แสงสว่างเพียงน้อยนิด ภายในห้องใต้ดินเลือนหายไป เหลือเพียงความมืดมิด และเสียงของลมหายใจผู้ถูกคุมขัง
"พลาดไปแล้ว ฉันพลาดไปแล้วจริง ๆ ทำไมไม่รู้จักจำเลยนะอันดา ว่าไอ้พวกมนุษย์สารเลวนี่ มันชอบโกหกเธอยังไง.."
หญิงสาวได้แต่ตัดพ้อกับตัวเอง
หากมีสติสักนิดแล้วคิดว่าของสำคัญขนาดนั้น ต่อให้เป็นคนของประภาคารก็คงไม่ป่าวประกาศออกมาง่าย ๆ
แต่กว่าจะคิดได้ ทุกอย่างก็สายไปเสียแล้ว
ตอนนี้ การภาวนา อาจจะเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจเพียงสิ่งเดียวที่เธอเหลืออยู่
ด้านหนึ่ง
"คุณอันดาหายเข้าไปในประภาคารเกือบสองชั่วโมงแล้วครับนายท่าน ตอนแรกทางเข้าร้างผู้คนมาก แต่ตอนนี้พวกผู้คุมเดินกันเต็มไปหมด ต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแน่นอน"
คณิณกลับมารายงานเจ้านาย
ซึ่งเขายังดูใจเย็น ไม่ได้ว่อกแว่กต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแม้แต่น้อย ราวกับหยั่งรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดเรื่องวุ่นวายนี้ขึ้น
"ได้เวลาแล้วไปพาสัตว์เลี้ยงของผมกลับบ้านกันดีกว่า บอกคนของเราด้วยว่าผมจะพาไปกินมื้อดึกกัน ไม่ได้ยืดเส้นยืดสายมานานแล้วนิ...ใช่ไหม!"
เสียงไซเรนดังแหลมก้องไปทั่วประภาคาร
แสงสีแดงหมุนวน อาบกำแพงคอนกรีตเก่าราวกับถูกย้อมด้วยเลือด
"มีผู้บุกรุก"
เสียงตะโกนยังไม่ทันจาง ร่างของรามิลก็ก้าวพ้นเงามืดออกมา
ดวงตา เปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม รอยเส้นสีดำค่อย ๆ แผ่กระจายใต้ผิวหนัง เขาเงยหน้าขึ้น แล้วสูดลมหายใจ เพื่อทำความคุ้นชินกับ ร่าง ที่ไม่ได้ปรากฏออกมาเนิ่นนานหลายร้อยปี
ปีกสีดำขนาดมหึมา กางออกจากแผ่นหลัง
ส่งเสียงคำราม สะเทือนไปทั้งโถงทางเดิน เขี้ยวแหลม เผยออกจากริมฝีปาก พร้อมกรงเล็บสีดำที่พร้อมออกล่าเหยื่อ..
"ใครขวาง ก็ฆ่าได้เลย ถือซะว่า พาคนของเรา มากินอาหารมื้อพิเศษก็แล้วกัน"
แวมไพร์หนุ่มหันไปบอกคนสนิท
ก่อนที่ร่างแวมไพร์ อีกหลายสิบตนจะทะยานออกมาจากความมืด ดวงตาสีแดงนับสิบคู่ส่องประกายราวฝูงสัตว์นักล่า
พวกมันพุ่งเข้าใส่แนวรักษาความปลอดภัยพร้อมกัน
เสียงปืนจากฝ่ายตรงข้ามดังสนั่น กระสุนนับร้อยนัดพุ่งเข้าหาฝูงปีศาจรัตติกาล แต่ร่างเหล่านั้นกลับเลือนหายกลายเป็นควันจาง ๆ ก่อนจะไปปรากฏตัวอยู่กลางแนวป้องกัน ในชั่วพริบตา
"ไอ้พวกมนุษย์กระจอก..."
กระสุนนับร้อยที่ตกกระทบลงบนพื้น ตามมาด้วยเสียงกรีดร้อง และ ฝีเท้า ดังก้องสลับกันไปทั่วทางเดิน
กลุ่มผู้รักษาความปลอดภัยฝีมือดีจำนวนมาก ล้มลงภายใต้ความเร็วที่สายตามนุษย์ไม่อาจตามทัน
บางคนถูกเหวี่ยงกระแทกกำแพงจนหมดสติ เลือดสาดกระจายไปทั่วบริเวณ ส่งกลิ่นคาวคละคลุ้ง ไม่ต่างจากโรงฆ่าสัตว์
แวมไพร์หลายตนเข้าประชิดเป้าหมายอย่างรวดเร็ว เขี้ยวสีขาวฝั่งลงบนลำคอของศัตรู แล้วปล่อยให้ร่างไร้โลหิตนั่น ทรุดลงไปนอนอยู่ที่พื้นโสโครก
รามิล เพียงก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ
หน่วยรักษาความปลอดภัยพิเศษของประภาคารที่กล้าขวางหน้า ต่างถูกแรงปะทะจากการสะบัดแขนเบา ๆ จนปลิวกระเด็นไปคนละทิศละทาง นอนร้องโอดครวญหมดสภาพ
ไม่นาน...
โถงทางเดินที่เคยแน่นขนัดไปด้วยกำลังรักษาการ ก็เหลือเพียงความเงียบ
เสียงหยดของเลือดที่ตกลงบนพื้น
รามิลมาหยุดตรงประตูเหล็กเก่า ๆ บานหนึ่ง จากที่เคยเห็นแบบแปลนของประภาคารแห่งนี้มาบ้าง จึงทำให้เขารู้ว่า นี่คือทางลงไปยังห้องใต้ดิน
ดวงตาสีแดงเลือนหายไป เช่นเดียวกับปีกสีดำและเขี้ยวแหลม
ร่างกายกลับคืนสู่สภาพมนุษย์ตามเดิม ด้วยไม่อยากให้คนที่กำลังรอความช่วยเหลือต้องตื่นตกใจ
"แค่นางเงือกที่คุณบอกว่าเป็นของปลอม กลับต้องลงทุนมาเองถึงที่นี่เลยเหรอครับ.."
เสียงใครบางคนดังขึ้นจากด้านหลัง
เมื่อหันไปดูจึงพบว่าเป็นบุรุษท่าทางสุภาพคนหนึ่ง กำลังจ้องมองมาที่เขา แม้ท่าทางจะดูอ่อนน้อมสักแค่ไหน แต่ดวงตาที่เต็มไปด้วยความขุ่นเคืองนั่น ยังไงก็ปกปิดเอาไว้ไม่มิด
"ไม่ว่าจะจริงหรือปลอม แต่อันดาคือคนของผม การที่พวกคุณจับตัวเธอไว้แบบนี้ คงไม่เหมาะสมเท่าไหร่มั้งครับ"
"แต่เรื่องนี้เราสามารถตกลงกันได้นินา ผมไม่เห็นว่ามีความจำเป็นต้องใช้ความรุนแรง..ขนาดนี้"
"ผมไม่ชอบทำข้อตกลง กับพวกเล่นสกปรก"
รามิล ปรายตามองคนตรงหน้าด้วยความไม่พอใจ หากจะต้องฆ่าคนเพิ่มอีกสักหนึ่งศพในวันนี้ เขาเองก็ไม่เกี่ยง
"ผมชื่อรชต นะครับ เป็นตัวแทนของท่านผู้ดูแลประภาคาร ผมว่าเรามาคุยกันสักนิดจะดีกว่า เกี่ยวกับเรื่องของอันดา"
ผู้นำแห่งประภาคารพยายามใจเย็น เขาจะแสดงออกตอนนี้ไม่ได้ ว่าฐานะที่แท้จริงคืออะไร
อีกอย่างเขายังต้องการตัวนางเงือกตนนั้นอยู่ จะปล่อยให้หลุดมือไปไม่ได้เด็ดขาด
"ตอนที่คุณเดินเข้ามา คุณไม่เห็นหรือไงว่าคนของผม คุยกับคนของคุณจบแล้ว.."
รชต มองย้อนไปด้านหลัง
เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น
ตอนแรก ตั้งใจจะตามมาเก็บงาน เพราะคิดว่าคนของอนธการคงไม่กล้าทำอะไรรุนแรง โดยเฉพาะในพื้นที่ของประภาคาร แต่ดูเหมือนว่าการคาดคะเนของเขาจะผิดไปไกล นอกจากจะไม่เกรงกลัวแล้ว ยังฆ่ากลุ่มหน่วยรักษาความปลอดภัยฝีมือดีตายไปอีกนับสิบคน
ท่าทางความสามารถของรามิล คงมีไม่น้อยเช่นกัน ดังนั้นเขาจะประมาทไม่ได้
ความสูญเสียกลุ่มรักษาความปลอดภัยไปในครั้งนี้ เขาจะจดจำเอาไปเป็นอย่างดี เพื่อรอวันเอาคืนอย่างแน่นอน
"งั้นผมขอพูดตรง ๆ เลยแล้วกันนะครับ ทางประภาคารต้องการซื้อตัวอันดาคืน เรายินดีจ่ายเพิ่มให้เป็นสองเท่า จากราคาที่คุณประมูลไป"
ด้วยไม่ต้องการยืดเยื้อ รชต จึงบอกเจตนาของตนเองออกไปตามตรง อย่างน้อย คนที่มีชื่อเสียง และอำนาจในมือมากขนาดนั้น คงไม่มาสนใจกับแค่นางเงือกเพียงตัวเดียว
อีกอย่าง การส่งคืนพร้อมเงินเพิ่มขึ้นถึงสองเท่า นับว่าเป็นผลประโยชน์ที่มีมูลค่าไม่น้อย
"แล้วถ้าผมไม่ยินดี.." รามิล ตอบกลับเสียงเรียบ
คณิณ ที่ยืนประจำการอยู่เตรียมส่งสัญญาณหากว่าเจ้านายของเขา ต้องการให้เก็บกวาดพื้นที่..
"ไม่เคยมีใครกล้าขัดคำสั่งของประภาคารหรอกนะครับ ที่นี่เราคือกฎ ที่ยอมมาคุยด้วยดี ๆ เพราะเห็นแก่อนธการ แต่ถ้ายังดึงดันอยู่ มันอาจจบไม่สวยสักเท่าไหร่"
"งั้นลองดูได้เลยครับ คนอย่างผมไม่จำเป็นต้องไว้หน้าใคร โดยเฉพาะกับพวกที่กล้ามาล้ำเส้น..คุณอาจเคยได้ยินชื่อเสียงของผมมาบ้าง แน่นอน ถึงผมจะไม่ชอบสุงสิงกับใคร แต่อย่า!..มาท้าทายขีดจำกัดของผม"
ร่างสูง ก้าวเท้าเข้าไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของรชต กลิ่นคาวเลือดรุนแรงแผ่ซ่านออกมาจากทุกส่วนของร่างกาย
รังสีบางอย่างกำลังบอกว่าผู้ชายคนนี้ ไม่ธรรมดา
"ถ้าวันนี้ผมไม่ได้สัตว์เลี้ยงของผมคืน ผมรับปากได้เลยว่า ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ประภาคารของพวกคุณ จะเหลือแต่ชื่อ..."
กลุ่มแวมไพร์นักล่ากระชับวงล้อมเข้ามา บ่งบอกให้รู้ว่านี่ไม่ได้เป็นแค่เพียงคำขู่..
"วารี..เปิดประตูให้คุณรามิล.."
ด้วยอำนาจในมือยังมีไม่มากพอ หากเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นภายในประภาคาร คีริน กับพวก คงเอาข้ออ้างนี้มาเพื่อปลดเขาลงจากตำแหน่งแน่ ๆ
อีกทั้งจำนวนคนของรามิลตอนนี้มีมากกว่าเขา ต่อให้ดึงดันสู้ไป จากผลงานสด ๆ ร้อน ๆ ที่นอนเรียงรายอยู่บนพื้น เขาคงไม่มีทางชนะ อยู่ดี
จึงจำใจต้องปล่อยให้โอกาสในการครอบครองอันดา ครั้งนี้ หลุดมือไป
"เชิญทางนี้ค่ะ.."
คนสนิทของรชต ผายมือเล็กน้อย ก่อนจะพากลุ่มผู้บุกรุกลงมายังห้องใต้ดิน
ภาพที่เห็นคืออันดานอนหอบหายใจรวยรินอยู่ภายในตู้ปลาแคบ ๆ ที่มีน้ำสูงระดับอก
เธอไม่ได้กลายเป็นนางเงือก น่าจะมีสาเหตุมาจากความพิเศษของร่างกาย ทำให้การที่ต้องอยู่ในน้ำนานเกินไป กลายเป็นข้อจำกัดที่อันตราย
"หวังว่าพวกคุณจะจำให้ขึ้นใจ ว่าอันดาเป็นคนของผม ถ้าผมไม่อนุญาต ไม่ว่าพวกคุณจะใหญ่มาจากไหน แม้แต่ปลายเล็บก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องเธอ"
ปลายนิ้วแตะที่ตู้กระจกเบา ๆ ก่อนจะเกิดรอยร้าวโดยรอบ
เสี้ยววินาที ที่คุมขังแตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ รามิลย่อตัวลงช้อนร่างของอันดาที่หมดสติเอาไว้ในอ้อมกอด
"คราวหน้า คุณอย่าหวังว่าผมจะให้ออกไปไหนได้อีก...อันดา!"