ตอนที่4.2 l เทพบุตร

807 Words
วินาทีนั้นดวงตาคู่สวยเหลือบไปเห็นสิ่งที่ตามหาอยู่ ไม่รอช้าใช้ผ้าเช็ดผ้าหยิบมันขึ้นมาก่อนจะเดินไปหาเพื่อน “อี๋ทำอะไร” “รอดูอะไรสนุก ๆ” ใบหน้าเจ้าเล่ห์ยกยิ้มให้ ก่อนจะโยนของในผ้าเช็ดหน้าไปทางนิรา และมันก็ตกลงบนศีรษะของหล่อนพอดี “นิรา!!” เกรซเรียกเสียงดังลั่น ทำเจ้าของชื่อสะดุ้งรีบหันขวับกลับมา “ทำไมเกรซ” ทั้งกลุ่มหันมามองเจ้าของเสียงด้วยสายตาฉงน แล้วเปลี่ยนเป็นแววตาตำหนิยามเห็นว่ายัยแว่นเป็นคนเรียก “มีอะไรบนหัวเธอน่ะ” “ฉันเหรอ?” หล่อนเอ่ยพร้อมกับใช้มือลูบ ๆ แตะ ๆ ศีรษะตัวเอง รู้สึกมีอะไรยุกยิกตรงกลางหัว มือยังไม่ทันโดนสิ่งนั้น เพื่อนข้าง ๆ ต่างร้องเสียงหลงแสดงสีหน้าขยะแขยงเพิ่มความทรมานใจให้นิรา “อะไร!? มีอะไรพวกแก อะไรอยู่บนหัวฉัน เอาออกไปเส่” “นะ...หนอน” “กรี๊ดดดด” สาวคนสวยกรีดร้องพลางกระทืบเท้ารัว ๆ ดีดดิ้นเหมือนเจ้าเข้าพลางใช้สองมือปัดผมสยายยาวอย่างกับคนบ้า ผู้คนบริเวณหันมามองเป็นตาเดียว คราวนี้ดังไปทั้งมหาลัยสมใจหล่อนล่ะ คนก่อเหตุกับเพื่อนยืนขบขันกับท่าทางตลกของยัยนิรา พอหล่อนกระทืบเท้าต่ออีกสองสามทีส้นเข็มก็หักดังโป๊ะ คนบนรองเท้าเซล้มก้นกระแทกไปกับพื้นความเจ็บเข้าครอบงำ แต่ว่า...ตอนนี้หล่อนเอาแต่คันคะเยอบนหลังมือ จะไม่ให้เป็นงั้นได้ไง...สิ่งที่เกรซโยนไปคือหนอนบุ้งเชียวนะ แค่จินตนาการถึงขนของมันก็พานให้คันแล้ว อย่าพูดถึงเลยถ้ามือไปโดนจะคันขนาดไหน เหมือนนิราตอนนี้นั่นแหละ... “แกร้ายมากค่ะเพื่อน” มิกซ์กอดคอเพื่อนสนิทชมเชยผลงานที่เพื่อนทำ ช่วยลดความโมโหในใจไปได้บ้าง แล้วพากันหัวเราะขบขันเดินเข้าตึกไป ตกเย็น ฝนห่าใหญ่ตกลงมาอย่างกับฟ้ารั่วในขณะที่เกรซนั่งอยู่ในรถเมล์ การจราจรติดขัดขนานใหญ่ผ่านไปร่วมชั่วโมงแล้วรถก็ยังแล่นไปไม่ถึงไหน จากท้องฟ้าที่พอมีแสงสว่างในยามเย็นอยู่บ้างกลับมืดมิดเมื่อเวลาผ่านพ้นถึงหนึ่งทุ่ม ร่างบางแทรกตัวผ่านคนยืนแออัดลงจากรถเมื่อถึงป้ายรถเมล์หน้าปากซอย แต่กระนั้นฝนก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด สาวแว่นในชุดนักศึกษาตัดสินใจเดินฝ่าฝนไปทั้งแบบนั้นพลันเสื้อสีขาวเปียกโชนแนบชิดติดเนื้อเห็นเนินโค้งเว้า เธอใช้กระเป๋าสะพายบังด้านหน้าไว้แต่แผ่นหลังก็ยังเห็นอยู่ดีว่าใส่บราเซียสีเรียบ หัวมุมตึกคือจุดรอคิวของวินมอเตอร์ไซค์เข้าซอย บัดนี้หนาแน่นไปด้วยผู้คนที่กำลังยืนต่อแถวเกือบยี่สิบชีวิต ตอนแรกเกรซก็จะใช้เงินแก้ปัญหาจ้างพี่วินไปส่งถึงบ้าน แต่มาเจอแบบนี้ยอมเดินเองดีกว่า นึกในใจแค่กลั้นใจวิ่งประเดี๋ยวเดียวก็ถึงบ้านล่ะ แต่สิ่งที่คิดไม่เป็นดังใจ วิ่งไม่ถึงสิบก้าวเจ้าน่องทั้งสองข้างก็ประท้วงปวดระบมขึ้นมาทำให้วิ่งต่อไม่ไหวต้องเปลี่ยนเป็นเดินแทน ทว่า! เมื่อผ่านถึงบ้านห้องแถวหลังหนึ่ง บนม้าหินอ่อนมีวัยรุ่นสี่ห้าคนกำลังนั่งกินเหล้าพร้อมกับเปิดเพลงเสียงดังไม่เกรงใจใคร สองคนในนั้นเกรซรู้จักเพราะเคยเล่นกันตอนวัยเด็ก แต่พอโตก็ไม่ได้คุยกันอีกทำให้ห่างเหินกันไป แต่ว่า... “เฮ้ย!! น้องแว่นไปไหนครับ” หนึ่งในนั้นหันมาทักเสียงดังดึงความสนใจให้ทั้งหมดหันมามอง ซึ่งใบหน้าแต่ละคนแดงก่ำนัยน์ตาหวานเยิ้มแสดงออกชัดเจนว่ากำลังเมา “กลับบ้าน” เกรซตอบเพราะอย่างน้อยก็มีสองคนในนั้นที่ตนรู้จัก แต่ใช่ว่าจะยืนอ้อยอิ่งให้ฝ่ายนั้นถามอะไรต่อ สองขาเรียวก็รีบก้าวฉับ ๆ พลางล้วงมีดพับออกมาจากกระเป๋าสะพายตามสัญชาตญาณป้องกันภัย รู้ตัวว่าไม่ใช่คนสวยแต่จากประสบการณ์ที่ดูซีรีส์มา เหตุการณ์ฝนตกหญิงสาวตัวเปียกเดินคนเดียวเจอกลุ่มคนนั่งดื่มเหล้าจนขาดสติคิดทำมิดีมิร้าย ลองมันเข้ามาสิ มีดในมือต้องแทงใครสักคนแหละ!! เสียงฝีเท้าคนเดินตามหลังมาตอกย้ำในสิ่งที่คิด เธอก็ยิ่งก้าวไวขึ้นด้วยความกลัว แต่หนีไม่พ้นก้าวยาว ๆ ของผู้ชายหรอก คนด้านหลังฉวยโอกาสระยะใกล้คว้าไหล่มนให้หันกลับมา “ฉันมีมีด อย่าเข้ามาฉันแทงจริง ๆ ด้วย” +++++++++ เอาแล้วๆ ใครจะมาช่วยละทีนี่
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD