You had me at Hello!

2461 Words
21 ธันวาคม… ให้ตายเถอะ! เขาเกลียดการเดินทางช่วงใกล้เทศกาลชะมัด นอกจากต้องฝ่าฝูงชนที่พลุกพล่านกว่ามดแดงแตกรังในแอร์พอร์ตแล้ว โอกาสที่เที่ยวบินจะล่าช้า หรือไฟลต์ถูกยกเลิกเพราะพายุหิมะก็มีความเป็นไปได้สูง โดยเฉพาะเมื่อจุดหมายปลายทางของเขาคือเมืองพรอวิเดนซ์ เมืองหลวงของรัฐโรด ไอส์แลนด์ ซึ่งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศสหรัฐอเมริกา หากไม่ใช่เพราะน้องสาวคนเล็กกำลังจะแต่งงานในบ่ายของวันคริสต์มาส ไม่มีทางเสียละที่เขาจะยอมเดินทางกลับอเมริกา คริสโตเฟอร์คิดอย่างหงุดหงิดระหว่างที่เดินแบกเป้ตามหลังผู้โดยสารคนอื่นๆ ไปขึ้นเครื่อง เขามาปฏิบัติภารกิจที่ฮ่องกงได้เกือบปีหลังจากเลิกรากับโรซาลีน อดีตคนรักซึ่งคบหามานานกว่าสี่ปี ที่น่าขำมาจนกระทั่งทุกวันนี้ ก็คือการที่มารดาของเขายังจมอยู่กับความคิดที่ว่า เขาเจ็บปวดจนต้องหนีมาเลียแผลใจไกลถึงเอเชีย เขาเหนื่อยหน่ายกับการพยายามชี้แจงต่อคนในครอบครัวว่าความสัมพันธ์กับโรซาลีนระหองระแหงมาเกือบสองปี ก่อนที่หล่อนจะเป็นฝ่ายบอกเลิก และหันไปคบกับแพทย์หนุ่มที่ทำงานในโรงพยาบาลเดียวกัน เขายอมรับว่าผิดหวัง ทว่าก็ไม่ถึงกับโกรธหล่อน เขาเชื่อว่าทุกคนมีสิทธิ์ไล่ตามความฝันและไขว่คว้าความสุขแก่ตัวเอง โรซาลีนใฝ่ฝันถึงชีวิตแต่งงานและมีสามีที่ทุ่มเทเวลาให้หล่อนอย่างเต็มที่ ซึ่งเขาไม่อาจมอบสิ่งนั้นให้หล่อนได้ การเลิกราของเขากับหล่อนส่งผลต่อแมคเคล่า น้องสาวของเขาที่กำลังจะแต่งงาน เนื่องจากทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทและทำงานอยู่โรงพยาบาลเดียวกันมาหลายปี แมคเคล่าโกรธแค้นแทนโรซาลีน รวมทั้งโทษว่าเขาผิดที่ประวิงเวลา ไม่ยอมคุกเข่าขอโรซาลีนแต่งงานเสียที แมคเคล่าตะบึงตะบอนใส่เขาทุกครั้งที่คุยกันจนเขาเริ่มเอือมระอาและพานไม่อยากรับสายหรือโทรกลับ กระทั่งสามเดือนก่อนที่น้องสาวโทรมาส่งข่าวว่าหมั้นหมายและจะแต่งงานในวันคริสต์มาส หล่อนขอให้เขาทำหน้าที่ส่งตัวแทนผู้เป็นบิดาซึ่งจากไปเมื่อกว่าสิบปีก่อน แม้เขาจะแย้งว่าสตีฟ ซึ่งเป็นบิดาเลี้ยงควรจะได้รับเกียรตินั้นเพราะแต่งงานและอยู่กินกับมารดามานับสิบปี แต่น้องสาวหัวรั้นก็ยังยืนกรานเป็นกระต่ายขาเดียวว่าหน้าที่ดังกล่าวจะต้องเป็นเขา ‘สตีฟไม่ใช่พ่อของเรา!’ แมคเคล่ากรีดร้องใส่โทรศัพท์ ‘แต่เขาก็ดูแลแม่กับพวกเราให้อยู่อย่างสุขสบายมาตลอด ให้ตายเถอะแมคเคล่า สตีฟซื้อรถบีเอ็มดับเบิลยูแบบเปิดปะทุนเป็นของขวัญวันเกิดให้เธอตอนอายุสิบหก ตอนเธอจบมัธยมปลายและเข้ามหาวิทยาลัยก็จัดงานเลี้ยงฉลองให้อย่างยิ่งใหญ่ ไหนจะรับผิดชอบค่าเทอม ค่ากินค่าระหว่างที่เธอเรียนมหาวิทยาลัยอีก จะว่าไปแล้ว สตีฟมอบความสะดวกสบายให้ครอบครัวของเรามากกว่าพ่อด้วยซ้ำ!’ ‘หยุดพูดเหมือนเขาดีกว่าพ่อเสียที! พ่ออาจไม่รวยแบบสตีฟ แต่เขาก็มีเวลาให้ฉันเสมอ และพ่อไม่เคยพูดหรือทำอะไรให้ฉันรู้สึกเสียหน้าแบบสตีฟ!’ เขาถอนใจเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังพูดถึงเรื่องไหน ‘ถ้าเธอหมายถึงเรื่องคืนงานพรอมที่เธอแอบพาผู้ชายเข้ามานอนในบ้าน แล้วสตีฟไล่หมอนั่นออกไปละก็ เธอควรจะโกรธพี่มากกว่าสตีฟเพราะพี่เป็นคนบอกเขาเรื่องหมอนั่น’ ‘ฉันไม่ได้พูดว่าไม่โกรธพี่! แต่สตีฟไล่เจคเหมือนหมูเหมือนหมา แถมขู่ว่าจะแจ้งความถ้าเขายังยุ่งกับฉัน พี่รู้ไหมว่าฉันอายขนาดไหนที่ไปเรียน แล้วถูกทุกคนล้อว่าเจคเลิกกับฉันเพราะพ่อเลี้ยงหวง’ แมคเคล่าแว้ดกลับด้วยความคับแค้นใจ ‘ให้ตายเถอะแมคเคล่า คนที่เธอควรโกรธไม่ใช่สตีฟ แต่เป็นไอ้หมอนั่นเพราะมันเป็นคนเอาเรื่องไปโพนทะนา’ เขาพ่นหายใจใส่โทรศัพท์ ‘เธอควรขอบคุณสตีฟด้วยซ้ำที่ทำให้เธอไม่ต้องเสียเวลากับผู้ชายหน้าตัวเมียแบบมัน’ ‘ตกลงพี่จะยอมเป็นคนส่งตัวฉันมั้ย’ แมคเคล่าตัดบทด้วยน้ำเสียงติดรำคาญ ‘ถ้าพี่ปฏิเสธ เธอจะยอมให้พี่ไปร่วมงานไหมล่ะ’ เขาถามเสียงเนือย รู้อยู่เต็มอกว่าอีกฝ่ายจะตอบมาว่าอย่างไร ‘ถ้าพี่ปฏิเสธ ก็ไม่ต้องมานับพี่นับน้องกับฉันอีก’ ว่าที่เจ้าสาวยื่นคำขาด ‘เฮ้อ ในเมื่อเธอพูดแบบนี้ พี่จะทำอะไรได้นอกจากตอบตกลง พี่หวังว่าเคนจะปฏิเสธเธอบ้างนะ’ คริสโตเฟอร์รักน้องสาว แต่นิสัยดื้อรั้นเอาแต่ใจของหล่อนเป็นสิ่งที่เขาเกรงว่าวันหนึ่งว่าที่สามีจะทนไม่ไหว ‘โอ๊ย เคนน่ะทั้งรักทั้งหลงฉัน ทุกวันนี้เขาลุกมาชงกาแฟและทำอาหารเช้ามาเสิร์ฟฉันที่เตียงตลอด’ แมคเคล่าเล่าเสียงกลั้วหัวเราะ ความสุขสะท้อนอยู่ในน้ำเสียงเมื่อพูดถึงคนรัก ‘อ้อ… เกือบลืมไปแน่ะ โรสเป็นเพื่อนเจ้าสาวของฉันนะ ฉันหวังว่าพี่จะพูดและทำตัวดีๆ กับเขา’ ‘รับทราบ ว่าแต่โรสสบายดีไหม’ เขาอดถามไม่ได้ เพราะตั้งแต่เลิกกัน ก็ไม่ได้ติดต่อกับอดีตคนรักอีก ‘โรสเพิ่งเลิกกับแคมเมื่อสองสัปดาห์ก่อน หลังจากที่จับได้ว่าเขาแอบกิ๊กกับเลขาฯ ที่แผนก แคมยังตามง้ออย่างไม่ลดละ แต่โรสก็ยังไม่ยอมให้อภัยเขาค่ะ’ ‘อืม’ คริสโตเฟอร์ส่งเสียงรับรู้สั้นๆ ‘ฉันคิดว่าโรสคงไม่กลับไปหาไอ้หมอเฮงซวยนั่นหรอก ที่จริงแล้ว ฉันว่าโรสยังรักและคิดถึงพี่ โรสถามถึงพี่บ่อยๆ ท่าทางเขาดีใจมากที่รู้ว่าพี่ไม่มีใคร บางทีพี่น่าจะลองใช้โอกาสนี้ ขอคืนดีกับกับโรสนะคะ’ น้องสาวของเขากล่าวอย่างมีความหวัง ความคิดเกี่ยวกับบทสนทนาระหว่างเขา และน้องสาวสะดุดทันทีที่นัยน์ตาคมกริบปะทะเข้ากับบั้นท้ายงอนเช้งของผู้โดยสารรายหนึ่ง ซึ่งกำลังยัดกระเป๋าใส่ช่องเก็บของเหนือศีรษะ เจ้าของหุ่นทรมานใจชายรายนั้นสูงราวห้าฟุตเจ็ดนิ้ว สวมกางเกงยีนพอดีตัวสีเข้มแบบเอวต่ำ ท่อนบนสวมเสื้อแขนยาวคอเต่าสีขาวขนาดพอดีตัวซึ่งเวลายืดตัวเพื่อจัดวางสัมภาระ ชายเสื้อลอยขึ้นเหนือเอว อวดสะดือประดับจิลคริสตัลทรงกลมและหน้าท้องแบนราบขาวเนียน เขาเผลอกลืนน้ำลายเมื่อไล่สายตาขึ้นไปถึงทรวงอกซึ่งดุนดันเสื้อจนเกิดแนวโค้งเว้าเร้าใจ เขามองไม่เห็นใบหน้าที่ยังถูกบดบังด้วยต้นแขนของเจ้าตัว จึงถือลอบมองโอกาสผมหยักศกสีน้ำตาลที่ทิ้งตัวเป็นลอนคลื่นยาวถึงกลางหลัง ชวนให้อยากสัมผัสว่าจะนุ่มละมุนนิ้วขนาดไหน ครั้งสุดท้ายที่เขามีหลับนอนกับผู้หญิงมันผ่านมากี่เดือนแล้วนะ? คริสยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้เมื่อแม่สาวหุ่นกระตุ้นอารมณ์ใคร่หันมามองหน้าเขา เธอเป็นผู้หญิงเอเชียที่มีเครื่องหน้าสวยสะดุดตามากคนหนึ่ง ผิวขาวกระจ่างปราศจากไฝฝ้าตัดกับดวงตาสีน้ำตาลอย่างน่ามอง ขณะที่จมูกรูปหยดน้ำรับกับริมฝีปากอวบอิ่มที่เคลือบด้วยลิปสติกสีพีช มองแล้วทำให้เขาปากคอแห้งผากอย่างบอกไม่ถูก “ขอโทษค่ะ ฉันขวางทางคุณอยู่หรือเปล่าคะ” คำถามด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานน่ารักนั้นมาพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้เขาใจเต้นแรงราวกับสมัยเพิ่งแตกเนื้อหนุ่มและมีสาวสวยยิ้มให้ “ไม่เลยครับ ที่นั่งของผมคือเบาะนั้น” เขาชี้ไปที่เบาะข้างเธอ “ผมรู้สึกคุ้นหน้าคุณเหลือเกิน เราเคยพบกันมาก่อนหรือเปล่าครับ” คราวนี้คนฟังฉีกยิ้มกว้าง แววตาวิบวับด้วยประกายล้อเลียนเสียจนเขาตาพร่า “ฉันหวังว่านั่นคงไม่ใช่ประโยคที่คุณใช้พูดกับสาวๆ ที่เพิ่งเจอหรอกนะคะ” เธอเอ่ยกลั้วหัวเราะพร้อมกับยื่นมือมาให้เขาด้วยอย่างเป็นมิตร “ทิพวรรณค่ะ คนส่วนใหญ่เรียกฉันว่าทิฟฟานี ยกเว้นเวลาเมา พวกเขามักจะเปลี่ยนมาเรียกว่า Tipsy ค่ะ” “ผมจะจำไว้ครับ” คริสโตเฟอร์กลั้นยิ้มขณะยื่นมือไปจับมือนุ่ม “คริสโตเฟอร์ครับ เรียกผมสั้นๆ ว่าคริสก็ได้” เขารู้ว่าเสียมารยาทที่อ้อยอิ่งกับมือของอีกฝ่ายนานผิดปกติ แต่ทำไงได้ มันนานแล้วที่เขารู้สึกกระชุ่มกระชวยกับการสนทนากับผู้หญิง “คริส” เธอทวนชื่อของเขาด้วยสีหน้าตกตะลึง ก่อนที่จะหลุบตาลงต่ำและยิ้มเศร้าๆ เพื่อกลบเกลื่อนพิรุธของตัวเอง “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ คริส” คริสโตเฟอร์หน้านิ่วคิ้วขมวด “มีอะไรผิดปกติเกี่ยวกับชื่อผมหรือเปล่าครับ” “อ่า ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ชื่อของคุณแค่เหมือนกับชื่อของใครบางคนที่ฉันเคยรู้จัก” “เขาคงเป็นคนที่พิเศษมากๆ” ทิพวรรณเพียงแค่ยิ้ม แต่ไม่ยอมขยายความให้กระจ่าง “ฉันเดาว่าคุณน่าจะบินกลับไปฉลองคริสต์มาสกับครอบครัว ถูกไหมคะ” คริสโตเฟอร์สูดปากเหมือนคนกำลังเข็ดฟัน ส่งผลให้เจ้าของเสียงหวานหัวเราะ พระเจ้า! ทิฟฟานีมีเสียงหัวเราะที่เซ็กซี่เป็นบ้า ชวนให้เขาพานคิดทะลึ่งตึงตังว่าหากร้องครวญครางอยู่บนเตียงจะเร้าอารมณ์ขนาดไหน “แย่ขนาดนั้นเชียวเหรอคะ” เขาฉีกยิ้มกว้าง “น้องสาวของผมจะเข้าพิธีแต่งงานในบ่ายของวันคริสต์มาสที่พรอวิเดนซ์ครับ ผมถูกยัดเยียดให้ทำหน้าที่ส่งตัวเจ้าสาว” “โอ้โห!” เธออุทานด้วยแววตาตื่นเต้นเคลิ้มฝัน “คริสต์มาสเว็ดดิ้งคงเป็นอะไรที่วิเศษมากแน่เลยค่ะ ยิ่งถ้ามีหิมะโปรยปรายลงมาด้วยละก็ จะต้องเป็นงานที่โรแมนติกราวกับในเทพนิยาย” “คุณสนใจจะไปเป็นสักขีพยานร่วมกับผมไหมครับ” คำชวนนั้นหลุดลอดผ่านริมฝีปากก่อนที่คริสโตเฟอร์จะหยุดตัวเองทัน “อ่า… ขอโทษครับ ปกติผมไม่ใช่คนปากพล่อยขนาดนี้” นัยน์ตาสีน้ำตาลของคนฟังพราวระยับ “คุณมีเวลาประมาณสิบหกชั่วโมงในการพิสูจน์ตัวเองค่ะ” คริสโตเฟอร์อาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายหย่อนตัวลงบนเบาะ สำรวจบั้นท้ายเย้ายวนและทรวงอกอวบอิ่มอีกครั้ง พลันก็เกิดความสงสัยว่าอกคัพบีนั้นเกิดจากผลผลิตทางพันธุกรรม หรือศัลยกรรมซึ่งกำลังเป็นเทรนด์ยอดนิยมในหมู่สาวเอเชีย เขายัดเป้ใส่ชั้นเก็บของข้างกระเป๋าของเธอ ก่อนจะลดตัวลงนั่งข้างๆ แล้วรัดเข็มขัดนิรภัย ระยะห่างระหว่างกันเพียงไม่กี่นิ้วทำให้เขาเริ่มเห็นข้อดีของการนั่งชั้นประหยัด “คุณคงจะบินกลับไปฉลองคริสต์มาสกับครอบครัวหรือไม่ก็คนรัก ผมเดาถูกไหมครับ” “ไม่ใช่ แต่ก็ใกล้เคียงค่ะ ฉันมีนัดดินเนอร์วันคริสต์มาสกับครอบครัวของแฟนที่เมืองที่แอตเทิลโบโรค่ะ” ทิพวรรณเอ่ยถึงเมืองหนึ่งภายในรัฐแมสซาชูเส็ตส์ ห่างจากบอสตันประมาณหนึ่งชั่วโมง แย่ชะมัด… เธอมีแฟนแล้ว “มันจะต้องเป็นคริสต์มาสที่โรแมนติกมากๆ” สายตาของเขาสำรวจนิ้วนางข้างซ้ายของอีกฝ่าย เมื่อเห็นว่ายังว่างก็อดไม่ได้ที่จะปรารภต่อว่า “ผมหวังว่าปีนี้ คุณจะได้รับแหวนหมั้นของขวัญคริสต์มาสจากแฟนนะครับ” ทันทีที่พูดจบ คริสโตเฟอร์ก็ใจหายวาบ เมื่อเห็นว่าคู่สนทนาหน้าถอดสี ดวงตาที่ก่อนหน้าร่าเริงสดใสพลันมีน้ำตาคลอเบ้า เธอเบือนหน้าหนีไปทางหน้าต่าง ยกมือขึ้นปาดน้ำตาตัวเองอย่างเงียบๆ “ทิฟฟานี… ถ้าผมพูดอะไรผิดไป ผมขอโทษครับ” เขาพึมพำเสียงแผ่วพร้อมกับยื่นมือไปสัมผัสข้อศอกอย่างให้กำลังใจ ถึงอีกฝ่ายจะสั่นศีรษะในลักษณะเหมือนว่าไม่เป็นไร แต่เขาก็ยังรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ชายสารเลวที่ทำให้ผู้หญิงร้องไห้ เขาขยับมือออกจากข้อศอกของเธอ เริ่มรู้สึกว่าอยู่ผิดที่ผิดทางและคิดว่าอีกฝ่ายคงไม่ยอมคุยด้วยอีก ทว่าสองนาทีต่อมา เสียงแหบเครือของทิพวรรณก็ดังขึ้น “คริสคืออดีตคู่หมั้นของฉันค่ะ เขาเสียได้ปีกว่าแล้ว สาเหตุที่ฉันบินไปเมืองไทยเพราะเอาเถ้ากระดูกบางส่วนของเขาไปโปรยลงทะเลที่หมู่เกาะสิมิลันค่ะ เราวางแผนว่าจะไปฮันนีมูนกันที่นั่น แต่ทุกอย่างก็มาพังเสียก่อน” “ผมขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ ผมเองก็เสียพ่อไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณดี” คริสโตเฟอร์ถือวิสาสะเลื่อนมือไปกุมมือที่วางอยู่บนเข่าของเธอและบีบเบาๆ เวลานี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมอีกฝ่ายถึงมีสีหน้าแปลกๆ ตอนที่เขาเอ่ยชื่อของตัวเอง เท่าที่สังเกตเห็นตอนนี้ ทิพวรรณดูเหมือนจะยังรักและอาลัยอาวรณ์ต่อการจากไปของคนรัก เป็นสิ่งที่ทำให้เขาทั้งสงสารและชื่นชมในเวลาเดียวกัน “ขอบคุณค่ะ” ทิพวรรณพึมพำพลางค่อยๆ ดึงมือออกจากการเกาะกุมอย่างสุภาพ แย่ชะมัด! เธอไม่ได้ต้องการร้องไห้ฟูมฟายให้คนที่เพิ่งรู้จักเห็น แต่ชื่อและสิ่งที่เขาพูดเรียกความทรงจำเกี่ยวกับอดีตคนรักให้หวนกลับมาสะกิดแผลใจอีกครั้ง เธอกลืนก้อนสะอื้นกลับลงสู่ลำคอ ระยะเวลาหนึ่งปีกับสามเดือนไม่ได้ช่วยให้โศกเศร้าน้อยลงนัก เธอยังคงร้องไห้คร่ำครวญ และหลายครั้งตัดพ้อพระเจ้าว่าทำไมคนดีอย่างคริสโตเฟอร์ถึงถูกพรากไปเร็วนัก เขาควรจะมีชีวิตอยู่อย่างยืนยาว ควรได้แต่งงานและสร้างครอบครัวกับเธออย่างที่วาดหวังไว้ ทุกคนวนเวียนปลอบเธอว่าเวลาจะช่วยเยียวยาหัวใจ ช่วยให้เข้มแข็ง เคยชินและสามารถก้าวไปข้างหน้าในชีวิตได้ แต่จนถึงวันนี้ เธอก็ยังไม่ชิน ยังคงเจ็บปวดทรมาน อยู่อย่างสิ้นหวังและร้องไห้ทุกครั้งที่มีอะไรมาสะกิด การสูญเสียคริสโตเฟอร์เปลี่ยนเธอให้กลายเป็นผู้หญิงที่มองโลกในแง่ร้าย หวาดกลัวที่จะเริ่มต้นหรือเผชิญกับอะไรใหม่ๆ เธอใช้ชีวิตไม่ต่างจากเต่าขี้กลัวที่เอาแต่หดหัวอยู่ในกระดอง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD