ของหาย ต้องได้คืน

1860 Words
คฤหาสน์ อนธการ รามิล สั่งให้คนเตรียมพื้นที่ต้อนรับรชตเป็นอย่างดี ทันทีที่ฟ้ามืด รั้วบานใหญ่ค่อย ๆ เปิดออกเสียงขู่คำรามในลำคอ ของสิ่งมีชีวิตที่มองไม่เห็น ดังออกมาจากเงามืด "มากันแล้วครับ เหมือนว่าจะมาคนเดียว" คณิณ รีบรายงานเจ้านาย "ถือว่าใจกล้าดีเหมือนกัน พามันไปที่สนามหลังบ้าน ผมอยากรู้เหมือน ว่าจะเล่นละครกันได้ถึงเมื่อไหร่" รามิลตอบกลับด้วยใบหน้าเรียบเฉย ก่อนจะหยิบแก้วไวน์ขึ้นมา แล้วกระดกเครื่องดื่มสีแดงลงคอในคราวเดียว "ขอโทษด้วยนะครับ ที่ต้องนัดเป็นช่วงค่ำ พอดีตอนบ่ายผมไม่สะดวก" ร่างสูงในชุดสูทดำ เดินออกมาจากเงาต้นไม้ใหญ่ พร้อมด้วยพ่อบ้านคนสนิท รชต พยายามทำตัวให้เป็นปกติ ด้วยไม่อยากให้แผนที่อุตส่าห์วางไว้ต้องพังลง "แล้ว อันดาอยู่ไหนเหรอครับ ตอนนั้นผมยื่นข้อเสนอตั้งมากมาย คุณรามิลกลับไม่ยอม แล้วทำไมคราวนี้ถึงยอมง่าย ๆล่ะครับ" "พอดีผมมีของที่อยากได้มากกว่า เลยไม่อยากเก็บเอาไว้น่ะครับ" "คุณรชต มาคนเดียวไม่ใช่เหรอครับ แล้วในรถนั่นใคร" ระยะห่างจากสนามหลังบ้านไปที่โรงจอดรถยนต์ ถือว่าไม่ได้ใกล้กันเลย แต่สายตาของคณิณกลับดีเกินคาด เพื่อมองเห็นมีเงาของบุคคลไม่ได้รับเชิญอยู่ด้านหลังเบาะคนขับ "ผมไม่ได้พาใครมานะครับ" หนุ่มจากประภาคารปฏิเสธ "งั้นเดี๋ยวผมคงต้องเสียมารยาทขอไปตรวจสอบสักหน่อยนะครับ อนธการของเราไม่ชอบให้มีคนนอก..เข้ามาวุ่นวาย" พ่อบ้านของคฤหาสน์ เดินเข้าไปใกล้ สายตาจับจ้องมองเป้าหมาย ก่อนที่ประตูรถฝั่งเบาะผู้โดยสารจะถูกเปิดออก "ผมเป็นผู้ติดตามของคุณรชตครับ พอดีเมื่อครู่ติดสาย เลยไม่ได้ลงจากรถพร้อมกัน" ร่างบางรีบอธิบาย เด็กหนุ่มหน้าตาจิ้มลิ้ม สวมหมวกไหมพรมสีดำ เสื้อผ้าตัวโคร่ง เสริมด้วยหนวดบาง ๆ บริเวณใต้จมูก ซึ่งคงเป็นสิ่งเดียว ที่พอจะทำให้ผู้พบเห็นแกล้งเชื่อได้ว่า เขาเป็นผู้ชาย "แต่คุณรชตบอกว่า เขามาคนเดียว" "คุณวารี เป็นคนให้ผมมาครับ" "คณิณ ให้เขาเข้ามา แค่ผู้ชายตัวเล็ก ๆ คนเดียว คงไม่มีพิษภัยอะไรกับพวกเราหรอก อีกอย่างวันนี้เรามาเจรจากันฉันมิตร อย่าทำให้เรื่องมันวุ่นวายเลย" รามิล พูดแทรกขึ้นมา เขาปรายตามองแขกที่ไม่ได้รับเชิญเล็กน้อย ก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปาก คิดเอาไว้อยู่แล้วว่าคนที่อยากรู้อยากเห็นไปเสียทุกเรื่องอย่างอันดา ไม่มีทางพลาดเรื่องสำคัญแน่นอน "คุณมาทำไม ไม่รู้หรือไงว่าทำแบบนี้มันเสี่ยง" รชต ตรงเข้าไปลากแขนคนตัวเล็กออกมาอีกด้านของสวน "เผื่อมีอะไรผิดพลาดเรื่องตัวแทน ฉันจะได้เสียบทันเวลาไงคะ" "ไม่ต้อง กลับไปก่อน เดี๋ยวผมบอกรามิลให้เองว่าคุณถือวิสาสะตามมา" "ที่คุณไม่อยากให้ฉันอยู่ เพราะกลัวว่าฉันจะได้ยินเรื่องอะไร ที่ไม่สมควรได้ยินหรือเปล่าคะ" ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย ดูเหมือนอันดา จะไม่ใช่ผู้หญิงที่จะถูกใครควบคุมได้ง่าย ๆ ตอนนี้เขาจึงเริ่มเป็นกังวล กลัวว่าแท้จริงแล้ว คนที่พลาดมาตั้งแต่ต้น จะเป็นตัวเขาเอง ที่เลือกใช้แผนนี้ พาตัวเงือกสาวมา "สรุปว่าเราจะคุยกันต่อไหมครับ" น้ำเสียงหงุดหงิดดังแทรกขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนที่ร่างสูง จะเดินไปนั่งที่เก้าอี้ข้างสนาม ในมือถือแก้วไวน์ใบโปรด พลางยกขึ้นจิบอย่างใจเย็น "ครับ ในเมื่อคุณรามิลจะขายตัวอันดาคืนให้กับทางประภาคาร งั้นให้เธอออกมาได้เลยครับ ผมจะได้จ่ายเงินแล้วพาตัวเธอกลับไป" รชตเร่งเร้า ในเวลานี้เขาอยากให้ช่วงเวลาอันน่าอึดอัดผ่านพ้นไปเร็ว ๆ "เชิญนั่งก่อนซิครับ รีบร้อนอะไรขนาดนั้น ผมบอกตอนไหนว่าผมจะขายคืน" "คุณหมายความว่ายังไง คิดจะปั่นหัวกันหรือไง" "ทำไมหงุดหงิดง่ายขนาดนั้นล่ะครับ ฟังให้จบก่อน ที่ผมบอกจะคืน คือคืนให้ฟรี ๆ เลยต่างหาก นั่งลงก่อนซิครับ ดื่มเป็นเพื่อนผมหน่อย นาน ๆ ที ผมจะเปิดบ้านต้อนรับแขก" ดวงตาสีเพลิงฉายชัดขึ้นมาชั่วครู่ และนั่นทำให้อันดารู้ดี ว่าอันตรายกำลังคืบคลานเข้ามา "คณิณ ให้คนพาสัตว์เลี้ยงตัวโปรดของผมออกมาหน่อย จะได้แสดงความจริงใจกับคุณรชต ว่าผมไม่ได้คิดเล่นตุกติกอะไร เพราะปกติแล้วผมไม่ชอบลอบกัดคนลับหลัง ถ้าจะทำ ผมสามารถทำต่อหน้าได้เลย" กระดานไม้ขนาดเท่าความสูงของตัวคน ถูกตั้งลงบนล้อลาก ด้านหนึ่งมีร่างบางของหญิงสาวถูกมัดแขนทั้งสองข้างยึดติดเอาไว้ ใบหน้าของเธอดูอ่อนแรง ริมฝีปากแห้งผากเพราะขาดน้ำมานานหลายชั่วโมง "คราวนี้ จะนั่งได้หรือยังครับ" รามิล เอ่ยถามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก ทำให้ทั้งรชต และอันดาตัวจริง ไม่มีทางเลือก จึงยอมนั่งลงตามคำเชื้อเชิญ ต่อให้อยากได้ตำรามากแค่ไหน เธอไม่สามารถทำร้ายผู้บริสุทธิ์ได้ลงคอ ทั้งหมดนี้เธอเองมีส่วนที่ต้องรับผิดชอบ เพราะหากไม่วู่วามคิดอะไรตื้นเขินจนยอมตามรชตไป เหตุการณ์เหล่านี้ คงไม่เกิดขึ้น "คุณคิดจะทำอะไร" ตัวแทนจากประภาคารถามด้วยความกังวล "ไหน ๆ ผมก็เสียเงินไปตั้ง 500 ล้าน ถึงจะไม่ได้มากมายสำหรับผม แต่การถูกย้อมแมวขาย ผมคงต้องยอมรับว่าเสียความรู้สึกอยู่เหมือนกัน ผมไม่ใช่พวกเจ้าคิดเจ้าแค้นอะไร ก่อนจะคืนของให้คุณ เรามาเล่นสนุกกันเป็นครั้งสุดท้ายดีกว่านะครับ" ทันทีที่พูดจบ ลูกดอกปลายทองแดง ก็ถูกเขวี้ยงออกไป แล้วปักเข้าที่หน้าท้องของเหยื่อ อย่างแม่นยำ "คุณรามิลนี่มันไม่เกินไปหน่อยหรือไงครับ" "ผมไม่ได้ปาโดนจุดสำคัญสักหน่อย แผลแค่นั้น เงินที่คุณได้จากผมไป คงรักษาเธอได้เป็นอีกร้อยคน" "ผมต้องทำยังไง คุณถึงจะยอมคืนอันดาให้ผม แล้วเราไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกันอีก" เลือดจากบาดแผลหยดลงพื้น ร่างกายที่ถูกตรึงเอาไว้เริ่มอ่อนแรงลง แววตาวิงวอน จ้องมองนายจ้างเพื่อขอความช่วยเหลือ "ง่ายนิดเดียว" รามิลลุกขึ้นยืน ก่อนจะส่งสัญญาณให้พ่อบ้านคนสนิท นำของที่เขาเตรียมเอาไว้ออกมา เป็นผ้าหนึ่งผืน พร้อมด้วยลูกดอกอีก 3 อัน รชต และ อันดาเดาได้ในทันที ว่าผู้ชายคนนี้คิดจะทำอะไร ถ้าขืนปล่อยเอาไว้ ตัวแทนที่ถูกส่งตัวมาคงไม่รอดแน่ นั่นหมายความว่าตั้งแต่ต้นจนจบ พวกเขาไม่เคยเป็นผู้ควบคุมเกมนี้เลยแม้แต่น้อย ทุกอย่างล้วนอยู่ในกำมือของทายาทอนธการทั้งสิ้น "ผมอยากเข้าห้องน้ำ พอจะให้..เธอพาผมไปได้ไหมครับ" พ่อหนุ่มร่างบางเอ่ยขึ้น หลังจากทนเงียบมานาน "คณิณ พาคุณผู้ชายเขาไปหน่อยซิ" "ไม่เป็นไรดีกว่าครับ ผมไม่อยากรบกวนคุณพ่อบ้าน ให้คุณอันดาพาไปดีกว่า ไหน ๆ ก็ต้องกลับไปทำงานร่วมกันที่ประภาคาร ถือว่าสร้างความคุ้นเคยไปในตัว" นี่คงเป็นคำแก้ตัวที่โง่ที่สุดในชีวิต นับตั้งแต่จำความได้ ต่อให้ถอดสมอง ออกมากองข้างนอก คงไม่มีใครยอมเชื่อ "ตามสบาย ปลดเชือกให้เธอหน่อย ถือว่าตามใจแขก" แต่รามิล กลับอนุญาตอย่างง่ายดาย "เป็นยังไงบ้าง" ทันทีที่มาถึงหน้าห้องน้ำ อันดารีบก้มดูอาการบาดเจ็บของหญิงตัวแทนทันที "เขาน่าจะรู้ตั้งแต่วันแรกที่ฉันเข้ามาอยู่แล้วล่ะ ฉันพยายามหาทางติดต่อไปบอกพวกคุณ แต่ไม่สำเร็จ" "เรื่องนั้นช่างมันก่อน เธอกับฉัน เรามาเปลี่ยนชุดกัน ขืนปล่อยเอาไว้ คุณรามฆ่าเธอตายคาสนามแน่ ๆ ฉันรู้จักนิสัยเขาดี" "แล้วคุณจะไม่เป็นไรเหรอคะ" น้ำเสียงเหนื่อยหอบเอ่ยถาม ต่อให้ตำแหน่งนายหญิงอนธการจะล่อตาล่อใจขนาดไหน หากเจ้าของไม่ยินยอม อีกทั้งยังคิดฆ่าแกงกันขนาดนี้ เธอคงเลือกถอยไปรับเงิน แล้วมีชีวิตต่อไปเสียดีกว่า "การที่เขาใช้วิธีนี้ แปลว่าเขาน่าจะมีเหตุผลบางอย่างที่จะไม่ฆ่าฉัน เอาเป็นว่าตามนี้แหละ แข็งใจหน่อย ออกจากที่นี่ไปได้เธอก็ปลอดภัยแล้ว" ทั้งสองคนรีบเข้าห้องน้ำจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้า อันดามองดูเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกอีกครั้ง ก่อนจะรู้สึกว่าบางอย่างยังไม่สมบูรณ์ "แทงฉันหน่อย เอาตำแหน่งเดียวกันเลยนะ" เงือกสาวนำลูกดอกส่งให้อีกฝ่าย "อะไรนะ!" "เร็ว ๆ เข้า แทง ๆ มาเถอะ ฉันไม่ตายหรอก" ฉึก..ปลายแหลมทะลุเข้าช่องท้อง อันดาพยายามข่มความเจ็บปวดเอาไว้ แล้วพากันเดินกลับไปยังสนามหญ้าหลังคฤหาสน์ "หายไปตั้งนาน ทำอะไรกันมาเหรอครับ" รามิล ถามขึ้น สายตาจับผิด มองทั้งสองคนสลับกันไป มา ก่อนจะคลี่ยิ้มจาง ๆ "พอดีอันเจ็บแผลค่ะ คุณเขาเลยช่วยห้ามเลือดนิดหน่อย" "อืม แบบนี้นี่เอง" ร่างสูงลุกขึ้นยืน แล้วก้าวไปหยุดอยู่ตรงหน้าหญิงสาว กลิ่นหอมที่คุ้นเคยลอยมาตามสายลม ไม่ผิดแน่ เขาได้คนของเขากลับมาแล้ว "คณิณ ส่งแขก" รามิลไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาช้อนตัวอันดาขึ้นมาอุ้มเอาไว้ แล้วเดินหายเข้าไปในคฤหาสน์ทันที "ไหนบอกว่าจะคืนอันดาให้ไง" รชตตะโกนตามหลังด้วยความโกรธ "อันที่จริง ไม่ใช่เรื่องที่ผมต้องพูดหรอกนะครับ แต่ผมอยากเตือนอะไรพวกคุณเอาไว้หน่อย.." ใบหน้าใจดี อ่อนโยนของพ่อบ้านอนธการเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว ดุดัน ไม่ต่างจากผู้เป็นนาย แม้แต่บรรยากาศโดยรอบ ยังเย็นยะเยือกลง จนอีกฝ่ายต้องยกมือขึ้นลูบต้นแขนของตัวเองเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย "ปกติ นายท่านไม่สุงสิงกับใคร แต่สิ่งที่นายท่านเกลียดที่สุดคือถูกคนนอกล้ำเส้น โดยเฉพาะกับของสำคัญของเขาด้วยแล้ว การที่เขามาเอาคืนไปแบบเงียบ ๆ และพวกคุณยังมีลมหายใจอยู่ นั่นถือเป็นความปรานีที่สุดแล้ว ฉะนั้นรีบกลับไปดีกว่าครับ ถนนทางออกของอนธการมันอันตราย.." ความหวังดี ที่มาในรูปแบบคำเตือน ต่อให้จะอยู่ในฐานะของผู้ดูแลประภาคาร แต่รชตรู้ดีว่าครั้งนี้เขาเป็นฝ่ายพลาดเอง และจะสร้างปัญหาเพิ่มไม่ได้เด็ดขาด ทางออกเดียว คือเขาต้องยอมถอยออกไป เราได้เห็นดีกันแน่ รามิล
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD