ตอนที่4.1 l เทพบุตร

841 Words
“อีเกรซ ๆ พ่อเทพบุตรมาช่วยแกว่ะ” คนประคองพูดเสียงกระซิบจะเป็นใครล่ะ? ถ้าไม่ใช่เพื่อนรัก ไม่รู้ลุกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่มาช่วยได้ทันเวลาพอดิบพอดี “เทพบุตร? ใครวะ” “อีเชย!! นั่นพี่พิชญ์เชียวนะ” มิกซ์ตะคอกใส่หน้าเพื่อนอย่างลืมตัว ทำให้พวกรุ่นพี่ต่างหันมามองด้วยสายตาดุ ทั้งคู่จึงพากันยกมือไหว้ขอโทษ ไอ้พวกวางอำนาจจึงยอมปล่อยให้ทั้งคู่กลับมานั่งรวมกลุ่มกับเพื่อน ๆ แล้วเริ่มพูดถึงกิจกรรมรับน้องของคณะ ระหว่างนั้นทั้งมิกซ์ทั้งเกรซไม่ได้ฟังหรอก เอาแต่กระซิบนินทาเรื่องคนที่เพิ่งเดินจากไป “พี่เขาดังขนาดนั้นเลยเหรอมิกซ์ ทำไมเมื่อกี้ทุกคนดูตกใจ” “ทั้งมหาลัยไม่มีใครไม่รู้จักพี่พิชญ์ปีสี่เอกB.B.A ขึ้นชื่อว่าหัวหน้าแก๊งคนรวยเชียวนะ อ๋อพี่ภูษิตที่ขับรถมาเมื่อกี้ก็เป็นเพื่อนสนิทพี่เค้าด้วย คนอะไรหล่อ รวย ครบสูตร วันอะไรหน่าให้อีมิกซ์คนสวยมาเห็นอาหารตาแต่เช้า” เพื่อนก็บ่นพึมพำไปสิ ส่วนเกรซก็เอาแต่มองทิศทางที่ผู้ชายคนนั้นเดินจากไปพลางครุ่นคิดนึกถึงวันแรกที่บอกแม่ว่าจะมาเรียนที่นี่ ถึงว่า!! ทำไมคุณนายอ้อยไม่คัดค้านสักคำทั้งที่ค่าหน่วยกิตแพงกว่ามหาลัยอื่น ที่แท้รู้อยู่แล้วสินะว่าเขาเรียนที่นี่ด้วย ‘ฉันควรโกรธแม่ไหมที่ไม่บอกตั้งแต่แรก ถ้ารู้นะจะไม่มาเรียนที่นี่เป็นอันขาด’ “นิราขอเสนอเกรซค่ะรุ่นพี่” สาวแว่นหลุดจากภวังค์เมื่อได้ยินชื่อตัวเอง หันไปมองเจ้าของเสียงซึ่งกำลังยกมือสุดแขน ส่วนเพื่อนรุ่นเดียวกันต่างหันมาโห่ร้องแสดงความไม่พอใจใส่เกรซ เรื่องอะไรวะ? “มันแกล้งแกแน่” มิกซ์กระซิบ “มีอะไรกัน” เกรซถามกลับ “ไม่ฟังเลยหรือไง” “ถ้าฟังจะถามไหม” “รุ่นพี่ให้เสนอชื่อเพื่อนไปประกวดดาวคณะ” “เชี้ย!!” เกรซหันไปมองนิราด้วยสายตาแค้นเคือง หล่อนเจตนาจะแกล้งให้ตนเป็นตัวตลกชัด ๆ ใคร ๆ ก็รู้คนสวยอย่างหล่อนต่างหากเหมาะจะไปแข่งประกวดดาวคณะ สองครั้งแล้วนะมึง...ชักจะเกินไปแล้ว เกรซแก้เกมโดยการยกมือขึ้นสุดแขน “ฉันว่านิราเหมาะกว่าค่ะ” คราวนี้ทุกคนต่างปรบมือแสดงความยินดี ส่วนเจ้าของชื่อนั่งยิ้มปริ่มส่ายไหล่ไปมาเบา ๆ แสดงอาการขวยเขิน ทำตัวเล็กน่ารักพวกผู้ชายร้องแซวกันยกใหญ่ โดยไม่มีใครหันมาสนใจเกรซอีก ความพร่ำเพ้อไม่ได้มีแค่กับมิกซ์คนเดียว พอกิจกรรมเลิกสาว ๆ ในคลาสก็ต่างพากันพูดถึงเทพบุตรไม่ขาดปาก หล่อแบบนั้นหล่อแบบนี้ยกคำพรรณนาเกินจริงฟังดูเหมือนไม่ใช่คนธรรมดา...ต่างจากเกรซที่รู้สึกเฉย ๆ เพราะเห็นเขามาตั้งแต่เด็ก เพียงแค่ประหลาดใจไม่นึกว่าจะท็อปสตาร์ขนาดนี้ “แกไม่คิดจะทำอะไรยัยตอแหลบ้างเหรอ” มิกซ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงหมั่นไส้ พูดกับเกรซที่เดินเคียงกันก็จริงแต่สายตาจ้องถมึงทึงใส่กลุ่มนักศึกษาที่เดินนำหน้า ซึ่งกลางวงคือนิรา “ลืมเลยว่ะ” เพราะเอาแต่คิดเรื่องอีตานั่นทำให้ลืมเรื่องเล็กน้อยไป “อยากจะตบสั่งสอนสักทีสองที เผื่ออีโรคตอแหลจะได้ลดลงบ้าง ขอเป็นเพื่อน อยากเจอคนจริงใจ ถุ้ย!! อุบาทว์มากพูดได้ไง” “เพื่อนจ๋า เพื่อนจะตบให้เปลืองมือทำไม ฉันมีวิธีหน่า” หญิงสาวระบายยิ้มเมื่อเดินผ่านต้นหูกระจงริมฟุตพาทที่มหาวิทยาลัยปลูกไว้เพื่อความร่มรื่น “แกจะทำอะไร” ร่างอรชรไม่ตอบ ล้วงหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋าสะพายข้างแล้วเดินไปใต้ต้นไม้ ก้มมองพื้นหาอะไรสักอย่าง การกระทำของเธออยู่ในสายตาฉงนของเพื่อน จังหวะก้มต่ำลงสร้อยบนคอก็ห้อยออกมานอกปกเสื้อ “แกใส่สร้อยตั้งแต่เมื่อไหร่วะ” “หือ?” หญิงสาวหลุบมองคอตัวเอง ก่อนจะยืดตัวยืนเต็มความสูง “แม่ฉันซื้อให้สวยไหม” เธอพูดอย่างมั่นใจ พลางใช้มือที่ยังว่างจับจี้รูปหยดน้ำถูวนราวกับกลัวมันเลอะ “นายแม่เนี่ยนะ!!” คนได้ยินถึงกับตกใจก็คำบอกเล่าจากเพื่อนมีมารดาขี้งกขี้เหนียวมาก ถึงขนาดยาสีฟันใช้หมดหลอดแล้วยังต้องตัดผ่าออกเพื่อล้วงเศษที่เหลือมาใช้ เป็นไปได้หรอกที่จะซื้อของขวัญให้ก็ในเมื่อรู้จักกันมาหลายปีไม่เห็นจะซื้ออะไรให้ลูกสาวสักชิ้น ทำไมจู่ ๆ ใจดี ++++++++++ อีพรี่เจตนาช่วยน้องจริงเหรอ หรือแค่เดินผ่านมาก หุหุ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD