บทที่ 12 เสียงของคุณมันช่าง

1373 Words
ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก “ท่าน...อ่ะ...คุณวาคิมค่ะ” ฉันเคาะประตูเอ่ยปากเรียก “...............” ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก “คุณวาคิมค่ะ” ฉันเรียกคนที่อยู่ในห้องอีกครั้ง แกร๊ก ~~ “ใครวะ...เสียงดังแต่เช้า” เสียงสบถพร้อมกับภาพตรงหน้าที่ปรากฏภาพของชายหนุ่มยืนเปลือยกายท่อนบนโชว์หราตรงหน้า เรือนร่างอันกำยำที่มีมัดกล้ามสวยงามประดับอยู่นั้นเมื่อบวกเข้ากับเขาที่ยืนเอามือเท้าประตูพร้อมกับยีหัวด้วยความหงุดหงิด ช่างทำให้ภาพทั้งหมดทั้งมวลตรงหน้ากลับดูเซ็กซี่จนคนที่ได้เห็นถึงกับลอบกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว “...อึก...” (O///O) ลำคอระหงถึงกับกลืนน้ำลายลงคอดังเฮือกหลังได้ลอบมองเรือนร่างดั่งเทพเซียนปั้นตรงหน้า ก่อนที่ตัวเองจะรีบเก็บสายตาหื่นกระหายอย่างไม่ทันตั้งตัวเอาไว้ด้วยความรวดเร็วแล้วเปลี่ยนเป็นสายตานิ่งสงบดังเดิมแทน “ขะ...ขอโทษค่ะ ท่านประ...เอ่อ...คุณวาคิม ถ้าอย่างนั้นมนต์ขอตัวลงไปรอข้างล่างแล้วกันนะคะ” ฉันก้มหน้าเอ่ยเสียบเรียบทั้งที่ใจยังเต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ ไม่เป็นจังหวะ “อ้าว...อ๋อคุณเองหรอ...ไม่ต้องหรอกเข้ามาสิ” คนตัวโตที่ยังคงงัวเงียตื่นไม่เต็มตา พูดก่อนจะเดินนำเข้าไปภายในห้อง “ท่าน...เอ่อ...คุณวาคิมต้องการให้มนต์ทำอะไรให้หรือเปล่าคะ แจ้งมนต์ได้เลยนะคะ” ส่วนฉันที่พยายามคิดไปถึงเรื่องสัพเพเหระขั้นพื้นฐานระหว่างสถานะเจ้านายกับลูกน้องมากกว่าสถานะอื่นได้เอ่ยปากถามออกไป โดยที่ขาก็ได้แต่ก้าวตามเขาเข้าไปยังพื้นที่อันตรายอย่างช้า ๆ จนกระทั่งเมื่อเขาได้กวักมือเรียกฉันหลังจากที่หย่อนกายลงนั่งบนที่นอน “มานี่สิ” ส่วนฉันได้แต่ยืนเก้ ๆ กัง ๆ ทำอะไรไม่ถูกก่อนหน้านี้ ทันทีที่ได้ฟังคำสั่งของเขาความรู้สึกหวาดหวั่นก็พลันผุดขึ้นมาอีกครั้งด้วยกลัวว่าเขาจะทำอะไรที่ไม่น่าไว้ใจอีกหรือเปล่า และในขณะที่ฉันยังยืนหันรีหันขวางอยู่นั้น... “อย่าให้ผมต้องพูดซ้ำซิ” เสียงเย็นเอ่ยย้ำเมื่อเห็นว่าฉันยังยืนนิ่งไม่ไหวติง สิ้นเสียงดุดันร่างบางก็พลันสะดุ้งโหยง ก่อนจะกุลีกุจอรีบเดินตรงไปยังที่นอนของคนตัวโต จนกระทั่งเมื่อร่างบางยืนประชิดริมขอบเตียงและยังเป็นจุดเดียวกับตรงหน้าของเขาแล้วนั้น หมับ...!! ความรวดเร็วของวงแขนกำยำก็ทำฉันถึงกับเบิกตากว้างทันที เมื่อมือหนาข้างหนึ่งของคนตรงหน้าได้ยื่นมาคว้าหมับเอาเข้ายังก้อนเนื้อตรงหน้าอกหน้าใจของฉันที่ใหญ่เกินตัวโดยที่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัวหรือคาดคิดว่าเขาจะทำแบบนี้ “ว๊ายยยย ~~ คะ...คุณวาคิม” (OoO) ส่วนฉันที่ตกใจร้องเสียงดังลั่น อีกทั้งเตรียมที่จะถอยหนีการจู่โจมของเขาอย่างอัตโนมัติตามสัญชาตญาณของร่างกาย เพียงแต่...ไอ้สัญชาตญาณของฉันมันกลับช้าไปสำหรับเขา เพราะในเสี้ยววินาทีเดียวกันนั้นเองมือหนาอีกข้างก็ตรงเข้าคว้าเอวกิ่วแล้วดึงร่างบางให้ลงไปนั่งคร่อมบนตัวเขาอย่างรวดเร็ว “คะ...คุณวาคิม” (O///O) ฉันที่ยังไม่หายตกใจเอ่ยเรียกชื่อเขาไม่เต็มเสียง “ถอดเสื้อออกสิ วันนั้นผมยังเห็นมันไม่ชัดเท่าไรเลย” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยความต้องการของตัวเองออกมาทันทีโดยไม่รอให้ฉันได้หายตกใจ “ตะ...แต่” ฉันอ้ำอึ้ง “ผมไม่ชอบพูดซ้ำนะ...มนต์” คนใต้ร่างย้ำพร้อมกับมือทั้งสองข้างที่เปลี่ยนมาประคองเอวบางแน่นแทน พร้อมกับช้อนสายตามองนิ่ง “คะ...ค่ะ” (O///O) ฉันกัดฟันรับคำก่อนจะค่อย ๆ จับชายเสื้อของตัวเองให้เลิกขึ้นด้วยความประหม่า กระทั่งเมื่อเนื้อผ้าคอตตอนเบาสบายที่ฉันมักจะใส่ในวันหยุดถูกถลกลากขึ้นผ่านผิวหนังเนียนนุ่มขาว จนเมื่อมันลากผ่านก้อนอวบอูมเด้งชูชันที่อยู่ภายใต้เสื้อชั้นในลายลูกไม้สีชมพูอ่อนทั้งสองข้างแล้ว เสียงกลืนน้ำลายจากคนใต้ร่างก็ดังสวนขึ้นมาทันที “เฮือก ~~” และเมื่อเสื้อที่เคยใช้ปกปิดร่างกายได้หลุดพ้นไปจากร่างนวลเนียนแล้ว ภาพกึ่งเปลือยเปล่าขาวกระจ่างที่โชว์หราท้าสายตาหื่นกระหายของผู้ชายตรงหน้าก็ทำให้ฉันหน้าร้อนผ่าวจนต้องเสหน้าหลบหนี “เวลาอยู่กับผมที่นี่ไม่ต้องใส่ไอ้นี่หรอกนะ” เขาพูดพร้อมกับเลื่อนมือขึ้นมาปลดตะขอเสื้อใน ก่อนจะถอดมันโยนทิ้งไปจนไกลตัว และในจังหวะที่ฉันยังไม่ทันได้ตั้งตัว ใบหน้าคมเข้มที่ก่อนหน้านี้ยังตื่นไม่เต็มตาก็โน้มเข้ามาหาความหอมกรุ่นจากสองเต้าทันที จ๊วบ ~~ จุ๊บ ~~ ริมฝีปากร้อนตรงเข้าจู่โจมเนินเนื้อขนาดใหญ่อย่างไม่รีรอ พร้อมกับออกแรงกดเม้มริมฝีปากไปตามเนื้อสาวจนเกิดรอยแดงเล็ก ๆ ไปทั่ว จนเจ้าของก้อนเนื้ออวบถึงกับร่างผวาเผลอครางออกมาด้วยเหตุเพราะว่านี้เป็นครั้งแรกของเธอ “อ่ะ อื้อออออ ~~” เสียงครางหลุดลอดออกมาจากเรียวปากสวยทั้งที่ร่างกำลังสั่นสะท้าน หลังจากปลายปทุมถันสีชมพูระเรื่อถูกริมฝีปากร้อนชื้นเข้าครอบงำดูดดึง “ช่วยเบาเสียงของคุณลงหน่อยได้ไหมครับคุณมนต์ เพราะเสียงของคุณมันช่าง...ทำให้ผมมีอารมณ์มากเหลือเกิน” เจ้าของริมฝีปากร้ายหยุดดูดจุกหวาน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาพูดกับหญิงสาวถึงความรู้สึกของตัวเอง ก่อนจะก้มหน้าลงไปละเลงลิ้นสวาทต่อ จ๊วบ ~~ แผล็บๆๆ ปลายลิ้นเกี่ยวตวัดหยอกล้อสองยอดปทุมถันจนแข็งขึ้นเป็นไตทั้งสองข้าง อีกทั้งยังสลับดูดดึงจนสองเต้าเปียกแฉะเต็มไปด้วยน้ำลายของคนตัวโตที่แต่งแต้มเต็มไปหมด แต่ทว่า...เสียงหวานยังคงครางกระเส่าเนื่องจากยังโดนลิ้นร้ายทรมานไม่หยุด แม้จะได้รับคำเตือนจากเจ้าของลิ้นสากก็ตาม “อื้อออออ ~~ อืมมมมม ~~” “ผมขอเตือนเลยนะว่าถ้าหากคุณยังไม่สามารถเก็บเสียงหวาน ๆ ของคุณได้แล้วละก็ ผมเองก็ไม่รับประกันว่าจะสามารถหยุดการกระทำลงได้เพียงเท่านี้” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยเตือนย้ำอีกครั้ง ก่อนที่ฉันจะรับรู้ได้ความแข็งแกร่งกำยำที่ตอนนี้กำลังดุ้นดันอยู่ตรงบริเวณบั้นท้ายในตอนนี้ อีกทั้งด้วยความรู้สึกที่ได้รับ เมื่อรวมเข้ากับภาพประสบการณ์เมื่อวานที่ห้วนเข้ามาในโสตประสาท นั่นจึงทำให้ฉันไม่รอช้ารีบยกมือขึ้นมาอุดปากตัวเองเอาไว้แน่นทันที “อุ๊บ...!!” มือบางที่ยกขึ้นมาปิดปากแน่นเพราะไม่อยากให้เสียงแห่งความเสียวซ่านหลุดเล็ดลอดออกมาจนทำให้ร่างกายบางจุดต้องบอบช้ำอีก และถึงแม้ว่าตอนนี้บริเวณหน้าอกอวบยังต้องอดทนรับความทรมานที่แสนสุขสมจากคนตัวโตที่ยังส่งลิ้นร้ายมาปรนเปรอไม่หยุดก็ตาม กระทั่งเมื่อพายุแห่งความทรมานจากลิ้นร้ายได้จบลง เขาที่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้ว่าถ้าฉันไม่เปล่งเสียงอะไรให้เล็ดลอดออกไป เขาก็ปล่อยให้ฉันได้เป็นอิสระได้ลุกออกจากร่างกายกำยำของเขาทันที “ฟู่ววววว ~~” ฉันถึงกับรู้สึกโล่งใจจนเผลอถอนหายใจออกมา และแม้ว่าข้างในจะยังสั่นสะท้านรุ่มร้อนไม่หยุดก็ตามแต่เพื่อความปลอดภัยของอวัยวะที่กำศึกหนักมาก่อนหน้านี้ฉันจำต้องหักห้ามความปรารถนาส่วนลึกของตัวเองเอาไว้ จากนั้นร่างบางก็รีบวิ่งถลาไปเก็บเอาเสื้อผ้าทั้งตัวในและตัวนอกที่กองอยู่บนพื้นห้อง เพื่อนำมาใส่ปกปิดร่างกายอีกครั้งทันที... และในขณะที่ฉันกำลังหันหลังเตรียมจะใส่เสื้อชั้นในอยู่นั้น...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD