ตอนที่1.2 l ความฝัน😡

844 Words
นึกเรื่องสนุกขึ้นมาได้ ร่างบางก็รีบใส่เสื้อยืดตัวหลวมกับกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน ไม่ลืมที่จะสวมแว่นตาก่อนออกจากห้อง เดินฮัมเพลงสบายใจเฉิบลงบันไดมา เห็นไกล ๆ ว่าแม่กำลังตักแกงให้ลูกค้าที่ขับมอเตอร์ไซค์มาซื้อถึงหน้าบ้าน แต่ทว่า! เพราะมัวแต่มองข้างหน้านี่แหละ จึงไม่ทันเห็นว่าด้านข้างมีคนเดินมาพร้อมกัน ตัวเองไปชนเขาอย่างจังจนเกือบล้ม ดีนะที่จับหัวเสาบันไดไว้ ไม่งั้นหัวฟาดพื้นไปแล้ว “จิ๊!!” เสียงไม่พอใจเปล่งออกมาดึงความสนใจให้เกรซหันไปมอง ทว่า! เมื่อเห็นเจ้าของเสียงดวงตาสีนิลกลับเบิกโพลง ร่างกายแข็งทื่อ อึ้งจนเกือบจะลืมหายใจราวกับถูกต้องมนต์สะกด “ไม่มีตาหรือไง” น้ำเสียงเย็นชาสบถต่อพลางชักสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะถือแก้วน้ำเดินไปนั่งโต๊ะทานข้าวของบ้านเธอ หญิงสาวมองตามแผ่นหลังกว้างพลางกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ เม็ดเหงื่อพราวไหลตามกรอบหน้า หนาววาบทั้งตัวอย่างกับคนจะมีไข้ จะไม่ให้มีอาการแบบนี้ได้ไงก็ผู้ชายคนนั้นน่ะ คือคนที่ตนฝันถึงเมื่อคืน...เสมือนจริงมากราวกับโดนเขาเสียบมิดด้าม นึกแล้วก็เสียวท้องน้อยขึ้นมาเชียว “เกรซ! จะยืนอีกนานไหม มาช่วยมัดแกงให้ลูกค้าเร็ว!!” ร่างบางสะดุ้งหลุดจากภวังค์เมื่อคนเป็นแม่ตะโกนมา “ค่ะ ๆ” เธอขานรับ ก่อนจะลอบมองแผ่นหลังกว้างอีกครั้ง ซึ่งเขากำลังทานข้าวพลางเล่นโทรศัพท์ไปด้วย ทำตัวสบาย ๆ อย่างกับที่นี่เป็นบ้านของตน ทั้งที่โต๊ะนั่นไม่ได้มีไว้ให้ลูกค้าสักหน่อย ขาเรียวจ้ำอ้าวเดินผ่านชายคนนั้นตรงไปยังหน้าบ้านช่วยมารดาตักแกงพร้อมกับคิดเงินลูกค้าด้วยความชำนาญ พอลูกค้าไปหมดแล้วคนเป็นแม่ก็หันกลับมาหาคนในบ้าน “พิชญ์มาเอาหมูกรอบของโปรดเพิ่มสิลูก” “ครับ” ลูกสาวคนเดียวได้ยินคำพูดหวานของมารดาถึงกับทำหน้าไม่พอใจ ใช่สิ! เจ๊อ้อยพูดดีพูดเพราะกับเขายิ่งกว่าลูกในไส้เสียอีก ‘ลูกอย่างนั้น ลูกอย่างนี้ ทีกับตนเรียกเกรซ อีนังเกรซ...หมั่นไส้เว้ย’ แล้วดูหมูกรอบน่ะร้านข้าวแกงที่อื่นไม่ทำขายหรอก เพราะต้นทุนแพงได้กำไรน้อย มีแต่ร้านเจ๊อ้อยนี่แหละขาดทุนไม่ว่า คนเสมือนลูกรักต้องได้กินของโปรด...โอ๊ยสุดจะเบื่อ ร่างสูงในชุดออกกำลังกายเดินถือจานมาให้ เจ้าของร้านแกงก็คีบชิ้นใหญ่ที่สุดไม่หั่นไม่สับให้เขาเต็มชาม “เพิ่งกลับจากออกกำลังกายใช่ไหม กินเยอะ ๆ นะลูก” “ขอบคุณครับ” เขารับชามมาแล้วเดินกลับไปนั่งที่เดิม ทุกอย่างอยู่ในสายตาหญิงสาวทั้งหมด ลับหลังมารดาก็เบ้ปากมองบน เรื่องแบบนี้เห็นมาตั้งแต่เด็ก ถึงยังไงก็ไม่ชินสักที ชายหนุ่มกลับมานั่งที่เดิมหยิบหูฟังไร้สายใส่ เป็นโอกาสให้เกรซพูดกระแหนะกระแหนมารดา “ไม่ยกให้ทั้งถาดให้ลูกรักไปเลยล่ะแม่” ขวับ!! สายตาดุดันหันมาค้อนใส่ลูกสาวทันควัน “เขาเป็นคนออกกำลังกาย กินเยอะไม่ได้ เดี๋ยวอ้วน” “แต่เมื่อกี้แม่บอกให้เขากินเยอะ ๆ ย้อนแย้งนะคุณนายอ้อย” “อย่าพูดมาก!!” คนเป็นแม่จริงตาใส่ “แม่ก็รู้ว่าหนูก็ชอบกินหมูกรอบ” ลูกสาวบ่นพึมพำทำเสียงแง่งอน “อย่างแกก็ชอบหมดทุกอย่างนั่นแหละ ดูสิพุงเป็นชั้นเชียว” คนเป็นแม่ไม่เอ่ยเปล่า ยื่นมือหยิกพุงน้อย ๆ ของลูกสาว ความจริงก็ไม่ได้อ้วนหรอก ก็แค่อยากหยิกสั่งสอนเท่านั้นแหละ “โอ๊ย ๆ เกรซเจ็บนะแม่” “เจ็บสิดี ทีหลังจะได้ไม่ตื่นสายอีก รีบเข็นรถแกงไปปากซอยซะ” “ไม่ให้ลูกสุดที่รักของแม่เข็นไปล่ะ” เธอเอ่ยพร้อมกับใช้ปลายคางมนและสายตาชี้ไปที่ชายหนุ่มในบ้าน “อีเกรซ! ไปใช้คนอื่นได้ไง เขาเป็นลูกค้ามากินข้าว เขาจ่ายเงินให้ฉัน ไม่เหมือนแกที่มากินข้าวฟรี มาอยู่ฟรี” “ก็เกรซลูกแม่” “เป็นลูกก็ยิ่งต้องทำงานให้หนัก เข็นไปได้แล้วก่อนฉันจะเอาทัพพีฟาด” มารดาหยิบทัพพีใกล้มือขู่ เกรซคว้ามือห้ามทันที “รู้แล้ว ๆ เกรซเข็นไปก็ได้” “เออ เร็ว ๆ ด้วย มันสายแล้ว” “ค่ะ ๆ คุณนายอ้อย” ระหว่างทางเธอบ่นพึมพำไปตลอด หญิงสาวตัวเล็ก ๆ ชินสะแล้วล่ะกับเข็นรถขนาดสูงกว่าตัวเอง แต่จะว่าไป...ก็เหมือนจะลืมอะไรแฮะ ช่างเถอะ! ++++++ ลูกอิจฉาหน้าตาเป็นใคร ให้ส่องเกรซค่ะ ลูกสาวที่แม่ไม่เหลียว เสียใจไหม? ก็ไม่นะ...ภูมิต้านทานมันเยอะ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD