Part 1
Helpmate:
secret or heart to heart?
จากใจจริง?
คุณคิดอะไรอยู่ Namneung
แบตหมด... แบตชีวิตอะ...หมด!
ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งหนีมานั่งทำหน้าเบื่ออยู่บนโถชักโครกในห้องน้ำ หลังรับไม่ได้กับคำพูดของคู่ดูตัว และกลัวว่าตัวเองจะงาบหัวอีกฝ่ายให้พ่อแม่ต้องเจอปัญหากับ ‘เพื่อน’ เพราะระดับคุณชายใหญ่จะกลาก ๆ เกลื้อน ๆ ก็ต้องปฏิเสธแบบที่ไม่ทำให้คนถูกปฏิเสธ ‘รู้’ ว่าถูกปฏิเสธ แต่คนถูกปฏิเสธจะต้องมั่นใจว่าเป็นคนปฏิเสธเสียเอง
งงไหม... เออ บางทีน้ำหนึ่งก็งงตัวเองอยู่เหมือนกัน
แต่... แล้วจะทำอย่างไรดี?
หญิงสาวยกมือขึ้นเท้าคางทั้งสองข้างและผ่อนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ท่ามกลางเสียงน้ำไหลจากก๊อก เสียงเปิดประตูปิดประตู และรวมถึงเสียงเม้าธ์มอยหึ่ง ๆ ของเหล่าสาว-สาวในห้องน้ำหญิง
โธ่ ถัง... รู้งี้ขอให้คู่นั้นแต่งงานช้า ๆ หน่อยก็ดี แม่จะได้ไม่อิจฉาเพื่อนที่จะได้เป็นทั้งคุณยายทั้งคุณย่าทวด แล้วเพิ่มสปีดการหาลูกเขยขึ้นแบบนี้!
เสียงครืด ๆ ดังขึ้นก่อนที่เธอจะถอนหายใจอีกเฮือก
น้ำหนึ่งกลอกตาไปมาก่อนจะเปิดกระเป๋าและหยิบขึ้นมาดู คิ้วเรียวที่ ‘เรียว’ โค้งเหมือนพระจันทร์เพราะถูกเขียนด้วยดินสอเขียนคิ้วแบบใหม่ล่าสุดเลิกขึ้น หญิงสาวดูประหลาดใจไม่น้อยทีเดียวแต่ก็กดรับ
‘เขา’ โทร.มาได้ยังไง?
“คุณน้ำ”
อ่าฮะ... น้ำหนึ่งกลอกตามองบน
“ให้เดาไหมคะว่าทำไมคุณนาย-ย-ย-ยถึงได้โทร.มา”
น้ำเสียงของเธอที่เหวี่ยงนิด ๆ ทำให้ปลายสายเงียบไปหน่อยหนึ่ง ก่อนจะได้ยินเสียงถอนหายใจ
แน่นอนเขาเป็นผู้ชาย แต่ทำไมเธอถึงได้เรียกว่าคุณนายน่ะเหรอ ก็เพราะ...
ย้อนอดีตกันไปสักนิดหน่อย เมื่อก่อนโน้นที่เพื่อนสนิทของน้ำหนึ่งกับ พี่-
ดวิน ผู้ชายที่เธอปลื้มสุดติ่งกระดิ่งแมวจะแต่งงานกัน พี่ดวินมีเพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่งที่สนิทมากชื่อพระนาย ตอนสองคนนั้นมีปัญหากันเธอกับเขาก็ได้พูดคุยกันบ้าง ก็แบบแนว ๆ ที่ปรึกษาน่ะนะ แน่นอนที่ปรึกษากับที่ปรึกษามาเจอกัน มันก็ได้คุยกันมากขึ้น จนได้กลายมาเป็นเพื่อนกัน
ดังนั้นเมื่อเป็นเพื่อนก็ย่อมมีความสนิทสนม และเมื่อสนิทแล้วการจะเรียกชื่อกันสั้น ๆ ง่าย ๆ ก็เป็นเรื่องปกติ แต่มันก็ไม่ใช่ประเด็น เพราะประเด็นอยู่ที่
มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เธอเผลอเรียกเขาเสียงดังด้วยชื่อคุณพระ จนคนทั้งร้านอาหารหันมามองเป็นตาเดียว
น้ำหนึ่งก็รู้แหละแต่ไม่รู้จะเรียกเขาด้วยชื่ออะไรจะเรียกคุณพระนายก็นะ หลัง ๆ ก็เลยเปลี่ยนมาเรียกว่าคุณนายบ้างเวลาอารมณ์ไม่ค่อยดี ทั้ง ๆ ที่เขามีชื่อเล่นว่า ไนน์ ซึ่งพอเผลอตะโกนผลลัพธ์ที่ได้ก็ไม่ต่างกับเรียกคุณพระ และ...
‘ขอโทษค่ะ ก็น้ำไม่รู้จะเรียกอะไรดีนี่คะ เรียกคุณพระนายก็ยาวเฟื้อยนี่นา’
หนุ่มตี๋ ผิวขาว สไตล์อปป้าทำหน้าเบื่อ ๆ
‘เถอะครับ งั้นก็แล้วแต่คุณน้ำจะเรียกแล้วกัน’
เนี่ยแหละ เพราะเขาเป็นคนง่าย ๆ น้ำหนึ่งก็เลยเหมาเอาว่าเขาโอเค!
“คุณน้ำ” เสียงปลายสายดังขึ้นเรียกให้หญิงสาวกลับมาสนใจอีกครั้ง ก่อนจะได้ยินคำพูดถัดมาของเขา ที่บอกว่าไม่สนใจในประโยคคำถามของเธอก่อนหน้านี้เลย! “เข้าห้องน้ำเกินสิบนาทีแล้วนะครับ”
น้ำหนึ่งส่งเสียงเหอะ แต่แล้วก็นิ่ง จากนั้นดวงตาคู่สวยก็เบิกขึ้น “คุณอยู่ที่นี่ด้วยเหรอคะ แล้วมาทำอะไร มากับใคร เอ๊ะ หรือว่าจะให้น้ำไป--”
“ให้ผมช่วยไหม ดูคุณอึดอัดมากอยู่นะ”
คำถามเรียบ ๆ น้ำเสียงไม่ยินดียินร้ายทำให้หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก
“ผมก็แค่ถามดู ตอนอยู่ที่โต๊ะเห็นคุณยิ้มแหย ๆ แล้วไม่ค่อยแน่ใจ”
“ใช่เลยค่ะ” น้ำหนึ่งรับคำเขา กำลังจะร่ายต่อแต่...
“ออกมาจากห้องน้ำแล้วมาคุยข้างนอกครับ ผมยืนรออยู่ถ้าคุณอยากระบายนะ หรือว่าถ้าอยากให้ช่วย”
น้ำหนึ่งยิ้มกว้าง นัยน์ตาฉายแววปลาบปลื้มตื้นตัน เธอกดวางสายแล้วและกำลังจ้องโทรศัพท์มือถือในมือ
เนี่ย... คุณพระช่วยของแท้!
สี่ทุ่มสามสิบนาที ชายหนุ่มผิวขาวท่าทางสำอางในชุดสูทสีดำเป็นทางการ ดูหรูหราหมาเห่าเหมาะกับสถานที่ ยกข้อมือขึ้นและก้มมองนาฬิกาที่แขวนประดับ เขาผ่อนลมหายใจและเงยหน้าขึ้นอีกหน พลางสอดมือข้างนั้นลงในกระเป๋ากางเกง
เล้านจ์สุดหรูบนตึกสูงเฉียดฟ้าแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานครแห่งนี้ ทำให้ผู้คนแทบจะเข้าใกล้ท้องฟ้าได้แค่เพียงเอื้อมมือ เขาไม่ได้ใส่ใจว่าจะมีคนมองมามากแค่ไหน เพราะสายตามองจับไปยังทางเดินที่ตรงไปสู่ห้องน้ำหญิง รอยยิ้มกว้างขวางเปิดขึ้นเมื่อเห็นร่างเล็ก ๆ เดินพ้นมุมทางเดินออกมา เขายกมือขึ้นคล้ายจะบอกว่าอยู่ตรงนี้
ท่าทางนั้น ท่วงท่านั่น ทำเอาสาวสาวที่กำลังจ้องถึงกับยิ้มเคลิ้มและมองตาปรอย
พระนายยืนตัวตรง ก้มลงมองหญิงสาวตรงหน้าเมื่อเธอเดินมาถึง และริมฝีปากจิ้มลิ้มซึ่งแต่งแต้มไว้ด้วยลิปสติกสีสวยก็ขยับ
“เก้าในสิบค่ะ กับท่ายืน ส่วนสาวสาวที่มองอยู่เกินสิบไปโขค่ะคุณไนน์”
น้ำหนึ่งที่กวาดสายตามองสำรวจเอ่ยสรุป เธอยังยิ้มอยู่ ยิ้มได้แบบที่ถ้าคนไม่สนิทเห็นอาจเรียกได้ว่ากวนประสาท
“อ้อ ที่สิบนาฬิกา มีสาวหุ่นนาฬิกาทรายทำหน้าเบื่อ ๆ เหมือนเสียดายค่ะตอนที่เห็นน้ำหยุดยืนต่อหน้าคุณ”
เขาก็เหมือนพี่ดวินแหละ รูปหล่อ รวย ตกเป็นเป้าสายตาได้ง่ายและเป็นผู้ชายอันตรายที่อย่าเผลอตกหลุมเสน่ห์ ไม่งั้นนอกจากจะเสียตัวแล้วก็อาจจะต้องเสียใจ เพราะเขามีคนที่รักอยู่แล้ว
น้ำหนึ่งไม่ได้หมายถึงตัวเอง แต่หมายถึงสาวในหัวใจของเขาต่างหาก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วเขามีคนที่รักมาก แต่ความห่างทำให้ต้องเลิกกันไปและอีกฝ่ายก็มีสามีไปแล้ว พ่อหนุ่มน้อยคอยรักวัยละอ่อนเลยอกหักดังเปาะและเข็ดในความรัก จนกลายมาเป็นเสือที่ฟาดฟันผู้หญิงเพื่อแก้เหงา มากกว่าจะมองหาคนรักคนใหม่
เหมือนจะน้ำเน่า แต่ถ้าเจ็บมาก คนเราก็จะเข็ดมากเป็นธรรมดา
“แหม คุณน้ำนี่แสนรู้จังเลยนะครับ” เขายิ้มแป้นตาหยี ดูน่ารักแหละถ้าไม่ฟังที่พูดออกมา
น้ำหนึ่งเลือกที่จะไม่สนใจ “มาได้ยังไงคะเนี่ย”
“มาดินเนอร์ครับ เจอคุณน้ำกำลังดินเนอร์เหมือนกันดูมาสักพักละท่าทางเหมือนลำบากใจ”