บทที่ 3 - เจ้าหนี้ไม่อยู่ [2/2]

1269 Words
:: :: ปั้ง!!! สิ้นเสียงปืนที่ดังลั่นนั้นร่างของชายคนหนึ่งก็ทรุดตัวลงเข่ากระแทกพื้นอย่างแรงก่อนจะทิ้งร่างคว่ำหน้าลงบนพื้นพร้อมกับดวงตาเบิกกว้างอย่างคนไม่คาดคิดว่าจะถูกสังหารเข้าจริงๆ กลางหน้าผากของคนที่ไร้ลมหายใจนั้นมีเลือดไหลทะลักออกมา บ่งบอกว่าตรงจุดนั้นคือจุดที่ปลิดชีพภายในนัดเดียว… ปราณนทีมองร่างคนที่เพิ่งถูกเขายิงหมาดๆ ด้วยแววตาเรียบนิ่งไร้ความรู้สึก ในใจไม่ได้นึกรู้สึกผิดต่อสิ่งที่ทำลงไปราวกับว่าการสังหารคนมันเป็นเรื่องที่เขาชินชาไปเสียแล้ว เส้นทางสีเทาของเขามันเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ที่จะสังหารชีวิตคนและเขาเองก็รู้ตัวว่าถูกหมายมาดชีวิตเช่นกัน วงการนี้…มันไว้ใจใครไม่ได้ทั้งนั้น เหมือนอย่างคนที่เขาเพิ่งจะสังหารไปก็เคยเป็นอดีตลูกน้องของเขามาก่อนแต่กลับขายข้อมูลสำคัญของเขาให้กับคู่แข่งและผลที่ตามมาคือเขาเกือบเสียหายหลายพันล้านบาท แต่โชคดีที่เขาไหวตัวทัน จึงทำให้ไม่มีความเสียหายอะไรเกิดขึ้นมิหนำซ้ำยังจับคนขายความลับได้อีกด้วย สิ่งที่ปราณนทีเกลียดที่สุดในชีวิตก็คือคนทรยศและหากจับได้…โทษคือตายสถานเดียว "จัดการมันให้เรียบร้อย" ปืนสั้นในมือถูกส่งคืนให้กับนนทรีที่รับเอาไว้ก่อนจะรีบส่งทิชชูเปียกแอลกอฮอล์ให้กับเจ้านายที่รับมาเช็ดทำความสะอาดมือและคราบเลือดจนสะอาด บุหรี่ในปากที่เหลือกว่าครึ่งมวนถูกพ่นทิ้งลงบนศพอย่างไม่สนใจ มิหนำซ้ำปราณนทียังเดินข้ามศพไปยังทิศทางรถหรูที่จอดอยู่ด้วยความรู้สึกเฉยชาโดยไม่สนใจว่าการกระทำนั้นจะเป็นการไม่ให้เกียรติคนตายเพราะสำหรับเขาแล้ว…คนทรยศไม่จำเป็นต้องได้รับเกียรติใดๆ ทั้งนั้น "กลับโรงแรม" ปราณนทีออกคำสั่งกับลูกน้องที่รับหน้าที่ขับรถโดยปล่อยให้นนทรีจัดการเก็บกวาดสถานที่และทันทีที่รถเคลื่อนออกจากท่าเรือแห่งนี้เหล้าวิสกี้ขวดพกพาที่วางอยู่ใกล้ตัวก็ถูกคว้าขึ้นมาเปิดก่อนจะกระดกดื่มหลายอึกและหวังว่ารสชาติของมันจะช่วยดับอารมณ์คุกรุ่นในใจได้ ทว่ามันก็ไม่เป็นไปตามที่คิดสักเท่าไหร่จนกระทั่ง…สายตาเขาเหลือบเห็นว่าไอแพดที่วางอยู่บนเบาะมันขึ้นแจ้งเตือนอะไรบางอย่างและเมื่อกดเข้าไปดูก็พบว่ามันคือแจ้งเตือนความเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า…สุขใจ คฤหาสน์ของปราณนทีติดกล้องวงจรปิดเอาไว้แทบจะทุกมุมบ้าน เพียงแต่ว่าเป็นกล้องแบบซ่อนมิดชิดที่สังเกตเห็นยากเพราะอย่างนั้นเธอจึงไม่รู้ว่าตัวเองกำลังถูกจับตามองอยู่ ปราณนทีกระดกดื่มวิสกี้จากขวดเหล้าพกพาอีกครั้งจนหมดก่อนจะปิดฝาและโยนลงบนเบาะข้างๆ อย่างไม่ใส่ใจ สายตาของเขายังคงจ้องมองที่ไอแพดและมองดูลูกหนี้ตัวเองที่กำลังนั่งทานอะไรบางอย่างอยู่ตรงหน้าโทรทัศน์ภายในโถงนั่งเล่น ดูเหมือนว่าการที่เขาไม่อยู่บ้านในเวลานี้จะทำให้ลูกหนี้คนนี้ปรับตัวอยู่ในบ้านหลังนี้ได้อย่างรวดเร็วราวกับว่าเธอเป็นเจ้าของบ้านเสียเองและด้วยความอยากรู้ว่าตอนนี้เธอกินอะไรอยู่จึงพยายามซูมภาพดูก่อนจะหรี่ตาเล็กน้อยเมื่อเขาเห็นว่าเธอกำลังกินมาม่าผัด... ทำไมเธอถึงกินมาม่าผัดทั้งที่บ้านเขามีอาหารดีๆ ตั้งหลายอย่าง? ปราณนทีรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและกดโทรออกหาแม่บ้านเป็นการส่วนตัว รอเพียงไม่กี่วินาทีปลายสายก็กดรับ [ค่ะคุณท่าน] "ทำไมให้สุขใจกินมาม่าผัด?" [เอ่อ คือว่าคุณสุขใจอยากกินค่ะ] "ฉันขอคุยกับสุขใจหน่อย" [สักครู่นะคะ คุณสุขใจคะมีสายถึงคุณค่ะ] ปราณนทีได้ยินเสียงแม่บ้านเล็ดลอดเข้ามาและอีกไม่กี่วินาทีต่อมาเจ้าของเสียงใสที่เขาอยากคุยด้วยก็ตอบกลับมา [ฮัลโหลๆ] "ทำไมไม่กินข้าว?" [อ้ะ! คุณลุงเหรอคะ! งานราบรื่นดีไหมคะ?] "อืม ราบรื่นดี แต่เธอยังไม่ตอบคำถามของฉันเลยนะ" ถึงปราณนทีจะสนทนากับปลายสายผ่านโทรศัพท์ แต่ตาของเขามองหน้าจอไอแพดที่ปรากฏภาพของสุขใจที่ยังโซ้ยมาม่าผัดเข้าปากไม่หยุดด้วยท่าทีแสนอร่อย อีกทั้งสายตาของเธอก็ยังเอาแต่ดูโทรทัศน์ตรงหน้าโดยไม่สนใจปลายสายเช่นเขาเลย "คุยกับฉันก่อนสุขใจ" [เมื่อกี้คุณลุงถามหนูว่าอะไรนะคะ?] ปราณนทีลอบถอนหายใจให้กับปลายสายที่เหมือนจะเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าคุยสายกับเขาอยู่ "ฉันถามว่าทำไมถึงกินข้าว? มาม่าผัดมันไม่มีประโยชน์นะ" ปากเตือนคนอื่นว่ามาม่าไม่มีประโยชน์ แต่ปราณนทีคงลืมไปว่าวิสกี้ที่เขาเพิ่งดื่มไปเมื่อกี้ก็ไม่มีประโยชน์เช่นกัน ทั้งที่ตัวเองก็กินของไม่มีประโยชน์แท้ๆ แต่กลับเอ่ยเตือนคนอื่นอย่างหน้าตาเฉย [แต่มันอร่อยค่ะ แล้วอีกอย่างที่บ้านของคุณลุงทำแต่อาหารรสจืด มันไม่ค่อยทำให้หนูเจริญอาหารสักเท่าไหร่] ปราณนทีลอบถอนหายใจเบาๆ ให้กับความยอกย้อนของสุขใจ ปลายนิ้วเรียวเกาหว่างคิ้วตัวเองก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ายังไม่เคยต่อรองสุขใจด้วยวิธีนี้เลยและเขาก็ไม่รอช้าที่จะลองดู "ฉันจะลดหนี้ให้สองหมื่น ถ้าเธอทิ้งมาม่าผัดนั่นทิ้ง แล้วไปกินข้าวที่แม่บ้านทำเอาไว้" ปราณนทีไม่ได้ยินเสียงตอบรับจากปลายสาย แต่สายตาของเขาที่มองหน้าจอไอแพดอยู่ตลอดเวลากำลังเห็นว่าลูกหนี้ตัวเล็กกำลังวิ่งหน้าตั้งถือจานมาม่าผัดไปยังครัวก่อนจะเททิ้งลงถังขยะ อีกทั้งยังเดินมานั่งตรงโต๊ะอาหารที่ตรงหน้ามีมื้อเที่ยงฝีมือแม่บ้านวางอยู่ [หนูไม่กินมาม่าผัดแล้วค่ะ คุณลุงก็อย่าผิดสัญญานะคะว่าจะลดหนี้ให้หนูสองหมื่น] "อืม กินข้าวให้หมดด้วยล่ะ ถ้ากินไม่หมดฉันไม่ลดหนี้ให้" [โห้ย~ ข้าวเยอะขนาดนี้หนูกินไม่หมดหรอกค่ะ] สุขใจโอดครวญเมื่อเห็นว่าข้าวในจานมันมากกว่าปกติที่เธอทานเป็นประจำ "ฉันต้องวางสายแล้ว" [อ้ะ! คุณลุงซื้อช็อกโกแลตสิงคโปร์มาฝากหนูด้วยนะคะ เห็นเขาว่าอร่อย] ปราณนทีไม่ได้ตอบอะไรกลับไปและวางสายทันทีเมื่อฟังเธอเอ่ยจนจบประโยค ในไอแพดที่วางอยู่บนตักยังคงปรากฏภาพของสุขใจที่กำลังนั่งทานมื้อเที่ยงตรงโต๊ะอาหารโดยที่เธอไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังถูกเขาจับตามองอยู่ ซึ่งปราณนทีก็ไม่รู้ตัวเช่นกันว่าตัวเองได้หายจากอารมณ์คุกรุ่นแล้วเพียงแค่ได้คุยกับสุขใจไม่กี่นาทีเท่านั้น มิหนำซ้ำเขายังออกปากสั่งกับลูกน้องให้หาของสิ่งหนึ่งมาให้เขาด้วย "ฉันต้องการช็อกโกแลตสิงคโปร์ก่อนกลับ" ================= #เอาดีๆ เอาดีๆ!!! มันยังไง! มันมีกลิ่นของคนหน้ามึนป่ะ!!!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD