คฤหาสน์ อนธการ
รามิลนั่งอยู่ภายในห้อง สายตาเหม่อมองออกไปที่รั้วใหญ่ ซึ่งจนป่านนี้อันดายังไม่กลับเข้ามา
เขามองดูนาฬิกาซ้ำ ๆ
แม้แต่คณิณ ยังไม่กล้าเข้าไปซักถาม ด้วยอารมณ์ของเจ้านายยามนี้ดูไม่ค่อยมั่นคงเท่าไหร่นัก เกรงว่าหากรบกวนหรือทำให้หงุดหงิด คงจะลุกขึ้นมาอาละวาดได้ง่าย ๆ
ขอร้องปล่อยฉันไปเถอะนะ ฉันกลัวแล้วอย่าทำอะไรฉันเลย
จู่ ๆ ในหัวของเขาพลันเกิดภาพเหตุการณ์บางอย่าง คล้ายเรื่องจริงก็ไม่น่าใช่ หรือเป็นเพียงฝันก็ไม่เชิง
ที่ตรงนั้นทั้งมืด ทั้งมีกลิ่นเหม็น
ร่างเล็ก ๆ ของอันดา ร้องไห้ป่านจะขาดใจ สองมือยกขึ้นพนมร้องขอชีวิตจากใครบางคนที่เห็นใบหน้าไม่ชัดเจน
ได้โปรด อย่าทำฉันเลย
เสียงสะอื้นสั่นเครือ แทบไม่เหลือเรี่ยวแรง
ฉันเจ็บ ฮึก ฉันเจ็บจริง ๆ
ชายคนหนึ่งหัวเราะเยาะ ก่อนจะบีบคางเธอจนใบหน้าบิดเบี้ยว
ร้องเลย ยิ่งร้องยิ่งดี ขอน้ำตาไหลเยอะ ๆ มุกจะได้เม็ดใหญ่ ขายราคาดี ๆ
ทันทีที่หยดน้ำตา หล่นลงพื้น มันค่อย ๆ แข็งตัว กลายเป็นไข่มุกเม็ดเล็กที่เปล่งประกายราวอัญมณี ชายอีกคนรีบก้มลงเก็บลง ด้วยความละโมบ
ภาพในนิมิต ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นห้องแคบ ๆ อีกแห่ง
อันดาถูกจับกดลงกับพื้นหินเย็นเฉียบ
แส้หนังที่มีตะขอเหล็กฟาดลงบนแผ่นหลังอย่างแรง
เพียะ!!
เสียงเนื้อฉีกขาด เด็กสาวร้องจนเสียงแหบเพื่อขอความเมตตา
เพียะ เพียะ
ทุกครั้งที่แส้ฟาด เลือดสดไหลอาบแผ่นหลัง พวกใจอำมหิตเหล่านั้นกลับหัวเราะด้วยความสะใจ
ยังไม่พอ เอาไข่มุกของแกมาให้ฉันอีก
หมอกหนาลอยฟุ้ง ก่อนภาพจะตัดไปที่บ้านหลังเล็ก ๆ ริมทะเล ร่างเล็กถูกจับกดศีรษะลงในอ่างน้ำ เธอดิ้นรนสุดชีวิต
แค่ก แค่ก
อันดาไอจนตัวงอ น้ำตาไหลพราก
ข้อเท้าของเธอถูกล่ามติดกับโซ่เส้นใหญ่ ก่อนจะถูกลากไปบนพื้นหินขรุขระ
ผิวขาวซีดครูดกับเศษหิน จนเป็นแผลยาว เลือดไหลทิ้งเป็นทาง
พอเถอะ ฉันไม่ไหวแล้ว
เสียงอ้อนวอนที่ไม่มีใครรับฟัง
เด็กสาวนั่งกอดเข่าตัวเองอยู่มุมห้อง ร่างกายเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ
เธอทำได้เพียงกอดตัวเองแน่น ไม่กล้าร้องไห้ ด้วยกลัวว่าของมีค่าจะตกอยู่ในมือคนชั่ว
ภาพทุกอย่างแตกสลายราวกระจก
รามิลสะดุ้งเฮือกเหมือนตกจากที่สูง
เล็บแหลมคมงอกออกมาจากปลายนิ้ว เขากำหมัดแน่น จนเลือดสีเข้มไหลซึมออกมาโดยไม่รู้ตัว
ดวงตาสีแดงสั่นไหวด้วยความโกรธและเจ็บปวด ไม่เคยคิดว่าชีวิตของอันดา ต้องผ่านนรกที่โหดร้ายเพียงใด
"คณิณ"
ประมุขแวมไพร์เอ่ยเรียกคนสนิท
"ครับ นายท่าน"
"ช่วยส่งคนไปตามสืบมาให้หน่อย ว่าพวกมนุษย์ที่เคยดูแลอันดาเป็นใคร แล้วพวกมันทำอะไรกับเธอบ้าง ก่อนที่ผมจะรับเธอมาอยู่ด้วย"
แม้จะไม่รู้สาเหตุว่าทำไมตนเองถึงเห็นภาพเหล่านั้น แต่ชายหนุ่มเชื่อว่าทุกอย่าง มีที่ไปที่มา และเขาต้องการรู้ความจริง
ห้องนอนอันมืดมิดตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง ในใจของรามิลเกิดความคิดสับสนลังเลขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
เสียงร้องไห้ ภาพที่หญิงสาวทุกข์ทรมาน ร่างกาย เต็มไปด้วยบาดแผลเพราะทุกคนพยายามบีบคั้นเพื่อให้ได้ของมีค่าที่ตนต้องการ
มุกสีเลือด ...
เขาเอง ก็เช่นกัน
"ผมควรจะทำยังไงกับคุณดี อันดา"
เขาเอ่ยเสียงแผ่วเบา
นับตั้งแต่ถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกมนุษย์ แบกรับความหวังของเผ่าพันธุ์ปีศาจดูดเลือดกลุ่มสุดท้ายของโลกเอาไว้
ทุกครั้งรามิลทำทุกเรื่องอย่างเด็ดขาด ไม่เคยปรานี หรือผ่อนปรนให้ใคร คิดแค่ว่าอำนาจของเขาสามารถกำหนดได้แม้กระทั่งลมหายใจของพวกมนุษย์
ทว่า เมื่อค่ำคืนแห่งการทำพิธีคืบคลานเข้ามา เขาเริ่มรู้สึกกลัวว่าหญิงสาวอาจเจ็บปวดเหมือนดั่งเช่นที่เธอเคยเผชิญ
พวกเราอยากเห็นแสงสว่างจะได้ไม่ต้องอยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ แบบนี้อีก
ครั้งหนึ่งในชีวิต หากต้องตายไปจริง ๆ ได้เห็นแสงของพระอาทิตย์ ก็คงดี
ท่านคือประมุขของอนธการ นี่คือสิ่งที่ท่านต้องรับผิดชอบพวกเรา ครั้งนี้หากเราผ่านมันไปได้ เราก็ไม่ต้องซ่อนตัวจากสายตารังเกียจของพวกมนุษย์อีก
ทุกคำพูดของพี่น้องสายเลือดแวมไพร์เหมือนแรงกดดันที่เขาไม่มีทางเลือก
ตำแหน่งอันสูงส่ง แบกรับความหวังเอาไว้มากมาย และเขาไม่สามารถเห็นแก่ตัวได้
"นายท่านครับ ได้เรื่องแล้วครับ"
เสียงของคณิณ ดึงรามิลให้หลุดออกจากภวังค์
"ว่าไง"
"เท่าที่หลักฐานพอมี เหมือนคุณอันดาจะถูกขายต่อในตลาดมืดมานานหลายปีแล้วครับ"
"หลายปีที่ว่า.."
"เท่าที่ผมสืบได้ มากกว่าร้อยปีแน่ ๆ "
แววตาของแวมไพร์หนุ่มสั่นไหวเล็กน้อย เพราะนั่นหมายความว่า ภาพที่เขาเห็นคือชีวิตของหญิงสาวที่ถูกกระทำมาเนิ่นนานนับร้อยปี
"เธอถูกขายทอดไปเรื่อย ๆ หนีออกมาไม่ต่ำกว่ายี่สิบครั้ง และส่วนใหญ่คนที่จับเธอไป ก็จะร่ำรวยขึ้นกะทันหัน กลายเป็นมหาเศรษฐีแบบชั่วข้ามคืน คนสุดท้ายเห็นว่าเป็นนายทหาร พอเธอหนีออกมาก็ถูกจับไปศูนย์ทดลอง จากนั้น ไม่มีข้อมูลอื่น ๆ จนกระทั่งเธอมาปรากฏตัวอีกครั้งในงานประมูลของประภาคาร"
ข้อมูลทั้งหมดถูกรายงานต่อผู้เป็นนาย
แม้จะไม่รู้ว่ารามิลต้องการสิ่งใดจากการให้เขาไปสืบหาอดีตของอันดาในคราวนี้ แต่คณิณไม่คิดจะถามไถ่ซักไซ้ให้มากความ ด้วยจากสีหน้าของเจ้านายของตนเวลานี้ หากกลุ่มคนที่ทำร้ายเงือกสาวโผล่มาตรงหน้า คงพร้อมฆ่าทิ้งอย่างไม่ต้องสงสัย
"อันดากลับมาหรือยัง" แวมไพร์หนุ่มภามต่อ
"ยังครับ แต่พิบูลโทรมาแจ้งว่าได้ของจากที่นั่นมาแล้ว อีกสักพักน่าจะถึง"
"อืม ให้แม่บ้านเตรียมอาหารเย็นไว้ได้เลยนะ ไม่ต้องรอผม วันนี้ผมไม่ได้ลงไป"
"ครับ นายท่าน"
คนสนิทถอยหลังออกมาแล้วเอื้อมมือปิดประตูเบา ๆ
ไม่นานแสงจากหน้ารถมาเทียบจอดที่หน้าคฤหาสน์ ร่างบางก้าวลงมาจากรถพร้อมกล่องกระดาษในมือ
"ขอบคุณมากนะคะ"
อันดาหันไปบอกบอดี้การ์ดหนุ่มอย่างสุภาพ ก่อนจะเดินหายเข้าไปด้านใน
"ลุงคณิณคะ คุณรามอยู่ไหน ทำไมอันไม่เห็นเลย"
หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เธอตั้งใจว่าจะลงมากินอาหารเย็นร่วมกับรามิลเหมือนเช่นทุกวัน แต่จนกระทั่งของหวานนำออกมาวาง แม้แต่เงาของคนที่เฝ้ารอเธอก็ยังไม่พบ
"วันนี้นายท่านสั่งเอาไว้ว่าคงไม่ได้ลงมาครับ ให้คุณอันดาทานข้าวแล้วพักผ่อนได้เลยไม่ต้องรอ"
"งั้น อันขอไปหาคุณรามได้ไหมคะ พอดีมีเรื่องอยากปรึกษาเขาสักหน่อย"
"เดี๋ยวผมลองไปถามให้นะครับ ว่านายท่านสะดวกหรือเปล่า"
ยังไม่ทันที่คณิณจะก้าวพ้นเขตห้องอาหาร ร่างสูงของรามิลก็ปรากฏขึ้น แววตาของเขาดูเย็นชา ไม่แม้แต่จะสบตาหญิงสาวที่นั่งอยู่ด้วยซ้ำ
"คุณราม มาพอดีเลยค่ะ อันมีเรื่องอยากคุยด้วย"
อันดาบอกอย่างตื่นเต้น
คราวก่อน เขารับปากเธอเอาไว้เสียดิบดี ว่าหากมีปัญหาที่ต้องการความช่วยเหลือ เขายินดีจะช่วยเธออย่างเต็มที่ ตอนนี้หลังจากได้หลักฐานมาจากบ้านพักทหาร อันดาคิดว่ารามิลน่าจะมีวิธีสืบหาและจัดการได้ดีกว่า ด้วยอำนาจและทรัพยากรในมือ จึงอยากจะลองปรึกษาเขาดู
"มีอะไร" รามิลถามเสียงเย็นชา
"คือวันนี้อันไปได้ข้อมูลบันทึกของคนที่พาอันไปขังเอาไว้ มันมีพวกตำราเกี่ยวกับเงือกอยู่ด้วย อันเลยคิดว่า..."
"เอาเรื่องไร้สาระพวกนี้มาบอกผมทำไม"
เงือกสาวหยุดชะงัก แววตาตื่นเต้นเลือนหายไปจากใบหน้า
"คุณรามว่ายังไงนะคะ"
"เรื่องของคุณ มันไม่ได้เกี่ยวกับผมสักหน่อย คุณเจออะไร อยากจะทำอะไร ทำไมไม่รู้จักจัดการด้วยตัวเอง คิดว่าผมจะช่วยคุณได้ทุกเรื่องงั้นเหรอ หวังสูงไปหน่อยไหม"
"แต่ตอนนั้นคุณรามเป็นคนพูดเอง.."
"ผมพูดเล่นคุณก็เชื่อ..ไม่แปลกใจที่ถูกหลอกมานับครั้งไม่ถ้วน"
อันดาเงยหน้ามองอีกฝ่ายด้วยความไม่เข้าใจ ทั้งที่เมื่อวานยังคุยตกลงกับดิบดี แต่วันนี้กลับพลิกลิ้น เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ
หรือที่บอกว่าล้อเล่น เพราะเขามองว่าความหวังขอเธอเป็นเพียงเรื่องสนุก เอาไว้ยื้อให้เธออยู่กับเขาไม่ไปไหน
"คุณคิดแบบนั้นจริง ๆ ใช่ไหมคะ"
ใบหน้าเย็นชาเหลือบมองเพียงเล็กน้อย ก่อนจะจิบเครื่องดื่มสีแดงในแก้วจนหมด
"คุณคิดว่าผมจะให้ความสนใจอะไรกับสัตว์เลี้ยงอย่างคุณ ขนาดนั้นเหรอ เลิกเพ้อฝันได้แล้วอันดา ต่อไป อย่าเที่ยวเชื่อใจใครง่าย ๆ แบบนี้อีก"
คำพูดราวกับมีดที่เฉือนลงในบาดแผลเก่า
ตอนนั้นรามิลพูดเองกับปากว่าเธอคือคนของอนธการ ไม่ใช่สัตว์เลี้ยง แต่มาวันนี้เขากลับบอกว่าเธอเป็นแค่ของเล่นไร้ประโยชน์ที่ดันเผลอทะนงตัวว่าสำคัญ
เธอควรรู้ตั้งแต่แรก ว่าไม่มีใครบนโลก หวังดีกับเงือกเช่นเธอ ทุกคนแค่ต้องการหาผลประโยชน์ วันหนึ่งเมื่อเธอหมดความหมายรามิลคงกระทำต่อเธอเฉกเช่นคนอื่นที่ผ่านมา
"ค่ะ ฉันเพ้อเจ้อไปเอง ต่อไปจะไม่รบกวนคุณรามิลให้อึดอัดใจอีก ขอตัวนะคะ"
ประมุขแวมไพร์มองตามแผ่นหลังไปจนลับสายตา
ใจหนึ่งเขาอยากรั้งเธอเอาไว้ แต่หากปล่อยใจให้เผลอไผลไปกับความสัมพันธ์นี้ต่อไป ถึงเวลาคงเป็นเขาเองที่ต้องเจ็บปวด สู้ให้มันสิ้นสุดลงตรงนี้ เหลือไว้แค่ข้อตกลงและผลประโยชน์ อย่างที่ตั้งใจเอาไว้ตั้งแต่ต้น