INTRO

1150 Words
INTRO ปัง! ปัง! ปัง! เสียงปืนดังสนั่นทั่วห้องยิงปืนในชั้นใต้ดิน ชายหนุ่มจับด้ามปืนไว้แน่น สาดกระสุนปืนไปที่เป้ายิงปืนด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวเพื่อระบายความหงุดหงิดของตัวเองตอนนี้จนมันโดนทุกจุดในเป้าปืน “นายดื่มแก้เซ็งหน่อยไหมครับ”ชานนท์ลูกน้องคนสนิทของพายุเดินเข้ามาหาเจ้านายตัวเองพร้อมกับยื่นแก้วเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปให้พายุ ในขณะที่พายุกำลังใส่กระสุนปืนเข้าไปใหม่ แต่ครั้งนี้เป้าหมายของเขาไม่ใช่เป้าปืน ปัง! เสียงปืนดังสนั่นขึ้นอีกครั้ง เขาลั่นไกจนหัวกระสุนปืนไปติดกำแพงอีกด้านที่มีลูกน้องของเขายืนอยู่หลายคน และเฉียดหัวเมธีลูกน้องคนสนิทอีกคนของพายุไปอย่างหวุดหวิด “ชานนท์มึงบอกคนอื่นให้ออกไปก่อนกูมีเรื่องจะคุยกับมึงและไอ้เมธี” พายุออกคำสั่งอย่างดุดันพร้อมกับปาปืนในมือทิ้งไปอย่างไม่ใยดีและตรงไปนั่งรอที่โซฟา ชานนท์จึงส่งสายตาดุดันไล่ลูกน้องคนอื่นออกไปจากห้อง ก่อนที่เขาและเมธีจะมานั่งที่โซฟาอีกตัวตรงข้ามกับพายุ พายุหยิบบุหรี่ที่วางบนโต๊ะขึ้นมาพร้อมกับจุดมัน เขาสูบมันเพื่อลดความหงุดหงิด ปล่อยควันสีขาวคลุ้งออกมาทว่าใบหน้าเขายังคงตึงเครียด “นายมีอะไรหรือเปล่าครับถึงหงุดหงิดขนาดนี้ ”เมธีเอ่ยถามเจ้านายด้วยความเป็นห่วง พายุถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่และปล่อยควันสีขาวคลุ้งออกมาอีกรอบ“พ่อกูจะยกบริษัทของเขาที่ให้กูทำแทนตอนนี้ให้กูบริหารไปเลย ส่วนธุรกิจสีเทาของกูเขาให้ยกเลิกซะ” “คุณท่านคงหวังดี เขาคงไม่อยากให้นายเป็นเหมือนเดิมมั้งครับ”ชานนท์ปลอบประโลมนายของตัวเอง เขาเข้าใจความรู้สึกของทั้งสองฝ่ายเพราะอยู่ด้วยกันมานาน “มึงรู้อะไรป่ะเขาบอกด้วยว่าถ้ากูไม่เลิกจะส่งกูกลับเมกา กูสามสิบสามละกูยังต้องทำตามคำสั่งพ่อเหมือนเด็กปัญญาอ่อนอีกหรอวะ ยุ่งกับชีวิตกูไม่เลิก กูอยากจะยิงพ่อกูมากกว่าแต่กูทำไม่ได้ โธ่เว้ย!” เพล้ง! พายุแย่งแก้วเครื่องดื่มในมือของชานนท์มาและปามันทิ้งไปด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวจนมันแตกละเอียด ย้อยกลับไปหลายสิบปีก่อนพายุเคยถูกพ่อของเขาส่งไปเรียนต่อต่างประเทศเพื่อปรับพฤติกรรมบางอย่าง เพราะพ่อของพายุไม่ชอบที่เขาทำธุรกิจสีเทา แต่เวลาผ่านไปเขาก็ยังมีพฤติกรรมเหมือนเดิม พ่อของพายุเลยบังคับให้เขากลับมาทำธุรกิจของบริษัท ซึ่งตอนนี้เป็นเวลาครึ่งปีแล้วที่เขาต้องยอมกลับมาดูแลบริษัทของพ่อและยังคงแอบทำธุรกิจสีเทาของตัวเองไปด้วย “มึงเอาไง”ชานนท์หันมาถามเมธีเพื่อหาคำตอบกับเรื่องนี้ให้นายตัวเอง “กูแล้วแต่นาย แต่กูมีแผนสำรอง”คำพูดของเมธีดึงให้พายุกลับมาสนใจเขามองเมธีอย่างคาดคั้นคำตอบ “คุณท่านไม่เคยห้ามอะไรนายได้อยู่แล้ว ปิดข่าวคุณท่านแล้วทำทุกอย่างเหมือนเดิม ผมไม่พูด นายไม่พูด คุณท่านไม่มีทางรู้แน่นอน งานตอนกลางคืนผมดูแลเองเป็นหลัก ส่วนงานที่บริษัทนายจัดการกับไอ้ชานนท์”พายุพยักหน้าเห็นด้วยกับแผนของเมธี แผนสำรองที่เมธีบอกทำให้เขาลดอารมณ์หงุดหงิดลงได้ “เอาเป็นว่าเรื่องนี้จะเป็นความลับกับทุกคนจะไม่มีใครรู้ว่ากูทำอะไร จะมีคนเห็นแต่เบื้องหน้าของกูละกัน” “ผมว่าก็ดีนะครับ”ชานนท์แสดงความคิดเห็นเสริมความคิดพายุ “นายครับ วันนี้มีนัดคุยเรื่องส่งของกับฝั่งนู้นด้วย นายเปลี่ยนสถานที่นัดมั้ยครับ ไปที่ผับเปลี่ยนบรรยากาศดีมั้ย เดี๋ยวผมให้คนไปเตรียมรถ” “ก็ดี” คอนโดบีลีฟ “ไงล่ะแกฉันบอกแล้วว่าเราได้ฝึกงานบริษัทคุณภาสกร แกก็ไม่เชื่อเครียดอยู่นั่นแหละ” บีลีฟในชุดเดรสเกาะอกสีแดงถือเอกสารตอบรับการฝึกงานที่พึ่งได้ใบตอบรับจากบริษัทที่ตั้งใจจะเข้าร่วมฝึกงานทั้งของเธอและของเพื่อนรักมาโชว์ให้กันและกันดู “ใครจะไปคิดว่าจะช้าขนาดนี้อีกไม่กี่วันจะฝึกแล้ว”แสตมป์บ่นออกมาด้วยความหงุดหงิดด้วยความล่าช้าของมันทำให้แสตมป์กังวลมาหลายวัน “เออใช่ แต่ตอนนี้หายเครียดละนะเราไปตี้กันดีกว่าฉันพร้อมมากแล้ว” ผับหรู หญิงสาวสองคนเดินเข้ามาในทางเข้าผับ ในช่วงเวลายี่สิบสองนาฬิกาโซนวีไอพีหนาแน่นไปด้วยผู้คนที่มาสังสรรค์กันส่งผลให้มองหาเพื่อนคนอื่นๆได้ยาก พวกเธอทั้งสองนัดกับเพื่อนอีกหลายคนเพื่อจะมาปาร์ตี้หนักครั้งสุดท้ายฉลองก่อนที่พวกเธอจะต้องออกฝึกงานอีกไม่กี่วันที่จะถึงนี้ บีลีฟเดินมาที่เคาน์เตอร์บาร์ กระซิบสั่งไวน์กับบาร์เทนเดอร์ ไม่นานก็ไวน์ราคาแพงก็ถูกเสิร์ฟมาให้ เธอหยิบแก้วเครื่องดื่มที่สั่งไป ยกแก้วขึ้นมาดื่มน้ำสีอำพันลงคอช้าๆ ในขณะที่กำลังเดินไปหาเพื่อนคนอื่น“โอ๊ย…ขอโทษค่ะ” ด้วยความที่ไม่ทันระวังทำให้บีลีฟชนกับใครบางคนเข้าอย่างจัง จนเครื่องดื่มในแก้วหกเปื้อนแขนเล็กน้อง ดวงตากลมโตเพ่งมองคราบน้ำสีอำพันที่หกเปื้อนแขนเธอด้วยความหงุดหงิดเธอเงยหน้ามามองอีกฝ่ายเพื่อจะต่อว่า แต่ก็ชะงักไปชายผู้นั้นทำให้เธอตกอยู่ในภวังค์ แสงไฟในผับที่สาดส่องมาเห็นความหล่อเหลาของเขาได้ชัดเจน เธอเลยส่งยิ้มให้เพื่อเป็นการขอโทษที่ไม่ทันระวัง ทว่าชายหนุ่มผู้นั้นผลักไหล่มนของเธอ “น่ารำคาญ เกะกะ”พายุจิ๊ปากด้วยความไม่พอใจ สายตาดุดันของเขาถากถางหญิงสาวตรงหน้าอย่างแรง เขาไม่มีเวลาทำเรื่องไร้สาระมีเรื่องอื่นที่สำคัญรออยู่จึงเดินจากไปเงียบๆ “อยู่ๆก็มาว่าคนอื่น บ้าหรือเปล่าแต่ไม่เป็นไรให้อภัยเพราะหล่อ”บีลีฟพึมพำกับตัวเองด้วยความสะดีดสะดิ้ง “แก เดี๋ยวมานะ แกไปหาโต๊ะนั่งเลย”บีลีฟไม่ได้สนใจการกระทำของชายหนุ่มเมื่อสักครู่ เธอรีบหันไปบอกแสตมป์ที่ยืนข้างๆก่อนจะรีบเดินตามชายหนุ่มคนที่เธอชนเมื่อสักครู่ไป
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD