ปึก! ปึก! ปึก! ปึก!
พายุจับบีลีฟให้นอนลงในท่าคลานเข่าเหมือนเดิม ขยุ้มกลุ่มผมของเธอ อีกทั้งยังลูบไล้แผ่นหลังขาวเนียนที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ
“พอ..อื้อออ…ไม่ไหวแล้ว”เมื่อความใหญ่โตชนกับมดลูกข้างใน เกิดความจุกหน่วงระคนความเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน เธอหอบหายใจถี่ๆ คล้ายว่าร่างกายของเธอจะรองรับความป่าเถื่อนนี้ไม่ไหว
พายุแสยะยิ้มเมื่อได้ยินคำอ้อนวอนขอของบีลีฟ เขาจับบั้นท้ายงามงอนไว้มั่นและกระทำกับเธอให้แรงขึ้นกว่าเดิมตามอารมณ์ปรารถนา เสียงเนื้อกระทบเนื้อ เสียงครวญครางปานจะขาดใจดังขึ้นเรื่อยๆในห้องวีไอพี
เกือบครึ่งชั่วโมงที่เขาระบายความใคร่กับร่างกายเธอ เธอถูกพลิกตัวให้กลับมานอนหงายอีกครั้ง เขาอัดกระแทกแก่นกายเข้าไปอีกสองสามครั้งก่อนจะปล่อยน้ำรักสีขาวขุ่นเข้าไปในตัวเธอ
“อ๊าสสสส”พายุเปล่งเสียงคำรามเมื่อได้ปลดปล่อยความอัดอั้นข้างใน
“หึ”เขาครางในลำคออย่างเย้ยหยันเมื่อมองไปที่หญิงสาวที่นอนหอบหายใจโรยรินอยู่บนเตียงสำรวจเรือนร่างเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยร่องรอยการกระทำป่าเถื่อนที่เขาได้กระทำไว้ด้วยความพอใจ
ดึงแก่นกายออกจากร่องสวาทปล่อยให้เธอเป็นอิสระ เขาหยิบบุหรี่ในกระเป๋าสีดำขึ้นมาแล้วจุดมันมาสูบ ก่อนจะเอนหลังพิงพนักโซฟาอย่างสบายใจ
“อมให้หน่อยสิ”พ่นควันบุหรี่สีขาวคลุ้งออกจากปาก พร้อมกับอ้าขารอ
บีลีฟกัดฟันลุกขึ้นไปหยิบกระเป๋าสะพายข้างที่อยู่ไม่ห่างจากเขานักหยิบทิชชู่มาเช็ดน้ำกามของอีกฝ่ายแบบลวกๆ ก่อนจะหยิบเสื้อผ้าที่กองเรี่ยราดมาสวมใส่
“จะไปแล้วเหรอ เดี๋ยวสิ ไม่อยากรู้จักฉันแล้วหรือไง”
บีลีฟถอนหายใจแรงด้วยความเอือมระอาที่พายุเดินมาขวางข้างหน้าเธอและลวมลามเธอทางสายตาในขณะที่เธอกำลังแต่งตัว ฝ่ามือเรียวผลักเขาออกไปเบาๆ
“ไม่อยากรู้อะไรแล้ว จะกลับบ้าน อย่ามายุ่ง!”ตวาดกลับไปอย่างเหลืออด ไม่รอช้ารีบแต่งตัวให้เรียบร้อย
“มันน่าน้อยใจนะ คำพูดไม่เป็นคำพูดเลย ‘บีลีฟอยากทำความรู้จักกับพี่พายุให้มากขึ้น’ เธอบอกว่าอยากรู้จักฉัน ฉันก็จะทำให้เราได้รู้จักกันมากขึ้น แต่เธอก็อยากออกไป เธอนี่พูดไม่คิดเลยนะ คนฟังเสียใจนะ”คำพูดคล้ายน้อยใจบอกออกไป ทว่าเขาไม่ได้รู้สึกอย่างนั้น เพียงแค่จะกลั่นแกล้งทบทวนคำพูดของเธอเองและให้เธออารมณ์เสียมากขึ้นเท่านั้น
“ฉันแค่อยากทำความรู้จักกับคุณไม่ได้อยากมีอะไรกับคุณ มันเข้าใจยากตรงไหน แต่ตอนนี้ฉันไม่อยากรู้จักกับคนชั่วช้าอย่างคุณแล้ว”
“เหรอ แล้วไงล่ะ”คว้าข้อมือบีลีฟไว้เมื่อเธอจะเดินหนี ใบหน้าที่แสดงออกถึงความหงุดหงิดมันยิ่งทำให้เขายิ่งชอบเพราะเธอจะได้รู้สึกเหมือนเขาก่อนหน้านั้น
“คุณก็ได้ตามที่ต้องการแล้วจะเอาอะไรอีก”
“เธอน่าสนใจดีเหมือนกันนะ ถ้าอยากเอาเธออีกฉันต้องจ่ายเท่าไร เรียกมาได้เลยนะ”มือหนาอีกข้างเชยคางเธอขึ้นมาพร้อมกับโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ๆเป็นเหตุให้เธอเบือนหน้าหนี
“ฉันไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้นนะ ฉันไม่ได้ขายตัว”ด้วยความหงุดหงิดเธอสะบัดมือหนาออกให้ห่างจากตัวรีบหยิบกระเป๋าสะพายข้างและรองเท้าส้นสูงของเธอมา แล้วปลีกตัวจากพายุจะเดินออกไปจากห้องแต่ก็โดนคว้าแขนไว้ให้กลับมายืนตรงที่เดิมอีกครั้ง
“ปล่อย!”ตวาดลั่นเพื่อตัดรำคาญ จะสะบัดแขนอีกครั้งแต่ก็ถูกจับไว้แน่นขึ้น
“ฉันยังไม่ได้ตอบคำถามเธอเลยว่าฉันทำงานอะไร ฉันจะบอกเธอให้ว่าฉันทำงานผิดกฏหมายหลายอย่าง เป็นตัวท็อปในวงการธุรกิจสีเทา”
“แล้วคุณมาบอกฉันทำไม ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ได้อยากรู้จักคุณแล้ว”หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบไหวเมื่อได้ยินแบบนั้น ยิ่งเธอรู้ว่าเขาเป็นใครมันก็ทำให้เธอกลัวและอยากจะออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด
"ยัดเยียดในสิ่งที่เธอไม่ต้องการ แบบที่เธอทำกับฉัน เธอยัดเยียดตัวเองเข้ามาในชีวิตฉันเพียงเวลาไม่กี่ชั่วโมงแต่ฉันก็เสียเวลาไปกับเธอมาก บอกไว้ก่อนหน้านี้แล้วด้วยว่ามันไม่ได้จะออกไปง่ายๆ แต่เธอก็อยากไป ก็ไม่เป็นไร งั้นฉันจะยัดเยียดชีวิตตัวเองเข้าไปในชีวิตเธอบ้างละกัน ฉันอยากทำให้เธอเสียเวลาชีวิต ให้เธอแปดเปื้อนไปด้วยกัน ฉันอยากทำอะไรให้เธอปวดประสาทเล่นบ้าง”
“หมายความว่าไง คุณจะทำอะไร”ส่งสายตาเค้นคำตอบจากคนตรงหน้าเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายแสยะยิ้มด้วยความเจ้าเล่ห์
“เธออยากไปก็ไปเถอะเพราะถึงยังไงเธอก็ต้องเดินกลับมาหาฉันเอง”พายุเลี่ยงที่จะตอบคำถามคนตรงหน้ามีเพียงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้า พร้อมกับทิ้งปริศนาไว้ให้อีกคนสงสัย
“ไม่มีทาง ฉันไม่มีวันเดินกลับมาหาคุณหรอก ฉันไม่อยากจะเจอคนแบบคุณอีกแล้ว”ไม่ว่าเปล่าปลีกตัวเดินออกห่างจากเขาไปยังประตู
“โอเค จะไปก็ไปเถอะ แต่ฉันมีอะไรสนุกๆ ให้เธอเล่น อยากรู้จังว่าเธอจะรอดพ้นกระสุนฉันไปได้ไหม”
ปัง! ปัง!
พายุคว้าปืนขึ้นมา สาดกระสุนปืนรัวใส่อีกฝ่าย เพื่อเป็นการกลั่นแกล้งเธอส่งท้าย
“กรี๊ดดดด”
“ไอบ้า”ถึงแม้กระสุนปืนมันจะไม่ได้เฉียดตัวเธอเลยสักนิดแต่มันก็ทำให้เธอหวาดกลัว ความป่าเถื่อนแต่ละอย่างของเขามันทำให้เธอขยาด เธอรีบเปิดประตูออกจากห้องวีไอพีไปให้เร็วที่สุด
"แล้วเจอกันนะสุชาวดี"ชายหนุ่มปาปืนทิ้งไป เขาไม่ได้สนใจว่าเธอจะได้ยินที่เขาเรียกชื่อจริงเธอหรือเปล่า เขาเปิดกระเป๋าหยิบยาแก้พิษของยาที่ทานเข้าไป ก่อนจะรีบแต่งตัวแล้วเดินออกไปอย่างอารมณ์ดี
บีลีฟคิดทบทวนคำพูดต่างๆนานาของพายุที่เขาพูดไว้ มันแล่นวนไปมาในหัว พายุบอกความลับตัวเองทำไม เขาต้องการอะไรจากเธอ เธอไม่ใช่คนปากสว่างที่จะเอาความลับคนอื่นไปพูด ไม่คิดเลยว่าการที่เธอแค่อยากดื่มกับพายุมันจะบานปลายมาหลายต่อขนาดนี้ มันพลอยให้เธอกังวลว่าจะอยู่ในอันตรายหรือเปล่า อีกทั้งได้แต่สงสัยสิ่งที่เขาพูดว่าเธอจะต้องเป็นฝ่ายเดินไปหาเขาเอง คืออะไร? แล้วทำไมมันถึงต้องเป็นแบบนั้นกันละ
วันต่อมา
มหาวิทยาลัย
บีลีฟถือเอกสารสำคัญบางอย่างมาให้อาจารย์เซ็นในช่วงเช้า เธอต่อแถวขึ้นลิฟต์ที่ยาวเหยียด แถวค่อยๆเลื่อนสั้นลงจนใกล้จะถึงเธอ ดวงตาเบิกกว้างเมื่อประตูลิฟต์เปิดมาก็เจอกับคนที่เธอไม่คิดว่าจะเจอเขาที่นี่ พายุผู้ชายคนเมื่อวานเดินออกมาจากลิฟต์ แต่เขาแต่งตัวดีและสุขุมกว่าเมื่อวาน
“มาทำอะไรที่นี่วะ”เขาทำงานที่มหาวิทยาลัยเธอหรือ? ทำไมไม่เคยเห็น เธอลุกลี้ลุกลนเอาแฟ้มเอกสารปิดปังใบหน้าตัวเองไว้เมื่ออีกฝ่ายตวัดสายตามองมาทางเธอ เธอเดินเข้าลิฟต์ไปหันหน้าเข้าผนังลิฟต์ให้หลายคนในลิฟต์ช่วยบังอีกแรงภาวนาให้เขาไม่เห็นเธอ แต่หารู้ไม่ว่าเขามองเธออยู่จนกระทั่งประตูลิฟต์ปิดลง