน กินขนมปังปิ้งกับแยมสตรอว์เบอร์รีแบบเร่งรีบ ระหว่างกิน เธอเหลือบมองโทรศัพท์ เห็นไลน์จากมิ้นต์เด้งขึ้นมา
มิ้นต์: วันนี้เจอกันที่คาเฟ่หน้าคณะ 8 โมงครึ่งนะ อย่าลืม! มีเรื่องจะเล่า 55555
ธารายิ้มเล็กน้อย พิมพ์ตอบกลับสั้น ๆ “โอเคจ้าาาา”
หลังอาหารเช้า ธาราเดินไปที่โรงรถ ขึ้นรถกระบะสีขาวคันเล็กที่คุณอรรถซื้อให้ตอนเธอเรียนปีหนึ่ง เธอสตาร์ทรถ ขับออกจากบ้านอัครเดชที่ยังคงเงียบสงบเหมือนทุกวัน
ระหว่างทาง เธอเปิดเพลงเบา ๆ เป็นเพลงเก่าที่ธันวาเคยแนะนำให้ฟังสมัยเธอยังมัธยม — เพลงสไตล์อะคูสติกช้า ๆ เกี่ยวกับการจากลาและการรอคอย เธอเคยฟังเพลงนี้วนเป็นร้อยรอบ จนตอนนี้มันแทบจะเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำ
เมื่อถึงมหาวิทยาลัย เธอจอดรถที่ลานจอดปกติ แล้วเดินไปยังคาเฟ่เล็ก ๆ หน้าคณะ มิ้นต์นั่งรออยู่แล้ว โบกมือใหญ่เมื่อเห็นเธอ
“ช้าไป 3 นาที! ปรับปรุงหน่อยนะน้องธารา” มิ้นต์แซวทันที
“ขอโทษค่าาา” ธารายิ้มกว้าง แล้วนั่งลงตรงข้าม “มีอะไรจะเล่าอะ ดูตื่นเต้นเชียว”
มิ้นต์ยิ้มเจ้าเล่ห์ ก้มตัวข้ามโต๊ะมาใกล้ ๆ แล้วกระซิบ “เมื่อวานกูไปเดทกับไอ้ผู้ชายที่เจอในแอปมา อืมมมม… จัดหนักมากกกก”
ธาราหัวเราะเบา ๆ “เล่าสิ เล่าทั้งหมดเลย”
มิ้นต์เริ่มเล่าแบบไม่กั๊ก ตั้งแต่ตอนเจอกัน ไปกินข้าว ไปต่อที่คอนโดเขา ไปจนถึงรายละเอียดที่ทำให้ธาราหน้าแดงก่ำ เธอเอามือปิดปากตัวเองตลอดเวลา
“ธาราเอ๊ย ชีวิตเอ็งจะได้สนุกบ้างเมื่อไหร่วะ” มิ้นต์ถอนหายใจ “กูว่าถึงเวลาที่เอ็งต้องลองเปิดใจกับใครสักคนแล้วนะ ไม่ใช่แค่นั่งรอผีพี่ชายที่ไม่กลับมาสักที”
ธาราหยุดยิ้มทันที สายตาลดลงมองแก้วลาเต้ตรงหน้า
“มิ้นต์… อย่าพูดแบบนั้นสิ”
“ก็จริงนี่” มิ้นต์พูดเสียงนุ่มลง “กูไม่ได้เกลียดพี่ธันวานะ แต่เอ็งเสียเวลากับคนที่ไม่อยู่ตรงนี้มานานเกินไปแล้ว เอ็งอายุ 22 แล้วนะธารา ไม่ใช่ 15 แล้ว”
ธาราเงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะพูดเบา ๆ “ฉันรู้… แต่ฉันยัง… ยังลืมไม่ได้”
มิ้นต์ถอนหายใจอีกครั้ง แล้วเอื้อมมือมาจับมือธารา “โอเค ๆ กูไม่พูดแล้ว แต่กูเป็นห่วงเอ็งจริง ๆ นะ”
ทั้งคู่เปลี่ยนเรื่องคุยต่อ จนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเรียน ธาราลุกขึ้นเตรียมตัว
“เดี๋ยวเจอกันตอนบ่ายนะ” มิ้นต์โบกมือ
“อืม เจอกัน”
ระหว่างเดินไปตึกเรียน ธาราเปิดโทรศัพท์ดูรูปเก่าในอัลบั้มอีกครั้ง รูปที่ธันวากับเธอยืนกอดกันหน้าบ้านตอนคริสต์มาสปีนั้น เขาสวมเสื้อกันหนาวสีเทา ยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวสะอาด
เธอถอนหายใจเบา ๆ แล้วปิดหน้าจอ
บ่ายนั้นหลังเรียนเสร็จ ธารากลับบ้านช้ากว่าปกติ เพราะต้องไปซื้อของที่ตลาดสดใกล้ ๆ บ้านให้ป้าสมจิต
เมื่อถึงบ้าน เธอเห็นรถเบนซ์สีดำสนิทคันใหญ่จอดอยู่หน้าบ้าน คันที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
เธอจอดรถ แล้วเดินเข้าไปในบ้านด้วยขาที่สั่นเล็กน้อย
ในห้องนั่งเล่น คุณอรรธนั่งอยู่บนโซฟา ตรงข้ามเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่นั่งหลังให้เธอ สวมเสื้อเชิ้ตสีเทาเข้ม กางเกงสแลคสีดำ ไหล่กว้าง ผมสั้นเรียบร้อย
คุณอรรธเงยหน้าขึ้นเห็นเธอ แล้วยิ้มออกมา แต่เป็นรอยยิ้มที่ดูฝืน ๆ
“ธารา… ลูกกลับมาแล้วเหรอ”
ผู้ชายคนนั้นค่อย ๆ หันหน้ามา
ธารารู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุน
ธันวา
ธันวา อัครเดช วัยยี่สิบแปดปี กลับมาแล้ว
ใบหน้าคมเข้มกว่าเดิม ดวงตาดำสนิทที่เคยอบอุ่น ตอนนี้กลับเย็นเยียบและลึกลับ ริมฝีปากบางยกยิ้มมุมหนึ่ง แต่ไม่ใช่รอยยิ้มที่เธอคุ้นเคย มันเป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจเธอเต้นผิดจังหวะ
“ธารา” เสียงทุ้มต่ำของเขาดังขึ้น ช้า ๆ ชัด ๆ “พี่กลับมาแล้ว”
ธารายืนนิ่ง สตั๊ฟถุงผ้าที่ถืออยู่หลุดจากมือ ผักผลไม้กระจายเกลื่อนพื้น
เธออยากวิ่งเข้าไปกอดเขา อยากร้องไห้ อยากถามว่าทำไมเพิ่งกลับมา
แต่สิ่งที่เธอทำได้ มีเพียงยืนนิ่ง และพูดเบา ๆ ด้วยเสียงสั่น
“พี่ธันวา…”
ธันวาลุกขึ้นช้า ๆ เดินตรงมาหาเธอ
สูงกว่าเธอมาก กลิ่นน้ำหอมไม้จันทน์ผสมกลิ่นบุหรี่จาง ๆ ลอยมาแตะจมูกเธอ เหมือนเมื่อสามปีก่อน แต่เข้มข้นกว่าเดิม
เขายื่นมือมาจับไหล่เธอเบา ๆ
“โตขึ้นเยอะเลยนะ… น้องสาวของพี่”
คำว่า “น้องสาว” ที่ออกจากปากเขา ทำให้ธารารู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างในอกมันบิดเกลียว
เพราะสายตาที่เขามองเธอในตอนนี้
มันไม่ใช่สายตาของพี่ชายอีกต่อไปแล้ว