“ว้าย ๆ พี่คนหล่อมาแล้วอีเกรซ วันนี้ได้เห็นเป็นบุญตาแล้วเว้ย” เพื่อนสนิทเขย่าแขนเรียวแทบหลุด เจ็บนะ...แต่ประหลาดใจกับท่าทางวี้ดว้ายให้ผู้ชายของเพื่อนมากกว่า ปกตินางบ้าแต่พระเอกซีรีส์ ทำไมวันนี้ถึงได้ออกนอกหน้า...
“ใครวะแก”
คนถูกถามหันขวับมามองเพื่อนคอแทบเคล็ด
“แกไม่รู้จัก?”
“หืม”
“พี่ภูษิตไง”
“ใคร?” หัวคิ้วบางย่นยู่เข้าหากัน แสดงย้ำว่าไม่รู้จักจริง ๆ
“รุ่นพี่ปีสี่เอกB.B.A หนึ่งในแก๊งที่หล่อและรวยที่สุดในคณะ แกไปอยู่ไหนมาทำไมไม่รู้จักฮะ” เพื่อนพูดสาธยายพลางหันไปมองคนที่กำลังลงจากรถคันหรู
“ฉันเพิ่งเข้าปีหนึ่งไม่รู้จักไม่ใช่เรื่องแปลก แกต่างหากไปรู้เรื่องพวกนี้ได้ไง”
“พี่เขาออกจะดัง แกน่ะหัดหาความรู้รอบตัวบ้าง”
แต่แล้วเสียงฮือฮาดังยิ่งกว่าเก่า เมื่อมีหญิงสาวร่างบางคนหนึ่งเดินเข้าไปทักชายหนุ่มคนที่ทุกคนกำลังจับจ้อง จะเป็นใครล่ะ? ถ้าไม่ใช่ยัยนิรา สร้างความหมั่นไส้ปนอิจฉาให้ทุกคนร่วมใจกันเบ้ปากแล้วซุบซิบนินทา
วินาทีนั้นเอง เสียงไลน์ในโทรศัพท์ของนักศึกษาปีหนึ่งดังพร้อมกัน ทุกคนเปิดอ่านเครื่องตัวเองอย่างพร้อมเพรียง และไม่ทันไรก็พากันลุกโดยพลันราวกับจะมีพายุใหญ่กำลังมา
เสียงอืออึ้งดังไปทั้งใต้ตึก ก่อนที่จะพร้อมใจกันวิ่งหน้าตั้งอย่างกับหนีแผ่นดินไหว...รวมถึงสองคนเพื่อนสนิทด้วย
“เร็วเข้ายัยเกรซ”
“เร็วแล้วแก”
ทุกคนวิ่งหน้าตั้งไม่คิดชีวิตมายังลานกว้างหลังตึกบริหาร เพราะไอ้เสียงที่ดังพร้อม ๆ กันนั่นคือข้อความเรียกตัวจากรุ่นพี่ปีสี่
ก็เพิ่งเคยได้ยิน! มีคณะบ้าไหนให้รุ่นพี่ที่เรียนปีสุดท้ายมารับน้องปีหนึ่ง กลายเป็นว่าเด็กใหม่รุ่นนี้ซวยสุด ๆ เมื่อวานรองรับอารมณ์พี่ปีสอง วันนี้ยังต้องมารับชะตากรรมกับพี่ปีสี่อีก คิดถูกคิดผิดวะเลือกบัญชีเนี่ย!!
“ใครมาช้าสุดจะโดนทำโทษ!!” รุ่นพี่คนหนึ่งยืนเท้าสะเอวตะคอกเสียงดัง ทุกฝีเท้าที่กำลังวิ่งก็ยิ่งใส่เกียร์หมา ไม่ถึงอึดใจเพื่อนหลายคนก็วิ่งไปยืนหอบแฮ่กข้างหลังพี่คนนั้น รวมถึงมิกซ์ด้วย ต่างจากเกรซแม้จะแข็งแรงแต่เจ้าตัวไม่ได้ถนัดวิ่งเอาเสียเลย ไหนจะต้องประคองแว่นตาอีก ยิ่งทำให้ช้าเข้าไปอีก แทบจะเป็นที่โหล่ก็ว่าได้...
“เกรซ!!” มีเสียงเรียกมาจากด้านหลัง เจ้าของชื่อหยุดวิ่งหันกลับไปมองอัตโนมัติ นั่นเป็นเสียงของนิรา หล่อนวิ่งมาเป็นคนสุดท้ายเพราะสวมรองเท้าส้นสูงจึงทำได้เพียงแค่วิ่งเหยาะ ๆ ไม่สิ! เรียกว่าเดินเร็วกว่าปกตินิดหน่อยต่างหาก
“เราเท้าแพลง ช่วยเราด้วยนะเกรซ”
เกรซมองเท้าของหล่อน เจ้าตัวก็เปลี่ยนเป็นเดินกะเผลกใบหน้าเหยเกแสดงความเจ็บปวด ร่างบางอดไม่ได้ที่จะเข้าไปช่วยพยุง แล้วพากันเดินมาหารุ่นพี่
“ขอบใจมากนะเกรซ”
“ไม่เป็นไรเรื่องแค่นี้”
ทว่า!
จังหวะจะผ่านตัวรุ่นพี่ที่ยืนเท้าสะเอว นิราก็ยื่นมือไปให้เพื่อนอีกคนให้ดึงตัวเองเข้าไปรวมกลุ่มโดยที่เกรซยังไม่ทันผ่านตัวรุ่นพี่ ทันใดนั้น!!
ปรี๊ดดดดด
เสียงนกหวีดดังขึ้น ทุกคนพากันตกใจ มีเสียงตะคอกขึ้นทันควัน
“น้องแว่นคนนั้นมาช้าสุดต้องโดนทำโทษ” ทุกสายตาหันมาจับจ้องเกรซเป็นตาเดียว เห็น ๆ อยู่ว่าเธอเลือกช่วยนิราแทนที่จะเห็นแก่ตัวทิ้งเพื่อนไว้ แต่กระนั้นรุ่นพี่ก็ไม่เห็นใจ เพื่อนในคลาสก็ไม่แยแสแต่ละคนไม่กล้าสบตากับเกรซแม้จะเห็นทุกอย่างว่าเกิดอะไรขึ้น แต่มีหนึ่งในนั้นยกมือพูดด้วยความกล้าหาญ
“เดี๋ยวสิรุ่นพี่ เมื่อกี้เกรซช่วยเพื่อนนะ ไม่งั้นเพื่อนฉันวิ่งมาถึงตั้งนานแล้ว” นั่นเป็นเสียงของมิกซ์ สมแล้วที่เป็นเพื่อนสนิททำเอาเกรซมองอย่างซาบซึ้ง แต่คำพูดของนางไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น รุ่นพี่หลายคนไม่ชอบคนเถียงเดินกรูมายืนด้านหน้าจ้องเขม็งใส่มิกซ์อย่างคาดโทษ ใช่สิ! มันเป็นตุ๊ดไม่ใช่ผู้หญิงสะสวยเลยไม่มีใครเข้าข้าง
“น้องอยากจะโดนทำโทษกับเพื่อนใช่ไหม” รุ่นพี่ผู้ชายตะคอกใส่ สถานการณ์ไม่สู้ดี เกรซเองก็ไม่อยากให้มิกซ์ถูกหางเลขด้วยเลยหันไปส่ายศีรษะส่งซิกเป็นนัยกับเพื่อน มิกซ์จึงยอมสงบปากสงบคำ
“เอาล่ะทุกคนจัดแถว”
นักศึกษาปีหนึ่งได้ยินแบบนั้นก็ทำตามคำสั่งอย่างเป็นระเบียบยืนเรียงตามเอกสาขาของตัวเอง ส่วนเกรซถูกรั้งตัวไว้นอกแถวมองดูเพื่อนด้วยสายตาละห้อย ก่อนจะถูกรุ่นพี่เรียกไปยืนด้านหน้ามองเพื่อนรุ่นเดียวกันอย่างน่าอับอาย
“คนทำผิดพวกพี่ไม่ชอบ วันนี้จะสอนบทเรียนว่าการอยู่ในคณะบริหารต้องเชื่อฟังรุ่นพี่ทุกอย่าง อย่าสร้างปัญหาเข้าใจไหม”
“เข้าใจค่ะ/ครับ” ปีหนึ่งขานรับพร้อมกัน
“ต่อให้จะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายพวกพี่ก็ไม่ละเว้น” พี่ว้ากเอ่ยจบหันมามองเกรซด้วยความโกรธ หน้าตาดุดันอย่างกับไปฆ่าพ่อฆ่าแม่เขาก็แค่วิ่งมาคนสุดท้าย..
“น้องแว่นเลือกเอาจะวิ่งรอบลานหรือจะแก้ผ้า”
“ฮะ!!” ไม่ใช่แค่เกรซที่ตกใจ แม้แต่ปีหนึ่งก็ต่างพากันร้องเสียงหลง ไม่คิดว่าการลงโทษจะถึงขั้นทำอนาจาร มีหลายคนกำลังหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาอัดคลิปเพื่อแฉวีรกรรมทุเรศของรุ่นพี่ แต่ยังไม่ทันอัด...รุ่นพี่คนเดิมก็พูดต่อ
“แค่พูดเล่น แต่ถ้ายังขัดคำสั่งพวกพี่อีกครั้งหน้ารับรองเลยว่าไม่ใช่แค่ขู่”
ไม่รู้ว่าจะทำจริงไหม แต่คำขู่นั่นกลับทำให้พวกนักศึกษาสาวรู้สึกกลัวและขยะแขยง เหตุการณ์เหมือนจะคลี่คลายไปในทางที่ดีเมื่อรุ่นพี่ให้รุ่นน้องนั่งลงไปกับพื้น เกรซจะหันมายกไหว้ขอบคุณคิดว่ารอดแล้ว แต่เปล่าเลย...
“น้องแว่นจะไปไหน”
“ไปนั่ง”
“ใครใช้ให้ไป!!”
“ขอโทษค่ะ”
“ยืนย่อเข่ายกมือขึ้นมาสิ”
เกรซทำตามที่รุ่นพี่บอกโดยไม่ขัดขืน เมื่อวานถูกทำโทษให้วิ่งสิบรอบหนักกว่านี้อีก แค่นี้สบายมาก...
ทว่า!
ผ่านไปแค่สองนาที ร่างกายที่บอกว่าสบายกลับเริ่มสั่น เกร็งไปทั้งตัวจนเหงื่อแตกพลั่ก มีเม็ดเหงื่อบางส่วนไหลจากหน้าผากมนลงมาตามกรอบหน้า สีหน้าซีดเผือดฉายแววสุดจะทน เป็นจังหวะที่รุ่นพี่คนหนึ่งหันมาเห็นอาการของเกรซเข้า แทนที่จะสงสารกลับขบขันเห็นเป็นเรื่องตลกดึงความสนใจให้คนอื่นหัวเราะตาม และดังเป็นเท่าทวีเมื่อรุ่นพี่บังคับให้ปีหนึ่งทุกคนต้องหัวเราะยิ่งสร้างความอับอายให้หญิงสาวเข้าไปใหญ่
“เล่นปัญญาอ่อนอะไรกันวะ!” จู่ ๆ มีเสียงดุดังมาจากด้านหลัง ทุกคนหันกลับไปมอง
เสียงตลกกลายเป็นฮือฮาในทันทีเมื่อได้เห็นหน้าคนพูด เกรซคิดว่าเป็นหนึ่งในพวกรุ่นพี่เลยไม่หันไปสนใจ ยืนในท่าเดิมอยู่เช่นนั้นไม่ใช่ว่าไม่อยากขยับแต่ขาเป็นตะคริวจนเธออยากจะร้องไห้เสียมากกว่า
“เล่นเชี้ยไรล่ะไอ้พิชญ์พวกกูกำลังรับน้องอยู่”
ชื่อที่ได้ยินทำให้ดวงตากลมโตเบิกกว้าง...แต่แค่ประเดี๋ยวเดียวก็เปลี่ยนเป็นเหมือนเดิมหลังจากนึกปลอบใจตัวเองคงเป็นคนชื่อเหมือนมั้ง ไม่มีทางไอ้ตาบ้านั่นจะมาอยู่ที่นี่หรอก ไม่มีทางอยู่มหาลัยเดียวกัน...โลกไม่ได้กลมขนาดนั้น
แต่ว่า...
“มึงมาดูหน้าน้องแว่นสิ ตลกจะตาย”
“ไม่ล่ะ กูไม่ชอบเหยียบย่ำคนอื่นเหมือนมึง”
ยิ่งฟังเสียงใกล้ ๆ ก็ยิ่งรู้สึกคุ้น เกรซตัดสินใจหันหน้าไปมองช้า ๆ และเมื่อเห็นเรือนหน้าเจ้าของเสียง ดวงตาสีนิลถึงกับเบิกกว้างเป็นไข่ห่าน แข้งขาอ่อนแรงเฉียบพลันจนเกือบล้ม ดีนะที่มีใครมาประคองไว้ทัน
“เป็นไรไหมเกรซ”
“หึ!” คนที่หญิงสาวกำลังจ้องไม่วางตาทำเสียงสบถในลำคอ นัยน์ตาเย็นชามองสบด้วยหางตาราวกับรังเกียจกัน แล้วหมุนตัวเดินเก๊กจากไป
++++++
รุ่นพี่แบบนี้เลวมากกก