ตอนที่9 l ทำคนโกรธ (อดเยเลยสิ)

1721 Words
ความคิดฝ่ายดีดันชนะ เกรซถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะลุกไปหาเพื่อนร่วมคลาสที่กำลังยกแก้วค็อกเทลจะจิบ “นิรา” เจ้าของชื่อหันขวับมามอง เห็นว่าคนเรียกเป็นเกรซก็วางแก้วลงบนโต๊ะอย่างไม่พอใจ “เรียกฉันทำไม” เจ้าของเสียงทำหน้าจิกกัดแต่พอนึกขึ้นได้ว่ามีผู้ชายอยู่ข้าง ๆ ก็รีบเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มทันที “มีอะไรเหรอ” เสียงหวานถามในขณะที่เกรซเดินมายืนเคียงอีกฝั่งพลางเอาแต่มองชายแปลกหน้าไม่วางตา เพิ่มพูนความแค้นใจให้นิราคิดว่าจะมาแย่งผู้ชายของตน แต่กระนั้นก็ไม่แสดงออกโจ่งแจ้งฝืนยิ้มทั้งที่กัดฟันแน่น “ใครเหรอนิรา” สาวแว่นถามต่อ “นี่พี่น้ำและส่วนนี่ยัยแว่นเพื่อนร่วมคลาสนิราเองค่ะ” “สวัสดีครับน้องแว่น” ชายหนุ่มยิ้มตามมารยาทให้คนมาใหม่ ไม่ได้สนใจอะไรมากนักเพราะเป้าหมายของเขาคือน้ำแก้วนั้นต่างหาก “ดื่มสิน้องนิรา” เขาขยับแก้วเข้าไปหาหล่อน ดูก็รู้แล้วว่าพยายามยัดเยียดแต่ยัยนิรานี่สิโง่บรม สวยไม่มีสมอง ส่งยิ้มหวานให้ไม่พอยังยอมหยิบแก้วอย่างว่าง่าย โคตรขัดใจ!! “ได้ค่ะพี่น้ำ นิราจะกินน้ำของพี่ให้หมดเลยค่ะ” ริมฝีปากสีฉูดฉาดแตะขอบแก้วยังไม่ทันจิบ เกรซขัดจังหวะเสียก่อน “จะกินจริงเหรอนิรา” “อะไรอีก อย่าบอกนะว่าเธออยากกินบ้าง” นิราหันไปจิกปากจิกหน้าใส่คนห้าม “ไม่ใช่ ฉันแค่บอกว่าก่อนหน้านี้เห็นพี่คนนี้ใส่ยาเสียสาวไปด้วย” เอ่ยจบสองสาวก็หันขวับไปมองชายหนุ่มทันที “พะ...พูดอะไรของน้อง ยาเยอที่ไหนกัน” เขาตอบเสียงสั่นไม่กล้าสบตานิราตรง ๆ ท่าทางมีพิรุธ “ถ้าไม่มี งั้นพี่กินสิ” เป็นเกรซที่ออกตัวแรง แย่งแก้วในมือนิราส่งไปให้คนปากแข็ง “กินทำไมพี่เอามาให้น้องนิรา น้องแว่นอย่าหาเรื่องพี่สิ” “ไม่กล้า! แสดงว่าใส่ยาไว้สินะ” “อีแว่น!! เสือกไม่เข้าเรื่องนะมึง” คนถูกจับได้ชักสีหน้าโกรธ หันมาทำตาดุใส่เกรซเผยสันดานเดิม ทำเอานิราตกใจ “แจ้งความเลยไหมนิรา เดี๋ยวฉันโทรให้” เกรซทำเป็นล้วงโทรศัพท์ ชายหนุ่มเห็นปุ๊บก็รีบเดินหนีไปอย่างไว “โธ่คิดว่าจะแน่...” สาวแว่นตะโกนตามหลังสะใจที่สามารถเปิดโปงแผนชั่วได้ราวกับตัวเองเป็นโคนัน ต้องขอบใจความช่างสังเกตที่ดันไปเห็นเข้าพอดี ไม่งั้นคืนนี้ต้องมีหญิงสาวตกเป็นเหยื่อมันแน่ เหลือกันแค่สองคน นิราที่หันกลับมามองเกรซด้วยสายตาซาบซึ้ง “ขอบใจมากนะ” “ไม่ต้องขอบใจ ฉันช่วยเพราะเห็นเป็นผู้หญิงเหมือนกัน” “ก็ได้ งั้นเข้าใจตรงกันนะ ฉันกับเธอไม่มีอะไรติดค้างกัน อย่าเอาเรื่องนี้มาทวงบุญคุณล่ะ เพราะเธอไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก” “หา...” “กลับไปโต๊ะเธอได้แล้ว เดี๋ยวคนอื่นคิดว่าฉันสนิทกับคนเชย” “เออ คนแบบนี้ไม่น่าช่วยหรอก” เกรซเดินหน้าบูดกลับมานั่งที่เดิม เพื่อนสนิทเหลือบมาเห็นเข้าคิดว่าเพื่อนไม่พอใจตนจึงรีบลาผู้ชาย ก่อนจะเดินกลับมาหาเพื่อน “เป็นอะไรอีเกรซ โกรธฉันเหรอ” “เปล่า” “หน้าแกไม่ได้บอกแบบนั้น มีอะไรพูดมาสิ” ร่างบางเล่าเหตุการณ์เมื่อครู่ให้เพื่อนรักฟัง และเป็นไปตามคาดที่มิกซ์โกรธแค้นแทน ด่านิรายกใหญ่ข้อหาเนรคุณโดยที่ฝ่ายนั้นไม่รู้ร้อนรู้หนาวหรอกกำลังเต้นท่ายั่วยวนกับเพื่อนหล่อนหน้าเวทีโน้น “ฉันไม่สนุกเลยว่ะ พวกเรากลับกันไหม” เกรซชวนพลางยกข้อมือดูเวลา ตอนนี้ปาเข้าไปเที่ยงคืนกว่าแล้ว เธอทั้งง่วงทั้งเบื่อ “ดีเหมือนกัน ไอ้พวกรุ่นพี่ไม่สนใจพวกกเราแล้ว รีบชิ่งกันดีกว่า” “ไปแก” สองเพื่อนรักเดินควงแขนหัวเราะคิกคักออกมาหน้าผับ กำลังเดินไปฟุตพาทเพื่อเรียกแท็กซี่ แต่ยังไม่ทันถึงจู่ ๆ มีชายหนุ่มแปลกหน้าสามคนก้าวมาดักหน้า ทำเอาทั้งสองชะงักกึก “มีอะไรคะพวกพี่สุดหล่อ” มิกซ์ถามด้วยน้ำเสียงแกมเล่น แต่สายตาคนพวกนั้นกลับเอาแต่จ้องเกรซ มีคนหนึ่งลูบไล้ตามรูปปากส่อแววหื่นกระหาย ทำเอาคนถูกมองรู้สึกกลัวเกาะแขนเพื่อนแน่นกว่าเดิมเสียอีก “นี่เหรอวะคนเสือกเรื่องไอ้น้ำ” เกรซกระพริบตาปริบ ๆ พลางนึกคุ้นชื่อที่พวกนั้นเอ่ย ยังไม่ทันถามความสงสัยของเธอก็ถูกกลบด้วยชายอีกคนที่เดินออกมาจากมุมมืด ดวงตาภายใต้กรอบแว่นเบิกกว้างตกใจ ใช่! มันคือคนเดียวกับที่จะวางยานิรา “อีเชย อีขี้เสือก” คนมาใหม่เห็นหน้าสาวแว่นปุ๊บก็ตะคอกด้วยความโมโห “มึงรู้ไหมทำกูพลาดเยสาวฟรี” มันจะใช้นิ้วชี้จิ้มหน้าผากมนแต่มิกซ์เป็นคนปัดมือมันทิ้ง “เลว สันดานหมา ทำเรื่องต่ำช้ายังจะมาโทษคนอื่นอีก” มิกซ์ด่าสวนทันควัน เป็นเป้าสายตาให้ทั้งสี่คนมองเป็นตาเดียว หล่อนเองก็กลัวแต่กระนั้นก็ยังปกป้องเพื่อนกางแขนข้างหนึ่งกันเกรซไว้พลางค่อย ๆ ถอยหลังพร้อมกับที่พวกมันก้าวเข้ามาหา “เป็นผัวอีนี่สินะ” “จะเป็นอะไรไปหนักหัวพวกมึงเหรอ ลองเข้ามาอีกดิกูจะร้องให้คนช่วย” คำขู่บวกกับน้ำเสียงต่ำแอ๊บแมนกะจะหลอกให้พวกมันกลัว แต่ไม่ได้ผล เหล่าชายฉกรรจ์ก้าวเข้าหาเรื่อย ๆ แถมสายตาสี่คู่ที่น่าจะจับจ้องมิกซ์ กลับเพ่งเล็งที่เกรซสร้างความกดดันขยะแขยงเป็นเท่าตัว หมับ! คนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้คว้ามือเกรซโดยไม่ทันตั้งตัว “ปล่อยนะเว้ย!!” ปึก!! จังหวะที่มิกซ์หันมามองเพื่อน หมัดลุ่น ๆ จากชายอีกคนก็ต่อยเข้าไปแก้มซ้ายของเขาเต็มแรง “มิกซ์!!” เกรซร้องเสียงหลงพยายามสะบัดมือที่จับกุมออก แต่ไม่ได้ผล ส่วนมิกซ์เกิดมาก็เพิ่งเคยถูกต่อยเป็นครั้งแรกประคองแก้มข้างนั้นหันขวับไปหาคนต่อยด้วยดวงตาคลอเบ้าเป็นภาพน่าสงสาร เกรซเห็นเพื่อนรักเป็นเช่นนั้นก็แทบอยากจะร้องไห้ออกมา “สมน้ำหน้า” คนต่อยพูดจบปุ๊บ ก็มีใครบางคนคว้าไหล่ให้หันกลับไปด้านหลัง แล้วหมัดลุ่น ๆ ก็ประเคนเต็มแรงเข้าที่แก้มซ้ายของมัน ทำเอาเจ้าตัวล้มไปกองกับพื้น เกรซและมิกซ์ได้แต่ยืนอึ้ง เพราะคนมาช่วยนั้นคือ... “ไอ้เชี้ย!! พวกมึงเป็นใครวะ” สามคนที่เหลือเข้าไปตะลุมบอนคนมาใหม่ แม้พวกตนจะมีจำนวนเยอะกว่าแต่ก็ไม่อาจสู้แรงสองคนที่มาช่วยได้ ไม่ถึงนาทีไอ้พวกเลวก็ล้มไปกองพื้น ใบหน้าสะบักสะบอมเต็มไปด้วยเลือดและรอยช้ำ มิกซ์ฉวยโอกาสตอนที่พวกมันไม่เหลือแรงต่อสู้ เดินไปหาไอ้คนที่ต่อยตัวเอง เตะใส่กล่องดวงใจของมันเต็มแรงเพื่อระบายความโกรธแค้น ก่อนจะกลับมายืนข้างเพื่อน “เจ็บมากไหมมิกซ์” เสียงเป็นห่วงถาม “ไม่เป็นไร อย่าเพิ่งถามพวกเราต้องขอบคุณพี่เขาก่อนไม่ใช่เหรอ” “จริงด้วย” ทั้งคู่หันมามองคนมาช่วย มิกซ์ส่งนัยน์ตาเป็นประกายเพราะพวกเขาคือภูษิตกับพิชญ์ ทั้งคู่หล่อหน้าตาดียังไม่พอกลับเตะต่อยได้เท่มาก ๆ หัวใจของคนร่างชายใจเป็นหญิงมอบให้พวกเขาหมดใจ ผิดกับเกรซตอนแรกก็อึ้งอยู่หรอก แต่พอเห็นว่าเป็นพิชญ์ก็ชักสีหน้าไม่พอใจทันที ‘ใครอยากให้มาช่วยกัน’ “พวกน้องเป็นอะไรไหม ทำไมโดยไอ้พวกนี้หาเรื่อง” ภูษิตถาม “ไอ้เวรนั่นมันคิดจะมอมยาเพื่อนผมครับ พวกเราไปห้ามไว้ซะก่อนมันเลยมาแก้แค้น” “หนอย! ไอ้พวกเวรไม่รู้แล้วสินะมหาลัยxxใครคุม” คนกัดฟันแน่นเตะใส่กลางตัวคนที่นอนครางอยู่ใกล้ ๆ ความเจ็บปวดกระตุ้นเสียงให้มันร้องดังกว่าเดิมดึงความสนใจให้พนักงานหน้าผับรีบวิ่งมาดู “เกิดอะไรขึ้นครับ” พนักงานคนหนึ่งถาม มองพวกบนพื้นก่อนจะหันมองสองหนุ่ม ที่จริงก็รู้ว่าต้องทะเลาะวิวาทกันแน่ คงเพราะแย่งผู้หญิง... พอคิดว่าสาเหตุมาจากอะไร พนักงานก็หันไปมองหญิงสาวเพียงคนเดียวในที่นี่ แต่เมื่อเห็นสภาพการแต่งตัวของเธอ สรุปข้อข้องใจให้ตัวเองได้ทันทีว่าคง ‘ไม่ใช่ เพราะหล่อนไม่สวย’ “แจ้งตำรวจเลยพี่ ไอ้พวกนี้จะลวนลามผู้หญิง แถมคิดจะมอมยาอีก” พวกมันสี่ตัวเห็นท่าไม่ดี แรงที่เหลืออันน้อยนิดมีเท่าไหร่ก็เอามาใช้หยัดกายลุกขึ้นยืนแล้วพากันวิ่งหนีโดยไม่คิดชีวิต “หมดเรื่องแล้ว เดี๋ยวฉันไปส่งแกที่บ้าน” สาวแว่นเป็นห่วงมิกซ์พูดพร้อมกับประคองแก้มเพื่อนที่เริ่มบวม มิกซ์ยกมือวางทับมือบางอีกที “ไม่เป็นไรแค่นี้เอง” ท่าทางของทั้งคู่อยู่ในสายตาสองหนุ่ม ภูษิตอดไม่ได้ที่จะแซว “น้องสองคนดูรักกันดีนะ” “รักสิพวกเราคบกันมาตั้งนาน” เกรซเป็นฝ่ายหันมาตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แต่พอเหลือบไปเห็นพิชญ์กำลังทำหน้าบึ้งตึง เธอก็หุบยิ้มในบัดดล ฉันทำอะไรผิด? แต่ช่างเหอะคงไม่เกี่ยวกับฉันหรอก “กลับบ้านกันดีกว่ามิกซ์” “อืม” จังหวะที่เกรซกับมิกซ์จะหมุนตัว จู่ ๆ ข้อมือเล็กก็ถูกคว้าไว้ หญิงสาวหันขวับไปมองเจ้าของมือหนา “เธอต้องกลับกับฉัน” ++++ พบคนหึงหนึ่งอัตราค้าบบบบ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD