บีลีฟเดินกลับเข้ามาในห้องทำงานหลังจากแยกย้ายกับพายุไปทำความสะอาดร่างกาย เธอพยายามเดินให้ปกติถึงแม้ขาจะยังสั่นอยู่บ้าง เมื่อเข้ามาในห้องทำงาน พายุนั่งทำงานเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอเลี่ยงการมองไปที่เขาให้ขุ่นเคืองใจ
เธอเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานตัวเอง พ่นลมหายใจออกมาพรืดใหญ่ด้วยความเหนื่อยล้า เครียด กดดัน กังวล หลากหลายความรู้สึกรวมกันไป หยิบยาคุมกำเนิดในกระเป๋าขึ้นมาทาน ก่อนจะเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมาเพื่อแก้ไขงานตัวเองให้เรียบร้อย เมื่อเห็นว่าพายุส่งไฟล์วิจัยใหม่มาให้แล้ว การแจ้งเตือนหน้าจอโทรศัพทท์มันโชว์หรา
“ใส่ซะเสื้อเธอมันบางเดี๋ยวคนอื่นเขาเห็นรอย”พายุเดินมาที่โต๊ะบีลีฟพร้อมกับยื่นเสื้อคลุมสูทของตัวเองมาให้บีลีฟ เธอรับมาแล้วสวมทับไว้ ถึงแม้จะมีเครื่องสำอางปกปิดรอยไว้แล้วแต่ชุดนักศึกษาตัวบางมันทำให้ไม่มั่นใจ กลัวว่าคนอื่นจะสังเกตเห็นตามที่พายุบอก
“ขอบใจ”
“เดี๋ยวเธอต้องเข้าประชุมกับฉันตอนบ่ายโมงเตรียมตัวด้วย”
“ค่ะ”บีลีฟกัดฟันขานรับ ตามจริงแล้วตอนนี้เธออยากนอนพักผ่อนซะมากกว่า หากต้องปั้นหน้ายิ้มในห้องประชุมคงไม่ไหว“แล้วฉันต้องทำอะไรบ้าง”
“แค่ตั้งใจฟัง”
บีลีฟพยักหน้าเบาๆเพื่อเป็นคำตอบ ก่อนจะหันกลับมามองหน้าจอคอมพิวเตอร์ค่อยๆนั่งทำงานตัวเองต่อไป ส่วนพายุก็กลับไปที่โต๊ะทำงานของเขา ไม่นานนักเขาก็ส่งไฟล์วิจัยของเขามาให้ดูเป็นตัวอย่าง
“คุณวิจัยของคุณมันอ่านเข้าใจยากอ่ะ”หลังจากอ่านไปคร่าวๆ บีลีฟเดินมาพร้อมไอแพดและสมุดโน๊ตตรงเข้ามาหาพายุที่นั่งทำงานอยู่อย่างขะมักเขม้น เธอหย่อนสะโพกลงบนเก้าอี้ล้อเลื่อนตรงข้ามกับเขา พายุเงยหน้าขึ้นมามองบีลีฟพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“ตรงไหนล่ะ”
นิ้วชี้เขี่ยจอไอแพดเลื่อนขึ้นเลื่อนลง เธอวงในสิ่งที่เธอไม่เข้าใจพร้อมกับคำถามมากมายที่ใช้สีแดงเขียนไว้“ก็ทุกตรงอ่ะ ตั้งแต่บทนำเลย ฉันอ่านคร่าวๆมาแล้วแต่ยังงง สงสัยสมองฉันมันยังไม่ถึงคุณ วิจัยป.โท มันยากเกินไปและมันวิชาการขอแบบภาษามนุษย์ได้ไหม”
“นี่จะมาขอให้ช่วยอธิบายหรือจะมาขอให้ผ่อนปรนให้ทำง่ายๆแบบส่งๆ”น้ำเสียงจริงจังแต่เหมือนคนหาเรื่องจนบีลีฟอยากต่อว่ากลับแต่เธอก็ทำไม่ได้เพราะต้องการคำตอบ ไม่อยากมีปัญหากับเขาในเรื่องงานมันจะพานให้ช้ากันไปใหญ่
“ให้อธิบาย”
“ไปอ่านเองจนกว่าจะเข้าใจ ของป.เอกด้วยแล้วเอาถกกับฉัน จะถามอย่างละเอียด ถ้าตอบคำถามไม่ได้ก็ยังไม่มีประสิทธิภาพพอที่จะทำงานวิจัยของตัวเองได้”คำสั่งของพายุทำให้บีลีฟเดือดดาล ไม่ได้อะไรแถมยังหนักกว่าเดิม ชักสีหน้าไม่พอใจ เธอถอนหายใจพรืดยาว กำหมัดแน่น รีบลุกขึ้นออกจากเก้าอี้แต่ก็ถูกเขาคว้าแขนไว้ทัน
“อยากให้ฉันใจดีไหม”
“ฉันอยากอ่านเองจนเข้าใจมากกว่า ปล่อย!”สายตาเจ้าเล่ห์ของพายุทำให้บีลีฟรู้ประสงค์ของเขาทันทีว่าไม่มีวันที่เขาจะใจดีกับเธออย่างจริงใจ มันเป็นไปได้ยาก
“แต่ฉันอยากอธิบาย เธอจะได้ไม่เสียเวลาและทำงานของเธอต่อได้สะดวก ฉันจะบอกทุกอย่างไม่มีกั๊ก จะช่วยหามาเสริมความคิดเธอด้วย สนใจไหม”
“ไม่!”
“สนใจสิ ฉันเสนอขนาดนี้แล้ว”
พายุลุกขึ้นจากเก้าอี้ในขณะที่ยังพันธนาการแขนเธอแน่น เดินไปหาบีลีฟดึงให้เธอมานั่งซ้อนตักที่เก้าอี้ตัวเอง ร่างบางดิ้นพล่านแต่ก็สู้แรงไม่เขาไม่ได้จึงต้องยอมจำนน จากนั้นเขาก็เริ่มอธิบายวิจัยของเขาอย่างละเอียด
“ฉันคงต้องทำความเข้าใจอีกหน่อย”เข้าใจกว่าเดิมแต่คงต้องอ่านเพิ่มจริงๆเพราะเธอยังติดขัดบางอย่าง เธอปิดไฟล์วิจัยพายุแล้วเปิดไฟล์วิจัยตัวเอง “คุณดูวิจัยที่ฉันไปแก้มาให้หน่อยสิ”
“ยังไม่ดู ไปแก้มาเลย ฉันอธิบายวิจัยตัวเองให้เธอฟังแล้ว เธอต้องไปคิดเองว่าต่อจากนี้จะทำอย่างไรให้มันคุณภาพเท่าของฉัน”
“นี่คุณ!”ร่างเล็กที่นั่งอยู่บนตักพายุขัดขืน พยายามสะบัดแขนออกจากมือหนาแต่เขากลับล็อคไว้แน่นด้วยมือข้างเดียวของเขาอีกมือรุกล้ำไปใต้กระโปรงสอดไปใต้แพนตี้
“อย่ามาทำแบบนี้นะ”เธอแหวเสียงเขียวเมื่อเขาลูบคลำเนินสามเหลี่ยมอวบนูน แค่นี้ก็ทำให้ไรขนอ่อนที่แขนบีลีฟลุกชูชัน
“ได้เวลาไปทำแล้วนะ อย่าพลาดล่ะ แต่ถึงแม้จะไม่พลาดเธอก็โดนฉันเอาอยู่ได้”
“อ๊าา ปล่อย! ไอ้โรคจิต อย่าเอาเข้าไปนะ”
“กลัวฉันรู้เหรอว่าเธอแฉะแล้ว”
“ปล่อย!จะไปทำงาน”บีลีฟใช้เฮือกสุดท้ายดีดดิ้นจนเขายอมปล่อยเธอให้เป็นอิสระ เธอลุกขึ้นแล้วคว้าข้าวของของเธอไปพร้อมเดินกลับไปที่โต๊ะโดยไม่หันมองพายุที่ดมมือหนาของตัวเองอย่างคนโหยหาที่ได้สัมผัสลูบไล้ใจกลางสาวของเธอ
ในห้องประชุม
“ทุกคนนี่น้องบีลีฟเป็นนักศึกษาฝึกงานของผม ผมให้น้องเข้ามาร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วยน้องจะได้มาเรียนรู้บรรยากาศในห้องประชุมครับ เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเริ่มประชุมได้เลยครับ”
บีลีฟยกมือไหว้หลายคนที่อยู่ในห้องประชุมด้วยความนอบน้อม ทว่าสายตาหลายคู่ที่จ้องมองเธอมาอย่างตำหนิมันทำให้เธอรู้ว่าการแต่งกายของเธอตอนนี้มันเป็นปัญหาอย่างมากถึงเธอจะมีเสื้อคลุมไว้ก็ตาม เมื่อพายุพูดเข้าเรื่องการประชุมเธอจึงเปิดสมุดโน๊ตที่ถือมาด้วยและกดเปิดปากกาเขียนตามที่จับใจความได้
ห้องประชุมขนาดใหญ่ที่มีผู้บริหารระดับสูงมาหารือเรื่องในบริษัทเมื่อการประชุมเริ่มต้นขึ้นบรรยากาศการประชุมค่อนข้างตึงเครียด ระดับภาษาในการสนทนาก็ค่อนข้างเข้าใจยาก เธอเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างเพราะวันนี้เธอไม่มีสมาธิเรื่องเมื่อเช้ามันหนักหน่วงเกินไป
…ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงการประชุมก็เหมือนจะสิ้นสุดลงแต่….
“เดี๋ยวผมจะให้น้องนักศึกษาฝึกงานเป็นคนสรุปการประชุมนะครับ”
บีลีฟไหวตัวด้วยความตกใจ ใบหน้าเจื่อนลงเล็กน้อย เหลือบมองพายุเธอต้องการคำตอบกับสิ่งนี้แต่พายุกลับยื่นขาตั้งไมค์โครโฟนมาวางข้างหน้าเธอพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเขาที่ปรากฏบนใบหน้า
“เอ่อ…..”กระวนกระวายที่มีสายตาคู่กดดัน ถึงเธอจะตั้งใจฟังแต่ไม่ได้หมายความว่าเธอจะสรุปมันได้เพราะเธอไม่ได้เตรียมตัวมา มันคงไม่เหมือนกับการออกไปพรีเซนต์หน้าห้องที่สามารถด้นสดอะไรไปก็ได้ เพียงแค่คิดว่าจะมาดูบรรยากาศในห้องนี้ หากว่าเขาต้องการแบบนั้นทำไมไม่บอกกันตั้งแต่แรก เขากะจะแกล้งเธออีกแล้วหรือ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ต้องลองดู
“…”บีลีฟพ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เธอประหม่าเล็กน้อย มือที่กำกระโปรงแน่นค่อยๆเลื่อนมาเปิดสวิตช์ไมโครโฟนด้วยความเชื่องช้า
“ครับ สำหรับการประชุมในวันนี้ เดี๋ยวผมสรุปเองดูเหมือนน้องจะยังไม่พร้อม”ชานนท์แทรกขึ้นมาเหมือนช่วยชีวิตบีลีฟไว้ แต่สายตาตำหนิหลายคู่ทำให้บีลีฟนั่งกุมมือตัวเองแน่น ก้มหน้าลงด้วยความกดดัน ชานนท์จึงเริ่มพูดสรุปเองและกล่าวขอบคุณทุกคนที่ร่วมประชุมในครั้งนี้
เสียงเก้าอี้เสียดสีกับพื้นกระเบื้องดังขึ้นเมื่อหลายคนที่นั่งอยู่เคลื่อนตัวออกเพื่อจะลุกขึ้น บ่งบอกว่าการประชุมได้สิ้นสุดลงแต่บีลีฟยังคงนั่งรอพายุที่กำลังคุยกับผู้บริหารท่านอื่นอยู่
“ขอบใจมากนะพายุ เออพายุพี่ขอคุยเรื่องเด็กฝึกงานด้วยหน่อย”รินดาทักท้วงขึ้นมาทำให้บีลีฟหันมาสบตากับผู้หญิงคนนั้นด้วยความนอบน้อมและเกรงกลัวสายตาของเธอ เสียงเก้าอี้เงียบไปคล้ายตั้งใจฟังที่บีลีฟโดนดุ ทุกคนในห้องประชุมตอนนี้ทำตัวเชื่องช้ากันไปหมด
“ครับ”
“พายุถ้าเด็กเธอเป็นแบบนี้อีกเนี่ย บอกเลยนะว่าพี่ไม่ให้ผ่านฝึกงาน ฝึกกับเธอแค่สรุปการประชุมแค่นี้ทำไม่ได้ก็อย่าผ่าน แล้วการแต่งตัวบ้าๆบออย่างนี้อย่าให้เห็นอีก”น้ำเสียงจริงจังของหญิงคนนั้นทำบีลีฟทำตัวไม่ถูก ใบหน้าเจื่อนลงอย่างสำนึกผิด
“น้องไม่ได้เตรียมตัวมาน่ะครับ ส่วนเรื่องการแต่งตัวน้องเขาคงอยากแต่งแบบนี้ ผมบอกแล้วน้องก็ไม่ฟัง”พายุแก้ตัวให้แต่สายตาของเขาดูสะใจมากกว่าที่บีลีฟโดนคนอื่นตำหนิ
“ไม่ได้เรื่อง มหาลัยนี้รู้ถึงไหนอายถึงนั้น”
“ค่ะ เดี๋ยวหนูจะปรับปรุงตัวทุกอย่างนะคะ”บีลีฟรับคำจริงจัง น่าอายกว่าการโดนตบหน้ากลางสี่แยกคือโดนแหกหน้ากลางห้องประชุม เธอยกมือไหว้รินดาและหันมาขอโทษพายุซึ่งเขาแทบจะหุบยิ้มไม่อยู่แล้ว
วิธีที่เธอใช้คงไม่ได้ผล ปกติเธอรู้กาละเทศะอยู่แล้วรู้ว่าอะไรควรไม่ควรแต่แค่อยากให้พายุทนกับเธอไม่ได้ แต่ถ้าเป็นความต้องการของคนอื่นเธอก็ต้องทำ
“ก็ดี ดังนั้นอย่าให้เห็นแบบนี้อีกวันต่อไปต้องถูกระเบียบทั้งหมดเข้าใจไหม”
“ค่ะ”
เมื่อนักศึกษาฝึกงานรับคำ รินดารีบเดินออกไปจากห้องประชุมทันทีพร้อมกับอีกหลายคน บีลีฟค้อนสายตามองพายุ เธอเก็บของบนโต๊ะให้เรียบร้อยแล้วรีบเดินหนีกลับห้องทำงาน
“คุณแกล้งฉันเหรอ”โยนของที่ถือมาลงที่โต๊ะอย่างหงุดหงิดมันจะหล่นกระแทกพื้นก็ช่างมัน ทำให้พายุที่เดินตามหลังมายิ้มกว้างด้วยความชอบใจ
“เปล่านี้”ชายหนุ่มไหวไหล่อย่างไม่สะทกสะท้าน
“ก็คุณ…”
“ก็ฉันบอกเธอไม่ฟังก็เลยให้คนอื่นด่าแทนเป็นไงละ? อายไหมล่ะ คุ้มมากได้ทดสอบไหวพริบเธอด้วย ไหนบอกเก่งนักเก่งหนาไม่ใช่เหรอเก่งแต่ปากจริงๆ แล้วเรื่องสรุปการประชุมเธอก็ไปสรุปมานะฉันขอด่วน เอกสารตัวอย่างมีในตู้ไปหาดูเอานะจ๊ะแม่คนเก่ง”เจ้าของถ้อยคำกระแนะกระแหนมาหย่อนสะโพกลงที่เก้าอี้อย่างอารมณ์ดี
“หึ”พายุครางในลำคออย่างเย้ยหยัน ก่อนจะหยิบเอกสารของตัวเองแล้วมาทำนั่งทำงานต่อ หน้าตาเขาดูมีความสุขมากต่างจากบีลีฟที่อยากจะฆ่าเขาให้ตาย
“…”บีลีฟอารมณ์เสียแต่ถึงอย่างไรก็ต้องทำตามคำสั่ง หาตัวอย่างสรุปการประชุมในตู้เอกสารของพายุดูเอง ก่อนจะเดินกลับโต๊ะตัวเองแล้วเขียนสรุปจากที่ฟังสรุปจากชานนท์บวกกับที่จดมาเองก็พอทำได้
เธอทำพยายามทำออกมาให้ดีที่สุด …ทว่ามันเป็นตามคาดหมายเธอโดนแก้หลายรอบจนหงุดหงิด
“มันดีแล้วแต่มันดีได้อีก”
“เลิกแกล้งเถอะ ขอร้อง”เอกสารในมือฟาดไปกับโต๊ะอย่างแรงด้วยความไม่พอใจ พายุเอาใจยากเดาอารมณ์ก็ยาก อีกทั้งยังเล่นแง่กับเธอ
“ใครแกล้ง? ฉันเริ่มเห็นบางอย่างในตัวเธอ ให้แก้อีกเธอก็ทำได้ดีกว่าเดิมจริงมันดีได้อีกจริงๆนะอีกสักรอบนะ ไม่สิจนกว่าฉันจะพอใจ”
บีลีฟอยากจะร้องไห้กับความบ้าระห่ำกับพายุที่กลั่นแกล้งเธอไม่หยุดไม่หย่อน เธอหงุดหงิดแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ยังไงก็ต้องทำให้เขาอยู่ดี
เธอใช้เวลาในเวลาในการแก้ไปสามชั่วโมง ในสามชั่วโมงนั่นเธอแอบมาทำวิจัยตัวเองไปด้วย ในด้านของเอกสารบันทึกการประชุมเธอแก้หลายครั้งจนในที่สุดพายุก็เลิกแกล้งเธอเพราะเขาเองมีธุระต้องทำต่อ
“ดีแล้วฉันจะมาตรวจรายละเอียดทีหลัง แต่ถ้ามีแก้ก็ต้องแก้นะ”
“ค่ะ”บีลีฟส่งอีเมลไฟล์วิจัยให้พายุอีกครั้ง เธอรีบปิดคอมพิวเตอร์เก็บของพร้อมจะกลับบ้าน “ขอตัวนะคะ หมดเวลางานแล้ว”
“เธอยังกลับไม่ได้”คว้าแขนบีลีฟไว้และแย่งกระเป๋าสะพายข้างของเธอมาถือเอง
“ปล่อย! จะแกล้งอะไรฉันอีก ไอ้บ้า!”ยิ่งเธอขัดขืนเขายิ่งชอบจึงอุ้มขึ้นในท่าเจ้าสาวถึงแม้เธอจะพยายามดิ้นแต่ก็ไม่เป็นผล
“ชอบเวลาเธอดิ้นจัง”
“ไอ้โรคจิต ปล่อย! จะไปไหนเนี่ย”
“เดี๋ยวก็รู้”