หลังจากบีลีฟเดินออกไป ชานนท์ที่ยืนมองอยู่นานก็รีบปรี่เข้ามาหาเจ้านายตัวเอง เขาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ควักปืนที่เหน็บอยู่ที่เอวออกมาพน้อมจะลั่นไก“ผู้หญิงคนนั้นอยากขึ้นเตียงกับนายเเหรอครับ ให้ผมจัดการให้ไหมครับ”
มือหนารั้งมือชานนท์ไว้ให้หยุดการกระทำนั้น“ไม่ต้อง เก็บปืนมึงไป ก็แค่เด็กกระจอกๆคนหนึ่งที่ร่านไปทั่ว มึงกับไอ้เมธีไปคุยงานแทนกู ก่อนไปมึงไปสืบมาด้วยว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร เดี๋ยวกูจะไปสั่งสอนผู้หญิงคนนี้เอง"จบประโยคที่ออกคำสั่งลูกน้องอย่างจริงจัง พายุก็หันไปมองหญิงสาวคนเดิมมันเป็นจังหวะเดียวกันกับที่เธอหันมามองเขาด้วยพอดี พายุหันกลับมามองชานนท์ทันทีพร้อมกับรอยยิ้มชั่วร้ายปรากฏบนใบหน้าคมคาย
.
.
.
“คุณครับ”
“คะ?”บีลีฟสะดุ้งเฮือกที่อยู่ๆมีชายแปลกหน้ามาสะกิดที่แขนเธอในขณะที่เธอกำลังดื่มอยู่กับกลุ่มเพื่อนของเธอ
“พอดี คุณพายุมาเชิญคุณให้ไปห้องวีไอพีสี่ครับ”ชานนท์โน้มใบหน้าเขาไปกระซิบเบาๆข้างหู ประโยคนั้นทำให้บีลีฟคลี่ยิ้มออกมาอย่างเก็บไม่อยู่
“ใครอ่ะแก”แสตมป์สงสัย
“เปล่าไม่มีอะไร ขอตัวนะ”
.
.
.
~แกร่ก~
เสียงเปิดประตูตามมาด้วยเสียงส้นสูงที่รีบจ้ำมาอย่างรวดเร็ว บีลีฟเดินเข้ามาในห้องวีไอพีสี่อย่างอารมณ์ดี เธอมองไปที่พายุ บนโซฟาตัวใหญ่มีกระเป๋าเป้ใบใหญ่สีดำที่วางอยู่ข้างๆ บนโต๊ะหน้าโซฟามีเครื่องดื่มพร้อม เธอจึงเข้าไปหย่อนสะโพกลงบนโซฟาเดียวกันกับเขา
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาเมื่อเห็นว่าหญิงสาวที่เขานัดเดินเข้ามานั่งด้วยกัน เธอมาเร็วกว่าที่คิด หลังจากที่เขาให้คนไปตามเธอมาเขาก็รอเธอเพียงไม่กี่นาที “นึกว่าจะผิดนัดกันซะแล้ว”
บีลีฟยิ้มรับ ไม่รอให้เขาเชื้อเชิญเธอหยิบขวดเครื่องดื่มมาเทใส่แก้วให้ทั้งเขาและเธอ จิบลงคอไปช้าๆ
เคล้ง~
เสียงแก้วสองใบกระทบกัน ก่อนที่ต่างฝ่ายต่างก็กระดกเครื่องดื่มลงคอไปอึกใหญ่ ในระหว่างนั้นพายุปรายตามองบีลีฟอย่างมีเลสนัย
“เธอแน่ใจนะว่าอยากรู้จักฉันจริงๆ”พายุวางแก้วเครื่องดื่มลงที่โต๊ะกลางโซฟา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเขาปรากฏขึ้นพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงยีนส์ขึ้นมายื่นไปให้เธอ
“จริงๆค่ะ บีลีฟอยากทำความรู้จักกับพี่พายุให้มากขึ้น เผื่อพี่พายุจะสามารถช่วยบีลีฟทำวิจัยจบได้”บีลีฟวางแก้วลง เธอพูดติดตลกจนหัวเราะเบาๆหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายตัวเองขึ้นมายื่นไปให้พายุอย่างออดอ้อน ทั้งสองคนจึงแลกการติดต่อของกันและกัน ก่อนจะคืนโทรศัพท์ให้กัน
"ฉันว่าฉันช่วยเธอได้นะเรื่องวิจัยจบของเธอ”
“ขอบคุณค่ะ”
“แต่เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ฉันมีอะไรจะเล่าให้ฟัง เธอรู้ไหมคนที่รู้จักฉันและคนที่เข้ามาในชีวิตฉันไม่มีทางออกไปจากฉันได้ถ้าอยากออกต้องตายเท่านั้น”ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง ใบหน้าของเขานิ่งเฉยแต่สายตาของเขาฉายแววโหดเหี้ยม ต่างจากคนฟังที่ยิ้มแหยๆออกมา เธอแปลความหมายของคำที่ชายหนุ่มพูดไม่ออกว่ามันดีหรือไม่ดีแต่มันทำให้เธอเริ่มรู้สึกแปลกๆ รอยยิ้มบนใบหน้าของหญิงสาวทำพายุแสยะยิ้มออกมาและกระดกเครื่องดื่มลงคอไปอีกครั้ง
“มูลค่าการเสียหายหากฉันไม่ได้ไปทำงานเอง เพราะเธอทำให้ฉันเสียเวลาเธอคงต้องชดใช้ด้วยชีวิตเธอนะ”
“ที่พูดมาทั้งหมดพี่พายุหมายถึงเราต้องรู้จักกันไปตลอดชีวิตหรือเปล่าคะ”บีลีฟยังคงใจสู้ เธอขยับเข้ามาแนบชิดกับเขา ดวงตากลมโตมองเขาด้วยสายตาหยาดเยิ้ม
“อะไรทำให้เธอคิดอย่างนั้น”
“ก็…อื้อ”คำพูดหญิงสาวหายไปในลำคอเมื่อชายหนุ่มคว้าลำคอระหงเธอก่อนโน้มพุ่งเข้าประกบจูบบดขยี้ริมฝีปากอวบอิ่มอย่างหนักหน่วงด้วยความหื่นกระหาย เธอดิ้นพล่านด้วยความเจ็บปวดเมื่อโดนชายหนุ่มกัดริมฝีปากของเธออีกทั้งเธอยังหายใจไม่ทันกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งในโพรงปาก
ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนบนโซฟาเขาคว้าลำคอของเธอให้ลุกขึ้นตามมาด้วยยกตัวเธอลอยขึ้นจนเท้าของเธอไม่สามารถแตะพื้นโซฟาได้ ลำตัวของเธอถูกผลักให้แผ่นหลังแนบไปกับกำแพง “อื้อ…ปล่อย! เป็นบ้าอะไรเนี่ย”
“กล้าดียังไงมาอ่อยฉัน มาทำให้ฉันเสียเวลา”น้ำเสียงตวาดลั่นอีกทั้งนัยน์ตาที่แฝงไปด้วยความโหดร้ายเค้นหาคำตอบทำให้บีลีฟผวากลัว
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามควบคุมมือของเธอที่สั่นเทาไปตีมือเขาอย่างแรง“คะ…แค่บริหารเสน่ห์ ไม่ได้บังคับนะ ถ้าไม่อยากมาจะนัดมาทำไมล่ะ”
“เพราะเธอทำให้ฉันมีอารมณ์ ”
“ปะ…ปล่อยก่อนหายใจไม่…อะ…ออก”ชายหนุ่มผ่อนแรงกระทำเล็กน้อยตามคำขอของหญิงสาว เขาดึงเกาะอกของเธอลงมาที่เอวเผยให้เห็นหน้าอกขนาดใหญ่ที่มีซิลิโคนแปะยอดปทุมถันไว้ เขาดึงมันออกไปโดยเร็วเผยให้เห็นยอดถันสีชมพูระเรื่อน่าดูดดึง
“จะ..เจ็บนะ จะทำอะไร ปล่อย!”
ปลายลิ้นตวัดเลียยอดปทุมถันของหญิงสาวจนมันเปียกแฉะและแข็งขันเป็นไต มือหนาสอดเข้าไปใต้กระโปรงตัวสั้นลูบไล้ใจกลางสาว โดยที่อีกมือหนึ่งยังบีบคอให้ตัวเธอลอยอยู่เหนือพื้น สร้างความทรมานให้บีลีฟได้เป็นอย่างดี
“ปล่อยนะ”บีลีฟตั้งสติได้เธอพยายามดีดดิ้น สองมือที่ตีมือเขาก็เปลี่ยนมากระชากศีรษะชายหนุ่มที่กำลังครอบริมฝีปากดูดดึงยอดปทุมถันของเธออย่างมูมมามเท้าของเธอก็พยายามจะถีบเขา
“โอ๊ยยย”พายุผละออกมาด้วยความหงุดหงิด มือหนาเอื้อมมือไปข้างหลังหยิบปืนกระบอกใหญ่ที่เหน็บอยู่ เอามาจ่อที่ศีรษะบีลีฟ
หญิงสาวตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ ก้อนเนื้อข้างซ้ายกระตุกสั่นไหว เนื้อตัวสั่นเทาจนควบคุมไม่ได้“ไอ้บ้า ป่าเถื่อน ถ้าไม่อยากเสียเวลาก็กลับไปสิ ไม่ได้บังคับ ปล่อย!”
“เมื้อกี้ไม่ใช่อย่างนี้นี่ เธออ่อยฉันจนฉันมีอารมณ์แล้วเธอควรรับผิดชอบด้วย”ชายหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนจะปล่อยเธอให้ล่วงลงบนโซฟา
“แค่กๆๆ”เมื่อถูกปล่อยให้เป็นอิสระบีลีฟรีบกอบโกยอากาศเข้าไปและเช็ดน้ำลายที่เปียกเยิ้มที่หน้าอกด้วยความรังเกียจ ก่อนจะดึงเกาะอกขึ้นมาปิดไว้เหมือนเดิม
“ฉันไม่มีอารมณ์อะไรแล้ว ปล่อย! ถ้าไม่ฉันจะแจ้งตำรวจ”น้ำเสียงดุดันตวาดลั่นและข่มขู่ชายหนุ่มตรงหน้าไป แต่จ่อปืนยังคงจ่อมาที่เธอ
“หึ”พายุครางในลำคอเบาๆ กับคำพูดของบีลีฟ คว้ากระเป๋าใบใหญ่สีดำมาเปิดหยิบกุญแจมือออกมา ก่อนที่จะรีบมากระชากสองแขนเธอ โดยที่เธอยังไม่ทันตั้งตัวและล็อกกุญแจข้อมือทั้งสองข้างของเธอ “อยากรู้จักฉันสิ่งแรกที่เธอต้องรู้คือตำรวจทำอะไรฉันไม่ได้”
“กรี๊ดดด”เธอกรีดร้องออกมาด้วยความหงุดหงิดสองเท้าของเธอถีบไปที่ลำตัวของเขาไป“ไอ้บ้าทำอะไรเนี่ย”
พายุเหวี่ยงบีลีฟอย่างแรงให้นอนลงบนโซฟาทำให้เธอผวากลัวมากขึ้น เขาโยนปืนทิ้งไปและหยิบมีดพกสั้นในกระเป๋าใบใหญ่สีดำออกมา ก่อนจะขึ้นไปคร่อมบนตัวเธอ
“นี่..ปะ…ปล่อย” บีลีฟดิ้นพล่าน อีกทั้งมือหนาของเขายังบีบคอเธอไว้หลวมๆแต่เธอก็สงบลงเมื่อปลายมีดแหลมมาจ่อที่ใบหน้าเธอ ทำให้หัวใจดวงน้อยของเธอเต้นแรงแทบจะทะลุออกมา
“อย่าดิ้น ถ้าดิ้นจะตัดเอ็นข้อเท้าทิ้งให้เธอเดินไม่ได้เลยดีไหม”