ตอนที่ 4 หน้าที่ของพวกเจ้าคือต้องปรนนิบัติเจ้านาย อย่าได้ อย่าได้คิดแต่อิจฉาริษยา จำคำข้าไว้

1695 Words
ระเบียงทอดยาว หลังคาสูงตระหง่าน ผู้มีอิทธิพลต่างขับเคี่ยวต่อสู้ ทองอร่ามแวววับทำให้ลืมตาแทบไม่ขึ้น เป็นสถานที่ที่สูงส่งที่สุดในแผ่นดิน วังต้องห้าม... ความทรงจำเหมือนผ้าม่านเป็นชั้นค่อยคลายออก ทำให้ฉันเห็นเรื่องราวในอดีตของซูฮวา ที่ฉันตัดสินใจเข้าวังหลวง ไม่ใช่แค่เพราะอยากนึกสนุก แต่นี่เป็นทางเดียวที่จะทำให้ฉันมีชีวิตอยู่ต่อในโลกนี้ได้ ใช่แล้ว ฉันไม่ได้เพียงแค่เห็นอดีตแต่ฉันสามารถมองเห็นอนาคต แล้วอนาคตที่ท่านพ่อวาดฝันไว้ให้ซูฮวานั้นถือเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดมหันต์ ท่านพ่อจะรู้หรือไม่ว่าองค์รัชทายาทที่ท่านยอมทุ่มเทกำลัง ยกทรัพย์ของวงตระกูลและลูกสาวให้แก่เขานั้นจะมาแว้งกัดทำร้ายตัวท่านพ่อในภายภาคหน้า อนาคตที่ฉันเห็นคือองค์รัชทายาทจะได้ขึ้นครองราชย์เป็นฮ่องเต้ โดยมีท่านพ่อของซูฮวาคอยสนับสนุน หมิงเจ๋อจึงแต่งตั้งให้ซูฮวาขึ้นเป็นฮองเฮาเป็นการตอบแทน แต่ทว่า... หมิงเจ๋อนั้นไม่ได้รักซูฮวาเลยแม้แต่น้อย เมื่อครองราชย์มีอำนาจดังความปรารถนา เขาก็ทอดทิ้งเธอ ส่งเธอไปอยู่ที่ตำหนักเย็น จากนั้นก็ใช้ชีวิตสำราญอยู่กับเหล่ากุ้ยเฟยราวกับสมบัติล้ำค่า เท่านั้นยังไม่พอ ยังฟังคำใส่ความไม่แบ่งแยกผิดถูก ตอบแทนคุณด้วยความแค้นประหารทั้งตระกูลของนาง ถ้าหากฉันต้องอยู่ในร่างนี้ ก็ต้องเอาตัวรอด ต้องขัดขวางทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้คนชั่วนั่นขึ้นครองราชย์ "คุณหนู! คิดอะไรอยู่หรือ" ลี่จูเรียกฉันที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ "......" ฉันหันไปมองเจ้าของเสียง ก่อนจะเห็นร่างของข้าหลวงเฒ่ามุ่งหน้าเข้ามาทางพวกเรา ตอนนี้ทุกคนถูกส่งมายังแผนกซักผ้า นี่อาจเป็นการประชุม "พวกเจ้ารู้ดี ว่าในวังหลวงไม่ได้สบายอย่างที่พวกเจ้าคิด" หญิงวัยกลางคนน้ำเสียงดุดันจ้องมองมาทางพวกเรา "ฟังให้ดีนะ หน้าที่หลังจากเข้าวังมาแล้วคือการดูแลเจ้านาย งานในวังอย่าสะเพร่าเป็นอันขาด ถ้าเกิดเรื่องผิดพลาด แม้แต่เรื่องเล็ก ชีวิตก็อาจรักษาไว้ไม่ได้" ในลานตำหนักที่กว้างใหญ่ เหล่าหญิงงามที่พึ่งเข้าวังต่างยืนอย่างเป็นระเบียบ ทุกสายตาจ้องมองไปยังนางข้าหลวงผู้เข้มงวด เมื่อฟังสิ่งที่นางพูดแล้วก็ยิ่งรู้สึกกดดัน "ในวังดูที่ฐานะเป็นสำคัญ ตามฐานะแบ่งแยกงานที่ทำในวัง แล้วกฎของวังพวกเจ้าก็ต้องท่องจำให้ขึ้นใจ" นางข้าหลวงบอกเรื่องกฎต่างๆ จากนั้นก็พูดถึงตำแหน่งในวัง หากในอนาคตทำดีก็มีแววจะได้เลื่อนตำแหน่งแล้วออกไปทำงานอย่างอื่นที่ไม่ใช้แรง ยากจังแฮะ... ฉันคิดในใจ "นางข้าหลวงเฒ่านี่ดุจังเลยเนาะ" ลี่จูเอ่ย จากนั้นก็ตามด้วยลู่เสียน "ข้าแก่ไปจะเป็นแบบนางไหมนะ คิกคิก" "เจ้าอาจจะพูดเก่งกว่านาง" ฮ่าๆ ลี่จูตอบ "เอะอะอะไรกัน!" นางข้าหลวงมองมาทางพวกเรา แววตาดุดันเกรี้ยวกราด ทั้งสองที่โดนดุใบหน้านิ่งจ๋อย ทำให้ฉันแอบขำอยู่ในใจ... ถ้าหากมีผลงานดีได้เลื่อนขั้นก็จะมีโอกาสได้ออกไปรับใช้พระสนมตำหนักต่างๆ ต่อไปอาจจะง่ายขึ้น ถ้าฉันยิ่งไปไกลก็จะเข้าใกล้ตัวองค์รัชทายาทได้ง่าย ตอนนี้องค์รัชทายาทยังไม่รู้จักซูฮวา ถ้าพบกันคงไม่รู้ว่าเป็นใคร ดี... จะได้ง่ายขึ้นหน่อย "หน้าที่ของพวกเจ้าคือต้องปรนนิบัติเจ้านาย อย่าได้คิดแต่อิจฉาริษยา จำคำข้าไว้" ข้าหลวงเฒ่าพูดต่ออีกเล็กน้อยก็ขอตัวลา บอกให้ทุกคนไปทำงานของตัวเองเสีย หลังจากแยกย้าย ฉันก็มองผ้าที่กองอยู่บนพื้น "งานพวกเราคือซักผ้าสินะ" "เจ้าค่ะคุณหนู... เอ่อ" ลี่จูทำเสียงตะกุกตะกัก "อะไร" ฉันถามพร้อมกับย่อตัวลงไปนั่งบนเก้าอี้ไม้อันเล็ก จากนั้นก็นำผ้าลงไปจุ่มในน้ำพร้อมกับใช้มือขยี้อย่างเคยชิน "ลี่จูไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าคุณหนู..." ฉันมองลี่จูที่พูดไม่ยอมจบประโยคสักทีด้วยความสงสัย ลู่เสียนเห็นดังนั้นเลยกล่าวแทนว่า "ซักผ้าเป็นด้วยหรือเจ้าคะ" ได้ยินดังนั้นฉันก็นึกขึ้นได้ว่าซูฮวาถูกเลี้ยงดูมาอย่างคุณหนูตั้งแต่เด็ก เคยซักผ้าเสียที่ไหน... ถึงฉันจะเป็นถึงนักแสดงที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ฉันก็ยังต้องซักผ้าเองเลย ทำไงได้ ก็เสื้อบางตัวมันไม่สามารถปั่นด้วยเครื่องซักผ้าได้นี่ "อ๋อ ฉันก็เคยดู..." ตายจริง ดันเผลอพูดภาษาในยุคปัจจุบัน ก่อนที่ลี่จูกับลู่เสียนจะสงสัยฉันก็รีบกล่าวต่อว่า "ข้าเคยดูเจ้าซักไงล่ะ จำไม่ได้หรือ" "ไม่ใช่อย่างนั้น" คำพูดของลี่จูทำให้ฉันหยุดชะงัก "มันต้องทำแบบนี้เจ้าค่ะ คุณหนู" ลู่เสียนหยิบผ้าลงไปแช่ในน้ำ จากนั้นก็ใช้ไม้พายตบเข้าที่ผ้าอย่างชำนาญ เพราะแรงกระแทกทำให้น้ำจากผ้ากระเด็นไปรอบด้าน แต่ก็ไม่มีใครตกใจเหมือนเป็นเรื่องปกติ "พอตีผ้าเสร็จก็บิดมันอย่างนี้นะเจ้าคะ ถ้าหากตรงไหนมีรอยเปื้อน ก็ใช้หินนี่ถูเอาลอยเลอะออกแค่นี้ก็เป็นอันเสร็จ" มันเป็นอะไรที่สุดยอดมาก ฉันเคยเห็นแต่ในละครทีวี จะว่าไปก็เคยเล่นละครแนวย้อนยุคมาก่อน แม้จะไม่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ก็ตาม นักแสดงที่เล่นเป็นคนซักผ้า ยังสู้ลู่เสียนไม่ได้เลยจริงๆ "ลู่เสียนเจ้าเก่งจังเลย ผ้าขาวนี้โดนเจ้าตีซะน่วมเลยแฮะ" "ฮ่าๆๆ คุณหนูก็ชมเกินไปแล้ว" ลี่จูเอ่ย ก่อนจะหยิบผ้าอีกตัวมาแสดงฝีมือของตัวเองให้ดูบ้าง ฉันเห็นลี่จูก็ตาลุกวาว "ไม่คิดว่าเจ้าก็มีฝีมือเช่นกัน" เสียงหัวเราะของเราทำให้นางข้าหลวงที่ยังไม่ไปไหนไกลหันมองมาพอดี "เอาล่ะๆ งั้นดูฝีมือข้าบ้าง" พูดจบฉันก็เอาผ้าลงไปแช่น้ำ จากนั้นก็ใช้ไม้พายตีให้เศษฝุ่นกระเด็นออก "ไม่คิดเลยว่าการซักผ้าจะสนุกขนาดนี้" "นั่นสิ ลี่จูก็มัวแต่กังวลว่าคุณหนูจะไม่คุ้นเคยกับงานในวัง ตอนนี้เห็นคุณหนูตั้งใจ ก้อนหินในหัวใจก็วางลง" ลี่จูพูดพร้อมรอยยิ้ม "เหอะ... เอะอะเสียงดังน่ารำคาญ" ขณะที่กำลังสนุกกับงานก็มีเสียงหนึ่งแทรกเข้ามา ทำให้พวกเราทั้งสามต้องหยุดงานในมือลง "ซูฮวา ไม่คิดเลยว่าเป็นเจ้า" ฉันมองหญิงที่อยู่ในชุดนางกำนัลเหมือนกันก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเธอคือหนึ่งในเด็กหญิงที่ซูฮวาเคยแกล้งตอนยังเป็นเด็ก "........." "เจ้าสามคนก็ยังทำตัวติดกันราวกับเป็นญาติพี่น้อง เอ๋.. รึว่าข่าวลือจะเป็นจริง" เยว่เทียน เป็นลูกขุนนางสถานะเดียวกับซูฮวา ดูเหมือนความสัมพันธ์ของทั้งสองจะไม่ค่อยลงลอยกันเสียเท่าไหร่ "ข่าวลือ?" ฉันถาม "นี่เจ้าไม่รู้หรือแกล้งไม่รู้" พูดจบก็ยืนหัวเราะเหมือนคนบ้า ประสาทรึเปล่านะ "ฮ่าๆๆ ซูฮวาเอ๋ย ใครๆ ก็บอกว่าแม่เจ้าไปแอบท้องกับชาวบ้าน เลยให้พ่อเจ้าเอาลูกมาเลี้ยงให้เป็นทาสคอยรับใช้อยู่ที่บ้านตั้งสองคน" "เจ้าพูดเกินไปแล้วนะ ข้ากับลี่จู..." ลู่เสียนโวยวายแต่ฉันยกมือห้ามไว้ก่อน "เยว่เทียน เจ้าถอนคำพูดเดี๋ยวนี้นะ" ฉันกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ทำไมข้าต้องถอนคำพูดด้วย ปากก็อยู่บนตัวข้า ข้าพูดอะไรมันก็ปากข้า" เยว่เทียนทำหูทวนลม ตั้งท่าจะเดินหนี "แม่ข้าก็เสียไปนานแล้ว เจ้ายังใส่ร้ายล่วงเกินคนตาย ช่างกล้าหาญนัก" "นี่เจ้า!" เยว่เทียนใบหน้าแดงก่ำ ไม่รู้เสียแล้วว่านางมารร้ายตัวจริงไม่ใช่ซูฮวา แต่เป็นฉันต่างหากล่ะ "พวกเจ้าไม่ได้ฟังที่ข้าพูดเลยหรือไง!" เสียงตะโกนของนางข้าหลวงทำให้ทุกคนเงียบสงบ "พวกเจ้าเอาแต่เกี่ยงกันทำงาน แล้วยังทำตัวว่างหาเรื่องคนอื่น ไม่มีการมีงานทำกันแล้วรึ" แววตาของนางข้าหลวงดุดันน่าเกรงขามมองไปที่เยว่เทียน ก่อนจะกล่าวต่อว่า "จากนี้ไปหัวหน้าของกลุ่มพวกเจ้าคือซูฮวา พวกเจ้าต้องฟังที่หัวหน้าสั่ง แล้วเจ้าก็ต้องคอยทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมาย" ทุกคนต่างพากันทำเสียงตกใจ แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมา "ในขณะที่พวกเจ้าเอาแต่เกี่ยงกันเรื่องซักผ้า มีแต่ซูฮวาที่สนุกกับการทำงาน คนแบบนี้แหละที่วังหลวงต้องการ ไม่ใช่คนที่คอยหาเวลาว่างมาว่าร้ายผู้อื่น" กล่าวจบข้าหลวงเฒ่าก็เดินจากไป ทำให้ลี่จูที่อยู่ข้างๆ แสดงอาการดีอกดีใจออกนอกหน้า "ข้าคิดไว้แล้วว่าคุณหนูต้องเชิดหน้าชูตาได้แน่ ไม่ผิดเลย" "มาถึงก็ได้เลื่อนขั้นเลยนะเจ้าคะ อนาคตต้องไปได้ไกลแน่" ได้ยินลู่เสียนกล่าวดังนั้นเยว่เทียนที่ยืนอยู่ก็ทำท่ากระฟัดกระเฟียดเดินจากไป ไม่แปลกใจเลยทำไมซูฮวาถึงกลายเป็นนางมารร้ายในสายตาของทุกคน ตั้งแต่เข้ามาก็มีเยว่เทียนคนแรกล่ะมั้งที่ทักทายฉัน แม้จะเริ่มต้นไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ก็เถอะ ฉันกลับไปนั่งซักผ้าต่อ โดยไม่สนใจสายตารอบข้าง สาวงามหลายคนจ้องมองฉันด้วยแววตาที่ยากจะอธิบาย ไม่อาจรู้ได้เลยว่าเจ้าของสายตาพวกนั้นกำลังคิดอะไรอยู่
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD