ตอนที่
3
ไผ่หวานคนใหม่
เช้าแรกของมัลลิกาในร่างกายของอโรชา แม้ว่าตอนนี้ร่างกายนี้จะไม่ใช่ของเธอแต่อย่างน้อยๆ เธอก็ยังได้ใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ที่เธอยังไม่อยากจากไปต่อ
“ไผ่หวานๆ ตื่นหรือยังพี่เรียกนานแล้วนะ” แอนนี่สาวสองที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวของเธอเห็นข่าวที่ออกตอนเช้าเรื่องที่มีคนตกตึกซึ่งเป็นตึกที่อโรชาอยู่ทำให้แอนนี่นึกเป็นห่วงเธอจึงออกจากบ้านมาหาเธอแต่เช้า
“ไผ่หวาน ไผ่หวาน ไผ่หวานได้ยินพี่หรือเปล่า” แอนนี่พูดพลางกดกริ่งหน้าห้องของเธอ
“ใครมาเรียกไผ่หวานแต่เช้า เรียกไผ่หวานก็แปลว่าเรียกฉันสินะ” เมื่อมัลลิกาที่อยู่ในร่างกายของอโรชานึกขึ้นได้อย่างนั้นก็รีบลุกขึ้นจากบนเตียงแล้วรีบเดินไปส่องกระจกดูความเรียบร้อยของเธอก่อนที่จะไปเปิดประตูดูว่าใครมาหาเธอแต่เช้า
“เสียงอย่างนี้คงเป็นเสียงของพี่แอนนี่ที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวของไผ่หวานแน่ๆ” มัลลิกาที่เข้ามาอยู่ในร่างกายของอโรชาเธอก็ฝันถึงเรื่องราวทั้งหมดของอโรชาจนเธอรู้เรื่องทุกอย่างของอโรชา
“ค่ะ มาแล้วค่ะพี่แอนนี่” มัลลิกาทำตัวเป็นอโรชาทันทีเพราะต่อจากนี้เธอก็ต้องเป็นอโรชาตลอดชีวิตของเธอที่เหลืออยู่
“ไผ่หวานเธอรู้เรื่องที่ห้องข้างๆ เธอกระโดดฆ่าตัวเองตายหรือยัง” แอนนี่พูดขึ้นมาอย่างนั้นมัลลิกาที่อยู่ในร่างของอโรชาก็พูดขึ้นมาเสียงดัง
“ไม่จริงด้ายไม่ได้ฆ่าตัวตาย ด้ายไม่มีทางฆ่าตัวตาย” เมื่อเธอพูดจบแอนนี่ก็งงว่าอโรชาไปรู้จักมักคุ้นกับห้องข้างๆ ตั้งแต่ตอนไหนเพราะปกติอโรชาไม่ได้เป็นคนที่ชอบสุงสิงกับคนอื่นสักเท่าไร
“ไผ่หวานแกพูดอะไรของแกเดี๋ยวใครมาได้ยินจะเป็นเรื่องใหญ่ เข้าไปคุยกันในห้องก่อน” แอนนี่พูดพลางดันตัวของเธอเข้าไปในห้องของเพราะกลัวว่าคนจะมาได้ยินในสิ่งที่เธอพูด
“ก็มันเรื่องจริงนี่นา ทำไมเราพูดเรื่องจริงเราต้องกลัวด้วยล่ะพี่แอนนี่” เธอพูดขึ้นมาอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใดทั้งนั้นซึ่งผิดกับนิสัยของอโรชาที่ค่อนข้างขี้กลัวขี้เกรงใจคนอื่นไปซะหมด
“พูดเรื่องจริงอ่ะมันไม่ผิดหรอกแต่ที่ผิดคือมันอาจจะทำให้ชีวิตของเราเดือดร้อนทางที่ดีเราอยู่เงียบๆ ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นดีกว่า เห็นคนเขาพูดกันว่าแฟนของนางมีอิทธิพลอยู่นะ” แอนนี่พูดพลางนั่งลงแล้วเปิดสมุดตารางงานของอโรชา
“วันนี้มีงานที่โชว์รูมรถ ต้องไปงานเปิดตัวรถตัวใหม่ตอนบ่ายสามงานเริ่มห้าโมงเย็น” แอนนี่พูดดังพอที่จะให้อโรชาได้ยิน
“ถ้าอย่างนั้นตอนเช้าหนูขอไปหาพ่อกับแม่ได้มั้ยคะ” เธอพูดขึ้นมาโดยลืมไปว่าตอนนี้เธอเป็นอโรชาไม่ใช่มัลลิกา
“ไผ่หวานเธอว่ายังไงนะ เธอบอกว่าเธอจะไปหาพ่อแม่ของเธออย่างนั้นหรอ” แอนนี่งงไปหมดว่าทำไมอโรชาถึงได้พูดออกมาราวกับว่าพ่อกับแม่ของเธอมีชีวิตอยู่
“อ๋อ!! ไผ่หวานไม่ได้หมายถึงพ่อกับแม่ของไผ่หวานแต่หมายถึงพ่อกับแม่ของด้ายคนที่ตกตึกห้องข้างๆ พอดีหลังๆ ไผ่หวานได้พูดคุยกับเธอและรู้จักพ่อกับแม่ของเธอด้วยก็เลยอยากไปเยี่ยมเพื่อให้กำลังใจค่ะ” เมื่อเธอรู้ตัวจึงพูดแก้ตัวเพื่อไม่ให้แอนนี่รู้สึกว่าเธอผิดปกติไปจากเดิม
“แต่ทำไมพี่ไม่เคยรู้เลยว่าเธอไปสนิทกับห้องข้างๆ” แอนนี่รู้สึกสงสัยจึงถามอโรชาด้วยความอยากรู้
“ก็ไม่ได้สนิทกันนานหรอกพึ่งจะสนิทกัน เลยไม่ค่อยได้เล่าให้พี่แอนนี่ฟัง”
“แต่เธอไปไม่ได้หรอกนะเพราะวันนี้ตอนสิบโมงเธอมีงานไปไลฟ์สดขายสินค้า” แอนนี่พูดขึ้นมาอย่างนั้นทำให้เธอเสียดายที่ไปอย่างที่ใจของเธอต้องการไม่ได้
“ตอนนี้ก็เกือบเก้าโมงแล้วเราต้องออกเดินทางกันแล้วกว่าจะแต่งตัวแต่งหน้าเสร็จก็ใช้เวลาพอสมควร” แอนนี่พูดพลางลุกขึ้น
“แต่ไผ่หวานยังไม่ได้อาบน้ำเลยนะคะ”
“ก็รีบๆ ไปอาบสิฉันจะไปรอข้างล่างหากาแฟดื่มง่วงจะตาย แล้วก็รีบๆ อาบเลยนะอย่าอาบน้ำนานนะ แกยิ่งอาบน้ำนานอยู่ด้วย” แอนนี่พูดจบก็เดินออกจากห้องไปทันที
“โชคดีนะเนี่ยที่งานของเราก็คล้ายๆ กับไผ่หวานถ้าอย่างนั้นเราคงแย่แน่ๆ เลย งานขายของเราถนัดอยู่แหละแต่งานบ่ายงานที่ต้องไปเป็นพริตตี้ที่โชว์รูมรถเราจะทำได้มั้ยเนี่ย” เธอพูดขึ้นพลางอาบน้ำแล้วก็จ้องมองเรือนร่างของอโรชาพลางนึกอิจฉาที่เธอมีรูปร่างที่สวยและเซ็กซี่ขนาดนี้แต่ชีวิตของเธอกลับน่าเศร้าจนเธอฆ่าตัวเองตายอย่างนี้
“เราต้องใช้ชีวิตต่อเพื่อตัวของเราและเพื่อแก้แค้นคนที่ทำร้ายเราและทำให้ร่างกายของไผ่หวานที่เสียสละให้มีความสุขที่สุด” มัลลิกาพูดขึ้นมาพร้อมกับเดินออกไปจากห้อง เมื่อเธอเดินผ่านหน้าห้องของเธอ เธอมองมันด้วยความเสียใจเพราะความทรงจำหลายอย่างที่อยู่ข้างในนั้นมากมายแต่ความทรงจำสุดท้ายกลับเป็นสิ่งที่เธอทรมานใจที่สุดและนั่นคืออีกหนึ่งเหตุผลที่เธอไม่อยากตายคือการทวงคืนกับคนที่ทำเธอเจ็บ
หลังจบตอนนี้ต่อจากนี้ไป ไรต์ขอเรียกมัลลิกาที่อยู่ในร่างกายของอโรชาว่าไผ่หวาน อโรชานะคะ หวังว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเข้าใจที่ไรต์พยายามสื่อออกมานะคะ ขอบคุณค่ะ