ตอนที่1.1 l ความฝัน💋

777 Words
ปึก! ปึก! “เกรซเอ้ย! เกรซ” เสียงเรียกบวกกับเสียงกระทุ้งประตูไม้ทำให้หญิงสาวสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตลืมตาพึ่บพร้อมกับลุกพรวดนั่งราวกับอยู่บนเตียงร้อน มองซ้ายมองขวาเป็นอันดับแรกเมื่อเห็นว่าอยู่ในห้องนอนตัวเองถึงกับถอนหายใจด้วยความโล่งอก “เฮ้อ...ฝันนี่หว่า ฝันบ้าอะ...ไร...วะ” ระหว่างพึมพำภาพสยิวสัมผัสเหมือนจริงผุดขึ้นมา พลันใบหน้าจิ้มลิ้มเห่อร้อน เลือดในกายพุ่งพล่านจากปลายเท้าขึ้นมาถึงศีรษะ เผลอขบเม้มริมฝีปากสีระเรื่อโดยไม่รู้ตัวปล่อยอารมณ์วูบไหลไปกับภาพติดตา ทว่า! “ได้ยินไหมเกรซ!!” เสียงตะโกนจากด้านล่างทำเจ้าของชื่อสะดุ้งเฮือก รีบสะบัดศีรษะเรียกสติก่อนจะตะโกนกลับไป “ได้ยินแล้วแม่ ขออาบน้ำก่อน เดี๋ยวเกรซตามไป” “เร็ว ๆ ล่ะ นอนไม่รู้จักเวล่ำเวลาเดี๋ยวไม่ให้เงินไปเรียนหรอก” “ขู่จังคุณนายอ้อย” ร่างเล็กดีดตัวลุกไปอาบน้ำ แม้ยามนี้พระอาทิตย์จะยังไม่โผล่พ้นขอบฟ้า แต่ตีห้าคือเวลาที่เธอต้องตื่นทุกวัน ใครว่า ‘นกที่ตื่นเช้าคือนกขยัน’ เปล่าหรอก...เธอก็แค่โดนมารดาบังเกิดเกล้าบังคับเท่านั้นเอง ลองไม่ทำสิ! ทัพพีได้ฟาดกลางหลัง ‘เกรซ’ คือชื่อของเธอ สาวน้อยวัยสิบเก้าปี เรียนปี1 คณะบริหาร เอกบัญชี ในมหาวิทยาลัยชื่อดัง ไม่ได้เรียนเก่ง ไม่ได้ชอบตัวเลข แต่เอกนี้เข้าง่ายที่สุดแถมวิชาเรียนไม่ได้ยากอะไร ดีกว่าต้องไปเจอฟิสิกส์ เคมี ซึ่งวิชาพวกนั้นเรียนแค่ตอนมอปลายพอแล้ว อย่าได้เจอกันอีกเลย บ้านหลังเล็กสองชั้นปลูกในที่ดินสามสิบตารางวาบนพื้นที่กลางซอยแหล่งรวมบ้านคนมีอันจะกิน ชั้นล่างสร้างจากปูนแข็งแรงมีรั้วรอบขอบชิดชั้นบนต่อเติมด้วยไม้เฌอร่าแบ่งเป็นสองห้องนอน แม่ลูกที่กำลังแหกปากไม่เกรงใจข้างบ้านอาศัยที่นี่หลับนอนมาเป็นสิบ ๆ ปีแล้ว ฐานะการเงินไม่ได้รวยฟู่ฟ่าเหมือนคนอื่น อาศัยอยู่ในย่านนี้ได้เพราะเป็นที่ดินมรดกตกทอดมาตั้งแต่รุ่นยาย ส่วนบิดาน่ะเหรอ? ไม่ตายก็เหมือนตายไปแล้ว เพราะทิ้งสองแม่ลูกไปตั้งแต่ลูกน้อยยังเยาว์วัย เกรซไม่มีความสัมพันธ์ใด ๆ จำหน้าพ่อไม่ได้ด้วยซ้ำ ได้ยินแต่มารดาเล่าถึงพฤติกรรมติดเหล้าติดพนันก็ดีแล้วล่ะที่คนแบบนั้นหายไปจากชีวิตได้ ไม่งั้นพวกเธอไม่มีทางอยู่อย่างสงบมาถึงทุกวันนี้หรอก ‘อ้อย’ คือชื่อมารดาของเธอ ทำอาชีพเป็นแม่ค้าขายข้าวแกงหน้าปากซอยมาสิบกว่าปีแล้ว มีรสมืออร่อยชนิดที่ว่ามีลูกประจำลัดคิวมาขอซื้อถึงหน้าบ้าน แถมเดี๋ยวนี้มีพวกอินฟลูเอนเซอร์มาทำคลิปกลายเป็นไวรัลให้ร้านข้าวแกงเล็ก ๆ ดังจนมีลูกค้าขับรถข้ามจังหวัดมาอุดหนุน ใคร ๆ ก็เรียก “ป้าอ้อยทัพพีทอง” ร้านขายแกงในรถเข็นเล็ก ๆ สร้างรายได้ให้อ้อยไม่ขัดสนและสามารถส่งลูกสาวเรียนจนจบปริญญาได้ แต่ไอ้นิสัยขี้เหนียวนี่ล่ะสิเลิกไม่ได้สักที หล่อนมีเงินเก็บก้อนโตแต่กระนั้นก็ไม่คิดจะเอามาซ่อมบ้านโทรม ๆ ให้ดูใหม่หรือใหญ่โตเหมือนบ้านคนอื่นเขา ข้ออ้างที่พร่ำบอกเวลาลูกสาวคะยั้นคะยอคือ “จะทำใหม่ล่อตาโจรทำไม สู้ทำตัวจน ๆ ดีกว่าโจรมันจะได้เห็นว่าไม่มีเงิน” อนาถใจกับความคิดคนเป็นแม่ แต่อย่างว่าหล่อนคือคนหาเลี้ยงครอบครัว ใครจะกล้าขัดใจ ร่างบางพันแค่ผ้าขนหนูรอบอกเดินกลับเข้ามาในห้องหลังจากอาบน้ำเสร็จเรียบร้อย เธอยืนส่องหน้ากระจกให้แน่ใจว่าใช่ตัวเองจริง ๆ ไม่ใช่ตุ๊กตายางอะไรนั่น แม้หน้าอกจะไม่อึ๋มเท่าแต่เกรซก็ภูมิใจกับรูปร่างหน้าตาตัวเอง ยืนหมุนซ้ายหมุนขวาหน้ากระจกไปมาสองสามที ก่อนจะจับจี้รูปหยดน้ำบนคอระหง “ชิ๊! แม่นี่หน่าซื้อสร้อยให้ลูกสาวแล้วไม่กล้าเอามาให้ สงสัยกลัวโดนแซวเรื่องงกแน่” ใช่! ถ้าเมื่อวานเธอไม่เห็นสร้อยในกล่องบนหลังตู้เย็น ไม่รู้เมื่อไหร่แม่จะเอามาให้สักที คงกะเซอร์ไพรส์ล่ะมั้ง ‘แต่เสียใจด้วยค่ะคุณนายอ้อย ทำเซอร์ไพรส์ลูกสาวคนนี้ไม่ได้หรอก ฉันเอามาใส่ล่ะจ้า ลงไปแซวเล่นดีกว่า’
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD