บทที่ 6 (NC) ครั้งแรก...??

1803 Words
พรวด ~~ กึด…!! “กรี๊ดดดดด ~~” ริมฝีปากสวยร้องลั่นออกมาอย่างลืมตัวด้วยความเจ็บปวดร้าวแผ่ซ่านไปทั่วทั้งโพรงสาว อย่างที่ไม่คิดว่ามันจะทานทนได้อีกต่อไป โดยร่างบางถึงกับกระตุกสะดุ้งเฮือก ปลายเท้าที่ถูกยกลอยกลางอากาศถึงกับจิกเกร็งจนหลังเท้าขึ้นเส้นเอ็นปูดนูน ร่างทั้งร่างสั่นสะท้าน พร้อมกันกับที่กลีบเนื้อสาวปริปลิ้นแยกออกจนคล้ายกับว่ามันได้ฉีกขาดออกจากกันอย่างสมบูรณ์แล้ว “เจ็บ...มนต์เจ็บ...ท่านประธานทำแบบนี้ทำไมค่ะ...ฮึก...ฮึก...มันเจ็บ” ฉันยกมือขึ้นดันหน้าอกของเจ้านายหน้าหล่อที่ฉันหลงปลาบปลื้มมานานเอาไว้หมายจะดันให้ตัวเขาออกไปพร้อมกับอาวุธร้ายของเขาที่กำลังทำให้ฉันเจ็บตัวอยู่ ณ ตอนนี้ “มันเจ็บแค่แป๊บเดียวเท่านั้นแหละมนต์...เชื่อผมสิ” เสียงเย็นที่ดูไม่ทุกข์ร้อนให้กับน้ำตาที่ไหลรื้นออกมายังหางตาของฉันเลยสักนิด อีกทั้งยังเอ่ยปากออกมาเหมือนกับว่าสิ่งที่ฉันรู้สึกอยู่ตอนนี้มันเป็นเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น “แต่มนต์เจ็บ เอาออกไปได้ไหมคะ ถือว่ามนต์ขอร้อง ฮึก...ฮึก...” เสียงอ้อนวอนดูน่าเวทนา แต่ทว่า...คนตรงหน้าก็ยังคงเฉยเมย “ก็ถ้าคุณยังเกร็งแล้วหนีบของผมแน่นอยู่แบบนี้ มันก็ยิ่งทำให้คุณเจ็บนะซิ เชื่อผมนะ...ปล่อยใจให้สบายแล้วผมรับรองว่ามันจะมอบความสุขให้มากกว่านิ้วของคุณเสียอีก” คำพูดที่เหมือนกับว่าการที่ฉันเจ็บตัวอยู่ตอนนี้มันเป็นความผิดของฉันเสียอย่างนั้น และคำพูดเหล่านั้นยิ่งทำให้น้ำตาของฉันไหลออกมาไม่หยุด “จะร้องทำไมผมกำลังสนองสิ่งที่คุณต้องการอยู่นะ ทำอย่างกับว่าผมกำลังบังคับคุณอย่างนั้นแหละ” คนตัวโตที่เริ่มจะหงุดหงิดกับภาพตรงหน้า ด้วยไม่เข้าใจว่าทำไมผู้หญิงใต้ร่างถึงทำกับว่าจะเป็นจะตาย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังช่วยตัวเองแล้วครางชื่อเขาอยู่แท้ ๆ “ตะ...แต่มนต์ไม่ต้องการนี่ค่ะ” หญิงสาวปฏิเสธ จริงอยู่ที่เธอจินตนาการถึงเขา แต่เธอก็ไม่คาดคิดว่า ณ ตอนนี้จะมีตัวตนเขาอยู่ในกายของเธอและมันจะเจ็บปวดถึงขนาดนี้ “ไม่...นี่มันคือสิ่งที่คุณต้องการ...!!” สิ้นน้ำเสียงเย้ยหยัน เอวหนาก็จัดการสวนกระแทกย้ำเข้ามาอย่างไร้ความปรานีทันที ปั่ก...ปั่ก...ปั่ก “อ่ะ เจ็บเอาออกไปนะ ฮือออออ ~~” เสียงร้องไห้ของหญิงสาว พร้อมกับมือบางที่พยายามดันหน้าอกของคนหน้ามืดให้ออกไป ก่อนที่ข้อมือบางคู่นั้นจะถูกยกขึ้นรวบไปไว้ยังเหนือหัวด้วยมือเพียงข้างเดียวของคนกำหนัด ร่างบางที่ถูกกระแทกเขยื้อนสะบัดโยกย้ายจนทำให้โต๊ะทำงานขนาดใหญ่สั่นสะเทือนส่งผลทำให้ข้าวของเอกสารที่เคยอยู่บนโต๊ะต่างร่วงหล่นกระจัดกระจายเต็มพื้นไปหมด อีกทั้งเมื่อเสียงโต๊ะทำงานที่สั่นไหวผสานเข้ากับเสียงเนื้อมนุษย์ที่กระทบกันไม่หยุด ดังถึงขนาดที่กลบเสียงสะอื้นของหญิงสาวที่กำลังถูกของแข็งเสียดสีร่องอุ่นนุ่มจนความเจ็บร้าวแผ่ซ่านคล้ายกับเนื้อกำลังถูกมีดกรีดเฉือนซ้ำ ๆ จนมิด “อืมมมม ~~ แน่นมากเลยนะ ถ้าผมไม่ได้เห็นภาพก่อนหน้านี้คงคิดว่านี่เป็นครั้งแรกของคุณ” เสียงคำรามในลำคอเอื้อนเอ่ยชมร่องสาวที่หนีบแน่นตัวตนของเขาด้วยความรู้สึกแปลกใจว่าทำไมร่องนี้มันถึงฟิตแน่นได้อย่างไม่น่าเชื่อ “ฮือออออ ~~ กะ...ก็มันคือครั้งแรกของมะ...มนต์” ฉันบอกออกไปด้วยความรู้สึกเจ็บปวดร้าวทั้งตรงจุดกึ่งกลางกายสาวและเจ็บตรงหัวใจที่ไม่คิดว่าผู้ชายที่ฉันหลงปลาบปลื้มจะไร้ความปรานีกับครั้งแรกของฉันขนาดนี้ กระทั่งสิ้นคำบอกที่ปนด้วยเสียงสะอื้นของหญิงสาว บั้นเอวหนาที่กำลังระรัวสอบถึงกับหยุดชะงักลงทันที “ครั้งแรก...??” เขาหยุดพร้อมกับแสดงสีหน้าที่ไม่มีความเชื่อเลยแม้แต่น้อย “ฮึก...ฮึก...ทำไมค่ะ หรือท่านประธานคิดว่ามนต์โกหก” ฉันจ้องมองเขาผ่านม่านน้ำตา พร้อมกับความรู้สึกปวดหนึบในหัวใจ “ใช่...!! ผมไม่เชื่อนั่นก็เพราะว่าสิ่งที่ผมเห็นมัน...” และเพียงประโยคสั้น ๆ ก็เพียงพอที่จะทำให้ฉันถึงกับจุกแน่นในอกไปหมด ความปวดร้าวที่ยังคงชัดเจนอยู่บริเวณจุดบอบบางตรงหว่างขาดูจะชาไปเลยเมื่อเทียบกับความรู้สึกปวดหนึบที่เกิดขึ้นกลางใจที่ถูกคนใจร้ายพูดจาเหยียดหยาม (หึ...จะโทษใครได้ไม่ผิดที่เขาจะคิดแบบนั้น ก็ภาพที่เขาเห็นมันช่างน่ารังเกียจและชวนให้คิดเสียขนาดนั้น) ฉันปิดเปลือกตาลงตามเดิมพร้อมกับนึกสมเพชตัวเองในใจ โดยที่เจ้าของลำเอ็นขนาดใหญ่หลังจากที่หยุดชะงักอยู่เพียงครู่ก็กลับมาสะบัดบั้นเอวกระแทกกระทั้นต่อเหมือนไม่ได้แคร์เลยสักนิดว่าตัวฉันตอนนี้จะรู้สึกยังไง...แม้ว่าเขาจะได้รับรู้แล้วก็ตามว่านี่คือครั้งแรกของฉัน... ร่างที่ถูกตอกด้วยลำเอ็นโบกสะบัดอยู่บนโต๊ะทำงานจนเกิดเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด ก่อนที่ร่องสาวจะรับรู้ได้ถึงแรงกระแทกถี่ยิบพร้อมกับแรงกระตุกของท่อนเอ็นที่อัดแน่นอยู่ข้างในร่องสวาท “อ๊ะ...อืม...อืมมมมม ~~” ภายในท้องน้อยรับรู้ได้ถึงความอุ่นที่พวยพุ่งออกมาเต็มข้างในไปหมด หลังจากที่คนบนร่างขยับบั้นเอวเข้าออกเร็วถี่เพียงไม่นาน ก่อนที่เขาจะถอดตัวตนที่ใหญ่โตของเขาออก “หืมมมม ~~??” หลังจากที่เขาถอนตัวตนออกมาแล้วนั้น ภาพตรงหน้าก็ทำให้เขาถึงกับส่งเสียงออกมาด้วยความฉงนใจ หลังจากที่เขาเห็นว่าตรงปากทางร่องนุ่มของฉันได้มีของเหลวสีแดงเจือปนไปกับน้ำรักสีขาวขุ่นของเขา “นี่คุณไม่เคยจริง ๆ งั้นหรอหรือเป็นเพราะว่าผมทำแรงเกินไป” คิ้วหนาเข้มยกขึ้นข้างหนึ่งพร้อมกับเอ่ยถามเสียงเรียบออกมาอย่างรู้สึกสงสัย เพียงแต่คำถามนั้นกลับพูดออกมาเหมือนแค่พึมพำกับตัวเองเท่านั้น “ส่วนของชิ้นนี้ผมขอเก็บไว้ก่อนนะ เพราะผมยังไม่พอใจกับการที่คุณนอนเป็นท่อนไม้แบบนี้ อ่อ อีก 20 นาทีจะถึงเวลางานแล้ว คุณไปจัดการตัวเองให้เรียบร้อยก่อนเริ่มงานเถอะ...หลังเลิกงานค่อยว่ากันอีกที” ก่อนที่คนเจ้าเล่ห์จะพูดด้วยท่าทางสบายใจ พร้อมกับเก็บตัวประกันอย่างกางเกงชั้นในของฉันเข้ากระเป๋ากางเกงตัวเองไปตามเดิม แต่ทว่า...ตัวฉันนั้นไม่อาจยินยอมได้และคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่ควรจะเลยเถิดไปมากกว่านี้... “คืนมาให้มนต์เถอะนะคะ ในเมื่อท่านประธานได้สิ่งที่ต้องการไปแล้ว อย่าผิดคำพูดแบบนี้เลยนะคะ” ฉันออกปากอ้อนวอนเขาอีกครั้งหลังจากลุกขึ้นมายืนเต็มความสูงแล้ว “ผมว่าคุณไปจัดการตัวเองให้เรียบร้อยก่อนเถอะ ถ้าใครมาเห็น...เขาอาจจะเอาไปพูดต่อได้นะ” คนร่างโตที่เดินไปนั่งยังโต๊ะทำงานของตัวเองแล้วเอ่ยขึ้น พร้อมกับส่งสายตาทอดมายังร่างกายส่วนล่างของฉันจนฉันต้องมองตาม กระทั่งสิ่งที่ฉันเห็นตรงหน้าคือ...คราบน้ำสีขาวขุ่นที่ไหลย้อยลงมาตามเรียวขาสวย และด้วยภาพนั้นก็ถึงกับทำให้ฉันเบิกตากว้างใบหน้าเนียนฉาบไปด้วยความแดงฉานทันที ร่างบางพลันหนีบขาแน่นอย่างอัตโนมัติ ก่อนจะพาร่างเดินเก้ ๆ กัง ๆ เตรียมตัวออกไปจากห้องทำงานแห่งนี้ “แล้วนั่นคุณจะไปไหนน่ะ...??” เสียงเข้มถาม “กะ...ก็ไปห้องน้ำไงคะ” ฉันหันกลับมาตอบเอียงคอด้วยความสงสัย “ใช้ห้องน้ำผมก็ได้” ก่อนที่เขาจะตอบกลับเสียบเรียบ โดยที่ใบหน้ายังคงก้มมองเอกสารที่อยู่ในมือ “เอ่อ...” ฉันลังเล “หรือจะเดินท่าทางแปลก ๆ แบบนี้ลงไปให้คนเขานินทาเล่นกันล่ะ” เขาพูดทั้งที่ยังไม่เงยหน้ามามองฉัน ส่วนฉันที่คิดตามคำพูดของเขาก็จำยอมทำตาม “งะ...งั้นมนต์ขออนุญาตนะคะ” ฉันพูดพร้อมกับเดินไปยังประตูที่อยู่ด้านข้างโต๊ะทำงานของเขาที่เบื้องหลังประตูบานนั้นคือห้องพักผ่อนภายในบริษัทของคนตัวโต และทันทีที่ฉันผ่านพ้นประตูเข้าไปได้แล้ว... ตุบ... ร่างทั้งร่างพลันร่วงลงพื้นทันที พร้อมกับมือถึงยกขึ้นกอบกุมอยู่ตรงหน้าอกด้านซ้ายก่อนจะทุบมันลงไปอย่างต้องการให้มันบรรเทาความปวดหนึบที่มี ภาพความทรงจำที่เกิดขึ้นมาเมื่อครู่ อีกทั้งความรู้สึกตื่นตกใจและเจ็บปวดตรงกึ่งกลางกายสาวยังคงไม่ทุเลาลงไปเลย ณ เวลานี้ แม้ว่าฉันจะรู้ดีว่าสิ่งที่ฉันทำลงไปก่อนหน้านี้มันผิดมากแค่ไหน แต่ฉันเองก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมหลังจากที่โดนกระทำแล้วตัวเองต้องมาเจอกับความเย็นชาอะไรแบบนี้ด้วย “จะโทษใครเขาได้ละ...มนตรา...” ประโยคเพียงสั้น ๆ ที่เรียวปากบางพึมพำกับตัวเองพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ซึมไหลออกมาไม่รู้ตัว มันเป็นประโยคที่คล้ายกับว่าฉันได้ยอมรับโดยดุษณีแล้วถึงความผิดของตัวเองที่ทำลงไป และถึงแม้ว่าสิ่งที่ฉันเสียไปฉันได้เสียไปให้กับคนที่ฉันชอบมานานก็ตาม แต่ฉันก็ไม่นึกว่ามันจะไร้ซึ่งราคาได้ขนาดนี้ ร่างบางใช้เวลาตั้งสติพร้อมกับจัดการความคิดของตัวเองเพียงไม่นานมากนักเพราะรู้ดีว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าฉันก็จะกลับไปยังสถานะปกติเป็นลูกน้องดังเดิมแล้ว ก่อนที่ร่างบางจะหยัดตัวลุกขึ้นเดินไปชำระคราบคาวที่ยังแสดงย้ำชัดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นั้นตัวฉันไม่ได้ฝันไป... “ซี๊ดดดดด ~~ เจ็บจัง” เสียงซูดปากที่ถูกพ่นลมออกมาพร้อมกับสีหน้าเหยเก หลังจากที่สายน้ำจากสายชำระพุ่งตรงถูกรอยเนื้ออ่อนจนเกิดเป็นความเจ็บแสบ ยิ่งตอกย้ำให้รู้ว่าตอนนี้ความบริสุทธิ์ที่เคยมีไม่หลงเหลืออีกต่อไปแล้ว และในขณะที่ฉันกำลังจัดการตรงจุดอ่อนไหวของตัวเองอย่างแผ่วเบาอยู่นั้น...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD