นึกเรื่องสนุกขึ้นมาได้ ร่างบางก็รีบใส่เสื้อยืดตัวหลวมกับกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน ไม่ลืมที่จะสวมแว่นตาก่อนออกจากห้อง เดินฮัมเพลงสบายใจเฉิบลงบันไดมา เห็นไกล ๆ ว่าแม่กำลังตักแกงให้ลูกค้าที่ขับมอเตอร์ไซค์มาซื้อถึงหน้าบ้าน
แต่ทว่า!
เพราะมัวแต่มองข้างหน้านี่แหละ จึงไม่ทันเห็นว่าด้านข้างมีคนเดินมาพร้อมกัน ตัวเองไปชนเขาอย่างจังจนเกือบล้ม ดีนะที่จับหัวเสาบันไดไว้ ไม่งั้นหัวฟาดพื้นไปแล้ว
“จิ๊!!”
เสียงไม่พอใจเปล่งออกมาดึงความสนใจให้เกรซหันไปมอง ทว่า! เมื่อเห็นเจ้าของเสียงดวงตาสีนิลกลับเบิกโพลง ร่างกายแข็งทื่อ อึ้งจนเกือบจะลืมหายใจราวกับถูกต้องมนต์สะกด
“ไม่มีตาหรือไง” น้ำเสียงเย็นชาสบถต่อพลางชักสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะถือแก้วน้ำเดินไปนั่งโต๊ะทานข้าวของบ้านเธอ
หญิงสาวมองตามแผ่นหลังกว้างพลางกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ เม็ดเหงื่อพราวไหลตามกรอบหน้า หนาววาบทั้งตัวอย่างกับคนจะมีไข้ จะไม่ให้มีอาการแบบนี้ได้ไงก็ผู้ชายคนนั้นน่ะ คือคนที่ตนฝันถึงเมื่อคืน...เสมือนจริงมากราวกับโดนเขาเสียบมิดด้าม นึกแล้วก็เสียวท้องน้อยขึ้นมาเชียว
“เกรซ! จะยืนอีกนานไหม มาช่วยมัดแกงให้ลูกค้าเร็ว!!”
ร่างบางสะดุ้งหลุดจากภวังค์เมื่อคนเป็นแม่ตะโกนมา
“ค่ะ ๆ” เธอขานรับ ก่อนจะลอบมองแผ่นหลังกว้างอีกครั้ง ซึ่งเขากำลังทานข้าวพลางเล่นโทรศัพท์ไปด้วย ทำตัวสบาย ๆ อย่างกับที่นี่เป็นบ้านของตน ทั้งที่โต๊ะนั่นไม่ได้มีไว้ให้ลูกค้าสักหน่อย
ขาเรียวจ้ำอ้าวเดินผ่านชายคนนั้นตรงไปยังหน้าบ้านช่วยมารดาตักแกงพร้อมกับคิดเงินลูกค้าด้วยความชำนาญ พอลูกค้าไปหมดแล้วคนเป็นแม่ก็หันกลับมาหาคนในบ้าน
“พิชญ์มาเอาหมูกรอบของโปรดเพิ่มสิลูก”
“ครับ”
ลูกสาวคนเดียวได้ยินคำพูดหวานของมารดาถึงกับทำหน้าไม่พอใจ ใช่สิ! เจ๊อ้อยพูดดีพูดเพราะกับเขายิ่งกว่าลูกในไส้เสียอีก
‘ลูกอย่างนั้น ลูกอย่างนี้ ทีกับตนเรียกเกรซ อีนังเกรซ...หมั่นไส้เว้ย’
แล้วดูหมูกรอบน่ะร้านข้าวแกงที่อื่นไม่ทำขายหรอก เพราะต้นทุนแพงได้กำไรน้อย มีแต่ร้านเจ๊อ้อยนี่แหละขาดทุนไม่ว่า คนเสมือนลูกรักต้องได้กินของโปรด...โอ๊ยสุดจะเบื่อ
ร่างสูงในชุดออกกำลังกายเดินถือจานมาให้ เจ้าของร้านแกงก็คีบชิ้นใหญ่ที่สุดไม่หั่นไม่สับให้เขาเต็มชาม
“เพิ่งกลับจากออกกำลังกายใช่ไหม กินเยอะ ๆ นะลูก”
“ขอบคุณครับ”
เขารับชามมาแล้วเดินกลับไปนั่งที่เดิม ทุกอย่างอยู่ในสายตาหญิงสาวทั้งหมด ลับหลังมารดาก็เบ้ปากมองบน เรื่องแบบนี้เห็นมาตั้งแต่เด็ก ถึงยังไงก็ไม่ชินสักที
ชายหนุ่มกลับมานั่งที่เดิมหยิบหูฟังไร้สายใส่ เป็นโอกาสให้เกรซพูดกระแหนะกระแหนมารดา “ไม่ยกให้ทั้งถาดให้ลูกรักไปเลยล่ะแม่”
ขวับ!!
สายตาดุดันหันมาค้อนใส่ลูกสาวทันควัน
“เขาเป็นคนออกกำลังกาย กินเยอะไม่ได้ เดี๋ยวอ้วน”
“แต่เมื่อกี้แม่บอกให้เขากินเยอะ ๆ ย้อนแย้งนะคุณนายอ้อย”
“อย่าพูดมาก!!” คนเป็นแม่จริงตาใส่
“แม่ก็รู้ว่าหนูก็ชอบกินหมูกรอบ” ลูกสาวบ่นพึมพำทำเสียงแง่งอน
“อย่างแกก็ชอบหมดทุกอย่างนั่นแหละ ดูสิพุงเป็นชั้นเชียว” คนเป็นแม่ไม่เอ่ยเปล่า ยื่นมือหยิกพุงน้อย ๆ ของลูกสาว ความจริงก็ไม่ได้อ้วนหรอก ก็แค่อยากหยิกสั่งสอนเท่านั้นแหละ
“โอ๊ย ๆ เกรซเจ็บนะแม่”
“เจ็บสิดี ทีหลังจะได้ไม่ตื่นสายอีก รีบเข็นรถแกงไปปากซอยซะ”
“ไม่ให้ลูกสุดที่รักของแม่เข็นไปล่ะ” เธอเอ่ยพร้อมกับใช้ปลายคางมนและสายตาชี้ไปที่ชายหนุ่มในบ้าน
“อีเกรซ! ไปใช้คนอื่นได้ไง เขาเป็นลูกค้ามากินข้าว เขาจ่ายเงินให้ฉัน ไม่เหมือนแกที่มากินข้าวฟรี มาอยู่ฟรี”
“ก็เกรซลูกแม่”
“เป็นลูกก็ยิ่งต้องทำงานให้หนัก เข็นไปได้แล้วก่อนฉันจะเอาทัพพีฟาด” มารดาหยิบทัพพีใกล้มือขู่ เกรซคว้ามือห้ามทันที
“รู้แล้ว ๆ เกรซเข็นไปก็ได้”
“เออ เร็ว ๆ ด้วย มันสายแล้ว”
“ค่ะ ๆ คุณนายอ้อย”
ระหว่างทางเธอบ่นพึมพำไปตลอด หญิงสาวตัวเล็ก ๆ ชินสะแล้วล่ะกับเข็นรถขนาดสูงกว่าตัวเอง แต่จะว่าไป...ก็เหมือนจะลืมอะไรแฮะ ช่างเถอะ!
++++++
ลูกอิจฉาหน้าตาเป็นใคร ให้ส่องเกรซค่ะ ลูกสาวที่แม่ไม่เหลียว
เสียใจไหม? ก็ไม่นะ...ภูมิต้านทานมันเยอะ