ตอนที่ 2 การหยิบยื่นครั้งนี้ถือเป็นบุญคุณ

1308 Words
"ข้าไม่ต้องการเข้าวัง เหตุใดท่านพ่อถึงไม่เข้าใจข้า" เสียงของใครบางคนลอยเข้ามาในหัวทำให้ร่างของคนไร้สติที่นอนอยู่บนเตียงไม้ส่ายหัวไปมาอย่างเจ็บปวด "เจ้าต้องเป็นฮองเฮา เอาชนะใจองค์รัชทายาทให้ได้" เสียงของผู้เป็นบิดากล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ไม่ เหตุใดท่านถึงทอดทิ้งข้าได้ลงคอ ท่านก็รู้ว่าในวังหลวงอันตรายขนาดไหน" "โตแล้วไม่เชื่อฟังบิดา เนรคุณนัก!..." ผู้เป็นบิดาของหญิงสาวตะโกนออกมาด้วยความโมโห หลังจากนั้นฉันก็ได้ยินแต่เสียงสะอื้นดังระงมไปทั่ว จากนั้นก็มีเสียงของใครอีกคนแทรกเข้ามา "ฟังข้านะซูฮวา เพื่อวงศ์ตระกูล หากเจ้าไม่อยากให้ท่านพ่อของเจ้าลำบากก็เข้าวังเสียเถอะ" น้ำเสียงอ่อนโยนแต่คนฟังไม่รู้สึกถึงความจริงใจเลยแม้แต่น้อย เธอเป็นใครกัน ใบหน้าของซูฮวาที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียงส่ายไปส่ายมาพร้อมกับเม็ดเหงื่อจำนวนมากผุดขึ้นมาอย่างไม่หยุดหย่อน "คุณหนู" ฮือออ ลี่จูกับลู่เสียนสาวใช้ที่โตมาพร้อมกับซูฮวาร้องห่มร้องไห้เมื่อเห็นนายของตนไม่ยอมตื่น มือก็ใช้ผ้าสะอาดเช็ดเหงื่อบนใบหน้าสวยอย่างเบามือ หนิงเหมยสาวใช้เก่าแก่ของตระกูลซูยืนมองร่างบางด้วยใบหน้านิ่งสงบ แต่ในใจของเธอเต็มไปด้วยความเป็นห่วงใย "พวกเจ้าเลิกร้องได้แล้ว" หนิงเหมยเอ่ย "เป็นเพราะคุณหนูไม่อยากเข้าวัง จึงได้ทำตัวเหมือนคนเสียสติ พูดจาก็แปลกพิกล โถ่ คุณหนู ฮือออ" ลี่จูร้องไห้ไปพึมพำไป "เข้าวัง?" เนี่ยนเจินที่ยืนดูอยู่นานแล้วเอ่ย "ใช่เจ้าค่ะ นายท่านกับฮูหยินต้องการให้คุณหนูไปคัดเลือกนางสนม แต่คุณหนูไม่ยอม เอาแต่อาละวาดจนเสียสติ" ลู่เสียนกล่าว เนี่ยนเจินได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วพร้อมกับมองสำรวจใบหน้าขาวของซูฮวา ข้าไม่แปลกใจเลยที่นางไม่อยากเข้าวัง ตั้งแต่เกิดก็ใช้ชีวิตอย่างคุณหญิงมาโดยตลอด มีข้าบริวารคอยรับใช้ รังแกผู้อ่อนแอกว่าโดยมิกลัวการโดนลงโทษ หากได้ไปอยู่ในวังก็ต้องไปคอยรับใช้ปรนนิบัติพระสนมของฮ่องเต้ ใครเล่าจะไปอยากคอยรับใช้ผู้อื่น ฉันเริ่มปวดจี๊ดที่หัวอย่างรุนแรงอีกครั้ง มันปวดราวกับโดนเข็มพันเล่มทิ่มแทง จากตอนแรกที่มีเสียงลอยเข้ามาในหัว บัดนี้ได้มีโฉมหน้าผู้คนที่ฉันไม่รู้จักถาโถมเข้ามาจนรับไว้แทบไม่ไหว ทำให้ฉันต้องสูดลมหายใจเต็มปลอดก่อนจะมีภาพและเสียงร้องไห้จากคนที่ฉันเคยแกล้ง คำด่าทอ คำสาปแช่งต่างๆ ซูฮวาเจ้าของร่างนี้ เดิมเธอไม่ใช่คนดีอย่างที่คิด จิตใจของเธอเต็มไปด้วยความแพศยา แม้แต่ทาสรับใช้ของตระกูลก็ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ เว้นเสียจากลี่จูกับลู่เสียนที่คอยรับใช้อยู่ข้างเธอมาตลอด ใบหน้าของทั้งสองนั้นล้วนเคยโดนฝ่ามือของคุณหนูซูฮวาฟาดใส่อย่างไม่ยับยั้งก็หลายครั้ง เสียงสะอื้นทำให้ฉันค่อยๆ ลืมตา ในตอนแรกภาพตรงหน้าไม่ชัดนัก แต่ผ่านไปไม่นานสายตาก็ปรับมาเป็นปกติ "คุณหนู คุณหนูเจ้าคะ" "ลี่จู ลู่เสียน" ฉันพึมพำเบาๆ ก่อนหันไปเห็นหนิงเหมยมองฉันอย่างคนรู้สึกผิด อีกมุมหนึ่งก็มีองค์ชายเนี่ยนเจินยืนมองฉันมาแต่ไกล ข้างกายเขาคือองค์รักที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน ความทรงจำทั้งหมดของซูฮวาเข้ามาอยู่ในหัวของฉัน เป็นเพราะเธอไม่อยากเป็นนางสนมจึงพยายามจะปลิดชีพของตัวเองด้วยการวิ่งลงไปในคลอง แต่ทว่าไปไม่ถึงร่างบางได้ล้มลงแล้วหมดสติเสียก่อน จากนั้นก็มีตัวฉันเข้ามาสิงอยู่ในร่างของเธอ แล้วซูฮวาตัวจริงอยู่ที่ไหนกันล่ะ... "ไม่อยากเป็นสตรีวังหลังถึงขั้นแกล้งเสียสติเลยรึ" เนี่ยนเจินเหน็บแนบ "......." ฉันไม่ตอบโต้ทำหูทวนลมมองคนที่สูงศักดิ์ด้วยสายตาเย็นชา อดีตเนี่ยนเจินกับซูฮวาเคยเล่นด้วยกันในตอนที่ยังเป็นเด็ก เนื่องจากเนี่ยนเจินหน้าตาดีมีบารมีมาตั้งแต่เกิด ทำให้ซูฮวาตกหลุมรักเขาตั้งแต่แรกพบ นั่นจึงทำให้เด็กผู้หญิงทุกคนที่เข้าใกล้เนี่ยนเจินโดนรังแก ครั้งหนึ่งเนี่ยนเจินเห็นว่าซูฮวาพยายามใส่ร้ายเด็กสาวที่เคยเป็นเพื่อนเล่นตน จึงรู้ว่าซูฮวามีนิสัยโหดร้าย จิตใจคับแคบ ตั้งแต่นั้นเนี่ยนเจินก็ตีตัวออกหากและรังเกียจเธอมาตลอด "ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร" ดวงตากลมจ้องมองเนี่ยนเจินอย่างเอาเรื่อง แม้ซูฮวาจะเคยหลงรักเขาแต่กับฉันที่อยู่ในร่างนี้เขาเป็นแค่เพียงคนแปลกหน้าเท่านั้น "คุณหนู องค์ชายสี่เป็นคนช่วยคุณหนูเอาไว้เจ้าค่ะ" ลี่จูเล่าเหตุการณ์หลังจากที่ฉันหมดสติไปให้ฟัง นั่นจึงทำให้เนี่ยนเจินกล่าวต่ออีกว่า "ข้าเห็นแก่เคยเป็นเพื่อนเก่า จึงยื่นมือไปช่วยเหลือ การหยิบยื่นครั้งนี้ถือเป็นบุญคุณ" ได้ยินดังนั้นฉันก็ลุกขึ้นนั่งก่อนจะยกมือขึ้นทำความเคารพอย่างสุภาพ "หม่อมฉันจะจำบุญคุณครั้งนี้เอาไว้เพคะ" ถึงจะไม่ถูกชะตาอย่างไร เขาก็เป็นถึงองค์ชาย จึงไม่อาจจะทำตัวไร้มารยาทด้วยได้ "และขออภัยที่หม่อมฉันวิ่งไม่ดูทางจนไปชนองค์ชายจนเกือบได้รับบาดเจ็บ" "เอาเถอะ ยังดีที่เจ้ายังไม่เสียสติจนลืมประมาณตน" เนี่ยนเจินกล่าวอย่างไม่เอาโทษ "ข้ากับสหายต้องไปแล้ว" "เดินทางปลอดภัยเพคะ" หนิงเหมยสาวใช้วัยกลางคนเดินออกไปส่งชายทั้งสอง ทำให้ในห้องเหลือแค่ฉันกับลี่จูและลู่เสียน "คุณหนูยังโกรธลี่จูอยู่ไหมเจ้าคะ" ลี่จูถามน้ำตาคลอ "เชิญลงโทษพวกเราได้ตามใจชอบเลยเจ้าค่ะ" ลู่เสียนกล่าวต่อ นั่นทำให้ฉันตกใจมาก มันเหนือความคาดหมายเสียจริง "เจ้าทั้งสองไม่โกรธเคืองข้าหรือ ทั้งที่ผ่านมาข้าให้พวกเจ้าคอยรับเคราะห์ที่ข้าเคยไปกระทำไม่ดีกับผู้อื่นมาตลอด" แน่นอนว่าคนที่คอยโดนเฆี่ยนตีจะเป็นลี่จูกับลู่เสียน "ไม่เลยเจ้าค่ะ" ทั้งสองตอบพร้อมกัน จากนั้นลู่เสียนก็กล่าวต่อว่า "คุณหนูเป็นคนรับพวกเรามาเลี้ยงตั้งแต่เด็ก ถ้าไม่มีคุณหนูซูฮวา ลี่จูกับลู่เสียนคงไม่ได้มีชีวิตอยู่มาจนถึงทุกวันนี้หรอกเจ้าค่ะ" ฟังมาถึงตรงนี้ภาพในอดีตของซูฮวาในวัยเด็กก็ลอยเข้ามา ลี่จูกับลู่เสียนในตอนนั้นเป็นเพียงเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ที่มีร่างกายซูบผอมราวกับไม่ใช่มนุษย์ พวกเธออดอาหารมาหลายวันแล้ว คนแถวนั้นบอกว่าพ่อแม่ของพวกเธอถูกฆ่าตายเพราะไม่ยอมจ่ายหนี้ ทำให้เด็กน้อยทั้งสองกำพร้า ซูฮวาในตอนนั้นแค่ต้องการให้ทั้งสองมาเป็นเพื่อน จึงขอร้องท่านพ่อให้รับเด็กน่าสงสารมาเลี้ยง ในตอนนั้นซูเฉินรักลูกสาวยิ่งกว่าชีวิตจึงตามใจนางด้วยการรับเด็กทั้งสองมาเป็นคนรับใช้ในตระกูลพร้อมกับให้เงินแก่พวกนางเป็นการตอบแทน ไม่คิดเลยว่าบุญคุณในครั้งนั้นจะทำให้พวกนางซื่อสัตย์มาจนทุกวันนี้ "ข้าจะเข้าวัง" นั่นเป็นคำพูดแรกหลังจากที่ฉันนิ่งเงียบไปนาน ทำให้สาวใช้ทั้งสองเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ "เจ้าคะ!!"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD