สัตว์เลี้ยง
.
.
เสียงยางรถยนต์บดลงบนถนนคอนกรีตเก่า ๆ
หลังจบงานประมูล นางเงือกสาวในตู้กระจก ถูกส่งขึ้นท้ายรถคอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ เพื่อนำไปส่งให้กับลูกค้าคนสำคัญ ที่จ่ายราคาของเธอสูงถึง 500 ล้านบาท
ยานอนหลับชนิดพิเศษ ถูกฉีดตั้งแต่ตอนออกเดินทาง ขณะนี้เริ่มหมดฤทธิ์
อันดาลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ แล้วมองออกไปรอบกาย
ในใจเฝ้าคิดว่าเมื่อไหร่กัน ที่เธอจะหลุดพ้นจากโชคชะตาที่แสนโหดร้ายเสียที หากเป็นไปได้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม เธอจะไม่มีทางขึ้นมาอยู่บนพื้นโลกนี้เด็ดขาด มันไม่ได้สวยงามดั่งเช่นคำบอกเล่าเลยสักนิด
แต่กลับเต็มไปด้วยอันตราด การทรยศหักหลัง...
คฤหาสน์อนธการ
"คุณจำเป็นต้องอยู่ในน้ำตลอดเวลาหรือเปล่า"
ตู้ปลาใบใหญ่ ถูกยกลงมาวางในห้องโถง ก่อนที่เหล่าบรรดาพนักงานส่งของจะรีบกลับออกไป ด้วยบรรยากาศโดยรอบ ทั้งน่ากลัวและวังเวงจนขนลุก
"ไม่..คุณจับฉันมาทำไม อยากได้อะไรจากฉันอีก"
"บ้านมันเงียบ ผมแค่ต้องการสัตว์เลี้ยง..ตู้บ้านี่เกะกะชะมัด..เอามือปิดหน้าไว้ ผมไม่อยากให้เสียของ"
แม้จะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังหมายถึงสิ่งใด แต่อันดาก็ยอมทำตามอย่างง่ายดาย
เพล้ง...
กระจกหนาแตกกระจาย พร้อมสัมผัสได้ถึงเศษซากบางส่วน ที่กระเด็นมาโดนผิวหนังของเธอโดยไม่ตั้งใจ
"เอาล่ะ เอามือออกได้"
สองมือสั่นเทาลดลงขนาบข้างลำตัวอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ไม่รู้ว่าต่อจากนี้จะต้องโดนทรมานด้วยวิธีไหน
"เนื้อตัวมอมแมมขนาดนี้ พวกมันดูแลคุณมายังไง ไหนว่ามีมูลค่ามหาศาล สงสัย ผมคงโดนย้อมแมวขายแล้วแน่ ๆ เฮ้อ...ช่างมันเถอะ! ถือว่าหาสัตว์เลี้ยงมาช่วยเฝ้าบ้านแล้วกัน..คุณชื่ออะไรนะ"
"อะ..อันดา"
"อันดา..จำเอาไว้ให้ดี ต่อไปนี้ คุณคือสัตว์เลี้ยงของผม ผมชื่อรามิล หรือเรียกว่ารามก็ได้..ไปอาบน้ำกันดีกว่า เห็นคุณอยู่ในสภาพนี้แล้วทำให้ผมนึกถึงกองขยะยังไงก็ไม่รู้"
ปลอกคอสีดำถูกนำมาสวมที่คอของหญิงสาว ที่บอกว่าจะเลี้ยงดูเธอในฐานะของสัตว์เลี้ยงคงไม่เกินจริง
"ไปหาชุดของผู้หญิงน่ารัก ๆ มาสัก สามสี่ชุด แล้วพรุ่งนี้ให้คนของเราเตรียมของใช้จำเป็นทั้งหมด มาไว้ที่ห้องเล็กข้าง ๆ ผมก็แล้วกัน"
รามิล หันไปสั่งการกับพ่อบ้านคนสนิท ก่อนจะจูงสายลาก พาตัวอันดาเข้าไปในห้องน้ำ
"อาบน้ำเองเป็นใช่ไหม หรือต้องให้ผมช่วย"
สองมือเอื้อมไปที่สายเสื้อเก่า ๆ ตรงหัวไหล่ ตั้งใจว่าจะปลดมันออก ด้วยเห็นท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ ของหญิงสาวแล้ว เขาชักไม่แน่ใจว่านี่เป็นนางเงือกตามคำโฆษณา หรือสาวน้อยที่ไม่รู้จักการใช้ชีวิตบนโลกใบนี้กันแน่
"เป็น..ปะ เป็นค่ะ คุณช่วยออกไปก่อนได้ไหม"
"อืม..อย่านานนักละ ผมไม่ค่อยมีเวลามารอใครสักเท่าไหร่ สบู่ แชมพูของผม คุณใช้ได้ตามสบาย ไว้พ่อบ้านจัดการของให้คุณเสร็จเมื่อไหร่ ผมจะพาคุณย้ายเข้าไปพักที่ห้องส่วนตัว"
"คะ..ขอบคุณค่ะ"
ประตูห้องน้ำเลื่อนปิดลง ก่อนที่อันดาจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ
แม้รามิลจะดูแตกต่างจากหลาย ๆ คนที่เธอเจอ แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ความไว้ใจเป็นสิ่งสุดท้าย ที่เธอจะสามารถมอบให้คนแปลกหน้า ด้วยไม่อยากทนรับความเจ็บช้ำอีกต่อไปแล้ว..
หลังจากอาบน้ำเสร็จรามิลพาเธอมานั่งตรงหน้ากระจกบานใหญ่ ลวดลายไม้ที่ปรากฏอยู่ ดูเหมือนว่า ของใช้ส่วนตัวชิ้นนี้ จะมีอายุไม่ต่ำกว่าร้อยปี
"ผมคุณสวยดีนะ สีบลอนด์ธรรมชาติเลยเหรอ"
มือหนาบรรจงหวีผมให้เธออย่างช้า ๆ ราวกับเด็กน้อยที่เพิ่งได้ของเล่นเป็นตุ๊กตาตัวใหญ่
"เท่าที่จำความได้ก็เป็นสีนี้มาตลอดค่ะ"
"สวยดี แล้ว..ทำไมถึงมาอยู่บนบกได้ล่ะ คุณเป็นเงือกจริง ๆ ใช่หรือเปล่า"
แววตาไหววูบปรากฏอยู่บนหน้าหญิงสาว
หนีไม่พ้นอีกแล้วซินะ
เธอได้แต่คิดในใจ
"ฉันจำไม่ได้เหมือนกัน แต่เคยลองคิดจะกลับลงทะเลอยู่หลายครั้ง พอดำน้ำลึกลงไป ก็ต้องโผล่ขึ้นมาที่เดิม ฉันกลั้นหายใจเหมือนเงือกตนอื่นไม่ได้ จนถึงตอนนี้ ก็ยังสาเหตุไม่เจอ"
อันดา เอ่ยเสียงเศร้า
เพราะอยากหลุดพ้นจากบ่วงกรรมบนพื้นดิน เธอจึงลองหาวิธีกลับสู่ใต้ท้องทะเล แม้จะคืนร่างเป็นเงือกได้ แต่เมื่อดำน้ำลึกลงไป ขาทั้งสองข้างกลับงอกขึ้นมา จมูกที่หายใจใต้น้ำได้ เริ่มสำลักจนต้องแหวกคืนขึ้นสู่ผิวน้ำเพื่อเอาตัวรอด
บางทีเธอแอบคิด ว่าการที่ต้องมาอยู่ข้างบน คงเพราะเธอเป็นสายเลือดที่ถูกทอดทิ้ง และไร้ประโยชน์สำหรับใต้มหาสมุทรก็เป็นได้
"แต่เท่าที่ผมได้ข้อมูลมา เขาบอกว่าคุณเป็นถึงธิดาของจักรพรรดิเมืองใต้สมุทรเลยนะ"
"คุณก็เชื่อ.." รามิล นิ่งไปชั่วครู่
ตั้งแต่ต้นจนจบ แม้อันดาจะดูแตกต่างจากคนธรรมดาทั่วไป แต่เขาไม่สามารถปักใจยอมรับว่าเธอเป็นนางเงือกตามตำราได้เลยแม้แต่น้อย
ของล้ำค่าที่ทุกคนเฝ้าตามหา จะมาถูกจับลงงานประมูลให้คนเสนอราคาเป็นสินค้าตลาดนัดได้อย่างไร
"ฉันคงไม่ได้มีค่ามากขนาดนั้นหรอกค่ะ แต่กับพวกมนุษย์ นางเงือกคือสิ่งแปลกประหลาด คือเผ่าพันธุ์ที่ไม่คิดว่าจะมีอยู่จริง ไม่แปลกที่พวกเขาจะให้ความสนใจ ตีราคาของฉัน จนมีคนอย่างคุณ ที่ยอมจ่ายตั้ง 500 ล้าน เพื่อพาฉันกลับมาอยู่ด้วย"
"เงินแค่นั้นมันไม่ได้ทำให้ผมจนลงหรอก สิ่งที่ผมต้องการ คือนางเงือกตัวจริงเท่านั้น ถ้าคุณยังอยากมีชีวิตรอดต่อไป ก็พิสูจน์ให้ผมเห็นหน่อย"
ดวงตาของแวมไพร์หนุ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงชาด เขาวางหวีไม้ลงที่หน้ากระจก ก่อนจะกระชับสายจูงในมือจนแน่น
"บ้านหลังใหญ่ขนาดนี้ มีสระว่ายน้ำหรือเปล่าล่ะ ถ้าคุณอยากเห็น ฉันก็จะทำให้คุณได้เห็น"
อันดา ไม่ได้สะทกสะท้านต่อท่าทีคุกคามนั่นแม้แต่น้อย เพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอถูกกระทำเช่นนี้
หากเป็นเมื่อก่อนเธอคงร้องไห้ฟูมฟาย อ้อนวอนขอให้ปล่อยตัวเธอไป ซึ่งในวาระสุดท้ายแล้ว มันเป็นเพียงคำพูดไร้ค่า ไม่มีใครทำให้เธอเลยสักคน
"มี! อยู่หลังบ้าน คุณคิดจะทำอะไร"
"เงือกเป็นเผ่าพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในน้ำ ถ้าอยากให้ฉันกลายเป็นร่างของนางเงือกที่สมบูรณ์ ฉันก็ต้องการน้ำ"
"ดี..งั้นเราไปกัน แต่ผมบอกคุณเอาไว้ก่อนนะ ว่าคุณมีโอกาสแค่ครั้งเดียว ถ้าคุณไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการ ชีวิตของคุณต่อจากนี้ ผมจะทำให้คุณลืมอดีตที่เคยมีให้หมด เพราะที่นี่จะเลวร้ายมากกว่าร้อยเท่า"
รามิล ลากสายจูง พาตัวอันดาลงมาที่ชั้นล่าง และนั่นทำให้เธอได้เห็นว่าแท้จริงแล้ว คฤหาสน์แสนกว้างใหญ่แห่งนี้ เขาไม่ได้อาศัยอยู่ตามลำพัง ยังมี กลุ่ม ชาย หญิง อีกหลายสิบชีวิต
ทั้งพื้นที่ข้างนอก ยังมีบ้านที่ตั้งปลูกห่างกันอีกหลายหลัง คาดคะเนจากสายตาแล้ว คงไม่ต่ำกว่าร้อยไร่ นั่นทำให้เธอเริ่มเป็นกังวล ว่าบางทีรามิล อาจไม่ใช่บุคคลที่มีสถานะธรรมดาทั่วไป
ทุกก้าวของเธอต่อจากนี้คงต้องระมัดระวังให้มาก
เพราะถ้าหากรามิลมีอำนาจมากพอ และทุกคนรู้ว่าตอนนี้เธอถูกเขาซื้อตัวมา นั่นหมายความว่าจะไม่มีใครกล้าทำร้ายเธออีก เธอแค่สร้างความไว้ใจ และใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังนี้ไปสักพัก
นั่นคงเพียงพอให้ชีวิตน้อย ๆ อันแสนรันทด ได้พอได้หายใจหายคอกับเขาบ้าง
"ต้องทำยังไงบ้าง"
เพราะมัวแต่ใจลอยหาทางเอาชีวิตรอด กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เสียงทุ้ม ๆ ของรามิลดังขึ้น
ตอนนี้ทั้งสองคนมายืนอยู่หน้าสระว่ายน้ำขนาดใหญ่
แสงนีออนจากหลอดไฟ ตกกระทบลงบนผืนน้ำสีฟ้า
"ไม่ต้องทำอะไรค่ะ แค่ลงไปอยู่น้ำนั่นก็พอ"
อันดาหันมาส่งยิ้มให้ ก่อนจะวิ่งลงไปกระโดดลงสระ
ด้วยไม่ทันตั้งตัวและเผลอลืมไปว่าในมือมีสายจูงที่คล้องไว้กับคอของหญิงสาว ทำให้รามิลถูกแรงกระชากดึงลงสู่ผืนน้ำพร้อมกัน
"ทำบ้าอะไรของคุณเนี่ย..อยากตายหรือไง"
"ก็คุณเป็นคนให้ฉันพิสูจน์เองไม่ใช่เหรอ.."
ชายหนุ่มเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือหนารีบคว้าสายล่ามเอาไว้ หวังจะรั้งตัวเธอเข้ามาใกล้
ความเกรี้ยวกราดมลายหายสิ้น เมื่อได้เห็นร่างสมบูรณ์แบบที่โผล่พ้นขึ้นมาจากผิวน้ำ
หยาดน้ำเกาะตามลำตัว บัดนี้เปล่งประกายระยิบระยับ ราวกับผงมุกยามต้องแสงจันทร์
เรือนผมสีบลอนด์ เปียกชุ่ม ลู่ไปตามผิวขาวเนียน ยิ่งขับให้โครงหน้าเรียวสวย และลำคอระหงดูงดงามจนน่าใจหาย
สายล่ามสัตว์เลี้ยงที่ควรเกะกะลูกตา กลับขับเน้นให้ไหปลาร้าคู่สวย และช่วงไหล่ที่กลมกลึงดูเย้ายวนใจ อย่างประหลาด
ท่อนบนของเธอ เหลือเพียงเปลือกหอยทรวงอกอวบอิ่มสล้างของเธอเอาไว้ เมื่อมองลึกลงไปใต้ผืนน้ำ สิ่งที่โบกสะบัดอยู่ไม่ใช่ขาเรียวยาว ทว่าคือหางปลาสีเฉดเดียวกับเส้นผม สะท้อนแสงแวววาวราวกับอัญมณีมีชีวิต
เธอกะพริบตาไล่หยาดน้ำช้า ๆ จ้องมองตรงมาที่เขา รอยยิ้มบางเบาผุดขึ้นที่มุมปาก
รามิลยืนนิ่ง เก็บกลืนคำพูดด่าทอมากมายกลับคืนลงคอ หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความโกรธเริ่มเต้นผิดจังหวะอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความ
เขาทำได้เพียงจ้องมองนางเงือก ตรงหน้าด้วยสายตาที่ตกตะลึง หลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้น
"คราวนี้คุณจะเชื่อฉันได้หรือยัง"
เสียงของอันดา ฉุดรั้งแวมไพร์หนุ่มออกจากภวังค์
"อะ อืม..เชื่อแล้ว และแบบนี้นานไหม กว่าคุณจะกลับคืนร่างมาเป็นคนได้"
"ไม่นานหรอก แค่ขึ้นจากน้ำก็พอ ตอนนี้คุณเห็นแล้วว่าฉันเป็นเงือกจริง ๆ คุณ...จะทำยังไงกับฉันต่อไปเหรอคะ"
ความหวาดกลัวฉายชัดในดวงตาสีเทาคู่สวยอีกครั้ง
"คุณ..จะทำร้ายฉันไหม จะทรมานฉันหรือเปล่า ถ้าคุณอยากได้อะไร คุณขอฉันดี ๆ ได้นะ ฉันสัญญาว่าจะเชื่อฟังคุณทุกอย่าง แต่ฉันไม่อยากเจ็บปวดทรมานเพราะโดนทำร้ายอีกแล้ว"
เงือกสาวอ้อนวอน แม้จะรู้ดีว่าอาจไม่เป็นผล แต่เธอยังอยากลองดูสักครั้ง แม้จะเป็นโอกาสที่ได้รับเพียงชั่วคราวก็ตามที
"ถ้าไม่อยากให้ผมทำร้ายคุณ งั้นต่อไปนี้ คุณอยู่ที่นี่ในฐานะสัตว์เลี้ยงของผม"
มือหนากระชับโซ่ปลอกคอในมือขึ้นมาไว้เหนือผิวน้ำ เพื่อประกาศความเป็นเจ้าของ
"ฟังทุกอย่างที่ผมพูด ทำตัวเชื่อง ๆ ให้คุ้มค่ากับเงินที่ผมจ่ายไป และพึงระลึกเอาไว้เสมอ ว่าอย่าคิดหนีจากผมเด็ดขาด..."