ตอนที่ 1 เรื่องจริงนั้นฉันเป็นใคร ซูฮวา...เธอคือฉันหรือฉันคือเธอ

1620 Words
เฮือกกก... สิ้นเสียงสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ หญิงสาวที่นอนอยู่บนพื้นที่ปูไปด้วยต้นหญ้าก็ลืมตาเบิกโพลง ดวงตากลมจ้องมองก้อนเมฆที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าพลางคิดในใจว่าตนเองยังไม่ตายอีกหรือ เมื่อได้ยินเสียงสายลมพัดผ่านใบไม้พลิ้วไหว ทำให้ฉันมั่นใจเข้าไปอีกว่าตัวเองนั้นยังมีชีวิต ทำไมกัน ทั้งที่ฉันอยากตายแท้ๆ ฉันเพียงนอนกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะนึกถึงความหลัง ตอนนั้นฉันนั่งอยู่ในห้องเช่าเล็กๆ ในมือถือมีดโกนขนนกสีเขียว ใบหน้าเปื้อนไปด้วยน้ำตา ในหัวของฉันในตอนนั้นมีแต่ความคิดของคำว่า "อยากตาย" ฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว... ใช่แล้ว หลังจากนั้นฉันก็ทำร้ายตัวเองด้วยการใช้มีดโกนขนนกกรีดลงไปที่แขนทั้งสองข้าง มันเจ็บปวดมาก แต่ฉันไม่รู้สึกกลัวเลยสักนิด หลังจากที่จำเรื่องราวก่อนที่จะหมดสติไปได้ ฉันก็ยกแขนข้างซ้ายของตัวเองขึ้นมาดู เมื่อฉันเห็นข้อมือขาวเรียบเนียนราวกับไม่เคยโดนใบมีดแหลมคมมาก่อน ทันใดนั้นหัวคิ้วของฉันก็ขมวดเข้าหากัน ทำไมไม่มีรอยมีดเลยล่ะ จำได้ว่าฉันกรีดมันลงไปที่ข้อมือนี่น่า เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจ จึงยกมือข้างขวาขึ้นมาอีกข้าง ก็เป็นอย่างที่คิด ข้อมือขาวของฉันมันไม่มีร่องรอยของการฆ่าตัวตายเลยสักนิด ด้วยความตกใจและแปลกใจทำให้ฉันดีดตัวเองลุกขึ้นยืน "อะไรอีกล่ะเนี่ย" ฉันก้มมองตัวเองพร้อมกับหมุนตัวไปรอบๆ ก็พบว่าตัวเองอยู่ในชุดกระโปรงยาวสีขาวปักลายลูกไม้สีชมพู เท่าที่จำได้ฉันไม่มีเสื้อผ้าแบบนี้อยู่ในตู้เลยสักตัว "คุณหนูซู คุณหนู!" เสียงหญิงวัยกลางคนตะโกนมาแต่ไกล "มายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้เจ้าคะ" ฉันมองหญิงแปลกหน้าอย่างไม่เข้าใจ "พูดกับฉันเหรอ" "ไปเจ้าค่ะ ใกล้เวลาคัดเลือกนางสนมแล้ว" "ฮะ" ไม่ทันได้ถามอะไรต่อ หญิงตรงหน้าก็จับแขนฉันเดินกลับไปทางที่เธอมา "เมื่อกี้คุณว่าอะไรนะ" "เจ้าคะ?" หญิงวัยกลางคนหยุดชะงักก่อนจะหันมามองฉัน เธอทำหน้าแปลกใจก่อนจะกล่าวต่อว่า "หม่อมฉันไม่รู้หรอกนะเจ้าคะ ว่าคุณหนูจะเล่นลูกไม้อะไรอีก แต่รอบนี้เป็นรอบคัดเลือกรอบสุดท้ายแล้ว คุณหนูต้องเข้าใจนะเจ้าคะว่ามันสำคัญกับนายท่านขนาดไหน" ไม่เข้าใจเลยสักนิด ฉันไม่กล้าพูดอะไรต่อ ทำได้แต่เดินตามคนแปลกหน้าไปตามทาง ระหว่างทางก็รายล้อมไปด้วยต้นไผ่สีเขียวขจีราวกับอยู่ในยุคจีนโบราณ จีนโบราณงั้นเหรอ ฉันทำได้เพียงแค่เก็บความสงสัยไว้ในใจ ไม่นานฉันก็เข้ามาอยู่ในเรือนไม้โบราณหลังหนึ่ง สไตล์การตกแต่งล้าสมัยแต่กับดูหรูหรา เตียงนอนมีลวดลายไม้ถูกแกะสลักอย่างสวยงาม "เอาคุณหนูซูไปขัดผิว" สิ้นเสียงจากหญิงวัยกลางคนก็มีสาวงามที่แต่งกายเหมือนบริวารของยุคจีนโบราณเดินมาทางฉันจำนวนสองคน เมื่อเธอมาถึงตัว นิ้วมือบางของทั้งสองก็มาปลดเสื้อผ้าบนตัวของฉันออก นั่นทำให้ฉันตกใจเข้าไปใหญ่ ดังนั้นจึงร้องตะโกนเสียงดังลั่น "พวกคุณจะทำอะไรน่ะ อย่ามายุ่งกับฉันนะ" ฉันโวยวายพร้อมกับผลักผู้หญิงสองคนนั้นให้ออกไป "คุณหนู!" หญิงคนเดิมมองฉันอย่างไม่พอใจ "พวกเราขอโทษจริงๆ เจ้าค่ะ" หญิงสาวทั้งสองลงไปนั่งก้มหัวให้ฉันอยู่ที่พื้น พวกเธอกลัวจนตัวสั่น "อะไรกัน... ฉันแค่บอกว่าอย่ามายุ่งกับฉัน ทำยังกับฉันจะฆ่าพวกเธองั้นแหละ" ฉันบ่นพึมพำ นี่มันชักจะแปลกขึ้นไปทุกทีแล้ว ไม่สนแล้ว รีบไปจากที่นี่ดีกว่า คิดดังนั้นฉันก็รีบวิ่งไปทางประตู หญิงวัยกลางคนที่พาฉันมารีบมาคว้าแขนเพื่อรั้งฉันเอาไว้ "จะทำอะไรเจ้าคะ" "จะทำอะไรล่ะ ก็ออกไปจากที่นี่น่ะสิ" พูดจบฉันก็สะบัดแขนแล้ววิ่งหนีออกไปทันที นี่มันบ้ากันไปใหญ่แล้ว ทำไมทุกคนเอาแต่พูดภาษาโบราณ แถมเรียกฉันว่าคุณหนูอีก ถึงฉันจะเคยฝันว่าอยากเป็นเจ้าหญิงก็เถอะ แต่พอมาเอาเข้าจริงแค่ถูกคนแปลกหน้าเรียกตัวเองว่าคุณหนูฉันก็ขนลุกแล้ว ต้องเป็นการแกล้งกันแน่ๆ รายการวาไรตี้โชว์รึเปล่า หรือฉันอยู่ในโรงพยาบาลบ้ากันนะ... ผลัก... ร่างของฉันล้มลงไปกองอยู่ที่พื้น ก่อนจะเห็นแผ่นหลังของใครบางคน เจ้าของไหล่กว้างอยู่ในชุดคลุมยาวสีเหลือง "โอ๊ยยย.." ฉันพึมพำ "....." คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าหันมามองฉัน ทำให้สายตาของเราประสานกัน "เจ้า" อะไรอีกล่ะเนี่ย "เหตุใดยังไม่ขอโทษข้าอีก" "เอ๊ะ" ทำไมที่นี่ถึงมีแต่คนเพี้ยนๆ เต็มไปหมดเลยนะ ฉันคิดในใจ "แม่นางผู้นี้ เหตุใดจึงไร้มารยาท! เจ้ารู้หรือไม่ว่าคุณชายผู้นี้เป็นใคร" ชายอีกคนกล่าวต่อว่าฉัน "วิ่งมาชนผู้สูงศักดิ์ยังไม่กล่าวคำขอโทษอีก" ฉันมองชายสองคนสลับกันไปมา ดูจากการแต่งกายของคนทั้งสองก็บ่งบอกให้รู้ว่าต่างสถานะ ถ้าเป็นตามประวัติศาสตร์ชายแก่ปากเสียนั่นอาจจะเป็นองครักษ์ แต่มันหมดยุคนั้นไปนานโขแล้วไม่ใช่หรือไง "เฮอะ" ฉันยิ้มมุมปาก ถ้านี่เป็นรายการแกล้งจริงก็คงมีกล้อง งั้นฉันก็ตามน้ำไปให้เต็มที่เลยแล้วกัน ทันทีที่ลุกขึ้นยืนฉันก็ปัดฝุ่นบนตัวเอง แล้วตอบกลับคนที่ฉันชนหลังไปเมื่อครู่อย่างหน้าตาเฉย "ช่วยไม่ได้ แผ่นดินนี้มีที่ให้พวกเจ้าพูดคุยกันอยู่ตั้งมากมาย กลับมายืนขวางทางข้า ทำให้สาวน้อยน่าสงสารได้รับบาดเจ็บยังมาซ้ำเติมอีก หน้าไม่อายจริงๆ" ฉันส่ายหัวเบาๆ มุมปากของฉันยกยิ้มเมื่อเห็นองครักษ์ปากเสียเมื่อครู่ทำหน้าตกใจ "นี่เจ้าไม่คิดรักชีวิตแล้วใช่หรือไม่" องครักษ์ตั้งท่าจะเดินมาหาฉัน แต่ถูกเจ้าของร่างสูงยกมือห้ามไว้เสียก่อน "ซูฮวา ข้าไม่แปลกใจเลยที่เป็นเจ้า" ซูฮวาเขาหมายถึงฉันเหรอ "เวลาแปรเปลี่ยนไปแล้วแต่วาจาคมคายจนน่าโมโหของเจ้าไม่เคยเปลี่ยนเลยนะ" "......." ฉันทำหน้าสับสน มึนงงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น "คุณหนู!" หนึ่งในสาวใช้ที่พยายามปลดเสื้อผ้าให้ฉันวิ่งตามมาพร้อมกับเสียงเหนื่อยหอบ ก่อนจะมีอีกสองคนวิ่งตามมา "อ๊ะ องค์ชายสี่" หญิงทั้งสามทำความเคารพผู้ชายตรงหน้า องค์ชายสี่ ท่านอ๋องเหรอ ฉันมองชายตรงหน้าที่ฉันพึ่งหยาบคายใส่ไปเมื่อครู่ ก่อนจะตัดสินใจวิ่งหนีไปอีกทาง "ไม่จริงๆ ไม่จริง นี่มันบ้ากันไปใหญ่แล้ว" ถ้ามีคนเล่นตลกกับฉันอยู่จริงล่ะก็ ฉันจะไม่เอามันไว้แน่ จะฟ้องเรียกค่าเสียหายให้หนำใจไปเลย เมื่อร่างบางออกมาจากป่าไผ่ก็เริ่มเห็นผู้คนเดินผ่านไปผ่านมา ภาพตรงหน้าทำให้ฉันที่สับสนมึนงงเข้าไปใหญ่ เพราะเสื้อผ้าที่เขาสวมใส่นั้นเป็นชุดที่สมัยนี้ไม่มีใครเขาใส่กันแล้ว ชุดฮั่นฝู่เป็นชุดจีนโบราณ เมื่อราชวงศ์หมิงล่มสลาย ราชวงศ์ชิงก็ถูกปกครองโดยชาวแมนจู จากนั้นก็ปฏิวัติเครื่องแต่งกายใหม่ จากชุดฮั่นฝู่มาเป็นชุดกี่เผาหรือฉี่ผาว ซึ่งปัจจุบันก็ยังมีการพบเห็นตามเทศกาลต่างๆ ไม่คิดเลยว่าจะยังมีชุมชนที่ยังคงวัฒนธรรมโบราณเดิมมาจนถึงปัจจุบัน ฉันมองผู้คนที่ใส่เครื่องแต่งกายโบราณสลับกันไปมา เนื้อผ้าสามารถบ่งบอกชนชั้นได้ ดังนั้นฉันจึงรู้ได้ทันทีว่าพวกเขาเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาเท่านั้น เดินมาเรื่อยๆ ก็พบกับร้านค้าอยู่เต็มไปหมด มีทั้งปิ่นปักผม หวี และเครื่องประดับต่างๆ รวมไปถึงอาหาร เช่น ขนม ผลไม้ และอาหารแปลกตาอื่นๆ ฉันเริ่มไม่แน่ใจแล้วสิ ว่านี่คือศตวรรษไหน อดีตหรือปัจจุบัน หรือว่าทั้งหมดเป็นแค่ความฝัน เรื่องจริงนั้นฉันเป็นใคร ซูฮวา... เธอคือฉันหรือฉันคือเธอกันนะ "โอ๊ยยย..." ท่ามกลางความสับสนฉันก็รู้สึกปวดจี๊ดที่หัวอย่างรุนแรงทำให้ชาวบ้านที่เดินผ่านไปมา มายืนมุงดูฉันอย่างสงสัย "แม่นาง ท่านดูอาการไม่ค่อยดีนะ" นั่นเป็นเสียงสุดท้ายที่ฉันได้ยินก่อนจะหมดสติไป ชาวบ้านที่อยู่บริเวณนั้นส่งเสียงร้องตกใจเมื่อร่างบางของหญิงสาวลงไปนอนอยู่ที่พื้นอย่างไร้สติ ไม่นานชายชนชั้นสูงก็วิ่งมาถึงพร้อมกับสาวใช้อีกสามคน เขายื่นมือไปช้อนร่างบางที่หมดสติไว้ในอ้อมแขน โดยมีสาวรับใช้อีกสามคนยืนร้องห่มร้องไห้ ปากก็พร่ำบอกว่าเป็นความผิดของตนที่คุณหนูป่วย เนี่ยนเจินเหลือบตามองหญิงสาวในอ้อมแขนด้วยสายตาเย็นชาก่อนจะนำเจ้าของร่างบางนั้นกลับไปยังจวนของนาง...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD