บทที่ 4 - ถูกจับได้ [2/2]

1312 Words
:: :: "ว๊ากกกก!!! แย่แล้วๆๆ!!!" สุขใจสะดุ้งตื่นในเวลาเจ็ดโมงเช้าก่อนจะโวยวายให้กับตัวเองที่เพิ่งรู้ตัวว่าแผนการที่วางเอาไว้เมื่อคืนล้มไม่เป็นท่าเพราะความง่วงนอนของตัวเอง! โธ่เอ๊ย! ตั้งใจว่าจะหนีเมื่อคืนแท้ๆ แต่กลับเป็นว่าเธอนอนหลับลึกและนอนเพลินเสียได้จึงทำให้เสียโอกาสในการหลบหนีไปโดยใช่เหตุ "ยัยสุขใจ! ทำไมแกถึงโง่อย่างนี้! ทำไมต้องมาง่วงนอนในเวลานั้นด้วย! " นึกแล้วก็อยากจะตีอกชกหัวตัวเองสักครั้ง แต่เพราะกลัวเจ็บจึงทำได้เพียงแค่จิ้มตัวเองสองสามครั้งเป็นการลงโทษตัวเองเท่านั้นก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างกลัดกลุ้มให้กับการกระทำตัวเอง แต่ถึงจะรู้สึกผิดหวังที่ไม่อาจหนีได้เพราะหลับเพลินแต่เธอก็ไม่ลืมว่าคืนนี้ยังมีโอกาสอีกหน! คืนนี้ไม่พลาดแน่! ปราณนทีไปสิงคโปร์สามวัน นั่นเท่ากับว่าเขาจะต้องกลับมาวันพรุ่งนี้! หากพลาดจากคืนนี้เธอจะไม่มีโอกาสได้หนีจากเขาอีกแล้ว! เพราะอย่างนั้นคืนนี้เธอจะไม่นอนเด็ดขาด! ตลอดทั้งวันผ่านพ้นไปอย่างเชื่องช้า สุขใจรู้สึกว่าการที่เธอรอคอยอะไรบางอย่างเวลามันช่างเชื่องช้าเหลือเกิน เธอไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าหันมองนาฬิกาแทบจะทุกๆ ครึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ คืนนี้เธอตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะไม่นอนหลับเด็ดขาดเพราะอย่างนั้นจึงหากิจกรรมที่ตื่นตัวทำตลอดเวลาอย่างการออกกำลังกายและดื่มกาแฟแทบจะทุกสองชั่วโมงเพื่อกระตุ้นตัวเองตลอดเวลา จนในที่สุดเวลาที่รอคอยก็มาถึง… สุขใจหัวใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ อย่างห้ามไม่ได้เมื่อเธอกำลังรอคอยเวลาที่การ์ดรอบๆ บ้านจะผลัดเปลี่ยนกะในเวลาตีหนึ่ง เมื่อวานเธอก็แอบสำรวจเส้นทางรอบๆ คฤหาสน์หลังนี้แล้วด้วยการทำทีเป็นเดินเล่นตรงนั้นตรงนี้แต่แท้จริงแล้วเธอกำลังเก็บข้อมูลอยู่ว่าควรหนีไปทางไหน ซึ่งแผนการของเธอก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลยขอเพียงแค่ออกจากคฤหาสน์หลังนี้ได้ก็เพียงพอแล้ว สุขใจแอบหลบอยู่ตรงประตูหน้าบ้าน เธอแอบมองซ้ายมองขวาเพื่อดูว่าการ์ดกำลังจะไปกันหรือยังและช่วงเวลาตีหนึ่งตรงไม่ขาดไม่เกินการ์ดทั้งสิบคนก็พากันเดินหายไปทางหลังคฤหาสน์และช่วงเวลานี้แหละที่สุขใจต้องรีบออกจากคฤหาสน์หลังนี้ ซึ่งเส้นทางที่เธอเลือกไปนั้นปลอดโปร่งไร้คนเฝ้าและจุดหมายปลายทางก็คือกำแพงที่เธอเล็งเอาไว้! เพราะตรงนั้นมีบันไดด้วย! สองเท้าเล็กๆ และขาสั้นๆ ของสุขใจวิ่งดุ๊กดิ๊กๆ อย่างแผ่วไปตรงไปยังกำแพงข้างคฤหาสน์ เธออดตื่นเต้นไม่ได้กับการหนีเอาตัวรอดในครั้งนี้ ทุกอย่างต้องเงียบเชียบเพราะบรรยากาศรอบคฤหาสน์หลังนี้ในช่วงดึกสงัดเช่นนี้มันช่างวังเวง หากเธอทำอะไรที่เกิดเสียงเพียงเล็กน้อยการ์ดนับสิบคนคงแห่มาเธอทันที สุขใจวิ่งด้วยฝีเท้าแผ่วเบา เบื้องหน้าเธอคือบันไดและไม่รอช้าที่จะคว้าบันไดนั้นมาพาดกับกำแพงที่สูงถึงห้าเมตร ในใจของเธออดต่อว่าปราณนทีไม่ได้ที่เขาสร้างกำแพงคฤหาสน์สูงถึงเพียงนี้ ลำพังแค่แบกบันไดมาพาดกำแพงก็สร้างความลำบากให้กับเธอมากพอแล้ว แล้วไหนจะต้องปีนขึ้นบันไดนี่อีก สุขใจยอมรับว่าเธอเป็นคนใจเสาะและเป็นคนขี้กลัวมาก เพราะอย่างนั้นตอนนี้ต่อให้เธอตั้งใจมุ่งมั่นว่าจะหนีจากเจ้าหนี้หน้าดุแต่เมื่อปีนบันไดสูงมากเท่าไหร่ขาเธอก็ยิ่งสั่นมากเท่านั้น เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธอกำลังทำอะไรที่สุ่มเสี่ยงต่อชีวิตมากถึงเพียงนี้ อีกทั้งตอนนี้บันไดที่พาดบนกำแพงก็ไม่ได้มีความสูงเสมอขอบกำแพงเลยเพราะอย่างนั้นเธอจึงพยายามตะเกียกตะกายปีนขึ้นไปเองซึ่งมันเป็นจังหวะเดียวกับที่สุขใจเกือบเสียหลักแต่โชคดีที่เธอปีนขึ้นมานั่งขอบกำแพงได้แล้ว สุขใจแทบจะร้องกรี๊ดออกมาด้วยความดีใจที่จะหลุดพ้นจากคฤหาสน์หลังนี้แล้ว ทว่าดีใจได้ไม่นานหัวใจดวงน้อยพลันกระตุกวูบอย่างรุนแรงเมื่อเธอหันหน้าไปอีกฝั่งนอกกำแพงแล้วเห็นว่าตรงพื้นดินมีดวงตาห้าคู่ที่สะท้อนในความมืด ไม่ต้องเสียเวลาเดาให้ยากว่ามันคืออะไรหากไม่ใช่เจ้าเสือที่เป็นสัตว์เลี้ยงของปราณนที! ฉิบหายแล้ว!!! นั่นคือคำสบถที่ผุดขึ้นมาในหัวสุขใจเป็นร้อยครั้งพันครั้งที่แผนการของเธอในครั้งนี้มันล่มไม่เป็นท่าอีกครั้ง! เธอไม่คิดเลยว่าตัวเองจะยังต้องมาเจอเสือทั้งห้าตัวที่กำลังเดินเยื้องย่างมาหาเธออย่างเชื่องช้า ทั้งที่จะหลุดพ้นอยู่แล้วเชียวแต่กลับต้องมาฝ่าด่านเสืออีกอย่างนั้นหรือ! ไม่ไหวหรอก! เธอไม่เอาชีวิตตัวเองมาตายกับเสือห้าตัวที่พร้อมจะขย้ำเธอเช่นนี้! สุขใจได้แต่คร่ำครวญอย่างคนน้ำตาตกในที่ไม่มีอะไรเป็นไปตามแผน ท้ายที่สุดจึงตั้งใจว่าจะกลับไปตั้งหลักอีกครั้งแต่เมื่อเธอหันกลับมาก็พบว่าบันไดที่ใช้ปีนขึ้นมามันร่วงหล่นลงพื้นหญ้าเสียแล้ว! "มะ ไม่นะ!" กรี๊ดดดดด!!! สุขใจได้แต่กรีดร้องในใจ เธอไม่เข้าใจว่ามันคือวิบากกรรมอะไรของเธอกันถึงได้มีแต่อุปสรรคในการหลบหนี แม้กระทั่งบันไดที่ใช้ปีนขึ้นมาก็ไม่เป็นใจให้เธอเลย แล้วอย่างนี้เธอจะปีนลงไปได้อย่างไร กำแพงนี้ก็สูงตั้งห้าเมตรเชียวนะ! กระโดดลงไปมีหวังแข้งขาหักกันหมดพอดีน่ะสิ! ปกติก็ไม่ค่อยมีสมองอยู่แล้ว! ตกลงไปหัวกระแทกเธอคงจะโง่กว่านี้แน่ๆ เลย! สุขใจเกิดอาการตื่นตระหนกและความกลัวที่ไม่สามารถลงจากกำแพงได้ หากการ์ดจับได้ว่าเธอจะหนีมีหวังเรื่องต้องถึงหูเจ้าหนี้หน้าดุแน่ๆ ถึงตอนนั้นเธอคงถูกเขาจับฆ่าแน่ๆ เลย! "ฮึก...ละ ลงไม่ได้ง่ะ ฮือออ~" คนบ่อน้ำตาตื้นมีหรือจะไม่ร้องไห้ สุขใจนึกน้อยใจในตัวเองที่ต้องมาเจอกับเรื่องอะไรก็ไม่รู้ ยิ่งตอนนี้เธอหาทางลงไม่ได้ก็ยิ่งร้องไห้จนน้ำตาไหลอาบแก้ม ท่าทีเหล่านั้นของสุขใจอยู่ในสายตาของปราณนทีที่เดินมาเห็นว่าเธอกำลังนั่งอยู่บนกำแพงพอดีและเธอคงจะตกใจไม่น้อยที่เห็นว่านอกกำแพงนั้นมีเสือกำลังเฝ้าเธออยู่ ครั้นจะเปลี่ยนใจลงกลับมาปีนบันไดที่พาดเอาไว้ก็ดันล้มไปแล้ว แล้วก็เป็นอย่างที่เห็นว่าสุขใจกำลังร้องไห้ที่ตัวเองลงจากกำแพงสูงห้าเมตรไม่ได้และในตอนที่เธอกำลังหันรีหันขวางเพื่อหาทางลงอยู่นั้นก็หันมาเจอเขาพอดี สุขใจไม่ได้มีท่าทีตื่นตกใจที่เห็นเขา กลับกันเหมือนเขาจะเห็นว่าเธอโล่งใจเสียมากกว่าก่อนจะเบะปากร้องไห้หนักกว่าเดิมทั้งยังร้องเรียกเขาด้วยน้ำเสียงงอแงโยเย "คุณลูงงงง~ หนะ หนูลงไม่ได้ ช่วยหนูด้วย~ โฮฮฮฮ~" "..." ================= #จบกันอิสระที่ไขว่คว้า โธ่ ยัยหนูเอ้ยยยย
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD