EP.7
บีลีฟถอนหายใจออกมาด้วยความหงุดหงิด กำมือไว้แน่น หยุดฝีเท้าไว้แค่เพียงเท่านี้ รู้ว่านั้นเป็นแค่คำขู่ แต่ก็ไม่กล้าเดินออกไปอยู่ดี เธอหันกลับมาสบตากับเจ้าของคำพูด ก็เห็นรอยยิ้มของเขาที่ยิ้มออกมาอย่างคนชนะที่สามารถกลั่นแกล้งเธอได้
เพียงแค่จินตนาการว่าแปดชั่วโมงในการทำงานต่อจากนี้ไปต้องเห็นพายุ ต้องทำตามที่เขาบอก มันก็รู้สึกปวดประสาทตามที่เขาอยากให้เป็นตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มงานแล้ว
“ทำแบบนี้ต้องการอะไร”น้ำเสียงห้วนๆเต็มไปด้วยความหงุดหงิดเอ่ยถามออกไป เธอหงุดหงิดจนแทบอยากจะกรีดร้องออกมา
“ทำไมเธอพูดจาไม่เพราะเลยล่ะ ฉันเป็นผู้ใหญ่นะ อายุมากกว่าตั้งหนึ่งรอบ เคารพกันบ้างก็ดีพูดจาให้มีหางเสียงบ้าง แทนตัวเองว่าหนูหรือชื่อตัวเองแบบที่เธอเคยทำก็ได้”
“อยากเคารพแค่คนที่น่าเคารพ คุณเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่น่าเคารพก็ไม่อยากเคารพค่ะ”บีลีฟประชดประชันด้วยการกระแทกเสียงเน้นหนักตรงคำลงท้าย“ตอบคำถามด้วยนะคะว่าคุณต้องการอะไร คุณเป็นใครกันแน่คะ”
“คำถามแรกฉันก็ต้องการทำให้เธอปวดประสาทเล่นไงตามที่บอกไป การที่เธอมาทำงานกับฉันเนี่ยเธอจะได้รู้จักฉันมากขึ้นในทุกอณู ไม่ว่าจะเป็นตัวตนของฉัน งานที่ฉันทำหรืออะไรหลายอย่างที่เธอจำเป็นต้องรู้ ฉันขี้เกียจเล่าเรื่องราวของฉันทั้งชีวิตมันเยอะก็เลยพามาให้เห็นเอง ส่วนคำถามที่สองฉันเป็นใครกันแน่ เธอตั้งคำถามได้ดีมาก”
ร่างสูงยกขาเรียวยาวที่ไขว่ห้างอยู่ออก ลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินมายืนข้างหน้านักศึกษาสาว แต่เธอก็เดินถอยหลังหนี เพื่อเป็นการเว้นระยะห่างไว้
“เบื้องหน้าฉันก็เป็นผู้บริหารที่นี่ เบื้องหลังฉันก็ค้าอาวุธเถื่อน คุมบ่อน คุมซ่อง”
“จะว่าไปฉันบอกความลับเธออีกแล้วนะเนี่ย แต่ไม่เป็นไร ตอนนี้เธอก็เป็นลูกน้องฉันแล้ว ฉันก็เลยอยากบอกให้เธอรู้ไว้ เธอมาฝึกงานกับฉันคิดไว้เลยนะว่าจะทำอะไร ระหว่าง คุมคลังอาวุธ หรือคุมคาสิโน”พายุหยุดพูดไปชั่วขณะพรางส่งสายตามองบีลีฟตั้งแต่หัวจรดเท้า“หรือสวยๆอย่างเธอน่าจะเหมาะกับซ่องนะ ไปซ่องมั้ย”
บีลีฟอ้าปากค้างกับคำถามที่เขาถามเธอมา ตกใจเล็กน้อยที่เขาถามอย่างนี้ เธอถอยหลังออกห่างจากเขาอีกหนึ่งก้าว เหมือนว่าตอนนี้เธอกำลังตกอยู่ในอันตรายอย่างไงอย่างงั้น
“ฉันหมายถึงให้เธอไปเป็นแม่เล้า”เมื่อเห็นว่านักศึกษาสาวหน้าเสียไปก็รีบเฉลยความจริงให้รู้
“คุณ ฉันไม่มีเวลามาเล่นตลกอะไรกับคุณหรอกนะ คุณจะเป็นอะไรจะทำอะไรก็เรื่องของคุณ ฉันมาทำงานไม่ได้มาทำอะไรแบบที่คุณทำ การฝึกงานมันมีผลต่อชีวิตฉันจริงๆนะ ฉันไม่เล่น”
“ใครบอกว่าฉันพูดเล่นละ ก็เนี่ยฉันกำลังหางานให้เธอทำอยู่ เธอก็เลือกมาสิ มันมีผลต่อการประเมินของฉันด้วยนะว่าเธอจะผ่านหรือไม่ผ่าน”
ยิ่งได้ฟังคำตอบจากพายุก็ทำให้อารมณ์เสียมากขึ้น ไม่เข้าใจกับสิ่งที่เขาให้เธอเลือกว่ามันมาเกี่ยวกันได้ยังไง“ถ้าวันนั้นฉันพูดอะไรไม่คิดไปฉันขอโทษละกัน ขอร้องล่ะ คุณอย่ามาแกล้งฉันกลับด้วยวิธีนี้เลยนะ ในเมื่อคุณยัดเยียดตัวเองเข้ามาในชีวิตฉันแล้วแค่นี้ฉันก็ปวดประสาทมากพอแล้ว คุณเป็นคนระดับผู้บริหารคุณน่าจะแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกนะ”
ในเมื่อทำอะไรไม่ได้ก็เลยต้องทำใจยอมขอโทษเรื่องที่ทำให้เขาเสียเวลาชีวิตไปเพราะเธอ ทั้งที่ตัวเธอเองก็ไม่ได้ผิดอะไรขนาดนั้น และไม่ได้ต้องการให้ตัวเองเสียเวลาชีวิตเพราะเขาไม่ให้เธอผ่านการฝึกงานเหมือนกัน
“โอเค เอาไว้แกล้งเธอนอกรอบก็ได้”
ถึงแม้คำตอบมันจะฟังไม่ค่อยเข้าหูเท่าไรแต่เธอก็เลือกที่จะมองข้ามมันไป เธอเปิดกระเป๋าสะพายข้างหยิบเอกสารบันทึกการฝึกงานขึ้นมาและยื่นให้พายุไป
“ยังไม่เซ็นต์อะไรให้ทั้งนั้น จะเซ็นต์ให้ก็ต่อเมื่ออยากเซ็นต์และเธอทำงานให้ฉันจนฉันพอใจมากที่สุด”พายุรับมันมาแต่ก็โยนไปที่โต๊ะอย่างไม่ใยดี ก่อนที่เขาจะเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม
บีลีฟยกมือขึ้นมานวดขมับตัวเอง พรางส่งสายตามองไปที่พายุแต่เขาก็เลือกที่จะนั่งทำงานต่อ แล้วเธอต้องทำอย่างไรต่อไป พายุไม่บอกอะไรเธอเลย จะให้เธอยืนอยู่แบบนี้ต่อไปก็ไม่ใช่“ฉันต้องทำอะไรบ้าง”
“เธอเอาเอกสารตรงนี้ไปใส่แฟ้มตรงนู้นให้หมด วันนี้ฉันยุ่งที่เหลือเธออยากทำอะไรก็ทำ”
บีลีฟรีบทำตามคำสั่งทันที จำนวนเอกสารที่มากมายทำให้วันนี้ทั้งวันของเธอหมดไปกับการจัดเอกสาร
บีลีฟยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลาที่หน้าปัด เธอยิ้มออกมาด้วยความดีใจเมื่อมันถึงเวลาเลิกงานแล้ว เธอจึงรีบเก็บของให้เรียบร้อยและรีบไปหยิบกระเป๋าสะพายที่วางไว้ตรงเก้าอี้
เมื่อเห็นว่าบีลีฟจะเดินออกไปจากห้อง พายุก็เดินเข้ามาคว้าแขนเธอไว้“ฉันยังไม่อนุญาตให้เธอกลับ ตามฉันมานี่”
รอยยิ้มบนใบหน้าจางหายไปทันทีที่พายุเข้ามายุ่งวุ่นวาย หากจัดเอกสารตลอดการฝึกงานได้ก็อยากจะทำมันแค่นั้น“จะไปไหนอีก นี่เวลาเลิกงานแล้วนะ”
“เรียนรู้นอกสถานที่”
“นี่มันจะห้าโมงแล้ว จะให้เรียนรู้นอกสถานที่ก็ไปในเวลางานสิ”
“ตามมาเถอะ”พายุพูดจบก็จับข้อมือบีลีฟไว้แน่นให้เดินตามมา พายุเดินออกจากห้องทำงานลงลิฟต์ผู้บริหารไป ก่อนจะพาบีลีฟขึ้นรถตู้ที่จอดรออยู่ไปด้วยกัน
จากหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสทักทายผู้คนที่เดินผ่านเมื่อสักครู่ก็แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันทีที่พายุเจอลูกน้องในรถตู้สองสามคน บีลีฟหย่อนสะโพกลงข้างๆพายุด้วยความหวาดระแวงกับสายตาหลายคู่ของชายฉกรรจ์เหล่านั้นที่จ้องมองเธออยู่
.
.
.
@คาสิโนพายุ
“คุณพาฉันมาที่นี่ทำไม”เมื่อรถตู้คันหรูมาจอดในสถานที่ที่เธอไม่รู้จัก เธอก็ยิ่งหวาดกลัวไม่กล้าเดินออกจากรถ
“ที่เธอเห็นอยู่เมื่อกี้มันแค่ฉากบังหน้า ตัวตนฉันจริงๆ มันอยู่ตรงนี้”
เมื่อพายุยื่นมือมารับเธอให้ลงจากรถเธอจึงต้องยอมออกมา เธอหวั่นใจกับคำพูดเมื่อเช้าของพายุ กลัวว่าพายุจะให้เธอมาทำอะไรแบบที่เขาพูดจริงๆ แต่เธอก็ไม่ได้ถามอะไรออกไปแค่เดินตามเขาไปแค่นั้น
เมื่อพายุเดินพาเธอเข้ามาที่ชั้นใต้ดินของคาสิโน ก็ได้ยินเสียงร้องโหยหวน และเมื่อเดินเข้าไปใกล้ๆห้องๆหนึ่งที่พายุจะพาไปดู ก็ยิ่งได้ยินเสียงนั้นชัดขึ้น“คุณจะทำอะไร ฉันกลัวนะ”
“การแสดงต้อนรับ”ส่งยิ้มให้อย่างเจ้าเล่ห์ เมื่อเห็นสีหน้าหวาดกลัวของหญิงสาว มือหนาคว้าเอวเธอมาโอบไว้พร้อมกับเปิดประตูเดินเข้าห้องนั้นไป
ห้องลับขนาดไม่ใหญ่นัก รายล้อมไปด้วยชายชุดดำหลายคนยืนอยู่ บนพื้นโต๊ะเจิ่งนองไปด้วยเลือด อีกทั้งยังมีเสียงคนบาดเจ็บร้องดังระงม
บีลีฟอ้าปากค้างกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า สำหรับเธอมันค่อนข้างสยดสยองพอสมควร ถึงแม้จะยืนอยู่ห่างๆแต่กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งเข้ามาตีกับจมูกเธอจนชวนให้อาเจียน “นะ…นี่คืออะไร”
“นี่คือคนที่โกงพนัน โทษเบาสุดคือตัดนิ้ว โทษสูงสุดคือตาย”
“ละ…แล้วพามาทำไม กะ…กลัว”บีลีฟจับมือพายุไว้แน่น เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวกับภาพที่เห็นตรงหน้า หากเขาจะให้เธอมาดูอะไรแบบนี้เธอก็คงทนดูไม่ได้
“ก็ให้ดูไง”พายุพูดกับบีลีฟจบเขาก็ส่งสายตาไปส่งสัญญาณให้ลูกน้อง
ฉึบ!
กรี๊ดดดด
ทั้งหญิงสาวผู้โดนกระทำและบีลีฟที่เห็นเหตุการณ์กรีดร้องออกมาพร้อมกันดังลั่นทั่วห้องลับแห่งนี้ นิ้วของหญิงสาวที่โดนตัด ขาดกระเด็นกระดอนไปคนละทิศคนละทาง เลือดสีแดงสดพุ่งทะลักออกมาจากนิ้วมือหญิงสาวผู้นั้นราวกับสายน้ำที่ไหลออกจากก็อกน้ำ
“เป็นไงล่ะ ได้เห็นโลกของฉัน สนุกดีมั้ย อยากรู้จักฉันนักหนาไม่ใช่หรอ ชอบมั้ย”
บีลีฟไม่ได้ให้คำตอบอะไรกลับไป เธอยกมือมาทาบอกด้วยความตกใจกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า เธอพยายามกอบโกยอากาศเข้าปอดไป แต่รู้สึกได้เลยว่าแขนขาอ่อนแรง แล้วอยู่ๆภาพของเธอก็ตัดไป