ตอนที่ 10 ถวายพระพรองค์รัชทายาทเพคะ

2262 Words
ได้รู้ความลับขององค์รัชทายาทฉันก็เก็บเอามันไว้ในใจ ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์น่าจะมีผลกับตำแหน่งของเขาไม่น้อย เดิมทีตั้งใจจะไม่ยุ่ง แต่พอเห็นผู้คนที่อดยากด้านนอก ก็ยอมไม่ได้ที่จะให้คนอย่างเขาขึ้นครองราชย์ เห็นว่าตอนนี้จิ้นเหอคอยคุ้มกันองค์รัชทายาท บางทีเขาอาจมีข้อมูลอะไรบ้าง ฉันใช้เวลาว่างหลังจากทำงานเสร็จมุ่งหน้าไปหาจิ้นเหอ แล้วแสร้งทำเป็นพบเขา "ท่านจิ้นเหอ" ฉันทักเขา "ช่วงนี้เหมือนข้าจะบังเอิญพบเจ้าบ่อย" เขาตอบกลับด้วยสีหน้านิ่งเรียบ ทำให้ฉันนึกถึงวันที่เราไปให้ทานแกเด็กๆ "มีวาสนากับใต้เท้า เลยได้พบกันทุกทีเลย" ฉันยิ้มให้ จิ้นเหอเห็นดังนั้นก็จ้องมองฉันด้วยสายตาที่ยากจะอธิบาย "ขอบคุณที่ทำป้ายมาให้ข้า ถ้าไม่ได้ท่านข้าคงไม่ได้กลับไปเยี่ยมบ้าน" "ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร" จิ้นเหอตอบ "จริงสิ ช่วงนี้เหมือนท่านจะออกไปทำงานที่นอกวังบ่อยๆ?" "ใช่ องค์รัชทายาทรับคำสั่งให้ตรวจสอบคดีหนึ่ง ฮ่องเต้จึงสั่งให้ข้าติดตามไปอารักขาองค์รัชทายาท" หัวใจของฉันมันเต้นตุบๆ กำลังคิดหาทางสอดเนม นึกไม่ถึงว่าช่วงนี้จิ้นเหอจะทำงานกับองค์รัชทายาทพอดี "ท่านเป็นคนของฝ่าบาท ฮ่องเต้กลับสั่งให้ท่านไปปกป้ององค์รัชทายาท ฝ่าบาทคงรักองค์รัชทายาทมาก" "ฝ่าบาทเลี้ยงดูองค์รัชทายาทมาตั้งแต่เล็ก ฝ่าบาทย่อมให้ความสำคัญ" ฉันพยักหน้าเข้าใจ "ทำไมเจ้าดูสนใจแต่องค์รัชทายาท" "ข้าแค่ไม่เคยเห็นองค์รัชทายาทเลยเกิดความสงสัย" จะโดนจับได้ไม่ได้เป็นอันขาด ดวงตาคมรียาวมองฉันด้วยสีหน้านิ่งเฉยดังคนรู้ทัน "องค์รัชทายาทมีฐานะสูงส่ง นิสัยเย็นชา เจ้าพยายามหลบเขาไว้จะเป็นดี" "เข้าใจแล้ว" ฉันยิ้มจากนั้นก็ขอตัวลาไปทำงานต่อ จิ้นเหอเห็นว่าฉันรับปากเขาก็คลี่ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะแยกไปอีกทางเช่นกัน ช่วงนี้ข่าวของฉันกับจิ้นเหอก็ยังแพร่ไม่หยุด มีหลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเราทั้งคู่มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง ฉันรู้อยู่แล้วว่าเป็นฝีมือของเยว่เทียนจึงไม่ได้สนใจ เดี๋ยวข่าวลือก็คงเงียบไปเอง แต่ทว่าผ่านมาหลายวันแล้วมันกับทวีคูณเพิ่มขึ้น แต่ฉันก็พยายามไม่สนใจตั้งใจทำงานกับพระสนมต่อไป พระสนมซือเซียน ได้เลื่อนขั้นเป็นฉางจ้ายก็มีหลายคนอิจฉา ไม่นึกเลยว่านางจะยังคงเรียบร้อย วันๆ อยู่แต่กับการเย็บปักถักร้อย มีแค่ตอนที่นั่งเย็บผ้ากับนางถึงได้รับรู้ถึงความสงบสุข แม้ฉันจะทำไม่เป็นเลยก็ตาม พระสนมกับสอนอย่างใจเย็นจนตอนนี้ฉันเริ่มปักมันเป็นรูปเป็นร่าง "ดอกไม้ที่เจ้าทำคือดอกอะไรหรือ" พระสนมที่นั่งปักผ้าอยู่เช่นกันถาม "ดอกเยอบีร่าเพคะ" คำตอบของฉันทำให้พระสนมมีสีหน้าแปลกใจ "เยอบีร่า ชื่อพิลึกดี" ได้ยินดังนั้นฉันก็อมยิ้ม "มันมีความหมายไหม" "ความหมายของเยอบีร่ามีด้วยกันสองความหมายเพคะ" ฉันวางเข็มในมือลงพร้อมกับตั้งใจอธิบาย "คล้ายจิตใจที่บริสุทธิ์ไร้เดียงสา ส่วนอีกความหมายคือ เธอคือแสงอาทิตย์ แห่งชีวิตของฉัน ประมาณนี้เพคะ" "เจ้ารู้ตัวไหม ว่าเจ้าเป็นหญิงสาวที่มีคารมคมคาย" พระสนมเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้ม ฉันจึงถามกลับไปว่าลายนกที่ท่านปักนั้นสื่อถึงอะไร "นกนี่น่ะหรือ.... มันคือสิ่งมีชีวิตที่ข้าอยากเป็นที่สุด ได้โบยบินอยู่บนท้องฟ้า มองลงมาคงสวยงามน่าดู" ได้ยินแบบนั้นฉันก็รู้สึกปวดใจ แน่ล่ะ แม้จะสบายมีคนคอยรับใช้ปรนนิบัติดูแล แต่ก็ไม่ต่างอะไรกับนกที่ถูกขังไว้ในกรง ท่ามกลางความอึดอัด ประตูก็เปิดออก ใบหน้าของหนิงเฟิงเหมือนต้องการพูดอะไร เมื่อนางเดินมาถึงก็ทำความเคารพพระสนมซือเซียน "ข้าเหนื่อยแล้ว ที่เหลือมอบให้พวกเจ้าจัดการก็แล้วกัน" พระสนมซือเซียนได้ยินข่าวลือของฉันกับจิ้นเหอผ่านหูมาบ้าง เพราะความไว้ใจนางเลยไม่เคยถามอะไร พอเห็นหนิงเฟิงน้องสาวของจิ้นเหอเข้ามา ก็เลยเปิดโอกาสให้พวกเราพูดคุยกัน "เจ้าโชคดีมากที่ได้รับใช้พระสนมซือเซียน" นางพูดด้วยความอิจฉาเล็กน้อย แม้จะไม่ค่อยชอบหน้าฉันเสียเท่าไหร่ แต่นางก็ไม่เคยมาก้าวก่ายเลยสักครั้ง "เจ้ามาก็ดีแล้ว" ฉันกำลังจะเอ่ยปากนางก็พูดแทรกขึ้น "ที่จริงข้ามาในวันนี้เพราะมีเรื่อง ก่อนหน้านี้เจ้าช่วยข้าเอาไว้ทำให้เจ้ากับพี่ชายข้าถูกปรักปรำว่ามีความสัมพันธ์กัน ตอนแรกข้าก็ไม่ได้ใส่ใจ แต่ตอนนี้คำครหานั่นลือว่าเจ้าคิดอ่อยพี่ข้า ทำให้ข้าโมโหนัก! นี่หมายความว่าเจ้าแอบรักพี่ชายข้า?" "ข้ากับพี่ชายเจ้าบริสุทธิ์ใจ" "แล้วเจ้ากับพี่ข้า มีความสัมพันธ์กันจริงไหม?" "ข้าไม่ได้คิดอะไรกับพี่เจ้า" "จะบอกว่าพี่ชายข้าไม่เหมาะกับเจ้างั้นหรือ" ในใจรู้สึกไม่พอใจกับคำถามของนาง แต่ก็ตอบตามความจริง "พี่เจ้าไม่ว่าหน้าตาหรือนิสัย ดีจนไม่มีที่ติ อนาคตต้องได้ภรรยาที่ดีแน่นอน ข้าไม่เคยคิดดูถูกพี่ชายเจ้า" นางได้ยินแบบนั้นก็สีหน้าดีขึ้น "พี่ชายข้ามีข้อดีมากมาย พักหลังนี้เวลาเจอเขา เขามักจะพูดถึงเจ้าอยู่บ่อยๆ จนข้าเผลอคิดว่าเจ้ากับพี่ชายข้ามีความสัมพันธ์กันจริงๆ" ฉันนั่งเย็บผ้าในมือต่อ หนิงเฟิงเห็นท่าทีนิ่งเฉยก็กล่าวต่อว่า "พี่ชายข้าบอกว่าเจ้าเปลี่ยนไปแล้ว ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องจริง" แม้นางจะไม่พูดตามตรงแต่ก็ดูเหมือนหนิงเฟิงจะเริ่มเปิดใจให้ฉันแล้ว นางไม่ได้พูดอะไรต่อ บอกแค่ว่าต้องการรู้ความจริงเท่านั้น พอได้คำตอบหนิงเฟิงก็จากไป ความรู้สึกที่ตกเป็นข่าวเป็นเรื่องไม่ดี ไม่อาจปล่อยให้เรื่องลุกลามได้ ถ้าเกิดเรื่องใหญ่โตต้องยุ่งแน่ คงต้องไปพูดคุยกับเยว่เทียนเสียแล้ว ได้ข่าวว่านางถูกส่งตัวมาทำงานที่อุทยานหลวง ฉันจึงเดินมาที่นี่ ขณะที่กำลังมองหานาง ตั้งใจจะถามใครสักคน ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น "นางกำนัล! มารินชาให้ข้าที" เสียงทุ้มของผู้มีอำนาจดังมาจากศาลาริมน้ำข้างตน ด้านหน้าศาลามีทหารองครักษ์ยืนเฝ้าอยู่ไม่ห่าง นั่งคือองค์รัชทายาท ชายที่อันตรายที่สุดสำหรับฉัน "ถวายพระพรองค์รัชทายาทเพคะ" องค์รัชทายาทมีใบหน้างดงาม เขาคือคนเดียวกันกับคนที่ซูฮวาหลงรัก และเป็นคนฆ่าล้างตระกูลเธอ ดวงตาคมเหลือบไปหาอีกคนก็เลิกคิ้วขึ้น ไม่คิดว่าองค์ชายสี่จะอยู่ด้วย "ข้าไม่เคยเห็นเจ้า ดี ยังอุตส่าห์จำข้าได้" องค์รัชทายาทพูดจบก็แนะนำคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามตน "ท่านนี้คือองค์ชายสี่" "ถวายพระพรองค์ชายสี่" เนี่ยนเจินยิ้มมุมปาก "นางกำนัลคนนี้หน้าดูคุ้นๆ พี่รองคิดเหมือนกันไหม?" มุมปากของฉันกระตุก ตอนเป็นเด็กองค์รัชทายาทเคยเจอกับซูฮวาครั้งหนึ่ง แม้จะนานมามากแล้ว เนี่ยนเจินก็ยังเอามาพูด เขาต้องคิดอะไรอยู่แน่ "คุ้นหรือ?" องค์รัชทายาททำหน้าคุ้นคิด แต่คงคิดไม่ออกจึงเปลี่ยนเรื่อง "นางกำนัลคนนี้ดูดี ช่างเถอะ ข้ากับองค์ชายเผอิญพบกัน เจ้าก็มารินชาเถอะ" เป็นครั้งแรกที่ได้ใกล้ชิดกับองค์รัชทายาท คนที่น่ากลัวที่สุด ฉันเคยเป็นนักแสดง ต้องเอาความสามารถนั้นมาใช้ กลัวขนาดไหนก็ห้ามแสดงสีหน้าให้เขารับรู้ ร่างบางค่อยๆ เดินไปก่อนจะเริ่มใช้นิวเรียวรินน้ำชา องค์รัชทายาทมีเพียงขันทีเตียวเหยียงที่ติดตามไปไหนมาไหน งานรินชาแต่ไหนแต่ไรก็เป็นงานของนางกำนัล ดังนั้นฉันที่บังเอิญผ่านมาจึงต้องมารินชาให้องค์ชายทั้งสองอย่างเลี่ยงไม่ได้ "วิธีชงชาของเจ้าไม่เลวเลย" ฉันแค่ชงตามบทละครที่เคยแสดงเมื่อชาติก่อน พอองค์รัชทายาทยกขึ้นดื่ม ก็กล่าวชม "อืม ชานี้ชงได้ไม่เลว ชุ่มคอ" "ขอบคุณองค์รัชทายาทที่ชม ถ้าองค์รัชทายาทชอบ วันหลังหม่อมฉันจะชงให้อีกเพคะ" ฉันส่งยิ้มหวาน แม้ในใจไม่ได้รู้สึกยินดีเลยสักนิด แผนในใจผุดขึ้น ถ้ามีโอกาสได้พบกับองค์รัชทายาทอีกครั้ง จะรีบคว้าโอกาสนี้ใกล้ชิดเขา "ก็แค่ใบชาดีเท่านั้น ฝีมือไม่เท่าไหร่" เนี่ยนเจินพูดจบก็วางถ้วยชาในมือลง ฉันมองค้อนใส่เขาไปทีหนึ่ง "ทำไม? เจ้าคิดว่าข้าพูดไม่ถูกหรือ" ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าซูฮวาเคยหลงรักองค์ชายสี่ได้อย่างไรในตอนนั้น พอได้มาอยู่ใกล้ทั้งสองก็พึ่งสังเกตเห็นว่าทั้งคู่มีใบหน้าคล้ายกันราวกับฝาแฝด "หม่อมฉันมิกล้าเพคะ องค์ชายสี่พูดถูกแล้ว" ฉันได้แต่ข่มอารมณ์โกรธเอาไว้ในใจ "ข้าไม่ใส่ใจหรอก ดื่มอร่อยก็พอ" องค์รัชทายาทกล่าวจบก็มองมาทางฉัน "เจ้าชื่ออะไร" "หม่อมฉันซูฮวา เป็นนางกำนัลอยู่ตำหนักพระสนมซือเซียนเพคะ" "ดูท่าทางฉลาดดี ต่อไปถ้ามีโอกาสอีก ก็มาชงชาให้ข้าแล้วกัน" ฉันแอบยิ้มดีใจ "ขอบพระทัยเพคะองค์รัชทายาท ไม่คิดเลยว่าหม่อมฉันจะมีบุญสูงส่งถึงเพียงนี้ แค่ได้เห็นรูปโฉมพระองค์ใกล้ๆ หม่อมฉันก็ไม่กล้า เป็นเพียงนางกำนัลต่ำต้อย ไม่คิดเลยว่าองค์รัชทายาทจะมีจิตใจงดงาม ให้โอกาสนางกำนัลได้แสดงความสามารถ" ฉันยกคำเยินยอมากมายออกมาพูด แววตาขององค์รัชทายาทมองฉันอย่างเอ็นดูและอ่อนโยน เขาสำราญใจ ก่อนจะสังเกตเห็นสายตาของเนี่ยนเจินมองมาที่ฉัน "น้องสี่ ทำไมมองนางกำนัลด้วยสีหน้าแบบนั้น" "ไม่มีอะไร นางกำนัลผู้นี้พูดจาฉลาด พี่รองควรอยู่ห่างๆ ไว้" ท่านไม่คิดจะรอให้ข้าไปก่อนหรือไง นินทาได้หน้าตาเฉย "องค์ชายสี่เข้าใจผิดแล้ว หม่อมฉันไม่ใช่คนอย่างนั้น" ฉันโค้งหัวเล็กน้อย ทำตัวน่าสงสาร องค์รัชทายาทเห็นดังนั้นก็รีบพูดขึ้น "เจ้าอย่าใส่ใจ น้องสี่ก็มีนิสัยแบบนี้แหละ" ดื่มชาไปได้ครึ่ง ก็มีคนมาตามองค์รัชทายาทออกไป ในศาลาจึงเหลือแค่เพียงฉันกับองค์ชายสี่ "องค์ชายสี่จะดื่มชาต่อไหมเพคะ? มิเช่นนั้นหม่อมฉันขอทูลลา" "ดื่ม! ถ้าข้ายังไม่กลับ เจ้าก็ห้ามกลับ เข้าใจไหม" ฉันมองเขาอย่างไม่พอใจ ท่าทีเสแสร้งเมื่อครู่หายเกลี้ยง กลับมาเป็นตัวของตัวเองอีกครั้ง "ทราบแล้วเพคะ" อยากจะปฏิเสธแค่ไหนก็ไม่อาจทำได้ เพราะคนที่นั่งอยู่เป็นถึงองค์ชาย รินชาเสร็จฉันก็นั่งทำหน้างอ ไม่ทันได้เห็นแววตาและรอยยิ้มของเขาผุดขึ้นบนใบหน้า "หึ คำพูดเยินยอและอ่อนหวานเมื่อครู่นี้ล่ะ ทำไมตอนนี้เจ้าไม่แสดงออกมา" ฉันตกตะลึงไม่คิดว่าเขาจะเอาเรื่องนี้ขึ้นมาแซะ ดวงตาคมรียาวจ้องมองฉันไม่กะพริบ "หากองค์ชายสี่ต้องการแค่แกล้งหม่อมฉันเพื่อความสนุก หม่อมฉันก็ขอตัวลาเพคะ" ทำท่าจะลุกขึ้นก็ถูกคนตรงหน้าเรียกไว้ "หยุดนะ! ไม่เข้าใจที่ข้าพูดหรือไง ถ้าข้าไม่อนุญาต เจ้าก็ไปไหนไม่ได้" เขาสั่งฉัน ทำให้ฉันต้องจำใจนั่งอยู่อย่างนั้น "พอข้าไม่มีใจให้ ก็จะหันไปหาพี่รอ...อุ๊บ!" ก่อนที่เขาจะพูดจบฉันเผลอตัวเอามือไปปิดปากเขาเอาไว้ "ท่านจะพูดอะไร เดี๋ยวใครมาได้ยินเข้าก็เข้าใจผิดกันพอดี" ฉันกระซิบ คนที่โดนฉันเอามือปิดปากนั่งนิ่ง พอรู้สึกตัวก็ชักมือออกทันที "เจ้าจะบอกว่าข้าคิดไปเองฝ่ายเดียวงั้นรึ" ตอนนั้นมันซูฮวาต่างหาก อีกอย่างภาพในอนาคตก็บอกว่าสุดท้ายแล้วคนที่ครองใจซูฮวาก็คือองค์รัชทายาท บางทีองค์รัชทายาทรู้ว่าซูฮวาหลงรักองค์ชายสี่ จึงใช้ใบหน้าที่คล้ายกับองค์ชายสี่เข้าหานาง เพื่อหลอกใช้นางให้ช่วยทำให้ตนได้ขึ้นครองราชย์ "อย่าพูดแบบนี้อีกนะเพคะ หม่อมฉันไม่เคยรักองค์ชายสี่ ที่ผ่านมาหม่อมฉันแค่แสดงแกล้งเล่นสนุกเท่านั้น ในเมื่อองค์ชายสี่ไม่มีใจ ก็อย่ามาทำเป็นรู้จักกันเลยเสียดีกว่า" เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ซูฮวามีใบหน้าและผิวพรรณสวยมาตั้งแต่เด็ก แต่นางเป็นคนขี้อิจฉาริษยา เลยทำให้นางไร้เสน่ห์ไม่น่ามอง ข้าเลยไม่คิดจะสนใจ แต่ตอนนี้ทำไมนางถึงกวนใจข้านักนะ เนี่ยนเจินทำได้เพียงคิดในใจ "ฮ่าๆ เจ้าดูน่าสนใจขึ้นเยอะนี่ ความหอมของชาเพิ่มขึ้นไม่น้อย"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD