ปลายมีดเล็ก ๆ แต่คมกริบจ่อชี้กลางอกคนแปลกหน้าที่เข้ามาด้านหลัง
“เฮ้ย ๆ ใจเย็น แค่จะมาถามให้ไปส่งบ้านไหม” เจ้าของเสียงถอยห่างหนึ่งก้าวพร้อมกับยกสองมือเป็นนัยยอมแพ้ เขาคือคนหนึ่งในวงเหล้าเมื่อครู่ แถมเกรซยังรู้จักด้วย
“เข้ามาด้านหลังทำไมตกใจหมด” เธอถอนหายใจก่อนจะเก็บมีดพับใส่กระเป๋าสะพายเช่นเดิม
“แค่หวังดีจะไปส่ง”
“ไม่ต้อง ฉันกลับเองได้” เมื่อครู่กลัวแทบตาย จินตนาการไปถึงขั้นเสียพรหมจารีเชียวนะ ใครจะกล้าให้ไปส่งอีก
“เดินตากฝนเดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก ปากซอยไม่มีวินใช่ไหม จะไปส่งเนี่ย”
“ขอบใจแต่ฉันกลับเองได้” ร่างเปียกนึกสงสัยทำไมจู่ ๆ เพื่อนวัยเด็กเซ้าซี้จะไปส่งให้ได้ทั้งที่เธอกับเขาไม่คุยกันนานแล้ว จังหวะที่กำลังหมุนตัว กลับถูกคนด้านหลังรั้งไว้
“เดี๋ยวสิ! เดินคนเดียวอันตราย ให้ฉันขับรถไปส่งดีกว่า”
“คะยั้นคะยอต้องการอะไรหรือเปล่า” สาวน้อยเอียงคอนิด ๆ จ้องด้วยนัยน์ตาคาดคั้น ทำเอาคนถูกมองทำสีหน้าเลิ่กลั่ก
“เปล๊า” เขาตอบเสียงสูง
“งั้นก็ไม่ต้องไปส่ง ฉันเกิดและโตที่นี่ใครจะกล้ามาทำอะไรล่ะ”
“เข้าใจแล้ว ๆ” เขาเอ่ยจบหมุนตัวเดินเกาท้ายทอยกลับไปวงเหล้า ร่างแน่งน้อยมองให้แน่ใจว่าพวกนั้นไม่ตามมาอีก ก่อนจะหมุนตัวเดินต่อ
ดีนะ! ที่เธอมีสติ ถ้าผีผลักแทงเขาไปจริง มีหวังกลายเป็นเรื่องใหญ่
ในวินาทีที่ชายคนเดิมเดินกลับไป ก็มีร่างสูงอีกคนเดินออกมาจากพุ่มไม้สูงข้าง ๆ สายตาเอาแต่จับจ้องแผ่นหลังบางที่กำลังหายวับไปกับความมืด
“พอใจยังกูไปถามให้แล้ว แต่ไอ้แว่นไม่สนใจ”
“เออกูเห็นแล้ว”
“มึงห่วงทำไมไม่ไปส่งเองวะใช้กูทำไม”
“อย่าพูดมาก กูกลับล่ะ”
“เฮ้ย! ไม่แดกเหล้ากันก่อนเหรอ”
“ไม่ล่ะ”
ส่วนอีกด้านหนึ่ง
และแล้วหญิงสาวร่างเปียกก็เดินมาถึงบ้าน ระยะทางไม่ได้ไกลมากนักแต่ที่มาช้าเพราะคอยระแวดระวังกลัวใครจะมาทำร้ายจากทางด้านหลัง
เธอเห็นไฟในบ้านเปิดอยู่ก็รีบสาวเท้าเข้าไปด้วยความดีใจ เชื่อมั่นเต็มร้อยว่ามารดารอตนกลับบ้าน แต่เปล่าเลย...หล่อนกำลังนั่งดูทีวีพร้อมกับเด็ดใบโหระพาพลาง ๆ ตนเปิดประตูเสียงดังก็ไม่หันมาสนใจ
“แม่ เกรซกลับมาแล้ว”
“อืม” ท่าทางไม่ยี่หระตอกย้ำให้รู้ว่าไม่ได้รอจริง ๆ
“มีอะไรกินบ้างเกรซหิว”
“ทำไมไม่หากินมาจากข้างนอก ในบ้านจะมีอะไรเหลือ”
“อ้าว ก็บ้านเราขายข้าวแกงคิดว่าแม่จะเก็บกับข้าวให้สักอย่างสองอย่าง”
“ไม่มีหรอก ถ้าจะกินไปทอดไข่เอา”
“ชิ๊! ก็ได้ค่ะคุณนาย”
คนตัวเปียกเดินไม่กี่ก้าว คนเป็นแม่ก็ร้องทัก
“เกรซ”
เจ้าของชื่อหันกลับไปหาเพราะนึกว่าแม่เปลี่ยนใจจะไปทอดไข่ให้เอง แต่!
“แกไปเอาผ้ามาเช็ดพื้นด้วย เดินเปียก ๆ ได้ไงถ้าฉันลื่นหัวฟาดจะทำไง”
“ฟาดไปสิ” เธอเบือนหน้าไปอีกทางก่นบ่นพึมพำ
“แกว่าอะไร”
“เปล่าค่ะ แค่บอกจะไปเอาผ้ามาเช็ดเดี๋ยวนี้แหละคุณหญิงแม่” เจ้าของเสียงส่งยิ้มเจื่อนให้
“ไปสิ”
จังหวะที่ไปเอาผ้ามาจัดการหยดน้ำบนพื้นตามคำสั่ง มารดาก็ลุกไปเข้าห้องน้ำ เธอฉวยโอกาสไม่มีใครล้อเลียนคำพูดเมื่อครู่พร้อมทำหน้าทำตายียวน
ตอนเด็กของเกรซรู้สึกน้อยใจอยู่บ่อยครั้งทำไมแม่เย็นชา เดี๋ยวดุเดี๋ยวด่าไม่โอ๋ไม่ตามใจเหมือนแม่คนอื่นเขา แต่พอโตขึ้นหน่อยจึงรู้ว่านิสัยแม่เป็นแบบนี้นี่เอง เพราะไม่ใช่แค่ตนที่โดนรวมไปถึงลูกค้าคุณนายแม่ก็ไม่เว้น หลังจากคิดได้ไอ้ความน้อยใจก็หายไปโดยปริยาย เห็นแบบนี้เกรซก็รักหล่อนมาก มีแม่คนเดียวอะเนอะ
หยดน้ำจากไรผมหยดใส่เลนส์แว่นตา หญิงสาวหยุดจากการถูพื้นเปลี่ยนมาเช็ดแว่นพร่ามัวแทน จังหวะนั้นมีเสียงเรียกจากหน้าบ้านดึงความสนใจให้หันไปมอง แต่เพราะเป็นคนสายตาสั้นจึงเห็นแค่เงาดำ ๆ เท่านั้นว่ามีคนยืนอยู่หน้าประตูโดยยังไม่รู้ว่าเป็นใคร
“ใครคะ แม่เข้าห้องน้ำอยู่” เธอตะโกนกลับไป แล้วหยิบแว่นขึ้นมาสวมเช่นเดิม แต่แล้วดวงตาหลังกรอบแว่นก็ต้องเบิกกว้างเมื่อเห็นชัดเจนว่าคนที่เรียกนั้นคือ ไอ้...ไอ้ผู้ชายบ้านตรงข้ามกัน
เวรกรรมอะไรวะ...ตั้งแต่ฝันถึงเรื่องนั้นทำไมเจอมันบ่อยจัง
“มีแกงเหลือไหม” เขาตะโกนถามต่อ
“ไม่มี ไปซื้อปากซอยเลยไป คนอะไรมาจากข้างนอกไม่ซื้อมากินล่ะ จะมาหวังบ้านคนอื่นได้ไง ไม่มีมารยาท” เธอได้จังหวะใช้คำพูดของมารดาด่าทอคนหน้าประตู และยังไม่ทันได้บ่นต่อ ฝ่ามืออรหันต์ก็ฟาดใส่บ่าเต็มแรงจากทางด้านหลัง
เพียะ!!
เสียงฝ่ามือหยาบกร้านกระทบบนผิวขาวเนียนมีเสื้อเปียกขวางกันดังชัดพอ ๆ กับความเจ็บที่แผ่ซ่านไปทั้งแขนด้านซ้าย จะเป็นใครล่ะถ้าไม่ใช่แม่บังเกิดเกล้า
“โอ๊ย! แม่ตีเกรซทำไม เจ็บนะ” เสียงประท้วงเอ่ยพร้อมกับใช้อีกมืออ้อมมาถูไถบริเวณที่ถูกฟาด เพื่อระบายความเจ็บ
“เจ็บสิดี แกไปพูดกับพี่เขาแบบนั้นได้ไง”
“ทำไมล่ะเกรซพูดความจริง”
“หุบปาก” แม่จิกปากจิกตาใส่ลูกสาว ก่อนจะหันไปตะโกนกับคนที่ยืนรอ
“จะเอากับข้าวเหรอลูก” น้ำเสียงที่ใช้ต่างจากลูกสาวลิบลับ
“มีเหลือไหมครับ ไม่มีไม่เป็นไรเดี๋ยวผมเดินไปซื้อปากซอย”
“ฝนตก ๆ จะเดินทำไม อ๋อ! น้ามีกุ้งแม่น้ำสด ๆ พอดี เดี๋ยวทำเป็นกับข้าวไปให้ พิชญ์ไปรอที่บ้านนะลูก”
“ได้ครับ ขอบคุณครับ”
พ้นหลังชายหนุ่มไปแล้ว ลูกสาวก็ทำเสียงไม่พอใจทันควัน
“แม่...ไหนบอกไม่มีกับข้าวไง แล้วทำไมกับตานั่นแม่จะทำให้ล่ะ กับเกรซยังต้องทอดไข่เอง”
“แกเอาเงินมาให้ฉันไหมล่ะ”
“ไม่มี”
“งั้นก็หุบปากซะ” มารดาหมุนตัวเดินกลับ ยังไม่ทันก้าวเกรซก็พูดตามหลัง “หน้า เงิน” พอบุพการีหันกลับมาสาวน้อยก็เปลี่ยนเป็นยิ้มแฉ่งทันควัน
“แกทำอะไร”
“เช็ดพื้นไงแม่”
ได้คำตอบแล้วก็สาวเท้าตรงไปยังห้องครัว ไม่นานในบ้านก็อบอวลไปด้วยกลิ่นกระเทียมเจียว แล้วตามด้วยกลิ่นกุ้งทอด ร่างบางกลืนน้ำลายหลายอึกในขณะที่ท้องร้องประท้วงด้วยความหิว ที่ยังไม่ไปทอดไข่เพราะไม่อยากเห็นอาหารฝีมือแม่ ไม่ว่าคุณนายอ้อยจะทำอะไรทุกอย่างล้วนแต่อร่อยทั้งนั้น ตนก็อยากกินกุ้งแม่น้ำด้วยแต่แม่ไม่ถามสักคำ
มันน่าน้อยใจ...
ไม่ถึงห้านาทีหล่อนก็เดินออกมาพร้อมกับชามในมือส่งกลิ่นหอมมีควันสีเทาลอยพุ่งมาจากอาหาร
“เอาไปให้บ้านโน้นหน่อยสิ”
“แม่เอาไปให้เองสิ แม่ได้เงินไม่ใช่เกรซสักหน่อย”
“แกจะไม่กินกุ้งอีกตัวในครัวใช่ไหม ฉันอุตส่าห์ทำเผื่อ”
“กินจ้านายแม่” ร่างบางลุกพรวดอย่างไวพุ่งไปคว้าชามจากมือมารดา หลุบตามองชามองค์ประกอบล้วนเป็นสีส้มบวกกับกุ้งตัวโต ๆ น่ากินมาก ดีนะที่เกรซปิดปากสนิทไม่งั้นป่านนี้น้ำลายหกใส่กุ้งไปแล้ว
“แม่ไม่บอกให้เร็วล่ะเกรซจะได้รีบไปรีบกลับ”
“เออถือดี ๆ อย่าให้เปียกฝน”
“ไม่เปียกหรอกเดี๋ยวกางร่มไปด้วย”
มือหนึ่งถือชามอีกมือถือร่ม ร่างชื้นเห็นประตูเหล็กเปิดคาอยู่ ถือวิสาสะเดินเข้าไป แต่ตรงประตูบ้านปิดอยู่สาวน้อยวางร่มบนพื้นแล้วเคาะเสียงดัง
“เฮ้ย!! เอากับข้าวมาส่ง”
สิ่งที่ได้รับกลับมาคือความเงียบ ร่างบางจึงตะโกนอีกแต่ก็ยังเงียบ เรียกเกือบนาทีแล้วจนถอดใจ กำลังจะหมุนตัวเดินกลับ แต่ได้ยินเสียงประตูดังขึ้นซะก่อน
“มาแล้ว”
คนในบ้านออกมาแค่ผ้าขนหนูสีเทาพันรอบเอว อวดหุ่นแน่นขนัดด้วยมัดกล้ามให้เกรซได้เห็น ดวงตาคู่สวยมองไม่วางตาพิจารณาจากหน้าอกต่ำลงมาถึงหน้าท้องถึงขนรำไรที่โผล่พ้นจากขอบผ้าขนหนู หุ่นของเขาไม่ต่างจากพระเอกในซีรีส์เลย นี่เหรอหุ่นของผู้ชายอายุเยอะกว่า...น่ามองจัง
“แฮ่ม!”
เสียงกระแอมดึงสติคนเหม่อลอย และมันได้ผล! หญิงสาวสะบัดศีรษะก่อนจะเงยหน้ามองเขาพร้อมกับยื่นชามในมือ แล้วเบือนหน้าหนีไม่กล้าสบตาตรง ๆ
“นี่กับข้าว”
“กินไหม”
ขวับ!
หญิงสาวฉงนในคำพูดหันกลับไปหาเจ้าของเสียงคอแทบเคล็ด
“ปะ...เป็นผู้ชายพูดแบบนี้เหรอ”
“ฉันถามถึงกุ้งว่าจะกินไหม เธอคิดว่าอะไร”
“เอ่อ...” เธอมองกุ้งในชามสลับกับมองหน้าเขา เม้มปากสนิทแทนคำตอบ จะบอกได้ไงเมื่อกี้คิดว่าเขาถามถึงเรื่องแผงอก
“นายรับไปสิฉันเมื่อย”
“ฉันแก่กว่าเธอหัดเคารพบ้าง ไหนเรียกพี่ดิ” เขาเอ่ยพร้อมกับรับชามไปถือ
“ฝันไปเหอะ” หญิงสาวสะบัดหน้าพรืดหยิบร่มแล้วรีบสาวเท้าออกมาจากบ้าน ขืนอยู่นานกว่านั้นอาจเผลอมองแผงอกเป็นมัดของเขาอีก
กลับมาถึงบ้านตัวเอง เกรซก็ไปตักข้าวมานั่งกินเคียงข้างมารดา ทำตัวราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งที่ในความคิดเอาแต่นึกถึงภาพแผงอกขาวเนียนของเขาพานจินตนาการไปถึงส่วนล่าง...
“โอ๊ย!! ร้อนเว้ย!!”
จู่ ๆ หญิงสาวก็แหกปาก ทำเอามารดาถึงกับหันมาตำหนิ
“เป็นบ้าอะไร ตัวเปียกขนาดนั้นยังบ่นว่าร้อน”
“ไม่มีอะไรหรอกแม่ แค่กับข้าวมันร้อน”
“กินเงียบ ๆ ให้สมเป็นกุลสตรีบ้างเหอะ”
“ค่ะ ๆ”
เกรซอาบน้ำเสร็จเรียบร้อย คืนนี้นอนเร็วกว่าปกติเพราะเหนื่อยมาทั้งวัน พิเศษหน่อยที่นึกขึ้นได้ว่าต้องสวดมนต์ก่อนนอนบ้าง เพราะเชื่อว่าอาจทำให้ฝันดี ไม่เผลอจินตนาการเรื่องลามกอีก
ตกดึก
แก๊ง!!
++++++
กรี๊ดดดด เย้าหยอกกันน่ารักน่าฟัดเนอะ