บทที่ 1

4702 Words
หนึ่งปีก่อน... การปรากฏตัวของกวิน อดุลย์อดิศัยสร้างความตื่นเต้นฮือฮาให้กับคนในชมธารารีสอร์ต ด้วยความหล่อเหลาและมีเสน่ห์เป็นที่พูดถึงในบรรดาพนักงานสาวทั้งหลาย แต่ที่เจ้าของกิจการอย่างชมหวาย หิรัณยรัศมิ์ให้ความสนใจคือวัตถุประสงค์ของเขา ร่างระหงพยายามสืบจนทราบว่ากวินเป็นใครมาจากไหน เขาเพียรพยายามเข้ามาตีสนิทกับชรินผู้เป็นบิดา กระทั่งรายนั้นไว้วางใจ ทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เป็นที่ระแคะระคายของคนในรีสอร์ต แต่เจตนาที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าคมสันนั้นคือผลประโยชน์ กวินทราบถึงปัญหาทางการเงินของรีสอร์ตเป็นอย่างดี เพราะชรินป่วยหนักและต้องเข้ารับการรักษาอาการอยู่บ่อยครั้งทำให้ชมหวายตัดสินใจจำนองที่ดินบางส่วนของรีสอร์ตไว้กับธนาคาร แต่ปัญหาคือเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันจากทั้งคู่แข่งและอุบัติภัยธรรมชาติทำให้การชำระหนี้ต้องสะดุด รีสอร์ตกำลังจะถูกยึดและชมหวายก็ไม่มีทางหาเงินมาชำระหนี้ในส่วนที่เหลือได้ทันตามกำหนด กวินเสนอซื้อกิจการจากเธอแต่ชมหวายปฏิเสธ เธอให้สัจจะกับผู้เป็นพ่อไว้ตั้งแต่ครั้งที่ได้รับสืบทอดงานว่าจะรักษาที่ดินและกิจการนี้ไว้ให้ดีที่สุด จะไม่ยอมให้สมบัติชิ้นสุดท้ายที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของบิดาต้องตกไปเป็นของคนอื่น แต่แล้ววันหนึ่งเรื่องเหลือเชื่อก็เกิดขึ้น เมื่อประวัติของกวินถูกเปิดเผย จริงๆ แล้วเขาคือบุตรชายคนเดียวของทวี นามว่า ธีร์วินท์ ธนวรรธน์ ซ้ำยังเป็นคนที่ซื้อที่ดินหลุดจำนองด้านทิศเหนือของชมธารารีสอร์ตไว้ และเวลานี้เขากำลังจะสร้างมันเป็นโรงแรมหรูระดับห้าดาว ปมการตายของทวีทำให้ชรินอดวิตกไม่ได้ว่าตระกูลธนวรรธน์จะคาดโทษ ในคืนที่ทวีเสียชีวิตไม่มีใครล่วงรู้ถึงเหตุการณ์นอกจากถกลซึ่งเสียชีวิตหลังจากนั้นเพียงแค่วันเดียว กัญญาซึ่งสนิทสนมกับชรินมาเนิ่นนานเชื่อว่าทุกอย่างคืออุบัติเหตุ นางพยายามย้ำกวินหลานชายเสมอถึงเรื่องนี้ กัญญาเป็นญาติผู้ใหญ่ที่กวินเคารพและเชื่อฟัง หากคำพูดของนางก็ยังไม่สามารถลบเลือนความแค้นภายในจิตใจของชายหนุ่มได้ เขาทำในสิ่งที่กัญญาและใครหลายคนก็คาดไม่ถึง นั่นคือการวางแผนแก้แค้นครอบครัวหิรัณยรัศมิ์ ชื่อ ธีร์วินท์ ถูกเปลี่ยนมาเป็นกวินเนื่องจากเหตุผลบางอย่าง ชายหนุ่มเปลี่ยนมาใช้นามสกุลอดุลย์อดิศัยตามมยุรามารดาซึ่งเสียชีวิตไปตั้งแต่เขาอายุได้เก้าขวบ ทำให้ที่ผ่านมาทั้งชรินหรือแม้แต่ชมมาสซึ่งบวชเป็นชีอยู่นั้นก็ไม่ทราบว่าชายหนุ่มเป็นคนคนเดียวกัน ความมาแตกเมื่อชมหวายให้แม่บ้านไปค้นเจอนามบัตรในห้องพักของเขา ในฐานะบุตรชายของทวีทำให้ชรินเอ็นดูกวินเป็นพิเศษ และเจ้าตัวก็ใช้สิทธิพิเศษนี้ทำให้ทุกคนเชื่อว่าเขามีเจตนาดี แม้ชมหวายจะเล็งเห็นถึงความร้ายกาจของเขามาตลอด แต่ผู้เป็นพ่อไม่คิดเช่นนั้น เขาไว้ใจกวินเกินกว่าจะระแวงชายหนุ่ม ชรินเชื่อตามที่กวินต้องการจะให้เป็นว่าครอบครัวเขาไม่มีความคิดที่จะแก้แค้น