หลังเลิกคลาส
สาวแว่นลงจากตึกเป็นคนสุดท้ายในคลาส เพราะอาจารย์เอาแต่ซักไซ้เรื่องเรียนของเธออย่างกับคาดหวังว่าคนใส่แว่นทุกคนจะเรียนเก่งเหมือนกันหมด ถ้าเป็นคนอื่นอาจใช่ แต่เกรซตรงกันข้ามเลยต่างหาก
“ตายๆ กว่าจะถึงบ้านแม่บ่นตาย” ร่างบางพึมพำพลางจ้ำอ้าว จังหวะที่กำลังก้าวลงบันไดออกจากตึกดันได้ยินอะไรบางอย่างเข้า ต่อมเผือกที่มีมากเป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็ถูกกระตุ้นเมื่อได้ยินชื่อใครบางคน
“พิชญ์ก็รู้ว่าปันไม่ได้จริงจังกับโด้”
ร่างเล็กย่องไปหาต้นเสียง ซึ่งอยู่อีกฝั่งด้านหลังกำแพงที่ตนยืนอยู่ สาวแว่นหลบตรงมุมตึกชะโงกแค่ศีรษะมองไปหาเจ้าของเสียง พบว่าเป็นคู่ชายหญิงกำลังยืนประจันหน้ากัน คนแอบฟังยังเห็นหน้าพวกเขาไม่ชัด จู่ ๆ นักศึกษาสาวก็สวมกอดชายหนุ่มทันที
“ปันรักพิชญ์นะ ปันจะเลิกกับโด้”
เกรซเบิกตาโพลง ไม่นึกไม่ฝันว่าจะมาเห็นฉากเด็ดตำตา อึ้งไปชั่วขณะไม่คิดเลยว่าเรื่องที่เพื่อนเล่าจะเป็นความจริง งั้นแสดงว่าพวกเขาเป็นแฟนเก่ากัน แต่มาทำแบบนี้มันสมควรแล้วเหรอ?
“มึงออกไปไกล ๆ” เสียงหงุดหงิดเอ่ยพร้อมกับผลักหญิงสาวอย่างไร้เยื่อใยทำเอาคนแอบดูถึงกับอ้าปากค้าง รู้นะว่าเขาเป็นจำพวกอินโทรเวิร์ต แต่ไม่นึกว่าจะหยาบคายด้วย
“ทำไมล่ะ ปันรักพิชญ์จริง ๆ จะให้ทำอะไรก็ยอม” หญิงสาวน้ำตาคลอเบ้า ประสบการณ์การจากดูซีรีส์ของเกรซทำให้รู้ว่าหล่อนกำลังเสแสร้ง
“ไม่...” ร่างสูงแสดงสีหน้าเบื่อหน่ายเอ่ยเพียงคำเดียวก็เหลือบไปเห็นสาวแว่นเข้า เธอสะดุ้งเพราะดันไปสบตากับเขารีบเบี่ยงตัวหลบกลับมาพิงกำแพง หายใจถี่เร็วด้วยความตื่นเต้น
‘ซวยล่ะ ตานั่นเห็นฉันแล้ว ทำไงดีวะ’
“พิชญ์บอกปันสิ ปันรักพิชญ์มาสี่ปีเต็มยังไม่พอเหรอ” เสียงหล่อนประท้วง เกรซได้ยินเต็มสองหูเลือกเงี่ยหูฟังแทนที่จะมัวตื่นเต้น
“โง่เหรอ กูไม่เคยรักมึง”
“ไม่จริงหรอก พิชญ์ต้องรักปันบ้างสิ ปันทำอะไรให้พิชญ์ตั้งหลายอย่าง พิชญ์ไม่มีแฟนกำลังรอให้ปันกลับไปหาใช่ไหม ได้ปันจะไปเลิกกับโด้”
“หึ! มึงสำคัญตัวเองไปหรือเปล่า ใครบอกว่ากูไม่มีแฟน”
“หมายความว่าไงพิชญ์”
คนถูกถามเลือกไม่ตอบ แต่กลับเดินไปหาคนที่ซ่อนตัวอยู่ มาถึงปุ๊บก็คว้าข้อมือเล็กให้ก้าวออกมาจากมุมตึก ไม่พอยังใช้แขนกำยำโอบไหล่บางไว้พร้อมกับกล่าว “เธอคือคนที่กูชอบ”
เจ้าของไหล่หันขวับมองร่างสูงด้วยสายตาตะลึงพรึงเพริด แต่แค่แวบเดียวก็แปรเปลี่ยนเป็นนัยน์ตาหลงใหลโดนสันกรามคมประกอบกับคางเรียวแหลมตกเข้าให้เต็มเปา เขาดูหล่อสมบูรณ์แบบไม่แปลกใจทำไมเหล่าหญิงสาวถึงอยากครอบครอง ยิ่งตอนนี้ริมฝีปากหยักหนากำลังยกขึ้นข้างหนึ่งด้วยอารมณ์เย้ยหยันขับให้ดูทรงเสน่ห์อย่างน่าประหลาด ทำใจดวงน้อยเต้นตึกตักขึ้นมาหลายส่วน
“ไม่จริงหรอก พิชญ์ไม่มีทางเอาอีเชยนี่แน่”
เสียงแว้ดดึงสติคนตัวเล็กให้หันไปมอง ‘หล่อนสวยตายแหละ ดูดีแค่ตัวเองมั้ง แหมถ้าล้างเครื่องสำอางออกก็ไม่ต่างจากศพแหละว้า’ ระหว่างคิดในใจก็พิจารณาคนมั่นหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ภายนอกเหมือนจะสวยแต่ข้างในเน่าเฟะซะไม่มี
“ปันไม่เชื่อ! พิชญ์ไม่มีทางเอาผู้หญิงแบบนั้น”
“ไม่เชื่อก็แล้วแต่ กูไม่ได้บังคับให้เชื่อเพราะอย่างมึงก็แค่อากาศเท่านั้น” คนเย็นชาเอ่ยจบจับไหล่มนบังคับให้หมุนตัวแล้วพากันเดินออกมา โดยไม่หันไปสนใจเสียงแว้ดที่เรียกตามหลังไม่หยุด หล่อนคงโกรธมากที่โดนผู้ชายพูดขนาดนั้น แต่อย่างว่า...คำพูดไร้เยื่อใยต่อให้พูดกับใครก็รู้สึกไม่ดีทั้งนั้น
+++++++++
แหมเอาความมั่นมาจากไหนจ๊ะ เห็นไหมว่าคุณเขาเลือกใคร หุหุ