กลับมาปัจจุบัน
คาริสาเดินออกมาจากห้องทำงานของอีกฝ่ายด้วยใบหน้าที่ดูแย่ลงกว่าในตอนแรก ซึ่งใบหน้าที่ซีดขาวของหญิงสาวในตอนนี้ทำให้เบนท์ที่เห็นแบบนั้นรู้สึกกังวลใจ เขาไม่รู้ว่าเมื่อวานนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง และอีกอย่างเขาไม่รู้ว่าคาริสาใช้วิธีไหนในการทำให้อีกฝ่ายยอมผ่าตัดให้แบบนี้
“คุณหนูผมว่าคุณหนูกลับไปพักก่อนไหมครับ เรื่องของคุณท่านผมจะดูแลให้” เบนท์เอ่ยขึ้นมาอย่างเป็นห่วงคาริสา
ซึ่งท่าทีของเบนท์ที่ดูเป็นห่วงหญิงสาวออกหน้าออกตา มันทำให้คนที่กำลังเดินมาเพื่อเข้าห้องผ่าตัดหงุดหงิดใจอย่างบอกไม่ถูก
“ไม่เป็นไรค่ะ” คาริสาเอ่ยตอบออกมาพร้อมด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มบาง ๆ ในขณะเดียวกันนั้นมาร์ตินกลับมีสีหน้าที่ดุดันมากกว่าปกติ เขาเดินเข้าห้องผ่าตัดด้วยใบหน้านิ่งเรียบ
การเดินหายเข้าไปภายในห้องผ่าตัดในตอนนี้ทำให้หัวใจดวงน้อยของคาริสาเต้นอย่างไม่เป็นจังหวะ มันเต้นช้าลงเรื่อย ๆ ด้วยความกังวลมากมายที่เกิดขึ้น
“นายท่านต้องปลอดภัยครับ” เบนท์ยังคงเอ่ยให้กำลังใจคุณหนูของเขา ในขณะที่เขาก็ภาวะนาให้มันเป็นแบบนั้น
การผ่าตัดที่กินเวลาไปนานนับ 3 ชั่วโมงได้จบลง เมื่อหมอเจ้าของไข้คนใหม่อย่างมาร์ตินเดินออกมาจากห้องผ่าตัดแล้ว
“คุณพ่อฉันเป็นยังไงบ้างคะ” คาริสาที่เห็นว่ามาร์ตินเดินออกมาจากห้องผ่าตัดแล้ว หญิงสาวจึงรีบเดินตรงเข้าไปหาอีกฝ่ายด้วยความรีบร้อน
“ปลอดภัยแล้ว แต่ช่วง เดือนสองเดือนแรกอย่าเพิ่งให้ทำงาน”
“ได้ค่ะ ขอบคุณมานะคะ” มาร์ตินไม่แม้แต่จะพยักหน้ารับคำของคาริสา แต่เขากลับส่งสายตาไปมองที่เบนท์ก่อนก้าวเดินกลับไปยังทางห้องพักของตนเอง
“เมื่อวานนี้คุณหนูไปทำยังไงคุณมาร์ตินเขาถึงยอมผ่าตัดให้ครับ”
“นั่งเฝ้าหน้าโรงพยาบาลไงคะ” คาริสาเอ่ยตอบอย่างไม่ใส่ใจ แต่ทว่าเบนท์กลับข้องใจ เพราะเขาไม่คิดว่าคุณหนูผู้เย่อยิ่งจะยอมนั่งเฝ้าอีกฝ่ายที่หน้าโรงพยาบาลอย่างไม่ห่างไปไหน แม้ว่าความจริงแล้วจะไม่เป็นแบบนั้นไปทั้งหมด
“งั้นผมว่าคุณหนูไปพักก่อนไหมครับ”
“ไม่ค่ะ ริสาอยากอยู่ดูคุณพ่อให้แน่ใจค่ะว่าท่านไม่เป็นอะไรแล้วจริง ๆ” คาริสาส่ายใบหน้าไปมาก่อนเอ่ยออกมา
หลังจากคริสเตียนถูกย้ายเข้ามาภายในห้องพักฟื้น คาริสาก็เอาแต่เฝ้าพ่อของตนเองไม่ห่างไปไหน โดยที่เธอให้เบนท์ไปจัดการงานที่บริษัทแทนคริสเตียน ด้วยเพราะเธอไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับบริษัท
“เอ่อคุณ” คาริสาที่เผลอหลับไปต้องตกใจตื่นเมื่อได้ยินเสียงดังในห้องพักของคริสเตียน เธอเผลอฟุบหลับไปอย่างไม่รู้ตัว
“กลับไปนอนที่บ้านดีกว่าไหม ต่อให้เธอนอนเฝ้าอยู่อย่างนี้ก็ไม่มีประโยชน์” มาร์ตินที่เข้ามาเช็กอาการของคริสเตียนพูดโดยที่เขาไม่สนใจแม้แต่จะมองใบหน้าของหญิงสาวเลยสักนิด
“หมายความว่าไงคะ” คาริสามองใบหน้าของมาร์ตินก่อนเอ่ยถามออกมาอย่างสงสัยในสิ่งที่อีกฝ่ายเอ่ย
“หมายความว่า เธอไม่ใช่หมอไม่ใช่พยาบาลไง”
“นี่คุณ...”
“กลับไปพัก” มาร์ตินเดินเข้ามาเผชิญใบหน้าของคาริสาก่อนเอ่ยย้ำออกมา ซึ่งหญิงสาวที่เห็นท่าทีของเขา เธอก็ลุกขึ้นยืนเผชิญใบหน้าของเขา ก่อนจะเตรียมเอ่ยออกมา แต่ทว่าเธอกลับเวียนหัวหน้ามืดขึ้นมา ดีที่มาร์ตินรับร่างหญิงสาวเอาไว้ทัน
“นี่จะทำอะไร ปล่อยฉันลงนะคะ”
“อยากโวยวายให้คนอื่นมาเห็นก็เอาเลย” คำพูดของมาร์ตินทำให้คาริสาเงียบลงทันที แต่ท่าทีที่ทำเหมือนกลัวว่าคนอื่นจะเข้ามาเห็นของคาริสา ทำให้มาร์ตินรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาในทันที
“คุณจะพาฉันไปไหน” คาริสาเอ่ยถามอย่างสงสัย เมื่อมาร์ตินพาเธอออกมาจากตึกของโรงพยาบาลโดยการออกทางด้านหลัง
“คิดว่าไงล่ะ”
“คุณ ตอบฉันดี ๆ ไม่ได้หรือไง” คุณหนูขี้วีนอย่างคาริสาเอ่ยอย่างหงุดหงิด เมื่อถูกอีกฝ่ายกวนประสาท
“เดี๋ยวถึงเองก็รู้ นั่งเงียบ ๆ ไปรำคาญ” ชายหนุ่มเอ่ยออกมาอย่างหงุดหงิดใส่คาริสา ซึ่งท่าทีที่ดูเหมือนกำลังหงุดหงิดของเขาทำให้คนที่เห็นอย่างคาริสานิ่งเงียบลงอย่างไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมา
มาร์ตินพาคาริสากลับมาที่เพนท์เฮาส์สุดหรูของตนเอง แทนการพาเธอไปส่งที่อื่นอย่างที่ควรจะเป็น ซึ่งการมาที่นี่อีกครั้ง ทำให้คาริสาอดคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นที่นี่เมื่อคืนไม่ได้
“เข้าไปนอนพักให้ห้อง” มาร์ตินเปิดดูโทรศัพท์ที่เพิ่งมีการแจ้งเตือนก่อนจะหันมาเอ่ยบอกกับคาริสา
“ค่ะ” คาริสาพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายก่อนเดินเข้าไปภายในห้อง เพราะตอนนี้อีกฝ่ายดูเหมือนกำลังหงุดหงิด
“ห้ามให้ใครเข้าเยี่ยมในห้อง” มาร์ตินเอ่ยด้วยเสียงที่ดุดัน หลังจากที่ลูกน้องคนสนิทของเขากดรับสายโทรศัพท์แล้ว
(“ครับคุณมาร์ติน แล้ววันนี้จะกลับมาที่โรงพยาบาลอีกไหมครับ”)
“ไม่ เดี๋ยวสั่งอาหารเข้ามาให้ฉันด้วยสองชุด”
(“ได้ครับ”)
ช่วงค่ำของวัน
คาริสาตื่นขึ้นมาด้วยท่าทีที่ดีขึ้น ใบหน้าของหญิงสาวในตอนนี้ดูสดชื่นขึ้นมากกว่าเดิม ตอนนี้เธอแทบจะไม่หลงเหลืออาการปวดเมื่อยเอาไว้อีก
“ตื่นแล้วเหรอ” มาร์ตินที่นั่งเช็กเอกสารอยู่ตรงโซฟาเอ่ยถามด้วยเสียงเรียบนิ่ง ก่อนใบหน้าคมจะค่อย ๆ เงยขึ้น แต่พอเขาได้เห็นว่าเธอสวมใส่เสื้อเชิ้ตที่แค่เดาก็รู้ว่าของเขา มันทำให้ใจของมาร์ตินเต้นอย่างไม่เป็นจังหวะ
“เอ่อ คือว่าฉันไม่มีชุดเปลี่ยน เลยหยิบของคุณมาใส่ก่อน” คาริสาที่เห็นว่าชายหนุ่มเอาแต่มองมายังเธออย่างไม่ละสายตา เธอจึงเอ่ยออกมาเพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะโกรธตัวเองหรือเปล่า
“มานั่งนี่สิ” มาร์ตินตบลงที่โซฟาข้าง ๆ ตัวเอง อย่างเป็นสัญญาณให้กับหญิงสาว ซึ่งเมื่อเธอเห็นแบบนั้นก็เดินเข้ามานั่งลงทันที
“ว้าย ๆ” คาริสาร้องออกมาอย่างตกใจ เมื่ออยู่ ๆ ชายหนุ่มก็จับขาของเธอพลาดลงบนตักของเขา พร้อมมือที่เอื้อมมาโอบเอวบางเอาไว้
“วันนี้ฉันผ่าตัดมา 3 ชั่วโมง เพราะพ่อของเธอ เธอไม่คิดจะตอบแทนอะไรฉันหน่อยเหรอ” มาร์ตินใช้สายตาของเขามองที่ต้นคอขาวไล่ขึ้นไปยังใบหน้าสวย ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปเอ่ยกระซิบ
“เอ่อคือว่า...อื้ม คุณมาร์ติน” คาริสาแทบจะหยุดหายใจ เมื่อชายหนุ่มส่งมือไปจับลงที่ต้นขาของเธอ พร้อมออกแรงในการบีบเบา ๆ
“เรียกทำไม”
“เมื่อวานนี้คุณก็...”
“ก็อะไร” ยิ่งมาร์ตินย้ำคำพูดกับเธอมากแค่ไหน คาริสาก็ยิ่งเขินอายมากเท่านั้น
“ตอบมาสิว่าอะไร”
“เมื่อวานคุณมีอะไรกับฉันไปตั้งหลายรอบแล้วนะ”
“หึ...เธอคิดว่าแค่นั้นมันจะพอเหรอ” มาร์ตินพูดจบก็จับลงที่ท้ายทอยของหญิงสาวก่อนโน้มใบหน้าเข้าไปจูบลงบนเรียวปากของหญิงสาว
ริมฝีปากหนาขบเม้มเรียวปากบางของเธออย่างเร่าร้อนรุนแรง ก่อนจะสอดลิ้นร้อนเข้าไปภายในโพรงปากของหญิงสาว การกระทำของชายหนุ่มในตอนนี้ทำให้คนที่ได้รับสัมผัสเคลิ้มไปกับอีกฝ่ายจนแทบจะถอนตัวไม่ขึ้น
“นี่คุณ...” คาริสาส่งมือไปดันแผงอกของชายหนุ่มเอาไว้ ก่อนเอ่ยเรียกอีกฝ่ายอย่างไม่เต็มเสียง
“หิวไหม อาหารอยู่บนโต๊ะ” มาร์ตินที่แกล้งอีกฝ่ายจนพอใจแล้ว เขาก็เอ่ยออกมาอย่างเปลี่ยนเรื่องในทันที
“อ๋อค่ะ”
มาร์ตินปล่อยให้หญิงสาวเป็นอิสระ ก่อนจะเดินนำเธอไปทานอาหารที่เพิ่งมาถึงได้เพียงไม่นานนี้เอง
“กินได้ไหม มีอะไรที่แพ้หรือเปล่า” คาริสาส่ายใบหน้าไปมาเล็กน้อย ก่อนมองอาหารตรงหน้าอย่างให้ความสนใจ เพราะตอนนี้เธอหิวมาก
“งั้นก็กินจะได้มีแรงเยอะ ๆ” แม้ไม่รู้ว่ามาร์ตินจงใจพูดใส่หรือเปล่า แต่หญิงสาวก็เลือกที่จะลงมือทานอาหารตรงหน้าอย่างไม่ลังเล