"โซนเดี๋ยวไปส่งอีเป้หอธันวาด้วยนะ"
"กูเพิ่งรู้ว่ากูเป็นแท็กซี่"
"มึงน่าจะรู้นานแล้วนะคะอีโซนน"
พรึ่บ!
ไอ้เหี้ยนี่...
ผมเก็บคำด่าไว้ในใจและมองแรงไอ้เป้เพื่อนรักเพื่อนแท้คะน้าไปอย่างหงุดหงิดหลังจากที่มันลอยหน้าลอยตาขึ้นมานั่งเบาะหลังโดยไม่ขอเจ้าของรถอย่างผมสักคำส่วนคนเป็นเมียกูก็ขึ้นมานั่งบนรถไม่ห้ามเพื่อนมันเลยสักนิด...ความเกรงใจไม่มีตั้งแต่เมียยันเพื่อนเมีย
"มึงอย่านั่งทับงานกูนะไอ้เป้"
ผมเตือนเพราะผมเอางานร่างแบบไว้เบาะหลังและพอบอกมันก็หันมองกองกระดาษงานผมก่อนจะบอกว่าเออเบาๆและขยับหนีไปนั่งติดกระจก มันเคยลองดีเอางานผมมาดูจนมันมั่วไปหมดจนเกือบโดนผมต่อยมาแล้วถ้าคะน้าไม่ห้ามไว้ก่อน...แตะอะไรแตะได้แต่อย่าแตะเมียกับงานกูไม่งั้นตายอ่ะ
"กินไหม??"
"อะไร?"
ผมเหลือบมองคะน้าที่ยื่นหลอดมาจ่อปากก่อนจะยอมดูดชาไข่มุกกินหลังจากขับออกมาจนใกล้จะถึงหอไอ้เป้ ผมขมวดคิ้วนิดๆขณะที่ในปากก็เคียวไข่มุกไปพลางๆ
"หวานว่ะ นี่ไม่ใช่ร้านที่มึงซื้อประจำนิ"
"อือหือเห็นไหมกูบอกแล้วว่ามันแยกออก" คะน้าพูดออกมาเสียงดังและหันไปชี้หน้าไอ้เป้ยิ้มๆอย่างพอใจ "กูบอกไอ้เป้ว่ามึงจำร้านชาไข่มุกกูกินประจำได้แต่มันไม่เชื่ออ่ะ"
"เอ้าใครจะคิดว่ามันจะจำได้ล่ะหว่า"
"มันกินอะไรร้านไหนกูจำได้หมดแหละ" ผมเอ่ยเบาๆและตบไฟเลี้ยวเข้ามาในหอไอ้เป้ "ลงไปถึงแล้ว"
"ค่าาารู้ค่ะว่าถึงแล้วนี่ก็ไล่กูจัง"
"รำคาญมึงไง"
"ดอก!"
ผมกลอกตาไปมาอย่างเอือมๆไม่อยากจะต่อความยาวกับไอ้เป้อีกและดีหน่อยที่มันไม่ได้มากันสองคนไม่งั้นผมได้ตบะแตกด่ามันทั้งเจนและไอ้เป้แน่
"เออ อย่าลืมขออนุญาตผัวมึงเรื่องวันศุกร์นี้ด้วยล่ะไปแหละจุ๊บๆ"
"อีเป้!"
คะน้าแว้ดใส่ไอ้เป้ทันทีที่มันพูดก่อนจะลงจากรถทิ้งให้ผมอยู่ลำพังกับคะน้า...แต่เดี๋ยว เมื่อกี้ก่อนลงมันบอกว่าไงนะวันศุกร์? ผมเคาะนิ้วไปกับพวงมาลัยพร้อมกับเหยียบคันเร่งออกมาจากหอไอ้เป้ขณะที่ร่างบางกำลังทำตัวเลิ่กลั่กอยู่
"ถึงว่าทำไมรีบไปซื้อรองพื้นจัง นี่เพิ่งวันจันทร์นะโทษที"
ผมหันมองคะน้าขณะที่เธอกำลังนั่งนิ่งฟังผมว่าอยู่และทันทีที่ผมพูดจบคะน้าก็ได้กลายร่างเป็นแมวเหมียวทันที มันหัวเราะเบาๆและกัดริมฝีปากอย่างอ้อนๆ
"โอ้ยยเค้าไม่ได้รีบแต่ของมันต้องมีไง เนี้ยยดูดิหน้าเค้ามันจนจะทอดไข่ดาวได้แล้ว"
"อย่างน้อยมันก็มีประโยชน์"
ผมตอบเบาๆไม่สนใจว่าคะน้าพยายามจะพูดอะไร คือหน้ามันก็ไม่ได้มันเยิ้มอะไรขนาดนั้นนะเอาจริงๆหน้ามันก็ยังสวยไร้ที่ติเหมือนเดิมแหละ
"โหยยยเตงอ่าา"
"เมื่อเช้ามึงยังด่ากูอยู่เลย" คะน้าถอนหายใจใส่ทันทีที่ผมดุไปแบบนั้น "สรุปคือจะไปเที่ยวกัน?"
"ใช่ ก็มันเลี้ยงอ่ะ"
"กินเหล้าไหม?"
"ไปร้านเหล้าจะให้กูกินน้ำส้มก็ไม่ใช่ไหม!"
"ตอบกูแค่แดกกับไม่แดกมึงจะตาย??"
"กินเหล้าจ้า"
คะน้าตอบเสียงหวานและยิ้มกว้างให้ผมหลังจากโดนด่าไปแบบนั้น แต่ผมไม่อยากให้มันไปเลยว่ะไปครั้งก่อนผมก็ได้ไปแบกมันกลับแถมยังไม่ร่วมพวกตัวผู้ที่ไม่รู้ว่ามันมีผัวแล้วอีก...ก็ไม่ใช่ว่าพวกไอ้เป้มันทิ้งเพื่อนหรอกนะแต่เมียผมเองนี่แหละที่รั่นจะแดกน่ะ
"กูไม่อยากให้ไป"
"โอ้ยยย" นั้นไงกูว่าแล้ว "อะไรหนักหนากะอีแค่ไปเที่ยวไปก็ไปกับเพื่อนตั้งเจ็ดแปดคน"
"มึงเมาแล้วมั่ว"
"มั่วยังไง???"
"หาเรื่องคนอื่นไปทั่วน่ะสิ ครั้งก่อนมึงอ้วกอย่างหมา"
"ก็วันเกิดเพื่อน"
"เพื่อนมึงนี่ก็จัญไรเลี้ยงอย่างอื่นไม่เป็นเก่งแต่กับเหล้ากับเบียร์ กูเริ่มโมโหล่ะนะ"
ผมร่ายยาวพร้อมกับเลี้ยวรถเข้าห้างประจำที่คะน้ามักจะมาละลายทรัพย์ขณะที่ตัวเล็กข้างๆก็เอาแต่ถอนหายใจเพราะเถียงไม่ได้ คือมันเถียงไม่ได้จริงๆเพราะเพื่อนเจ็ดแปดคนของมันก็เลี้ยงแต่เหล้านี่เอาจริงๆมันสนิทกับเพื่อนแค่สองคนในกลุ่มนะผมล่ะงงว่าคนที่เหลือจะวุ่นวายอีกทำไม
"นานๆทีป่ะทีมึงไปกินกูก็ไม่ได้ว่า"
"เข้าใจว่าไม่ได้ว่าแต่มึงเป็นผู้หญิงไงไปแต่ล่ะทีมึงแต่งตัวมิดชิดไหมล่ะ หมดกลุ่มก็มีแต่ไอ้เป้เป็นผู้ชายกูจะไว้ใจอะไรได้"
ฟึ้บๆ
ผมดึกเบลท์ออกและดับเครื่องหลังจากที่ขับเข้ามาจอดในที่จอดรถและลงจากรถพร้อมๆกับคะน้าที่เดินหน้ามุ่ยลงจากรถเช่นกัน มันเดินนำไปก่อนเหมือนเด็กงอแงผมเลยรีบก้าวเดินตามไปจับมือมันไว้ให้เดินไปพร้อมกัน
"มึงอย่ามางอแงนะคะน้า"
"แล้วไงจะให้กูไปไหมถ้ากูไม่งอแง??"
คะน้าเงยหน้ามาถามผมขณะที่เรากำลังเดินเข้ามาภายในห้างขนาดใหญ่ ผมขมวดคิ้วมองไปที่พนักงานชายที่กำลังจ้องมาที่ขาของคะน้าและยิ้มกริ่มผมจึงมองตามและเห็นว่ากระโปรงมันเลิกขึ้นนิดหน่อยแต่มันเสือกใส่สั้นอยู่แล้วไงประเด็น
"มองเหี้ยไรครับ??"
"ครับ?"
"โซน!"
คะน้ารีบกระชากแขนผมไว้ทันทีที่ผมถามไอ้พนักงานที่กำลังนั่งอยู่ไม่ไกลอย่างเอาเรื่อง ผมเอื้อมมือไปดึงชายกระโปรงคะน้าลงก่อนจะเหลือบมองไอ้หื่นนั้นอีกครั้ง
"ดูกระโปรงด้วยเวลาลงรถน่ะสัส" ผมดุคะน้าเสียงเรียบและดึงให้มันมาเดินด้านขวาของผมก่อนที่ผมจะเหลือบมองไอ้พนักงานอีกครั้งแต่มันลุกเดินหนีไปทางอื่นแล้ว "เกลียดแม่ง"
"มึงก็ใจเย็นๆหน่อยเดี๋ยวก็มีเรื่องหรอก"
"มีก็มีไปดิ"
ผมบ่นขณะที่คะน้าก็ถอนหายใจออกมาเสียงดังก่อนที่เราจะเริ่มเดินต่ออีกครั้งแม้ว่าผมจะยังอารมณ์เสียอยู่ก็ตาม
"ขอโทษอย่าอารมณ์เสียเลยนะกูอยู่อย่า" หลังจากที่เดินเงียบกันมาสักพักคะน้าก็ว่าขึ้นและยิ้มบางๆขณะที่มือของเราก็ยังคงจับกันไว้หลวมๆอยู่ ผมหรี่ตามองเธอและพยักหน้าช้าๆ "ยิ้มด้วย"
"ทำไมต้องยิ้ม"
"ก็จะได้มีกำลังใจเดิน"
"อะไรของมึงวะ" ผมเอ่ยเบาๆขณะที่คะน้าก็หัวเราะจนผมอดจะยิ้มตามมันไม่ได้ผมเอื้อมมือขึ้นขยี้ผมมันอย่างหมั้นเขี้ยว "อากาศหนาวลงอีกแล้ว"
"ใช่ๆก็ว่าอยู่ปากมึงเริ่มแตกแล้วอ่ะ ได้ใช้ลิปที่กูให้ไหม?"
"ไอ้จิ๊บเอาไป"
"ห๊ะ เอาไปให้เขาทำไมล่ะเนี้ย"
"มันยืม กูก็ลืมถามคืน"
ผมตอบพร้อมกับเกาหน้าตัวเองเบาๆขณะที่คะน้าก็เงยหน้ามองอยู่เธอส่ายหน้าไปมาอย่างเอือมๆก่อนจะดึงแขนผมไปทางร้านเครื่องสำอางค์ขนาดใหญ่ที่มีผู้ชายที่คงเป็นบรรดาแฟนของผู้หญิงในร้านกำลังนั่งรออยู่ข้างนอกแต่ผมกลับเป็นพวกรอไม่ได้และคะน้าก็ไม่ใช่คนที่เลือกนาน
"เดี๋ยวซื้อลิปมันอันใหม่ให้เลยดีกว่าเอาไหม??"
"ไม่เอากลิ่นเดิมนะเหม็นชิบหาย"
"แน่ะรู้เหตุผลที่ไม่ยอมไปทวงคืนจากไอ้จิ๊บแล้วว" คะน้าลากเสียงยาวและชี้ผมทำเอาผมเริ่มจะหลุดเพราะนี่ก็เป็นเหตุผลหลักๆที่ผมไม่ทวงลิปมันคืนจากไอ้จิ๊บมัน "เอากลิ่นมินต์ไหม?"
"ก็คงจะดีกว่ากลิ่นที่แล้วอ่ะ"
ฟึ้บ...
ผมค่อยๆปล่อยมือให้คะน้าได้เลือกเพราะคนก็ค่อนข้างเยอะผมก็ต้องเดินหลบไปด้วย เดินมายืนที่แผงนึงก็ต้องหลบอีกเพราะอีกคนก็จะดูเดินไปแผงไหนคนก็จะดูเต็มไปหมดกูจะไปอยู่ไหนต่อได้วะเนี้ย...
"เฮ้ย ไอ้โซน!"
ผมหันตามเสียงห้าวที่เรียกก่อนจะยักคิ้วให้ไอ้เตอร์เพื่อนอีกคนที่ได้ร่วมงานกลุ่มกันบ่อยๆและได้ไปกินเหล้าบ้างตามโอกาส มันกวักมือเรียกให้ผมไปยืนหลบมุมด้วยผมเลยหันมองคะน้าที่กำลังตั้งใจเลือกรองพื้นอยู่จึงเดินเลี่ยงไปหามัน
"กูก็ว่าใครมึงทำไมไม่รอข้างนอกวะ?"
"มึงยังเข้ามาข้างในเลยนิ" ผมตอบไอ้เตอร์เบาๆซึ่งมันก็ถอนหายใจและหงายแขนให้ผมดูและทันทีที่ผมเห็นมันก็เรียกรอยยิ้มจากผม "สีสวยนิ ลายน้ำที่มึงวาดยังไม่สวยขนาดนี้"
"สัส สวยเห้ไรล่ะแล้วรู้แล้วช่ะว่าทำไมกูถึงได้เข้ามา"
"ก็แค่แฟนมึงยืมลองลิปจะไปโมโหอะไรนักหนา"
"พูดยังกะแฟนคนสวยของมึงไม่ทำ ว่าแต่คะน้าอยู่ไหนล่ะ??"
"วันนี้มันมาซื้อรองพื้น"
"เดี๋ยวก็เลยเถิดไปลิปเชื่อกู"
"กูซื้อให้มันครบทุกสีทุกเฉดล่ะมันบอกตอนนี้สีครบไม่เดือดร้อนอะไร"
ผมตอบหน้านิ่งแต่ไอ้เตอร์กลับหันขวับมามองผมอย่างไม่เชื่อสายตา มันชี้ผมก่อนจะเบิกตากว้าง
"จริงอ่ะ!?"
"อืมเพิ่งซื้อให้มันเดือนก่อน"
"เดี๋ยวสีอื่นก็ออกเชื่อกู"
"ออกแต่ก็ไม่ใช่แบนด์ที่มันชอบมันไม่ซื้อให้เสียตังฟรีหรอก"
"มึงนี่สุดๆเลยว่ะ รู้เรื่องเมียทุกอย่างจริงๆ"
ทำไมวะ...การที่กูรู้ทุกเรื่องของแฟนมันน่าตื่นเต้นยังไงผมล่ะงง อีกอย่างคงเพราะผมคบกับคะน้ามาสักระยะแล้วล่ะถึงจำได้และมันก็ไม่ใช่เรื่องไม่น่าสนใจอะไรเพราะคะน้าก็รู้เรื่องผมทุกอย่างเหมือนกัน
"ไม่เสียแรงที่ได้ดาวมาครองนะเพื่อนกู"
"เออ นั้นแฟนมึงใช่ไหมยืนมองอยู่นั้น"
"เออๆ กูไปก่อนๆ"
"เจอกัน"
ผมพยักหน้าและมองไอ้เตอร์เดินออกไปก่อนจะหันมองคะน้าที่กำลังจ่ายเงินอยู่เงียบๆ
"เอ่อพี่คะอยากสอบถามเรื่องลิปน่ะค่ะ"
เรียวคิ้วผมขมวดเข้าหากันอีกครั้งเมื่อจู่ๆก็มีเด็กผู้หญิงที่ดูแล้วน่าจะประมาณม.ต้นเดินเข้ามาหาผม...เธอคิดว่าผมเป็นพนักงานหรอวะ?
"คือ..."
"หนูไม่แน่ใจว่าสีมันจะแดงไปรึป่าวหนูกลัวมันจะผิดกฎโรงเรียนแต่เพื่อนบอกว่าปากหนูมันซีดไป"
น้องว่าอย่างเขินๆและยิ้มให้บางๆขณะที่ในมือก็มีลิปแบนด์เดียวกันกับที่คะน้าใช่อยู่และผมก็เป็นพวกที่เซียนเรื่องสีสัสๆอีกด้วยไม่งั้นคงไม่เรียนสถาปัตหรอก
"สีนี้พี่ไม่แนะนำ น้องตามพี่มาหน่อย"
ผมเอ่ยพร้อมกับเดินนำมาที่ชั้นของลิปอย่างรู้ทางเพราะมาประจำก่อนจะหยิบอีกสีนึงให้น้อง
"สีพั้นช์กับสีพีชน่าจะเหมาะกับรูปปากน้องมากกว่า แบนด์นี้สีติดทนด้วยแฟนพี่ก็ใช้"
"จริงหรอคะ!? หนูก็เคยเห็นเพื่อนใช้สีนี้นะมันน่ารักมากเลย"
"น้องก็แต่งหน้าอ่อนๆแค่นี้หน้าก็ไม่น่าจะซีดแล้วแหละพี่ว่า"
"แต่หนูแต่งหน้าไม่เป็นอ่ะ"
"ไม่มีเพื่อนหรอ??" ผมถามเบาๆซึ่งน้องก็เงียบไปและดูๆแล้วเธอคงเป็นประเภทที่ไม่ค่อยมีคนคบเท่าไหร่น่ะนะ...เหมือนคะน้าเลยเธอเคยเล่าให้ผมฟังว่าตอนเด็กๆเธอขี้เหร่ "เดี๋ยวพี่แนะนำ"
ฟึ้บ...
ผมหยิบปากกากับกระดาษที่มักจะพกติดตัวออกมาเขียนช่องยูทูปให้ซึ่งช่องที่ว่าก็ไม่ใช่ใครที่ไหนก็คะน้ามันนั้นแหละ...มันชอบสอนแต่งหน้าลงยูทูปและเขาเรียกว่าอะไรนี่แหละผมไม่แน่ใจเท่าไหร่
"ลองไปตามๆดูพี่ไม่แน่ใจว่ามันสอนตั้งแต่เริ่มไหมแต่แต่งตามไม่ยาก"
"พี่ก็แต่งตามได้ใช่ไหมคะ"
"เอ่อ..." กูไม่ได้แต่งหน้านะเฮ้ยแค่แนะนำ ผมยิ้มแห้งๆก่อนจะเหลือบมองคะน้าที่กำลังยืนมองอยู่เลยยกมือตบไหล่น้องเบาๆ "เดี๋ยวก็มีเพื่อนสดใสเข้าไว้นะ"
ผมว่าก่อนจะเดินออกมาหาคะน้าที่กำลังมองหาผมอยู่ซึ่งผมก็ไม่ได้หันมองว่าน้องจะว่าไง ใจจริงผมก็ขี้เกียจยุ่งกับคนแต่พอเห็นว่าน้องเหมือนๆกับคะน้าเลยไม่แยแสไม่ลง
"ไปไหนมาคะท่านไปหลี่สาวมาช่ะ??"
"เออ กูหิวข้าว"
"ปฏิเสธกูบ้างก็ได้ กินไรอ่ะชาบูไหมไม่ได้กินนานแล้ว!"
"เพิ่งแดกไปสามวันก่อน"
"งุ้ยย กินชาบูแหละเนาะ"
"...วันหลังไม่ต้องถามนะว่ากูจะแดกไรมึงบอกมาเลยว่าอยากกินไรเป็นอันจบ"
คะน้าหัวเราะเบาๆก่อนจะควงแขนผมเดินลากไปเข้าร้านชาบูตามใจมันโดยที่ผมก็ไม่ได้ขัดอะไร อยากจะกินก็กินผมกินได้หมดอยู่แหละ...เอาที่มันสบายใจ