แผน ซ่อนแผน

1911 Words
รุ่งเช้า เสียงเคาะประตูหน้าห้องของอันดาดังอยู่นานหลายนาที แต่ไม่มีเสียงตอบรับจากคนด้านในเหมือนเช่นทุกวัน "คุณอันดา มีไข้สูงครับ เมื่อคืนนายท่าน.." คณิณ ยืนอยู่ในมุมมืด ปกติรามิลมักใช้เวลาในช่วงกลางวันหมดไปกับการพักผ่อน มีบ้างที่ต้องลุกขึ้นมาดูแลเรื่องธุรกิจ แต่วันนี้ทุกอย่างแปลกไป เพราะคณิณเห็นเจ้านายของเขา นั่งอยู่ในท่านี้มาตั้งแต่เมื่อคืน หลังจากที่มีปากเสียงกับอันดา จนอีกฝ่ายวิ่งหนีกลับห้อง "อืม ให้ใครคอยดูแลไว้หน่อย ตอนนี้เธอคงไม่อยากเจอผมเท่าไหร่" "ครับ นายท่าน แล้วเรื่องพิธี" ยิ่งใกล้วันรามิลยิ่งมีความกังวลใจบางอย่าง จนวูบหนึ่งเขาแอบคิดไปว่า ในเมื่อพวกแวมไพร์ทนอยู่ในความมืดมาตั้งนาน หลายชั่วอายุคน แล้วจะขวนขวายเพื่อแสงสว่างไปทำไม แต่พอมองดูเหล่าพี่น้องในเผ่าพันธุ์ ที่ฝากความหวังเอาไว้ กับพิธีแห่งแสงอรุณ แล้ว เขาจึงต้องย้ำเตือนกับตัวเองว่า ในฐานะประมุขสูงสุด ความต้องการของส่วนรวมคือปัจจัยหลัก และเขาละทิ้งหน้าที่ไม่ได้เด็ดขาด "กำหนดการยังคงเดิม แต่ผม อยากให้หาคนช่วยตามสืบเรื่องเนื้อหน้าในตำราที่มันหายไปหน่อย" "ตอนนั้นนายท่านบอกว่าไม่จำเป็นไม่ใช่เหรอครับ" "ผมแค่กลัวว่ามันอาจเป็นพวกข้อห้าม หรือไม่ ก็ข้อจำกัด เรากันไว้ดีกว่าแก้ พิธีมันจะได้สมบูรณ์" คณิณไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อ ด้วยความที่อยู่รับใช้กันมานาน เขาจึงเข้าใจรามิลดี ว่าข้อสำคัญของการตามหาหน้าตำราที่หายไปในครั้งนี้ มีต้นเหตุมาจากเงือกสาวตัวน้อย ที่กำลังนอนป่วยอยู่ในห้องข้างกันต่างหาก ตกดึก อันดา ลงมานั่งกินข้าวด้านล่างตามปกติ อาการของเธอดีขึ้นมากแล้ว แต่ยังรู้สึกมึนหัวอยู่นิดหน่อย "ทานเป็นอาหารอ่อน ๆ ก่อนนะครับคุณอันดา" พ่อบ้านคนสนิท วางถ้วยข้าวต้มลงตรงหน้าหญิงสาว ก่อนจะขยับตัวออก เมื่อเห็นว่าเจ้านายของเขาเดินลงมาพอดี ปกติรามิลมักเข้าไปเรียกอันดาให้ออกมากินมื้อเย็นพร้อมกัน แต่วันนี้เธอลงมาก่อนเวลา แถมยังเอาแต่ก้มหน้าก้มตากิน ไม่ยอมพูดทักทายเขาเหมือนเมื่อเคยอีกต่างหาก "อันอิ่มแล้วค่ะ ขอไปพักผ่อนก่อนนะคะ" เงือกสาวหันไปฝืนส่งยิ้มให้กับคณิณ ก่อนจะลุกออกจากเก้าอี้ แล้วเดินกลับขึ้นห้องนอนไปอย่างรวดเร็ว "นายท่าน ไปดุอะไรคุณอันดาหรือเปล่าครับ ผมว่าเธอดูกลัว ๆ " ถึงจะเป็นแค่ผู้มาอยู่อาศัย แต่ด้วยความเป็นกันเองและน่ารักของอันดา คณิณจึงเอ็นดูเธอไม่ต่างจากลูกหลานคนหนึ่ง "ผมเนี่ยนะ จะไปดุอะไรได้ ถ้าจะโกรธ ก็คงโกรธเรื่องเมื่อคืน อีกอย่างต้องเป็นผมต่างหากที่โกรธเขา เขาเป็นคนของผมนะ" "แล้วก่อนที่เธอจะโกรธ นายท่านพูดอะไรกับเธอหรือเปล่าล่ะครับ ผมว่าคนอย่างคุณอันดา คงไม่มาโมโหใส่ใครง่าย ๆ" พ่อบ้านอนธการเงียบเสียงลงไปชั่วครู่ ก่อนจะมองกลับขึ้นไปที่ห้องนอนของหญิงสาวชั้นบน "ตอนที่คุณลลินถาม นายท่านบอกว่าเธอเป็นสัตว์เลี้ยง เธอก็ยอมรับ แล้วนายท่านทำไมถึงหงุดหงิดจนถึงขั้น..เฮ้อ!! ในเมื่อเธอเป็นสัตว์เลี้ยง นายท่านก็ไม่จำเป็นต้องแคร์ความรู้สึกของเธอหรอก ผมพูดถูกไหมครับ เธออยากจะโกรธก็ปล่อยให้โกรธไปเถอะ" คณิณส่ายหน้าเบา ๆ แล้วเดินแยกตัวออกมา ประมุขแวมไพร์ของพวกเขา คงต้องเรียนรู้เรื่องของความรู้สึกอีกเยอะ "ใครจะไปสนใจ ไร้สาระ" รามิล พึมพำกับตัวเอง ชายหนุ่มกลับเข้าห้องนอน แล้วเก็บตัวอยู่ในนั้น จนกระทั่งบ้านทั้งหลังเงียบสงบ ประตูบานใหญ่ถูกเปิดแง้มออกอย่างช้า ๆ ร่างสูงแทรกตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มผืนสีชมพู ร่างบางที่นอนอยู่ขยับตัวเล็กน้อย จนผู้บุกรุกต้องหยุดชะงัก ด้วยกลัวจะถูกจับได้ ว่านายท่านแห่งคฤหาสน์อนธการ แอบย่องขึ้นเตียงสาวกลางดึก "ไม่รู้หรือไงคะ ว่าแวมไพร์มีกลิ่นเฉพาะตัว แล้วเงือกอย่างฉันก็จมูกดีมาก คุณราม" เสียงดุ ๆ ดังออกมาจากคนที่นอนนิ่งอยู่ "กลิ่นอะไร ถึงพวกเราจะเป็นอมตะ ใช้ชีวิตมาเป็นพันพันปี แต่ผมรักษาความสะอาดมากนะ อย่ามาพูดจาใส่ร้ายกัน" "ฉันไม่ได้บอกว่าคุณเหม็นสักหน่อย" "ทำไมไม่แทนตัวเองว่าอันแล้วล่ะ เมื่อกี้ตอนกินข้าวคุณคุยกับคณิณผมยังได้ยินแทนชื่อตัวเองว่าอันอยู่เลย" "ฉันเป็นแค่สัตว์เลี้ยงไม่ใช่เหรอคะ เดี๋ยวทำอะไรให้พอใจขึ้นมา คุณก็จะพาลโกรธฉันอีก" อ้อมแขนค่อย ๆ คลายออกอย่างช้า ๆ ก่อนจะจับไหล่อันดา ให้พลิกตัวกลับมาหา "ผมยอมรับว่าผมผิด ที่ทำรุนแรงกับคุณเมื่อวาน แล้วยังพูดจาให้คุณรู้สึกแย่อีกต่างหาก เอาเป็นว่าผมรับปาก ต่อจากนี้ไป ผมจะไม่เรียกคุณว่าสัตว์เลี้ยงอีก ตกลงไหม" น้ำเสียงของรามิลเริ่มอ่อนลง เขากลัวอันดาจะโกรธ กลัวถูกเธอหมางเมินใส่ ถึงจะไม่รู้ว่าสาเหตุมันคืออะไร แต่พอคิดถึงภาพเหล่านั้น เขากลับเป็นฝ่ายทนไม่ได้เสียเอง จนถึงขั้นแอบเข้ามาทำเรื่องไร้สาระอยู่ที่นี่ "อันไม่ได้โกรธค่ะ แต่อันคิดว่าคนเราอยู่ด้วยกันก็ควรให้เกียรติกัน คุณรามจะให้อันเป็นอะไรก็ได้ แต่อย่างน้อย ต่อหน้าคนอื่น คุณรามพอจะปกป้องอันได้ไหมคะ" "ตกลง งั้นเรา.." ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ รามิลถอนหายใจหงุดหงิด จำต้องยอมลุกออกจากเตียงแต่โดยดี "นายท่านอยู่ที่นี่จริง ๆ ด้วย ที่โรงพยาบาลเกิดเรื่องแล้วครับ มีความพยายามเข้าไปวางเพลิงในคลังเลือดของเรา" คณิณหน้าตาตื่น รีบรายงานเจ้านาย "เตรียมรถ" "คุณราม ขออันไปด้วยได้ไหมคะ" หญิงสาวลุกเดินตามมายืนอยู่ข้าง ๆ "คุณจะไปทำไม ที่โรงพยาบาลมันไม่มีอะไรน่าดูหรอก" "อย่าดูถูกความสามารถของเงือกนะคะ" "อืม แต่อย่าอยู่ห่างจากผมเด็ดขาด เข้าใจไหม" เพราะสถานการณ์เร่งด่วน ทำให้ไม่มีเวลามาคิดอะไรมากมาย สำหรับแวมไพร์แล้วคลังเลือดของโรงพยาบาลแห่งนี้ หมายถึงชีวิตพี่น้องร่วมเผ่าพันธุ์ที่เหลืออยู่ หากเกิดความเสียหายขึ้นมา มูลค่าของมัน ไม่อาจประเมินได้ โรงพยาบาล เครืออนธการ "ตรวจสอบได้ไหม ว่าเป็นอุบัติเหตุ หรือฝีมือใคร" รามิลตรงมายังห้องควบคุมกล้องวงจรปิด เป็นอันดับแรก "กำลังกู้ไฟล์อยู่ครับคุณราม เมื่อช่วงเย็นมีคนเข้ามาบริจาคเลือดเป็นจำนวนมาก ผมคิดว่าคนร้ายน่าจะแฝงตัวเข้ามา" "หมายความว่าไม่ใช่อุบัติเหตุ" พนักงานผู้ดูแลพยักหน้า "ไม่ใช่แน่นอนครับ คลังเลือดของเราควบคุมดูแลอย่างดี ตั้งอยู่ในโซนที่ปลอดภัยมากที่สุด ถ้าไม่ใช่คนนอกที่ลอบเข้าไป ไม่มีทางเกิดเพลิงไหม้ได้เด็ดขาด" "แล้วเลือดที่เก็บไว้ เสียหายเยอะหรือเปล่า" "ควบคุมเพลิงได้ทันครับ คุณรามไม่ต้องห่วง" "อืม..รีบกู้ไฟล์ให้เสร็จ ผมอยากรู้นักว่าใครมันกล้าเข้ามาวุ่นวายกับอนธการ" รามิลนั่งลงที่โซฟาเล็ก ๆ มุมห้อง อันดาเห็นท่าทางเคร่งเครียดของแวมไพร์หนุ่มแล้วรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ จึงแยกตัวออกมา ตั้งใจว่าจะเครื่องดื่มเย็น ๆ สักแก้ว เข้าไปดับร้อนสักหน่อย คณิณเคยบอก ว่าแวมไพร์มีความรู้สึกไม่ต่างจากมนุษย์ และไม่ได้ดื่มแค่เลือดเพียงอย่างเดียว เวลาปกติก็สามารถกินอาหาร และดื่มน้ำเพื่อลดความรู้สึกหิวเช่นกัน ว้ายย... ด้วยมัวแต่มองหาตู้กดเครื่องดื่ม เพราะจำได้ว่าเห็นระหว่างทางตอนที่เดินเข้ามา เลยไม่ทันระวังตัว ก่อนจะถูกใครบางคนดึงแขนอย่างแรง แล้วพามายังบันไดหนีไฟ "คุณรชต จะทำอะไรอีกคะ คุณรามอยู่ที่นี่ด้วย ถ้าฉันเป็นอะไรขึ้นมา คุณรามไม่ปล่อยคุณเอาไว้แน่" เมื่อเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายชัด ๆ สัญชาตญาณของเธอ บอกให้รีบถอยห่าง ภาพตอนที่เขานั่งยิ้ม มองดูเธอนอนร้องขอชีวิตอยู่ในตู้ปลายังคงติดตา "ผมไม่ได้จะทำร้ายคุณ เรื่องที่ผ่านมาผมยอมรับว่าผมทำผิดไปจริง ๆ แต่เพราะผมอยากช่วยคุณต่างหาก" "ช่วยฉัน?!? ช่วยอะไรมิทราบ" "ผมศึกษาเรื่องเผ่าพันธุ์ใต้สมุทรมานาน และพยายามจะช่วยคุณตามหาครอบครัว แต่มาเกิดข้อผิดพลาด ที่คนของประภาคารเอาตัวคุณออกไปประมูลซะก่อน" รชตอธิบาย เสี้ยวหนึ่งของความคิด อันดาเกือบเผลอใจเชื่อว่าสิ่งที่เขาพูดเป็นความจริง "คุณรามไม่ใช่คนดีอะไร ที่เขาประมูลคุณไป เพราะอยากได้เลือดในตัวคุณ ตามความเชื่อที่ว่าใครก็ตามเมื่อได้ดื่มเลือดของเงือก จะมีชีวิตเป็นอมตะ" หญิงสาวนิ่งเงียบไปชั่วครู่ ท้ายที่สุดแล้ว ผู้ชายคนนี้ก็เข้ามาเพื่อหลอกลวงเธอเช่นกัน ถ้าเธอไม่รู้ว่ารามิลเป็นแวมไพร์ เธอคงเชื่อคำพูดของรชตไปแล้ว แต่แวมไพร์ มีชีวิตที่เป็นอมตะ เลือดของเธอจึงไม่มีความสำคัญกับเผ่าพันธุ์ดูดเลือดเลยสักนิด ลึก ๆ เธอกำลังคิดว่าบางที ชายหนุ่มจากประภาคารผู้นี้ อาจมีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับครอบครัวของเธออยู่จริง ๆ "แล้วแบบนี้ฉันควรทำยังไงคะ" อันดาแสร้งทำสีหน้าตื่นตระหนก "ผมช่วยคุณได้ แต่คุณต้องมากับผม" "ไม่ได้ ถ้าแบบนั้นคุณรามรู้ว่าฉันหายไป ต้องอาละวาดแน่ ๆ คุณเองก็เห็นแล้ว ว่าเขาทำได้ทุกอย่าง" "ไม่ต้องห่วง ผมมีวิธี" พลันด้านหลังของอันดา ปรากฏเป็นหญิงสาวอีกคน ที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนเธอราวกับส่องกระจก แม้แต่รอยยิ้มอ่อนโยน ยังเลียนแบบได้อย่างแนบเนียน "ต่อไปนี้ เธอคืออันดา ส่วนคุณไปกับผม ผมรับรองว่าจะช่วยคุณตามหาครอบครัวและปกป้องคุณไม่ใช้ใครมาทำร้ายคุณได้อีก แม้แต่รามิล" รชต พาตัวอันดาลอบออกทางบันไดด้านหลัง ก่อนจะไป เขายังไม่ลืมเตรียมการแผนลวงโลกอย่างรัดกุม ด้วยการจับหญิงสาวทั้งสองเปลี่ยนเสื้อผ้ากัน แล้วให้ตัวแทน นอนหมดสติอยู่กลางทางเดินของโถงโรงพยาบาล รถหรูขับหายออกไปในความมืดมิดของท้องถนน ส่วนรามิลที่เพิ่งรู้สึกตัวว่าผู้ติดตามคนสำคัญหายไป จึงออกมาตามหา "นายท่านครับ นั่น! คุณอันดา" คณิณชี้ไปยังร่างบางที่นอนสลบอยู่บนพื้น "คุณรามิล..ช่วยฉันด้วยค่ะ ฉันรู้สึกเหมือนไม่ค่อยสบาย" หญิงสาวปรือตามองเล็กน้อย ก่อนจะขยับตัวซุกในอ้อมกอดของรามิล "เดี๋ยวผมพาคุณกลับบ้านเอง ไม่เป็นไรแล้วนะ"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD