ต่อหน้าแม่นมผู้ดูแล เยว่เทียนดูไม่วางอำนาจเหมือนตอนแรก นางกล่าวขอโทษอย่างนอบน้อม แก้ต่างว่าตนเองเข้าใจผิด ทำให้แม่นมสงสารเลยปล่อยนางไป
ฉันไม่ใช่คนจิตใจคับแค้นเหมือนที่คนอื่นกล่าวหาซูฮวา ก็เลยไม่คิดร้ายอะไร คิดเสียว่าแต่นี้ไปให้พวกเราต่างคนต่างอยู่
ตอนนี้ฉันถูกส่งตัวมาคอยรับใช้พระสนมซือเซียน น่าเสียดายที่ลู่เสียนกับลี่จูอยู่คนละตำหนักกัน ส่วนเยว่เทียนถูกส่งตัวมาพร้อมกับฉัน แม้เราสองคนจะมีปม ฉันก็ไม่กลัว สิ่งที่ฉันต้องโฟกัสคือองค์รัชทายาท
แต่องค์รัชทายาทอยู่สูงเกินไป เราเป็นแค่นางในต่ำต้อยจะเข้าใกล้เขาได้ยังไงกันนะ... หรือว่า ฉันจะอยู่เฉยๆ ใช้ชีวิตเป็นนางกำนัลอยู่ในวังเงียบๆ
จริงสิ หากเรากับองค์รัชทายาทไม่รู้จักกัน ฉันก็คงไม่ต้องตาย และไม่โดนฆ่าล้างตระกูลแน่ ดังนั้นฉันเปลี่ยนใจแล้ว ฉันจะไม่สนใจองค์รัชทายาท
แต่ทว่า... งานเป็นนางกำนัลนั้นมันลำบากเกินไปไหม แม้มีตำแหน่งเป็นหัวหน้านางกำนัล แต่ก็ต้องคอยทำงานหนักอยู่ดี
"เฮ้อ..." บางทีฉันต้องไต่เต้าปีนขึ้นไปสูงกว่านี้สักหน่อย
"เป็นอะไรของเจ้า" เอ๊ะ ฉันหันไปมองเจ้าของเสียงที่ทำให้ฉันหลุดออกจากภวังค์
"องค์ชายสี่" คิดขึ้นได้ก็หันไปทำความเคารพ
"ฮึ ไม่คิดว่าเจ้าจะเข้าวังจริงๆ" เขาพูดด้วยใบหน้านิ่งสงบ
"องค์ชายมาตั้งแต่เมื่อไหร่เพคะ" ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอเขาในนี้ อย่างว่าที่นี่คือวังหลวง
"ก่อนที่เจ้าจะถอนหายใจไปหลายเฮือก"
ฉันไม่ได้ตอบอะไร ก่อนจะขอตัวลา เพราะคิดว่าชายหญิงอยู่ด้วยกันเพียงลำพังนั้นไม่เหมาะสม
"เดี๋ยว..." เนี่ยนเจินที่ยืนอยู่ทางด้านหลังเรียกฉันไว้ ทำให้ฉันต้องหยุดชะงัก "ข้ายังไม่ให้เจ้าไป"
"เพคะ" ฉันที่เจอปัญหามามากมาย ไม่คิดเลยว่าจะมาโดนแกล้งโดยองค์ชายสี่ "ต้องการให้หม่อมฉันทำอะไรเพคะ"
"วันนี้อากาศดี ดอกไม้สวย ข้าคิดว่าเจ้าเปลี่ยนไป" เขามองเข้ามาในตาสวยก่อนจะกล่าวต่อว่า "หรือว่าเจ้า...."
"เอ๊ะ!" นี่ฉันกำลังถูกจับได้รึเปล่า
"ไม่สบาย" เมื่อได้ยินดังนั้นฉันก็โล่งใจ
"ขอบคุณองค์ชายที่เป็นห่วง หม่อมฉันสบายดีเพคะ" ฉันตอบกลับอย่างสุภาพ แม้ในใจอยากจะวิ่งไปทุบเขาให้ตายคามือก็ตาม
"ฮ่าๆๆๆๆๆ" เสียงหัวเราะของเขาดังไปทั่วสวนดอกไม้ของพระสนมซือเซียน จะว่าไปแล้ว หรือว่าองค์ชายสี่ตั้งใจจะมาหาพระสนมกันนะ "เจ้านี่โง่หรือซื่อกัน ข้าไปล่ะ เบื่อหน้าตาขี้เหร่ของเจ้าเต็มทน"
พูดจบร่างสูงในชุดคลุมสีเหลืองก็เดินจากไปพร้อมกับหัวเราะเดินเหมือนคนบ้า ในความทรงจำของซูฮวา เขาเป็นคนเย็นชาแทบไม่เคยหัวเราะให้เธอเห็นเลยด้วยซ้ำ
"บางทีองค์ชายสี่อาจโดนผีเข้า ไม่ต่างจากเราก็ได้มั้ง" ฮ่าๆ คิดดังนั้นฉันก็เดินหัวเราะกลับไปอีกทาง
แต่เดินมาได้ไม่เท่าไหร่ก็พบเข้ากับจิ้นเหอ หัวหน้าทหารที่มาช่วยฉันเอาไว้ตอนนั้น ตอนนี้เขากำลังเดินมาทางฉันทำให้ฉันหันไปทักทายเขาด้วยรอยยิ้ม
"ท่านจิ้นเหอ ขอบคุณที่ท่านช่วยข้าเอาไว้" ฉันพูดออกมาจากใจจริง
"นั่นเป็นสิ่งที่ข้าควรทำ" จะบอกว่ามันคือหน้าที่ของท่านสินะ "เจอเจ้าก็ดี ข้ามีเรื่องให้เจ้าช่วย"
"ช่วย?" ฉันเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ เราเป็นเพียงนางกำนัลธรรมดา จะไปช่วยอะไรเขาได้ "หากไม่หนักหนาเกินไป ข้าก็ยินดี"
"เอาเป็นว่าพรุ่งนี้เจ้าออกไปนอกวังกับข้า เดี๋ยวข้าจะไปบอกพระสนมเองว่าพรุ่งนี้เจ้ามีธุระ"
"แต่ข้ายังไม่ได้บอกว่าจะไปด้วยเลยนะ"
"หรือเจ้าจะไม่ไป?" เขาถามซ้ำ พอเห็นใบหน้าที่เย็นชาก็นึกถึงตอนที่เขาเข้ามาช่วยเหลือจากเยว่เทียน ฉันก็ถอนหายใจ บุญคุณต้องทดแทน
"ไปเจ้าค่ะ" ทำไมรู้สึกเหมือนโดนบังคับมากกว่าขอให้ช่วยนะ
มุมปากของหัวหน้าองครักษ์คลี่ยิ้มขึ้นมาครู่หนึ่งก่อนจะกลับไปมีสีหน้านิ่งเรียบตามเดิม เขาจ้องเข้ามาในตาฉันจากนั้นก็ทิ้งท้ายไว้ว่า "รับปากแล้วห้ามคืนคำ" ทันทีที่พูดจบร่างสูงก็กล่าวลา
เมื่อเห็นแผ่นหลังของเขาเดินไปแล้วฉันก็ได้แต่เลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่ได้ใส่ใจ บางทีงานที่เขาต้องการให้ช่วยอาจจะเป็นเรื่องสำคัญ มิเช่นนั้นคงไม่ลดตัวมาไหว้วานเราหรอก
พอหันจะเดินกลับไปที่ตำหนัก ฉันก็พบเข้ากับใครอีกคน ให้ตายสิ ไม่คิดเลยว่าจะต้องมาเจอเยว่เทียนที่นี่ "เจ้ามาทำอะไรลับๆ ล่อๆ"
"อะไรของเจ้า" เยว่เทียนทำตัวมีพิรุธ "ข้าแค่ผ่านมา"
"ไม่ใช่ว่าเจ้าแอบสะกดรอยข้ารึ?" ฉันถาม
"คิดว่าตัวเองเป็นใคร ฮึ...เจ้าไม่ได้สำคัญกับข้าถึงขนาดที่ข้าต้องคอยจับตาดูเจ้าหรอก" พูดจบนางก็ทำสีหน้าไม่พอใจ จากนั้นก็เดินกระฟัดกระเฟียดจากไป
ทำไมชีวิตฉันต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยเนี่ย เฮ้อ รีบกลับไปหาพระสนมซือเซียนดีกว่า ตอนนี้ไม่อยากพบใครอีกแล้ว... โชคดีที่พระสนมของฉันเป็นคนดี นางมีจิตใจงดงามไม่คิดร้ายผู้อื่น ไม่คิดเลยว่าคนดีอย่างพระสนมซือเซียนจะอยู่ในวังจนมีตำแหน่งแม้ไม่สูงมากแต่ก็ถือว่ามีหน้ามีตาไม่น้อย เพราะฉางจ้ายไม่ใช่ว่าใครจะได้เป็นได้ง่ายๆ
เมื่อมาถึงใบหน้าสวยก็ส่งยิ้มหวานให้ก่อนจะชวนฉันออกไปเดินเล่นที่นอกตำหนัก "วันนี้จิ้นเหอมาหาข้า"
"เพคะ" ฉันทำตาโตมองเธอ ไม่คิดว่าจิ้นเหอจะมาพบพระสนมก่อนที่จะไปพบฉันที่สวนเสียอีก
"เขามาขออนุญาต ให้เจ้าออกไปช่วยเขาทำอะไรบางอย่าง" พูดจบใบหน้าสวยระหงก็หันมาสบตาฉัน "ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะสนิทกับคนสนิทของฮ่องเต้"
"เปล่าเพคะ" พระสนมเข้าใจผิดแล้ว "หม่อมฉันไม่ได้สนิทกับท่านจิ้นเหอขนาดนั้น เขาแค่เคยช่วยหม่อมฉันไว้ครั้งหนึ่ง หม่อมฉันเลยคิดว่าบุญคุณควรทดแทน"
"อะไรกัน ฮ่าๆๆ" เสียงใสหัวเราะชอบใจ แม้จะกำลังหัวเราะนางก็ยังดูสงบเสงี่ยม น่าทึ่งจริงๆ "ข้ายังไม่ได้ว่าอะไรเลย" รอยยิ้มของพระสนมทำให้ฉันใจชื้น จากนั้นก็พูดต่อว่า "หากเจ้าอยากออกไปข้าก็อนุญาต แต่เจ้าต้องดูแลตัวเองดีๆ ข้าได้ยินมาว่าเจ้าเข้าวังมาไม่เท่าไหร่ ก็มีศัตรูรายล้อมไปหมด ข้าเป็นห่วง"
"ขอบคุณเพคะพระสนม เรื่องที่ท่านได้ยินมานั้นไม่ผิด บางทีอาจเป็นเพราะนิสัยของหม่อมฉันในอดีตส่งผลให้ปัจจุบันมีคนคับแค้นใจมิน้อย" ฉันอธิบายพลางถอนหายใจ "แต่ตอนนี้หม่อมฉันเปลี่ยนไปแล้วนะเพคะ"
"อย่างไรก็ตาม การเป็นคนดีก็ถือเป็นสัจธรรมของมนุษย์ คนดีล้วนเป็นที่ต้องการ แต่เจ้าก็ควรเอาตัวรอดให้ได้ด้วย ยิ่งในวังหลัง เจ้าต้องรู้จักเก็บอาการ ไม่ว่าเจ้าจะโกรธหรือดีใจ ควรซ่อนมันเอาไว้ อย่าแสดงสีหน้าให้ใครใคร่รู้ดูเจ้าออก"
"หม่อมฉันจะจำไว้เพคะ" ไม่คิดเลยว่าคำสั่งสอนพวกนั้นจะมาจากปากของพระสนมซื่อเซียนที่ดูเรียบร้อยไม่ทันคน ความสงสัยก่อนหน้าก็กระจ่างขึ้นใจ ตอนนี้พระสนมซือเซียนพึ่งได้เลื่อนตำแหน่งเป็นฉางจ้าย แสดงว่านางต้องเป็นคนโปรดของฮ่องเต้ อาจมีโอกาสได้ขึ้นไปสูงกว่านี้แน่
หลังจากที่พาพระสนมกลับเข้าตำหนัก ฉันก็ไปทำหน้าที่ของตน ทั้งเก็บกวาด เช็ดถู เมื่อชาติที่แล้วฉันเป็นคนที่ขี้เกียจ ไม่คิดเลยว่าชาตินี้จะได้มาทำงานใช้แรง... แม้จะเหนื่อยแต่ก็บอกตัวเองอยู่เสมอว่าต้องผ่านมันไปให้ได้...
ตกดึกฉันก็กลับมายังห้องนอนของตัวเอง วันนี้ฉันนอนไม่หลับ อาจเป็นเพราะรู้สึกกังวลในหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะเรื่องของวันพรุ่งนี้ จิ้นเหอจะพาฉันไปที่ไหนนะ แล้วเรื่องขององค์รัชทายาทล่ะ ฉันจะทำยังไงดี
ขณะที่กำลังคิดอะไรอยู่นั้น ภาพในอนาคตของซูฮวาก็ลอยเข้ามาในหัว ฉันเห็นท่านพ่อกับแม่เลี้ยงถูกตัดคอ ข้างๆ มีลู่เสียนกับลี่จูอยู่ตรงนั้นด้วย มันเป็นภาพที่หดหู่ พื้นรอบด้านเต็มไปด้วยน้ำสีแดงสดละเลงไปรอบตัวของพวกเขา จากนั้นก็ตามด้วยซูฮวาที่จ้องมองดาบแหลมคมทิ่มแทงมาที่ตนโดยในมือยังคงถือถ้วยกระเบื้องที่ว่างเปล่า...
ความหวาดกลัวที่พังพูนเข้ามา ทำให้ฉันใจสั่นราวกับมันจะระเบิด ฉันเริ่มกลัววังหลวงแห่งนี้ไปทุกที มันไม่ได้รู้สึกสนุกเหมือนตอนแรกเสียแล้ว
แกร๊ก!... ประตูห้องเปิดออกทำให้ฉันที่ตกอยู่ในภวังค์สะดุ้งตื่น ก่อนจะหันไปมองคนที่เปิดประตูเดินเข้ามา "........"
"นั้นไง! นางคงกำลังนั่งคิดถึงท่านจิ้นเหออยู่เป็นแน่" เยว่เทียนชี้มาทางฉัน โดยมีแม่นมผู้ดูแลยืนหน้านิ่วอยู่ทางด้านหลัง ใบหน้าของพวกนางแดงก่ำอย่างกับฉันทำอะไรผิด
ฉันนั่งนึกอยู่นานก็นึกไม่ออกว่าตัวเองทำอะไรผิด... เยว่เทียนเจ้าจะตามจองล้างจองผลาญข้าไปถึงเมื่อไหร่กัน