“อีเกรซ ๆ พ่อเทพบุตรมาช่วยแกว่ะ” คนประคองพูดเสียงกระซิบจะเป็นใครล่ะ? ถ้าไม่ใช่เพื่อนรัก ไม่รู้ลุกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่มาช่วยได้ทันเวลาพอดิบพอดี
“เทพบุตร? ใครวะ”
“อีเชย!! นั่นพี่พิชญ์เชียวนะ” มิกซ์ตะคอกใส่หน้าเพื่อนอย่างลืมตัว ทำให้พวกรุ่นพี่ต่างหันมามองด้วยสายตาดุ ทั้งคู่จึงพากันยกมือไหว้ขอโทษ ไอ้พวกวางอำนาจจึงยอมปล่อยให้ทั้งคู่กลับมานั่งรวมกลุ่มกับเพื่อน ๆ แล้วเริ่มพูดถึงกิจกรรมรับน้องของคณะ ระหว่างนั้นทั้งมิกซ์ทั้งเกรซไม่ได้ฟังหรอก เอาแต่กระซิบนินทาเรื่องคนที่เพิ่งเดินจากไป
“พี่เขาดังขนาดนั้นเลยเหรอมิกซ์ ทำไมเมื่อกี้ทุกคนดูตกใจ”
“ทั้งมหาลัยไม่มีใครไม่รู้จักพี่พิชญ์ปีสี่เอกB.B.A ขึ้นชื่อว่าหัวหน้าแก๊งคนรวยเชียวนะ อ๋อพี่ภูษิตที่ขับรถมาเมื่อกี้ก็เป็นเพื่อนสนิทพี่เค้าด้วย คนอะไรหล่อ รวย ครบสูตร วันอะไรหน่าให้อีมิกซ์คนสวยมาเห็นอาหารตาแต่เช้า”
เพื่อนก็บ่นพึมพำไปสิ ส่วนเกรซก็เอาแต่มองทิศทางที่ผู้ชายคนนั้นเดินจากไปพลางครุ่นคิดนึกถึงวันแรกที่บอกแม่ว่าจะมาเรียนที่นี่ ถึงว่า!! ทำไมคุณนายอ้อยไม่คัดค้านสักคำทั้งที่ค่าหน่วยกิตแพงกว่ามหาลัยอื่น ที่แท้รู้อยู่แล้วสินะว่าเขาเรียนที่นี่ด้วย
‘ฉันควรโกรธแม่ไหมที่ไม่บอกตั้งแต่แรก ถ้ารู้นะจะไม่มาเรียนที่นี่เป็นอันขาด’
“นิราขอเสนอเกรซค่ะรุ่นพี่”
สาวแว่นหลุดจากภวังค์เมื่อได้ยินชื่อตัวเอง หันไปมองเจ้าของเสียงซึ่งกำลังยกมือสุดแขน ส่วนเพื่อนรุ่นเดียวกันต่างหันมาโห่ร้องแสดงความไม่พอใจใส่เกรซ
เรื่องอะไรวะ?
“มันแกล้งแกแน่” มิกซ์กระซิบ
“มีอะไรกัน” เกรซถามกลับ
“ไม่ฟังเลยหรือไง”
“ถ้าฟังจะถามไหม”
“รุ่นพี่ให้เสนอชื่อเพื่อนไปประกวดดาวคณะ”
“เชี้ย!!” เกรซหันไปมองนิราด้วยสายตาแค้นเคือง หล่อนเจตนาจะแกล้งให้ตนเป็นตัวตลกชัด ๆ ใคร ๆ ก็รู้คนสวยอย่างหล่อนต่างหากเหมาะจะไปแข่งประกวดดาวคณะ
สองครั้งแล้วนะมึง...ชักจะเกินไปแล้ว
เกรซแก้เกมโดยการยกมือขึ้นสุดแขน “ฉันว่านิราเหมาะกว่าค่ะ”
คราวนี้ทุกคนต่างปรบมือแสดงความยินดี ส่วนเจ้าของชื่อนั่งยิ้มปริ่มส่ายไหล่ไปมาเบา ๆ แสดงอาการขวยเขิน ทำตัวเล็กน่ารักพวกผู้ชายร้องแซวกันยกใหญ่ โดยไม่มีใครหันมาสนใจเกรซอีก
ความพร่ำเพ้อไม่ได้มีแค่กับมิกซ์คนเดียว พอกิจกรรมเลิกสาว ๆ ในคลาสก็ต่างพากันพูดถึงเทพบุตรไม่ขาดปาก หล่อแบบนั้นหล่อแบบนี้ยกคำพรรณนาเกินจริงฟังดูเหมือนไม่ใช่คนธรรมดา...ต่างจากเกรซที่รู้สึกเฉย ๆ เพราะเห็นเขามาตั้งแต่เด็ก เพียงแค่ประหลาดใจไม่นึกว่าจะท็อปสตาร์ขนาดนี้
“แกไม่คิดจะทำอะไรยัยตอแหลบ้างเหรอ” มิกซ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงหมั่นไส้ พูดกับเกรซที่เดินเคียงกันก็จริงแต่สายตาจ้องถมึงทึงใส่กลุ่มนักศึกษาที่เดินนำหน้า ซึ่งกลางวงคือนิรา
“ลืมเลยว่ะ” เพราะเอาแต่คิดเรื่องอีตานั่นทำให้ลืมเรื่องเล็กน้อยไป
“อยากจะตบสั่งสอนสักทีสองที เผื่ออีโรคตอแหลจะได้ลดลงบ้าง ขอเป็นเพื่อน อยากเจอคนจริงใจ ถุ้ย!! อุบาทว์มากพูดได้ไง”
“เพื่อนจ๋า เพื่อนจะตบให้เปลืองมือทำไม ฉันมีวิธีหน่า” หญิงสาวระบายยิ้มเมื่อเดินผ่านต้นหูกระจงริมฟุตพาทที่มหาวิทยาลัยปลูกไว้เพื่อความร่มรื่น
“แกจะทำอะไร”
ร่างอรชรไม่ตอบ ล้วงหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋าสะพายข้างแล้วเดินไปใต้ต้นไม้ ก้มมองพื้นหาอะไรสักอย่าง การกระทำของเธออยู่ในสายตาฉงนของเพื่อน จังหวะก้มต่ำลงสร้อยบนคอก็ห้อยออกมานอกปกเสื้อ
“แกใส่สร้อยตั้งแต่เมื่อไหร่วะ”
“หือ?” หญิงสาวหลุบมองคอตัวเอง ก่อนจะยืดตัวยืนเต็มความสูง
“แม่ฉันซื้อให้สวยไหม” เธอพูดอย่างมั่นใจ พลางใช้มือที่ยังว่างจับจี้รูปหยดน้ำถูวนราวกับกลัวมันเลอะ
“นายแม่เนี่ยนะ!!” คนได้ยินถึงกับตกใจก็คำบอกเล่าจากเพื่อนมีมารดาขี้งกขี้เหนียวมาก ถึงขนาดยาสีฟันใช้หมดหลอดแล้วยังต้องตัดผ่าออกเพื่อล้วงเศษที่เหลือมาใช้ เป็นไปได้หรอกที่จะซื้อของขวัญให้ก็ในเมื่อรู้จักกันมาหลายปีไม่เห็นจะซื้ออะไรให้ลูกสาวสักชิ้น ทำไมจู่ ๆ ใจดี
++++++++++
อีพรี่เจตนาช่วยน้องจริงเหรอ หรือแค่เดินผ่านมาก หุหุ