ตลอดเส้นทางกลับบ้าน รามิลรับรู้ได้ถึงความผิดปกติของคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ตลอดเวลา เขาได้แต่เก็บงำความสงสัยเอาไว้ในใจ ว่าเกิดอะไรขึ้นในตอนที่เขาละสายตาไปจากเธอกันแน่
"คุณรามิลคะ คืนนี้เหมือนฝนจะตกหนัก คุณช่วยมานอนเป็นเพื่อนฉันหน่อยได้ไหมคะ"
น้ำเสียงเย้ายวนเอ่ยถาม
มือเรียวยื่นมาลูบที่ปกเสื้อของเขาเบา ๆ ทว่าร่างกายของเขากลับปฏิเสธ โดยการถอยห่างออกมาในทันที
"ผมไม่ชอบนอนกับคนอื่น อีกอย่าง! บ้านหลังนี้ นอกจากผมไม่มีอะไรน่ากลัวหรอก คุณหลับให้สบายเถอะ"
"แต่ว่า.."
"คุณอันดาครับ อย่ากวนนายท่านเลยนะครับ วันนี้ที่โรงพยาบาลนายท่านเจอปัญหาหลายอย่าง คงจะเหนื่อยมาก เดี๋ยวผมให้คนพาคุณอันดาไปส่งที่ห้อง"
คณิณตรงเข้าไปยืนขวางเอาไว้ ก่อนที่หญิงสาวจะฮึดฮัดใส่เล็กน้อย
สุดท้ายจึงต้องยอมทำตามที่พ่อบ้านบอก
รุ่งเช้า
อาหารถูกนำไปเสิร์ฟในห้องนอนเหมือนเช่นทุกวัน แต่กลับถูกอันดาอาละวาดจนข้าวของพังเสียหาย
ทั้งยังตำหนิแม่บ้าน ว่าทำมาแต่อาหารที่เธอกินไม่เป็น แถมยังมีท่าทางเมินเฉยใส่เธออีกต่างหาก ด้วยไม่รู้ว่าตัวตนที่แท้จริงของคนรับใช้เหล่านั้น เป็นเพียงหุ่นเชิดที่รามิลสั่งการเอาไว้
"ไปตามสืบมาหน่อย ว่าตอนที่อันดาออกมาจากห้องควบคุมกล้องวงจรปิด เธอไปที่ไหน ทำอะไร ผมรู้สึกว่าผู้หญิงที่กลับมากับเรา มีบางอย่างแปลกไป เหมือนไม่ใช่อันดาคนเดิม"
หลังพระอาทิตย์ตกดิน คณิณถูกเจ้านายเรียกพบเป็นการด่วน ความสงสัยทวีคูณเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนยากที่จะปล่อยวาง
"ครับ นายท่าน"
"แล้ว ตอนนี้อันดาทำอะไร"
"เห็นออกไปนั่งเล่นที่สระว่ายน้ำ เมื่อครู่ยังถามหานายท่านอยู่เลยครับ ผมอธิบายยังไงก็ไม่ฟัง"
รามิลไม่ได้ตอบอะไร
เขาเดินลงไปยังสระว่ายน้ำหลังบ้าน หญิงสาวตรงหน้าแม้หน้าตา รูปร่างจะเหมือนอันดาราวกับภาพแกะสลัก แต่ในด้านของความรู้สึกแล้ว แวมไพร์หนุ่มมั่นใจ ว่านี่ไม่ใช่เธอ หรือไม่ต้องมีใครบางคนเล่นกลอุบายกับเขาเป็นแน่
"มานั่งทำอะไรตรงนี้คนเดียว อยากเล่นน้ำเหรอ"
เสียงทุ้มต่ำ เอ่ยถาม
"เปล่าค่ะ ฉันแค่กำลังคิดถึงคุณรามิล ทั้งวันไม่เจอหน้าเลย เหงาจะแย่ พวกคนงานก็เอาแต่ก้มหน้าไม่พูดไม่จา ถามอะไรก็ไม่ตอบ"
"อืม..พอดีผมมีงานต้องทำ เลยไม่ได้แวะมาหาคุณ คงทำให้คุณเบื่อแย่ อันที่จริงคืนนี้อากาศดีนะ ลงไปว่ายน้ำด้วยกันไหม"
"คะ! คือฉันไม่ค่อยสบาย ขอนั่งดูอยู่ริมสระดีกว่า"
"นางเงือกไม่ได้ชอบน้ำที่สุดหรอกเหรอ"
คำถามของชายหนุ่ม ทำเอาอีกฝ่ายอ้ำอึ้ง
ตอนที่ถูกสั่งงานมา เธอรู้แค่เพียงว่าอันดาโดนรามิลซื้อตัวมาจากงานประมูล และเขาให้ความสำคัญกับผู้หญิงคนนี้มาก ถึงขนาดไปตามตัวกลับมาจากประภาคารด้วยตัวเอง
ส่วนเบื้องลึก เบื้องหลัง ในเรื่องอื่น รชตไม่เคยพูดถึงแม้แต่น้อย เพียงกำชับ ว่าต้องหาทางล่อลวงรามิลเอาไว้ให้นานที่สุด จนกว่าแผนการทางเขาจะสำเร็จ
"ถ้าคุณรามิลอยากให้ฉันลงเล่น ฉันเล่นก็ได้ค่ะ แต่ว่าคุณต้องพาฉันว่ายไปที่ขอบสระฝั่งนู้นก่อนนะคะ แลกกัน"
ประมุขแวมไพร์ไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงเดินลงไปในน้ำ แล้วอุ้มช้อนตัวหญิงสาวลงมา
วินาทีนั้น ทำให้เขานึกย้อนไปถึงตอนที่อันดาบอก ว่าแวมไพร์แต่ละตนมีกลิ่นแตกต่างกันออกไป เขาถึงได้เข้าใจความหมายที่ว่า เพราะดูเหมือนเผ่าพันธุ์ใต้สมุทรเอง มีกลิ่นไม่เหมือนคนธรรมดาทั่วไปเช่นกัน
ทุกครั้งที่เขาอยู่ใกล้อันดา
มักจะได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ คล้ายดอกไม้อะไรสักอย่าง ที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย
ยิ่งในตอนที่เธออยู่ในน้ำด้วยแล้ว กลิ่นนั้นยิ่งฟุ้งกระจายไปทั่ว ตอนแรกเขาคิดว่าคงเป็นดอกไม้ในสวนของเขาเอง แต่ตอนนี้กลิ่นนั้นหายไป พร้อม ๆ กับ นางเงือกของเขา ที่ต่างไปจากเดิม จนแทบเป็นคนละคน
"ผมมีประชุมด่วน ขอตัวก่อนแล้วกันนะ เอาไว้พรุ่งนี้ ถ้าคุณอยากกินอะไรก็สั่งแม่บ้านเอาไว้ อย่าทำลายข้าวของเหมือนวันนี้อีก เข้าใจใช่ไหม"
น้ำเสียงเย็นชาเอ่ยขึ้น
แววตาเปลี่ยนเป็นประกายสีเพลิง ก่อนจะวางร่างบางลงที่ขอบสระ แล้วเดินขึ้นจากน้ำทันที
"เป็นอะไรของเขา เกือบสำเร็จแล้วเชียว!"
หญิงสาวตัวแทน มองตามหลังชายหนุ่มด้วยความเสียดาย
ตอนแรก เธอมองว่านี้ก็เป็นเพียงงานชิ้นหนึ่ง ทำสำเร็จ รับเงิน กลับไปมีชีวิตสุขสบาย แต่เมื่อได้เห็นความเป็นมั่งคั่งในคฤหาสน์อนธการ ใครบ้างจะไม่เกิดความโลภ
ถ้าเธอได้เป็นนายหญิงของที่นี่ขึ้นมาจริง ๆ ลำพังเงินค่าตอบแทนที่รชตมอบให้ คงไม่เท่าเศษเสี้ยวทรัพย์สินที่รามิลมี
"ผู้หญิงคนนั้น เธอไม่ใช่อันดา ส่งคนไปตามตัวให้เจอ ว่าใคร พาคนของผมไป"
คณิณ โค้งศีรษะเล็กน้อย พลันร่างสลายกลายเป็นควัน
"อันดา คุณนี่มันแน่จริง ๆ กล้าหลอกผมถึงสองครั้ง ผมอุตส่าห์ใจดีกับคุณแล้วแท้ ๆ บางทีคุณอาจจะลืมไป ว่าตัวตนที่แท้จริงของผม คืออะไร"
ประภาคาร ริมทะเล
"คุณแน่ใจเหรอคะ ว่าคุณราม จะไม่รู้เรื่องที่ฉันถูกสลับตัวมา คนอย่างเขา ไม่ได้โง่ให้ใครมาหลอกง่าย ๆ หรอกนะคะ"
รชต พาตัวอันดามายังห้องลับชั้นบนสุด
ที่นี่ นอกจากผู้ดูแลแล้ว คนอื่น หากไม่ได้รับอนุญาต จะไม่สามารถเข้ามาวุ่นวายได้
"อย่างน้อยคงสักช่วงระยะเวลาหนึ่งนั่นแหละครับ แต่มันน่าจะพอให้เรา รวบรวมข้อมูลในส่วนที่เหลือได้บ้าง"
"แล้ว..ตำราอยู่ไหนเหรอคะ ฉันขออ่านหน่อยได้หรือเปล่า เผื่อจำอะไรขึ้นมาได้บ้าง"
"อยู่ที่ศูนย์วิจัยครับ พรุ่งนี้คนของผมจะเอามาให้ คุณอันดาไม่ต้องเป็นห่วง ผมไม่มีทางหลอกคุณแน่นอน"
อันดาส่งยิ้มไปให้
มาถึงจุดนี้ เธอมั่นใจว่าตำราเมืองใต้สมุทรมีอยู่จริง และรชตรู้ว่ามันอยู่ที่ไหน เพียงแต่ยังเอามาไม่ได้ ที่ต้องถ่วงเวลาเธอไว้ น่าจะด้วยเหตุผลบางอย่าง
เธอต้องการความจริงเกี่ยวกับเรื่องทั้งหมด จึงจำเป็นต้องแสร้งเล่นละครต่อไป แม้จะรู้สึกพะวงอยู่ลึก ๆ เพราะตลอดระยะเวลา ที่เธออาศัยอยู่ในคฤหาสน์อนธการ สิ่งหนึ่งที่เธอรู้คือรามิลไม่ใช่คนโง่ หรือต้องบอกว่าเผ่าพันธุ์ของแวมไพร์ มีความเฉลียวฉลาด มากกว่ามนุษย์ทั่วไปหลายร้อยเท่า ด้วยวิวัฒนาการ ที่มีตั้งแต่โบราณ จนตนเองสามารถดำรงชีวิตอยู่มาถึง ณ ปัจจุบัน โดยไม่เสื่อมถอยไปตามกาลเวลา
"ช่วงนี้ คุณอันดาเชิญพักอยู่ที่นี่ได้ตามสบายเลยนะครับ ถ้ามีอะไรคืบหน้า ผมจะรีบส่งข่าวบอก"
รชต เดินเข้าหยุดยืนหน้าหญิงสาว
ปลายนิ้วชี้ เอื้อมมาเกลี่ยเส้นผมที่ปรกลงมาบังใบหน้าของเธออย่างอ่อนโยน
น่าแปลกที่การกระทำของเขา กลับทำให้หญิงสาวรู้สึกไม่ปลอดภัย จนต้องขยับเท้าถอยหลังออกห่าง
"ขอโทษด้วยนะคะ ฉันไม่ชอบให้คนที่ไม่สนิทมาโดนตัว"
เธอพูดออกไปตามตรง
ทั้งที่จริง ในตอนที่อยู่กับรามิล เธอไม่มีความรู้สึกแบบนี้เลยด้วยซ้ำ เหมือนร่างกายถูกสั่งการไปเอง โดยอัตโนมัติ
"ขอโทษครับ ผมเผลอไปหน่อย ไม่ได้ตั้งใจล่วงเกิน"
"ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วเชิญคุณรชตกลับเลยก็ได้นะคะ ฉันรู้สึกเพลียนิดหน่อย อยากพักผ่อน"
"งั้น ฝันดีนะครับ"
ทันทีที่ประตูห้องถูกปิดลง อันดาถึงกับถอนหายใจโล่งอก
แสงจันทร์สีนวลลอดผ่านช่องหน้าต่างเล็ก ๆ เข้ามาด้านใน กลิ่นอายของทะเลทำให้หญิงสาวหวนคิดถึงอดีต
นานเท่าไหร่แล้วที่เธอพลัดพรากจากบ้านมา ทั้งที่เป็นนางเงือกแท้ ๆ แต่ไม่สามารถกลับคืนสู่ใต้สมุทรได้
ไม่รู้ว่าเพราะตัวเองไร้ค่า หรือ โชคชะตาที่โหดร้ายกันแน่
อย่างน้อย ขอให้ฉันได้เจอเบาะแสของครอบครัวก่อนก็ยังดี อันรู้ว่าคุณฉลาด แต่อันไม่มีทางเลือกจริง ๆ นะคะ ถือว่าเห็นแก่นางเงือกตาดำ ๆ
วันรุ่งขึ้น
อันดาตั้งใจจะออกไปเดินเล่นรอบประภาคาร แต่ต้องพบว่าประตูห้องลับที่รชตให้เธอมาพัก ถูกล็อกจากด้านนอก
"ไอ้หมานี่ มีคำพูดไหนน่าเชื่อถือบ้าง คอยดูนะ ฉันได้หลักฐานเมื่อไหร่ ฉันจะเอาหางเงือกยัดปากแก ให้เป็นพิษตายไปเลย"
ร่างบางบ่นอุบ
เธอนั่งรออยู่นานหลายชั่วโมง
กระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา พร้อม ๆ กับเสียงปลดล็อกกุญแจ
"อ้าว คุณรชต มาพอดีเลย"
หญิงสาวแสร้งทำเป็นงัวเงีย ลุกออกจากเตียงนอน
ข้างกายคนของประภาคารวันนี้ ไม่ได้มาตามลำพัง แต่ยังมีผู้ติดตามอีกหนึ่งคน จากการคาดเดาคงจะเป็นคนที่รชตพูดถึงเมื่อวาน ว่ามาจากศูนย์วิจัย
"แล้ว ตำราอยู่ไหนเหรอคะ ฉันอยากเห็นจะแย่"
อันดาถามเข้าประเด็นทันที
"เรามีปัญหานิดหน่อยครับ"
"คราวนี้ เป็นเรื่องอะไรอีกคะ"
"รามิล ติดต่อมาหาผม บอกว่าอยากขายตัวอันดาคืน"
ใบหน้าของหนุ่มประภาคารดูกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
เขาใช้เงินไปจำนวนไม่น้อย ในการจัดหาคนที่มีรูปร่างใกล้เคียงกับอันดา แล้วสั่งทำหน้ากากชนิดพิเศษ เพื่อแผนการครั้งนี้ แต่จู่ ๆ คนจากอนธการ ดันใจดี ยอมคืนสินค้าประมูลที่หวงแหนหนักหนากลับมาง่ายดาย
มองมุมไหมก็ดูไม่ปกติ
"แล้วคุณตอบเขาว่ายังไงคะ หรือคุณรามเขาจะจับได้ เรื่องที่เราส่งตัวปลอมไป"
"ไม่มีทาง ผมกำชับไปแล้ว ว่าอย่าทำอะไรให้ทางนั้นสงสัยเด็ดขาด หรือรามิล มันตั้งใจจะขายคุณคืนจริง ๆ"
รชต ครุ่นคิด
ก่อนหน้า บุกเข้ามาทำร้ายคนของเขาไปเกือบครึ่งประภาคาร เพื่อพาตัวสินค้าประมูลคนนี้ออกไป ไม่ว่าจะพยายามเจรจาด้วยวิธีไหน รามิลเลือกปฏิเสธมาตลอด
"ผมว่าเขาอาจจะแค่สงสัย กล้องวงจรปิดที่โรงพยาบาล ผมสั่งคนลบทิ้งหมดแล้ว เขาไม่มีทางรู้แน่นอน ถ้าเราปฏิเสธ เรื่องนี้คงไม่มีทางจบง่าย ๆ "
"หมายความว่า คุณจะยอมไปพบคุณราม แล้วซื้อตัวปลอมกลับมาเหรอคะ"
รชตพยักหน้า
ถ้าท้ายที่สุดแล้วเป็นแค่วิธีลองใจ ก็ไม่มีอะไรเสียหาย แต่ถ้ารามิลคิดจะขายอันดากลับคืนมาจริง เขาย่อมยินดี จะได้ไม่ต้องหลบซ่อน คอยระแวงตลอดเวลา ว่าคนจากอนธการจะบุกเข้ามาอีกเมื่อไหร่
"พรุ่งนี้ผมจะให้วารีมาอยู่เป็นเพื่อนคุณแล้วกันนะครับ ส่วนผมจะไปพบรามิลเอง"
คำพูดแสดงออกว่าห่วงใย แท้ที่จริงแล้วแค่ส่งคนมาควบคุมเธอเอาไว้ต่างหาก
"ไม่มีปัญหาค่ะ ยังไงเราก็ลงเรือลำเดียวกันแล้ว คุณว่าไง ฉันว่าตาม ขอแค่ให้แผนการครั้งนี้ของเราสองคน ลุล่วงไปได้ด้วยดีนะคะ"