เช้าต่อมา
ร่างเล็กบนเตียงสามฟุตต้องรู้สึกตัวจากอาการปวดเมื่อยล้าเป็นที่สุดโดยเฉพาะแขนและขาแทบจะขยับไม่ได้ ผลมาจากการถูกทำโทษด้วยท่าสับปะรังเคเมื่อวาน บวกกับฝันเมื่อคืนอย่างกับว่าเพิ่งไปออกศึกไม่มีผิด
ให้ตาย! ฝันบ้าอะไรวะ เหมือนจริงมาก ใช่! คงเพราะเห็นแผงอกของตานั่นถึงได้เก็บเอาไปฝันลามก ‘ตัวกูนี่น๊า ควรฝันถึงพระเอกซีรีส์มากกว่าสิไม่ใช่อีตาบ้านั่น’
คนบนเตียงค่อย ๆ หยัดกายนั่ง แขนเอยขาเอยน่องเอยไม่มีส่วนไหนเลยที่จะขยับได้ดั่งใจ
“เกรซ! ลุกมาช่วยแม่ยกหม้อแกงได้แล้ว” เสียงคนด้านล่างตะโกนแหกปากดังลั่นเพราะคิดว่าลูกสาวจอมขี้เกียจยังไม่ตื่น
“รู้แล้วแม่ จะไปเดี๋ยวนี้แหละ”
แม้ร่างกายจะปวดระบมแต่มีหน้าที่สำคัญรออยู่ ไม่ใช่อะไรหรอกถ้าไม่รีบลงไปรับรองแม่บังเกิดเกล้าขึ้นมาตามพร้อมกับตะหลิวแน่ อันที่จริงมารดาไม่ใช่ ’ป้าอ้อยทัพพีทอง’ แต่เป็น ‘ป้าอ้อยขาโหด’ ต่างหาก ถ้าเรื่องนี้แพร่ออกไปเชื่อเหอะร้อยทั้งร้อยไม่มีใครกล้ามาอุดหนุนหรอก
ดีที่วันนี้มีเรียนช่วงบ่าย แถมเกรซไม่ต้องเข็นรถไปเองเพราะสาวพม่าสองคนมาช่วยงานตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง จึงทำเพียงจัดร้านวางอุปกรณ์ให้คุณนายอ้อยหยิบใช้ได้ถนัดมือ
สองแม่ลูกยังไม่ทันกินอะไรรองท้องลูกค้าก็มายืนรอหน้าร้านเสียแล้ว
“ตักแกงให้ลูกค้าไปก่อน เดี๋ยวฉันไปไหว้แม่นางกวักก่อน”
“ระวังแม่นางกวักจะกวักจนมือหงิกล่ะแม่”
“ปากอีเกรซ”
เป็นเรื่องธรรมดาที่แม่ค้าต้องเล่นของ ร้านอื่นไม่รู้เล่นเยอะไหมแต่สำหรับเจ๊อ้อยมีแค่อย่างเดียวนี่แหละคือท่องคาถาปลุกแม่นางกวักทุกเช้าก่อนเปิดร้าน เห็นสภาพแล้วสงสารรูปปั้นทั้งเก่าทั้งโทรมเห็นชัดว่าอยู่มาหลายสิบปีทำหน้าที่อย่างเต็มที่ แล้วห้ามพูดล้อเล่นด้วยนะมารดาหวงยิ่งกว่าอะไร
“ซื้อแกงหน่อยหนู”
“ได้ค่ะคุณลูกค้า” รอยยิ้มพิมพ์ใจส่งให้กับเหล่าลูกค้าที่กำลังกรูกันหน้าร้าน เกรซตักแกงใส่ถุงอย่างชำนาญอาศัยประสบการณ์ที่แม่จิกใช้มาตั้งแต่เด็ก ไม่วายยังแซวลูกค้าเล่นอีกตามนิสัยของมารดา
“กุ้งสองตัวพอไหมคะ เดี๋ยวแถมถั่วฝักยาวให้อีกนะคะ”
แถมอะไรล่ะ? ก็แค่ตักใส่ตามปกตินั่นแหละ จนกระทั่งถึงคิวลูกค้าอีกคน
“น้องเตซ พี่เตาแตงผัดเผ็ดอุกอึง” (น้องเกรซพี่เอาแกงผัดเผ็ดถุงหนึ่ง) แม้สำเนียงและภาษาจะแปร่ง ๆ แต่เกรซก็ฟังออก เห็นเจ้าของเสียงแล้วเธอก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เพราะนั่นคือสาวพม่าชื่อ มะเมี้ยะ เป็นคนใช้ที่มาทำความสะอาดบ้านตานั่นอาทิตย์ละครั้ง มาได้จังหวะพอดีคนตักแกงมีบางอย่างอยากจะถาม รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้าจิ้มลิ้มพอตักแกงให้แล้วก็เรียกสาวพม่าอีกคนมาตักแกงขายลูกค้าต่อ ส่วนตัวเองคว้ามือมะเมี้ยะมาคุยกันข้างร้านเพื่อไม่ให้เกะกะคนเดินสวนไปมา
“มีอะไรหรือคะ” สาวพม่าย่นคิ้วชนกัน
“พี่มะเมี้ยะทำงานบ้านใหญ่มานานแล้วใช่ไหม”
“อื้ม ๆ” หล่อนพยักหน้ารับรัว ๆ แต่กลับสงสัยหนักกว่าเก่า
“พี่เคยเห็นอะไรแปลก ๆ ในบ้านนั้นบ้างไหม”
“หือ?” หล่อนมองบนทำหน้าครุ่นคิด ระหว่างนั้นดวงตาคู่สวยภายใต้กรอบแว่นจ้องเขม็งรอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ
“คิดออกแหละ”
“อะไรพี่ ตุ๊กตาใช่ไหม”
“ตุ๊กตา? ไม่มีตอก” (ไม่มีหรอก)
“แล้วคิดอะไรออกพี่มะเมี้ยะ”
“น้อพิชญ์ตั่งหูตอบ” (น้องพิชญ์สั่งหมูกรอบ) นึกขึ้นได้สาวพม่าก็หมุนตัว แต่ยังไม่ทันก้าวก็ถูกคนข้าง ๆ รั้งแขนไว้
“เดี๋ยวสิพี่ เกรซยังถามไม่จบ”
“เต็ว ๆ น้อเกรซพี่ต้องก่อไปทำตามตะอาด” (เร็ว ๆ น้องเกรซพี่ต้องกลับไปทำความสะอาด)
“พี่เคยเห็น...” เธอหยุดพูด หลุบตามองพื้น
“หือ? พี่ไตล่ะ” (พี่ไปล่ะ)
“เดี๋ยวสิ! พี่เคยเห็นไอ้นั่นไหม”
“ไตนั่น?”
“สิ่งที่อยู่ในเป้ากางเกงของเจ้านายพี่”
“อ๋อ คะ..” หมับ! มือบางปิดปากสาวพม่าทันที เพราะแค่ขึ้นต้นก็รู้แล้วว่าจะพูดอะไรในที่สาธารณะ
“พี่อย่าเสียงดัง” เกรซย้ำ ได้สัญญาณพยักหน้าจากหล่อน ก็ยอมเอามือออกแต่โดยดี
“ใหญ่ไหม” คนถามยังงงตัวเองว่าเอาความกล้ามาจากไหน...ไม่ ๆ เธอไม่ใช่พวกลามก เพียงแค่สงสัยเฉย ๆ ว่าความฝันนั่นเรื่องจริงหรือเปล่า ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยกับอีตาบ้านั่นหรอก
“มะรู้พี่มะเตยเห็น” (ไม่รู้พี่ไม่เคยเห็น)
“อย่างอื่นล่ะพี่ไปทำความสะอาดต้องเคยเห็นถุงยาง หรือของเล่นแปลก ๆ บ้างแหละ”
“ของเล่น? อ๋อ เห็นแต่พวกรถ”
วินาทีนั้นจู่ ๆ แขนเรียวถูกหยิกจนเนื้อบิดจากทางด้านหลัง “โอ๊ย ๆ” จะเป็นใครล่ะถ้าไม่ใช่มารดาจอมจุกจิก มะเมี้ยะเห็นท่าไม่ดีฉวยโอกาสเดินจากไป ปล่อยให้เกรซเผชิญความลำบากเพียงลำพัง
“แม่ ๆ เกรซเจ็บ” ใบหน้าจิ้มลิ้มบิดเบี้ยวอย่างทรมาน ธรรมดาหยิกก็ว่าเจ็บแล้ว พอโดนบริเวณระบมยิ่งเจ็บเป็นทวีคูณ
“ฉันใช้แกตักแกงขายลูกค้า มายืนไร้สาระอะไร” หล่อนกัดฟันแน่นออกแรงมากกว่าเดิม จนเกรซทนไม่ไหวปัดมือออกอย่างแรงทำให้หลุดพ้นจากเงื้อมมืออำมหิต
“เกรซไปเรียนก่อนนะแม่” เจ้าของเสียงฝืนร่างกายระบมวิ่งห่างไป
“ไหนแกบอกไปตอนบ่ายไง”
“ใครจะอยู่ให้เจ็บตัว”
ร่างบางเดินกลับบ้านมาอาบน้ำแต่งตัวไปเรียนตามปกติ โชคดีที่เธอตัดสินใจไปเร็วเพราะบนท้องถนนเกิดอุบัติเหตุทำให้การจราจรติดขัดร่วมเป็นชั่วโมง กว่าจะถึงมหาวิทยาลัยก็ลากยาวไปเกือบเที่ยง
“อีเกรซทำไมมาช้า” มิกซ์อดไม่ได้ที่จะบ่นเมื่อเห็นหน้าเพื่อนรัก ก็ยัยเกรซตัวดีเป็นคนนัดเองว่าจะไปทานมื้อเที่ยงด้วยกัน แต่นี่อะไรปาเข้าไปเที่ยงครึ่งแล้วเพิ่งจะโผล่หัวมา
“รถติดอะแก ฉันก็ไม่อยากมาสายหรอก”
“เออ ๆ ไปหาอะไรกินกัน ฉันหิวจนจะกินผู้ชายได้แล้ว”
ทั้งคู่เดินเคียงอย่างสนิทสนม คนอื่นไม่รู้เห็นมิกซ์เป็นชายแท้ก็หลงคิดไปว่าเป็นแฟนเกรซ เดี๋ยวก็กอดคอเดี๋ยวก็โอบไหล่ตอกย้ำเข้าไปอีกว่าทั้งคู่คบหากันจริง ๆ
หลังกินก๋วยเตี๋ยวเป็นมื้อกลางวันเสร็จเรียบร้อย สองเพื่อนรักพากันเดินกลับมาที่ตึกบริหาร ทว่าใต้ตึกนั้นกลับหนาแน่นไปด้วยนิสิตนักศึกษาจากสาขาต่าง ๆ นั่งรวมตัวกันอย่างกับรอใคร
ทั้งเกรซทั้งมิกซ์มองหน้ากันอย่างสนเท่ห์ แต่แค่อึดใจก็ได้คำตอบจากเสียงซุบซิบของกลุ่มนักศึกษาที่อยู่ใกล้ที่สุด
“พี่พิชญ์หล่อเนอะแก”
‘แหวะ ไม่เห็นจะหล่อ’ เกรซพูดในใจเมื่อได้ยินสาวคนหนึ่งพูด
“จริง ดูมีออร่าที่สุด ถ้าได้เป็นผัวจะดีขนาดไหนกันเนี่ย”
“ไปจีบดีไหม”
“ไม่ได้ ๆ ดูพี่คนนั้นสิ ดุอย่างกับงูจงอาง”
ระหว่างแอบฟังเกรซก็มองไปยังกลุ่มพี่ปีสี่ที่ถูกพูดถึง ซึ่งนั่งกันอยู่หกเจ็ดคนบนโต๊ะไม้ด้านในสุด เป็นอย่างที่พวกหล่อนว่าคนมีออร่าที่สุดคือตาขี้เก๊กนั่น แม้จะนั่งเฉย ๆ ทำสีหน้าเย็นชาต่างจากคนอื่นที่กำลังตะโกนโหวกเหวก แต่บอกเลยเสน่ห์ลึกลับน่าค้นหาของเขากระแทกเข้าตาสาวแว่นอย่างจังถึงขั้นเผลอมองไม่วางตา
ทว่า! ไม่ใช่เกรซคนเดียวหรอกที่จ้อง เพราะแม้แต่หญิงสาวในชุดนักศึกษารัดติ้วหนึ่งในกลุ่มนั้นเองก็ยังมองเขาด้วยสายตาหลงใหล หล่อนเป็นใครนะ? หน้าตาสะสวย หุ่นผอมสูงอย่างกับนางแบบ ดูท่าทางจะเปรี้ยวเอาเรื่องดูจากการแต่งหน้าแบบจัดเต็ม
“หมั่นไส้พี่อันปันว่ะ มีผัวอยู่แล้วยังทำเป็นอ่อยพี่พิชญ์อีก”
ขวับ!
เกรซหันไปมองเพื่อนรักคอแทบเคล็ด
“แกว่าอะไรนะ”
“เห็นผู้หญิงที่นั่งตรงข้ามพี่พิชญ์ใช่ไหม”
“อืม” เป็นคนเดียวกับที่เกรซสงสัยเมื่อครู่
“หล่อนเป็นแฟนพี่โด้คนที่ยืนแหกปากตรงหัวโต๊ะนั่นแหละ”
“จริงดิ!!” ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง หล่อนมีแฟนอยู่แล้ว ไฉนเอาแต่นั่งมองผู้ชายคนอื่นวะ แถมยังต่อหน้าต่อตาแฟนตัวเองด้วย
“เออดิ ก่อนหน้านี้ฉันได้ยินมาว่าพี่อันปันเคยคบกับพี่พิชญ์นะ”
“ฮะ!!”
“แกจะตกใจอะไรเบอร์นั้น แอบชอบพี่เขาเหรอ”
“เปล่าสักหน่อย แกอย่าเปลี่ยนประเด็น เล่ามาก่อนว่าเรื่องเมื่อกี้คืออะไร”
“ไม่รู้สิ ฉันแค่ได้ยินคนอื่นเล่ามาอีกที ว่าสองคนนั้นเคยคบกันมาก่อน แต่ไม่รู้อีท่าไหน พี่อันปันไปคบกับพี่โด้ได้”
“แต่ยังมองหน้ากันติด แถมอยู่กลุ่มเดียวกันด้วย นี่มันความสัมพันธ์แบบไหนวะ เป็นฉันจะไม่ยุ่งกับแฟนเก่าหรอก”
“ย่ะ อีนางมีประสบการณ์โชกโชน อีมีแฟนมาเป็นร้อย” มิกซ์อดไม่ได้ที่จะกอดคอเพื่อนสาว แล้วใช้นิ้วชี้จิ้มแก้มนวลเนียนของเกรซด้วยความมันเขี้ยว ก่อนจะพากันเดินขึ้นตึก โดยที่ไม่รู้เลยว่าจังหวะนั้นสายตาคมกริบหันมาเห็นสองคนหยอกเย้าพอดี