ต่อเมื่อหิรัณยรัศมิ์ตกลงใจจำนองที่ดินกับเขาโดยมีเงื่อนไขบางอย่าง หนึ่งในนั้นคือขอสิทธิ์ในการบริหารชมธารารีสอร์ตเพื่อแลกกับความเสี่ยง กวินยกเรื่องการแต่งงานเพื่อเป็นหลักประกันมาอ้างให้ชรินทบทวน ซึ่งขณะนั้นชมหวายกับธาราเกิดปัญหากันพอดี หญิงสาวจึงตัดสินใจตกลงแต่งงานกับเขาเพื่อยุติปัญหา โดยไม่ทันฉุกคิดว่าการประชดรักในครั้งนั้นมันจะเข้าแผนของกวิน ปัจจุบันนี้แม้รีสอร์ตจะถูกปลดหนี้จากธนาคารแล้ว แต่ที่ดินด้านทิศเหนือของชมธาราได้ติดจำนองอยู่กับกวินแทน กับสัญญาอีกฉบับที่ทำขึ้นระหว่างบุคคลทั้งสองฝ่าย ว่าชมหวายจะต้องไม่หย่าร้างกับกวินภายในระยะเวลาหนึ่งปีหลังจากนี้ ถ้าฝ่ายหญิงผิดสัญญาที่ดินจะตกเป็นของฝ่ายชายทันที แต่หากชมหวายนำเงินมาใช้หนี้เต็มตามจำนวนเมื่อไหร่ หญิงสาวจะมีสิทธิ์ได้ที่ดินของเธอคืนมาดังเดิม ...ทุกอย่างกำลังดำเนินไปตามครรลองของมัน และชมหวายคิดว่าปัญหาทุกอย่างมันกำลังจะยุติลงแล้ว เพราะก่อนแต่งงานเธอรวบรวมทรัพย์สินทั้งหมดใช้หนี้กวินไปกว่าเจ็ดสิบล้าน เงินที่ได้จากสินสอดเธอคืนให้ชายหนุ่มตามที่ตกลงกัน หลังจากนี้ชมหวายเหลือใช้หนี้กวินแค่สามสิบล้าน และทุกอย่างก็ดูไม่ติดขัดกระทั่งเมื่อวันวิวาห์มาถึง หญิงสาวถึงได้รู้ว่าแท้จริงแล้วการแก้แค้นมันเพิ่งจะแค่เริ่มต้นเท่านั้น ณ คลองบางโฉลง... เสียงแห่ขันหมากดังกึกก้องคุ้งน้ำ พร้อมขบวนเรือนับสิบลำกินบริเวณกว้างเกือบจะเต็มลำคลอง ชาวบ้านต่างฮือฮาและร่วมแสดงความยินดีไปกับงานมงคลนี้ เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่มีการยกขันหมากทางน้ำและจัดอย่างยิ่งใหญ่อลังการ ฝ่ายเจ้าบ่าวมาพร้อมกับกัญญาผู้เป็นอาหญิงและขบวนสินสอดทองหมั้น มูลค่าทั้งหมดเมื่อรวมกันแล้วสมราคากับว่าที่เจ้าสาวแสนสวย ชรินอดปลื้มใจไม่ได้ที่เห็นบุตรสาวเป็นฝั่งเป็นฝา แม้ลึกๆ เขาตระหนักดีว่านั่นคือนัยทางธุรกิจ แต่ชายสูงวัยเชื่อว่าถ้ากวินได้อยู่ใกล้ชิดกับบุตรสาวของตน ไม่มีทางเลยที่เขาจะไม่รักใคร่เอ็นดูเธอ “ไม่เจอกันนานนะกัญญา” ชรินกล่าวทักทาย เป็นครั้งแรกในรอบสิบปีที่ได้มีโอกาสเจอกัน นางดูมีอาวุโสขึ้นแต่ยังสวยสะพรั่งเหมือนเมื่อครั้งยังสาว แน่นอนว่าคนรุ่นน้องก็ดีใจ แม่ชีชมมาสเองก็มาร่วมงานด้วยแต่อยู่ด้านในประรำพิธี ชรินพูดคุยกับกัญญาด้วยรอยยิ้มและฝากฝังบุตรสาวไว้กับนาง “พี่ชรินไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ หนูหวายก็เหมือนกับหลานแท้ๆ ของกัญญา” หญิงกลางคนรับปากว่าจะดูแลชมหวายเป็นอย่างดี คนโอบอ้อมอารีรับไหว้หลานสะใภ้ อดแสดงความเห็นไม่ได้ว่าเธอช่างละม้ายคล้ายชมมาสเมื่อครั้งยังสาว แต่ไม่ว่าใครที่มาร่วมงานต่างก็สังเกตได้ว่าเจ้าสาวที่แต่งตัวสะสวยนั้นคอยแต่จะหน้าเศร้าตลอดเวลา “มานี่!” พอสบโอกาสคนเป็นเจ้าบ่าวก็ดึงแขนเจ้าสาวเข้าไปหลบมุม ร่างระหงในชุดไทยสีทองเกือบเซเพราะไม่ทันได้ตั้งตัว “ปล่อย!” หญิงสาวพยายามจะแข็งขืนแต่ไม่มีแรง กวินสีหน้าหงุดหงิดเหมือนไม่สบอารมณ์ “รบกวนสร้างภาพหน่อยได้มั้ย นี่มันงานแต่ง!” เขาเอ็ดเพราะได้ยินเด็กในรีสอร์ตซุบซิบกันว่าเห็นเจ้าสาวแอบไปยืนร้องไห้ในห้องน้ำ “รู้แล้ว!” ชมหวายสวนอย่างขัดใจ “ทำหน้าที่ของคุณให้ดีหน่อย เรื่องอื่นค่อยคิดทีหลัง ธาราของคุณเขาเป็นอดีตไปแล้ว แต่ผมนี่สิคือปัจจุบัน” เขาย้ำ ชมหวายมองหน้าเขาอย่างเคืองขุ่น บอกว่าไม่ต้องห่วง เธอไม่ทำให้งานแต่งกำมะลอนี้ล่มอย่างแน่นอน “กำมะลอเหรอ? แต่เราจดทะเบียนกันจริงๆ และถ้าคุณขืนยังเป็นอย่างนี้เราได้เห็นดีกันแน่” เขาขู่ ก่อนเดินจากไปด้วยความเบื่อหน่าย ครั้นได้ฤกษ์ส่งตัวเข้าหอ สนามหญ้าของรีสอร์ตมีพนักงานมากมายมาคอยส่งบ่าวสาวกลับไปยังเรือนหอราคาร่วมหลายสิบล้าน แต่ชมหวายกลับทำหน้าเหมือนจะถูกพาไปลงนรก กวินเห็นแล้วชักหงุดหงิด หลังจากนี้ชมธารารีสอร์ตจะถูกปิดปรับปรุง ชมหวายกอดชรินแล้วร้องห่มร้องไห้ ต่อไปนี้ทุกคนต่างก็มีหน้าที่ของตัวเอง ชรินก็มีสิ่งที่อยากทำนั่นคือดำเนินตามรอยธรรมและรับใช้พระพุทธศาสนา ก่อนจาก ผู้เป็นพ่อกล่าวคำอวยพรก่อนจะส่งต่อให้เสน่ห์ซึ่งยืนข้างๆ กัน ชายกลางคนสัญญาจะทำหน้าที่ของตนต่อไปในการดูแลที่นี่ให้ดีที่สุด กวินให้คำมั่นกับชรินและตนไว้แล้วว่าจะไม่ทอดทิ้งชมธารารีสอร์ต “ผมรับปาก ระหว่างนี้จะไม่มีการไล่ใครออก ผมจะดูแลทุกคนให้เหมือนกับที่ผ่านมา” เขาย้ำให้ทุกคนได้ยินทั่วกัน และกระทั่งถึงวันนี้ก็ยังไม่มีใครแจ้งเจตจำนงที่จะลาออก ทุกคนยังเชื่อมั่นในกวินและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้กลับมาทำงานร่วมกันอีกครั้งที่รีสอร์ตแห่งนี้ ชมหวายไล่กล่าวคำอำลากับพนักงานทุกคน เธอจะต้องไปอยู่กับกวินและช่วยงานเขาชั่วคราวระหว่างที่ดำเนินการปรับปรุงชมธารา หญิงสาวให้สัญญาว่าจะไม่ทอดทิ้งและจะกลับมาดูแลที่นี่อีกครั้งเมื่อทุกอย่างลงตัว “หวายจะคอยแวะมาตรวจตราและดูความเป็นอยู่ของพวกเราทุกคนนะคะ” ตลอดเวลาร่างระหงเอาแต่ร้องไห้ คนสนิททั้งเกนหลงและเบญญาต่างก็ยืนเช็ดน้ำตากันป้อยๆ แม้แต่ทินกรเองก็ยังน้ำตาคลอด้วยความใจหาย สองแม่บ้านสาวชาวกะเหรี่ยงยิ่งแล้วใหญ่ ยืนกอดคอกันร้องห่มร้องไห้หน้าละห้อย “หวายไปนะคะ ระหว่างนี้ถ้าไม่ติดอะไรหวายจะหมั่นกลับมา” เธอให้คำมั่นพร้อมโบกมือลา รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวออกไปอย่างช้าๆ ทว่าเจ้าสาวที่นั่งอยู่ในรถก็ยังไม่หยุดสะอื้นไห้ สร้างความหนักใจให้กับเจ้าบ่าวมือใหม่อย่างกวินเป็นที่สุด ชมหวายจับจ้องภาพทุกคนรวมถึงบรรยากาศผ่านกระจกมองข้าง จะจดจำมันไว้ก่อนที่ทุกอย่างจะแปรเปลี่ยนไป ทิวทัศน์ของรีสอร์ตค่อยๆ ไกลออกไปทีละน้อย เจ้าบ่าวเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะเลี้ยวพ้นซุ้มประตูทางออก กวินขับมาเรื่อยๆ กระทั่งถึงกลางซอยที่ค่อนข้างเปลี่ยว เจ้าตัวเบี่ยงเข้าข้างทางและจอดกะทันหันกระทั่งชมหวายหน้าทิ่ม เจ้าสาวหันมองหน้าคนขับด้วยความข้องใจ หรือฝ่ายชายจะรำคาญเสียงสะอื้นไห้จนหมดความอดทน “ฉันขอโทษที่ทำให้คุณหงุดหงิด” ร่างระหงใช้ทิชชูซับคราบน้ำตาเบาๆ กวินถอนใจหนักก่อนปลดเบลล์และเอี้ยวตัวไปหยิบบางสิ่งบางอย่างด้านหลังเบาะ “ของคุณ” เขาส่งให้ มันเป็นกล่องของขวัญแบนๆ ขนาดใหญ่ที่ห่อด้วยกระดาษสวยงาม ชมหวายรับไว้ด้วยความแปลกใจระคนสงสัย ชายหนุ่มไม่พูดอะไรต่อนอกจากเปิดไฟให้สว่าง พร้อมแนะนำหญิงสาวให้เปิดอ่านข้อความในการ์ดที่แนบมา “ขอให้คุณมีความสุขตลอดไป...รักเสมอ จาก...” ชมหวายมองหน้ากวินทันที ข้อความลงท้ายระบุว่าของสิ่งนี้ส่งมาจากผู้ชายที่ชื่อว่าธารา “คุณไปเจอเขา?” ฝ่ายหญิงชะงัก กวินปฏิเสธ บอกว่าฝ่ายนั้นโทรเรียกเขาออกมาพบที่หน้ารีสอร์ต พร้อมกับฝากของขวัญชิ้นนี้มาให้ แถมกำชับด้วยว่าต้องส่งให้ถึงมือชมหวายให้ได้ “ไม่ลองเปิดดูล่ะ” เขาแนะ สังเกตเห็นชมหวายน้ำตารื้น เสียงน้ำตาหยดแหมะลงบนกล่องตอนเธอบรรจงแกะกระดาษห่อ ท่ามกลางความเงียบ กวินก็อยากรู้เหมือนกันว่าชายหนุ่มส่งอะไรให้เจ้าสาวของเขา ชมหวายสะอื้นออกมาเสียงดังทันทีที่กล่องถูกเปิดออก มันคือภาพของชายหญิงคู่หนึ่งนั่งพิงกันบนหอคอยสูง ท่ามกลางบรรยากาศใต้แสงจันทร์ที่เปล่งรัศมียามค่ำคืน และพิเศษกว่านั้นคือเมื่อกดเปิดสวิตช์ด้านข้างกรอบโครเมียม ภาพของดอกไม้ไฟก็ค่อยๆ พุ่งซ้อนขึ้นมาที่บานกระจก มันกระจายออกเป็นมิติสวยงามเสมือนจริง “ธารา” ทีนี้ชมหวายร้องไห้หนัก ภาพนี้ทำให้นึกถึงค่ำคืนที่เธอกับเขานั่งชมดอกไม้ไฟด้วยกันบนหอคอย ท่ามกลางแสงสีรื่นเริงของงานวัดฝั่งตรงข้าม ผู้จัดการหนุ่มบอกรักชมหวายครั้งแรกในคืนนั้น กวินถอนใจพรืดตอนเห็นของขวัญชิ้นดังกล่าว สำนึกบางอย่างบอกว่าธาราไม่เคยลืมผู้หญิงคนนี้เลย และขณะที่ชมหวายนั่งพิจารณาประกอบกับเอามือสัมผัสบานกระจกเบาๆ ชายหนุ่มก็ตัดสินใจออกรถ คนเป็นเจ้าสาวไม่สนแล้วว่าเขาจะขับพาเธอไปไหน เป้าหมายคือมองตรงไปยังเบื้องหน้า แต่ทว่าหัวใจอยู่กับรูปภาพในอ้อมกอด ไม่นานนักก็ถึงบ้านหลังใหญ่ที่ใช้เป็นเรือนหอ ภายในหรูหราและตกแต่งอย่างสวยงาม ที่สำคัญคือพื้นที่ภายในโอ่อ่ากว้างขวาง แน่นอนว่าชมหวายเคยมาที่นี่แล้วถึงสองครั้ง แม่บ้านทุกคนออกมาต้อนรับนายหญิงกันอย่างพร้อมเพรียง ชมหวายซับน้ำตาจนแห้งเหือดหมดแล้วระหว่างเดินทาง ทว่าในใจยังโศกเศร้าเกินกว่าจะเช็ดให้แห้งได้ คืนนี้แล้วหรือที่ชมหวายจะต้องเข้าหอกับผู้ชายที่เธอไม่ปรารถนา ภายในห้องสีครีมมีบานกระจกใสกั้นระหว่างโซนนั่งเล่นกับเตียงนอน ข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างถูกเด็กรับใช้ในบ้านเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย เสื้อผ้าอาภรณ์ทุกชุดแขวนอย่างเป็นระเบียบในตู้เสื้อผ้า แต่ว่าเจ้าของต่างหากที่ไม่ได้ให้ความสนใจกับมันเลย ห้าทุ่มกว่าแล้วแต่ชมหวายยังนั่งกอดรูปภาพที่ธาราให้มาอยู่บนเตียง กวินเดินออกมาจากห้องน้ำและพบว่าเจ้าสาวยังอยู่ในชุดวิวาห์ดังเดิม “วางลงก่อนก็ได้ ไม่มีใครขโมยหรอก” เขาแนะพลางไล่ฝ่ายหญิงไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า กวินอยู่ในชุดคลุมสีเทาพร้อมกางเกงแพรตัวโปรด ชมหวายเห็นและได้ยินคำพูดของเขาทุกคำแต่ทำนิ่งเฉย ตลอดเวลาเพียรลอบมองว่าเขาจะเดินไปไหนหรือทำอะไร ด้วยความที่ไม่ชินกับการอยู่ร่วมห้องเดียวกันกับคนแปลกหน้า “ผมรู้ว่าคุณอึดอัด หวาดระแวง ผมเองก็รู้สึกไม่คุ้นเหมือนกัน แต่ช่วยอะไรไม่ได้ เดี๋ยวคุณก็จะชินไปเอง” เขาพูดอย่างไม่ยี่หระ ชมหวายหันมองหน้าแล้วทำเมินเฉย ผ่านไปหลายนาทีก็ยังไม่ขยับ กระทั่งคนเป็นสามีเริ่มหงุดหงิด “ตกลงคุณจะนอนทั้งชุดนี้ใช่มั้ย?” กวินถามเสียงดุ แต่จริงๆ ก็รู้ว่าหญิงสาวเหนื่อยและไม่มีอารมณ์จะเสวนาด้วย ชายหนุ่มเดินตรงมานั่งที่เตียงแล้วเอื้อมมือจะไปสัมผัสแขน ปรากฏว่าหญิงสาวเบี่ยงตัวหลบ ครั้นจะยื่นมือไปแตะที่ขาเธอก็ชักเท้ากลับเหมือนรังเกียจ “เอาล่ะๆ ผมจะไม่แตะต้องตัวคุณเลย ผมรับปาก” เขารู้ว่าชมหวายไม่มีทางยอมร่วมเตียงกับเขาแน่นอน กวินตัดสินใจออกไปนอนที่โซฟาและให้เธอนอนตรงนี้ โดยแนะให้วางรูปนั่นเสียก่อนแล้วไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้สบายเนื้อสบายตัว รับประกันได้ว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นในคืนนี้ ทว่าฝ่ายหญิงมองเหมือนลังเล กระทั่งเห็นกวินหอบหมอนและผ้าห่มออกไปกองที่โซฟา สุดท้ายชมหวายก็ยอมลุกจากเตียงนอน สร้อยเพชรที่เป็นสมบัติของชมมาสถูกถอดวางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้ง ตลอดเวลาก็หันรีหันขวางเหมือนติดขัดไปเสียหมด นั่นเป็นเพราะว่าเธอยังแปลกที่ ของที่ระลึกจากธาราถูกวางไว้ยังโต๊ะกระจก กวินหยุดมองนิดหนึ่งแล้วเดินจากไป ระหว่างที่ชมหวายเดินเข้าไปอาบน้ำ ร่างสูงเปิดประตูออกไปยืนตากลมที่ระเบียง ด้านหลังเป็นสวนสวยแนวโมเดิร์น เห็นรูปปั้นทรงเลขาคณิตสลัวอยู่ท่ามกลางแสงไฟสนาม เสียงฝักบัวดังขึ้นเอื่อยๆ ประกอบกับลมที่พัดพาเอาสติของเขาคล้ายจะดับวูบลง กวินรู้สึกว่าตัวเองแปลกไปอาจจะเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ดื่มเมื่อหัวค่ำ แต่แล้วดวงตาโตก็เบิกโพลงเมื่อเห็นเงาของใครบางคนยืนอยู่ด้านล่าง “คุณพ่อ!” กวินเอ่ยขึ้นเบาๆ ด้วยความตกใจ ทวีเงยหน้ามองมาที่เขาแล้วยิ้มให้ กวินอยากจะร้องเรียกแต่กลัวชมหวายได้ยินเข้า “คุณพ่อมาแสดงความยินดีกับผมใช่มั้ยครับ” เขายิ้ม สำนึกทันทีว่าเวลาแห่งการเริ่มต้นได้มาถึงแล้ว กวินบอกกับบิดาว่าตนทำสำเร็จไปแล้วขั้นหนึ่ง เขาใช้แผนหลอกล่อชมหวายให้แต่งงานด้วยได้สำเร็จ เวลานี้ทุกคนเชื่อสนิทใจว่าเขาเจตนาดี ทั้งที่ลึกๆ เขาไม่เคยลืมหรือล้มเลิกที่จะเอาคืนเลย ไม่ว่าอย่างไร คนที่ทำให้ครอบครัวของเขาระส่ำจะต้องระส่ำกว่าเป็นหลายเท่า “คุณพ่อรู้มั้ยครับว่าผมอึดอัดแค่ไหนที่ต้องทำดีกับคนพวกนั้น ผมต้องเอาใจเขาทั้งที่รู้ว่าเขาทรยศพ่อ เขาทำให้พ่อต้องตาย” กวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงชิงชัง แววตาไหวระริกแปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวราวกับเหล็กกล้า “ผมจะทำทุกอย่างเพื่อแก้แค้นในสิ่งที่หิรัณยรัศมิ์ทำไว้กับธนวรรธน์และอดุลย์อดิศัย” สิ้นคำพูด ร่างของทวีก็เลือนหายไปเหลือแต่ความว่างเปล่า ทว่าคนที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหลังกลับเย็นวาบราวกับถูกฉาบด้วยน้ำแข็ง “ชมหวาย!” เขาหันมาเพราะได้ยินเสียงกระแทกกระจก ร่างระหงถึงขั้นทรุดลงกับพื้นหลังได้ยินประโยคเมื่อครู่ “ที่แท้คุณก็ต้องการจะแก้แค้น” หญิงสาวแทบประคองตัวไม่ขึ้น กวินชะงักไม่คิดว่าเรื่องจะเฉลยเร็วขนาดนี้ “งั้นผมคงไม่ต้องสร้างภาพแล้วสินะ” ร่างสูงเหยียดยิ้ม ในเมื่อทุกอย่างเปิดเผยแล้วก็ไม่จำเป็นต้องปิดบัง ทุกอย่างกลับตาลปัตรโดยสิ้นเชิง กวินแสดงออกถึงท่าทีขึงขังเต็มที่อย่างไม่เกรงใจ และนี่คือความรู้สึกแท้จริงที่เขามีต่อหิรัณยรัศมิ์ “คุณมันเลวจริงๆ เลวอย่างไม่น่าให้อภัย” ชมหวายตราหน้าเขาด้วยแววตาที่แสดงถึงความเกลียดชัง “ความเลวของผมมันไม่เท่าครึ่งของสิ่งที่พ่อคุณทำหรอก” กวินถึงเดินดิ่งมาถึงตัว ย้อนด้วยน้ำเสียงกระด้างจนชมหวายตกใจถอยเท้าหนีไปจนสุดขอบผนัง “ฉันจะบอกความจริงให้ทุกคนรู้” “ไม่มีวัน! คนอย่างกวินจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำลายแผนการได้ทั้งนั้น แม้แต่คุณ!” เขาเน้นเสียง ขวางทางไม่ให้เธอวิ่งออกนอกประตู และขู่ว่าจะล่ามโซ่หากเธอขืนก้าวเท้าออกไปจากห้อง ชมหวายยั้งเท้าเหมือนลังเล แต่สุดท้ายก็หาจังหวะที่เขาเผลอพุ่งพรวดไปที่ประตู ไม่ว่ายังไง ชรินจะต้องได้รู้ความจริง ก่อนที่คนเป็นพ่อจะเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ในวันรุ่งขึ้น ทว่ากวินคว้าตัวเธอไว้ได้ก่อน “อย่าทำอะไรพ่อฉัน อย่ายุ่งกับครอบครัวฉัน” หญิงสาวประกาศกร้าว สายตาของชมหวายคล้ายกับนกน้อยที่กำลังถูกเหยี่ยวตัวใหญ่เล่นงาน กวินถึงกระชากแขนเธอเข้ามาราวกับเชือกเส้นหนา แววตาของชายหนุ่มไม่ต่างกับพยัคฆ์ร้ายที่จับจ้องหมายจะปลิดชีพเหยื่อ “งั้นคุณก็รับผิดชอบแทนแล้วกัน” ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีจับชมหวายมัดมือมัดเท้าและผลักให้นอนไปกับเตียง เธอทั้งร้องทั้งถีบจนผ้าปูที่นอนร่นลงมากองกับพื้น หนักเข้ากวินจึงเดินไปนั่งข้างๆ แล้วขู่ว่าจะหาผ้ามามัดปากด้วยหากหญิงสาวยังไม่หยุดโวยวาย “เลิกบ้าได้แล้ว!” เขากัดฟันอย่างเหลืออด ชมหวายดันตัวขึ้นและกัดไปที่แขนของเขาเต็มแรง ชายหนุ่มร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บ มองหน้าเจ้าของคมเขี้ยวอย่างเดือดดาล “ชมหวาย!!” เขาโกรธมาก สีหน้าแววตาของกวินบ่งบอกว่าเธอตายแน่หากยังไม่หยุดอาละวาด “มานี่!” มือใหญ่จับใบหน้างามหันมาแล้วใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนใหญ่คาดไปที่ปาก หมดสิทธิ์ที่จะบริภาษสาดด่าใดๆ ทั้งสิ้น “อื้อออ...” ร่างระหงถูกลิดรอนอิสรภาพแต่ก็ยังพยายามจะขัดขืน กวินเดินหัวเสียกลับไปที่โซฟา ยกแขนซ้ายที่ยังเห็นรอยฟันฝังลงเป็นจ้ำขึ้นดูอย่างนึกโมโห เขานั่งมองเธอแผลงฤทธิ์ไปเรื่อยๆ ทั้งที่ปากถูกมัดด้วยผ้า อยากดูน้ำหน้านักว่าจะเก่งได้อีกนานสักแค่ไหน “อวดดีไปเถอะ เดี๋ยวได้สิ้นฤทธิ์แน่” เขาคาดโทษ พร้อมกันนั้นก็ไม่วายหันมามองหน้าคนอวดดี “คุณรู้มั้ยว่าก่อนหน้าทำไมผมถึงช่วยพวกคุณ...ก็เพราะผมไม่อยากให้พวกคุณเป็นอะไรไปก่อนได้ชดใช้กรรมไง หิรัณยรัศมิ์จะต้องย่อยยับด้วยน้ำมือของนายกวินคนนี้เท่านั้น!” เขาประกาศกร้าว ชมหวายได้แต่มองหน้าคนใจยักษ์ด้วยแววตาเกรี้ยวกราด ด้วยแม้แต่จะเอื้อนเอ่ยหรือขยับตัวยังแทบจะทำไม่ได้ ชมหวายดิ้นสุดกำลังก่อนจะทะลึ่งพรวดลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง และพบว่าตัวเองยังนอนแนบอยู่กับพื้นไม้ตามเดิม ทว่าบรรยากาศรอบๆ เริ่มเปลี่ยนไป เสมือนแสงสว่างจากภายนอกจะเล็ดลอดเข้ามา “นี่เราเผลอหลับไปตอนไหน” ร่างระหงไม่รู้เลยว่าน้ำตาแห้งไปเมื่อไหร่ ถึงตอนนี้ความกลัวจับใจยังแล่นอวลอยู่จากเมื่อคืน เธอฝันถึงเรื่องราวเมื่อสองวันก่อน จิตใจยังคงประหวั่นกับเหตุการณ์เหล่านั้นประหนึ่งเพิ่งประสพพบเจอมา “ธารา...กรอบรูป” เธอนึกได้ถึงของขวัญที่อดีตคนรักเคยให้ในคืนนั้น จำได้ว่ากวินลากเอากระเป๋าเดินทางเธอมาทิ้งไว้บริเวณใกล้ๆ กับเก้าอี้ที่เขานั่ง ร่างแบบบางปรี่เข้าไปรื้อเอาเสื้อผ้าและของใช้ออกจนหมด แต่ว่ามันไม่มีสิ่งที่เธอกำลังหา แววตาลุกลนควานสำรวจไปทั่วทุกซอกกระเป๋า กวินไม่ได้หยิบมันมาด้วย หรือเขาอาจจะเขวี้ยงทิ้งไปแล้วระหว่างทาง “โธ่...” คนท้อแท้ได้แต่ถอนหายใจ เวลานั้นเดินไปดับตะเกียงและเปิดม่านรับแสงจากพระอาทิตย์ตอนเช้า แต่สิ่งที่เห็นคือความเขียวของแมกไม้ด้านนอก ที่ซึ่งเมื่อคืนเธอก็ออกไปยืนอยู่ตรงนั้นแต่กลับไม่เห็นถึงความงดงามเหล่านี้ ในยามเช้าอากาศของที่นี่ดีมากๆ ทว่าเมื่อแหงนมองเหนือยอดสูงของแนวไร่อ้อยก็มองไม่เห็นอะไรอื่นอีก ด้านหลังเป็นเทือกเขาทอดตัวยาวสลับซับซ้อน นอกจากเสียงนกร้องแล้วก็มีแต่ความเงียบ เงียบแล้วก็วังเวง ‘ตกลงที่นี่มันคือที่ไหนกันแน่?’ กระทั่งตอนนี้ก็ยังไม่รู้ กวินพาเธอมาทิ้งไว้ที่ไหน เขาหายไปตั้งแต่เมื่อคืนและก็ไม่รู้จะติดต่อชายหนุ่มได้อย่างไร มือถือหรือแม้แต่กระเป๋าสตางค์ก็ไม่มี ตอนนี้หญิงสาวมีแต่ตัว และถ้ากวินไม่กลับมาเธอจะอยู่ได้ยังไงคนเดียว “เฮ้อ!” มือน้อยยกขึ้นปาดหน้าผากมน ปัดปอยผมสีน้ำตาลที่หลุดกระเซิงไปด้านข้าง หันมาพิจารณาบ้านไม้สักชั้นเดียวนี้อีกครั้งอย่างอ่อนใจ เพิ่งเห็นถึงความสวยงามร่วมสมัยของเรือนหลังดังกล่าว พอมองในตอนเช้าบานกระจกใสและหน้าต่างสูงโดยรอบให้ความรู้สึกโปร่งสบายอย่างบอกไม่ถูก แม้เมื่อคืนจะรู้แต่ว่ามันช่างน่ากลัวจับจิตจับใจ ร่างอิดโรยเดินกลับเข้ามาในบ้านอีกครั้งพร้อมกับสำรวจพื้นที่ภายในบ้าน หลังจากกวินกลับไปเธอไม่ได้เยื้องกรายออกไปห่างจากห้องโถงตรงนี้เลย ด้านในลึกเข้าไปยังมีห้องอื่นๆ อีกหลายห้อง เอาเข้าจริงๆ บ้านหลังนี้ไม่ได้เหมือนถูกทิ้งร้างว่างเปล่า สังเกตจากการที่ใช้มือลูบไปตามเฟอร์นิเจอร์ไม้ ปรากฏว่ามันสะอาดแทบจะไม่มีคราบฝุ่น ประหนึ่งว่ามีคนคอยมาปัดกวาดเช็ดถูเป็นประจำ แต่น่าเสียดาย ที่นี่ไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าอะไรเลยแม้แต่อย่างเดียว ชมหวายเดินไปหยุดที่ไซต์บอร์ดไม้สักตัวหนึ่ง รู้สึกเหมือนกับว่าตรงนี้มันต้องเคยมีโทรทัศน์ตั้งอยู่แต่ถูกโยกย้ายออกไป คนอยากรู้อยากเห็นเดินตรงไปยังห้องแรกซึ่งอยู่ถัดจากห้องรับแขก ทว่ามันล็อคกุญแจไว้ ถัดมาอีกฝั่งก็มีอีกห้องหนึ่ง มือเล็กดันบานประตูเข้าไปก็เห็นเตียงนอนขนาดคิงส์ไซส์ตั้งอยู่เกือบจะกลางห้อง แถมด้านในยังถูกตกแต่งไว้อย่างพิถีพิถัน หญิงสาวตรงไปตรวจตราทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในห้องนั้นโดยทันที ทั้งเตียงและผ้าปูที่นอนเรียบสนิทเหมือนเพิ่งจัดไว้ ตู้เสื้อผ้าที่มีแต่เสื้อเชิ้ตและชุดผู้ชาย ที่สำคัญ กลิ่นนี้เป็นกลิ่นน้ำหอมของกวินเธอจำได้ เมื่อเปิดประตูทะลุไปยังห้องน้ำก็เห็นมีข้าวของเครื่องใช้ของผู้ชายบางส่วน เดาว่าชายหนุ่มต้องเคยพักที่นี่ แต่อาจจะแค่ครั้งคราวเพราะสังเกตจากข้าวของที่มีอยู่ ชมหวายใช้เวลาที่เหลือคลายความเศร้าด้วยการสำรวจในตัวบ้าน มือเล็กลากกระเป๋าเดินทางเข้ามาในห้องนอนและเอามือดันเสื้อผ้าของกวินไปชิดมุมตู้ ทยอยหยิบเสื้อผ้าของตัวเองขึ้นมาแขวน ขัดใจหลายเรื่องเพราะกวินโกยมาให้เธอเพียงแค่ไม่กี่ชุด ซ้ำแทบจะไม่มีเครื่องประทินโฉมเลยด้วยซ้ำ ใครจะเชื่อว่าภรรยาของนักธุรกิจอสังหาฯ จะมานั่งคอตกอยู่กลางบ้าน ใครจะคิดว่าเจ้าของรีสอร์ตชื่อดังในจังหวัดสระบุรีจะจับภรรยาขังไว้ในไร่อ้อย เวลานี้ท้องกิ่วเริ่มคำรามเพราะต้องการอาหารประทังชีวิต แต่สภาวการณ์เช่นนี้เธอจะเอาอะไรมายาไส้ ในครัวไม่มีแม้แต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหรือไข่สักฟอง ตู้เย็นโล่งโจ้งมีแต่น้ำเปล่าแช่ไว้ให้ ในตู้เหนือเคาน์เตอร์หรือเตาแก๊สมีแต่น้ำมันพืชกับเครื่องปรุงรส ชีวิตทำไมถึงได้รันทดขนาดนี้ มือเล็กยกขึ้นปาดน้ำตาบ้างในบ้างครั้ง อดน้อยใจในโชคชะตาไม่ได้ที่ต้องมาเจอแต่เรื่องช้ำอกช้ำใจไม่เว้นแต่ละวัน ป่านนี้หลวงพ่อท่านคงจะกำลังประกอบกิจของสงฆ์ คนเป็นลูกไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้กราบไหว้ผู้เป็นพ่อในวันที่ท่านครองสมณเพศ ทำได้แต่ยกมือขึ้นอนุโมทนาสาธุอย่างเงียบๆ อยู่ที่นี่ “ไม่ต้องห่วงนะคะ หวายจะเข้มแข็ง เขาทำอะไรหวายไม่ได้หรอกค่ะ” เธอกลืนก้อนสะอื้นเบาๆ ข่มสติและสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แววตาม่นเงยหน้ามองขื่อบ้านอย่างรันทดใจ หมดเวลาแล้วที่จะนั่งจมจ่อมอยู่ในห้วงน้ำตา ป่านนี้ธาราคงจะมีความสุขอยู่กับครอบครัวที่อบอุ่นของเขา เธอเองเป็นฝ่ายเลือกที่จะแต่งงานกับกวิน ฉะนั้นผลของมันเธอจำต้องรับเอาไว้เอง “คุณจะไม่มีวันสมหวัง คุณกวิน” เธอประกาศกร้าวให้ความว่างเปล่าเป็นพยาน สิ่งเดียวที่ยังคงอยู่คือความทะนงในศักดิ์ศรี ถึงวันนี้เธอก็จะไม่มีวันยอมแพ้ เขาจะแก้แค้นหรือทรมานเธอยังไงก็ตาม แต่หญิงสาวจะสู้และทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ชมธารารีสอร์ตกลับคืนมา “คุณอยากแก้แค้นก็เชิญ แต่จำไว้ ฉันไม่ใช่เชลยของคุณ!” ร่างระหงยืนกำมือแน่น เธอจะไม่ยอมนอนร้องไห้เพื่อให้ชายหนุ่มรังแกได้อยู่ฝ่ายเดียว และหนทางไหนที่จะทำให้เขาเจ็บปวดได้เธอจะทำ ยิ่งแค้นยิ่งดี เธอจะยืนมองกวินถูกไฟแค้นที่สุมไว้เผาตัวเองจนมอดไหม้ในกองเพลิง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD