ภายในโรงพยาบาลเอกชน
คาริสาเดินทางมาที่นี่ตั้งแต่เช้าด้วยความหวังว่าจะได้เจอกับมาร์ตินผู้ชายที่เธอรู้สึกไม่ถูกชะตาเลยแม้แต่น้อย แต่ทว่าตอนนี้เธอกลับไม่มีสิทธิ์ให้เลือก ด้วยเพราะต่อให้เธอไม่ชอบอีกฝ่ายก็ใช่ว่าจะปฏิเสธได้
“ขอโทษนะคะ พอดีฉันมาหาคุณหมอมาร์ติน ไม่ทราบว่าอยู่ไหมคะ” คาริสาเดินเข้าไปถามเจ้าหน้าที่ของสถานพยาบาลแห่งนี้ ก่อนเอ่ยถามออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวัง
“ขอโทษนะคะ คุณหมอยังติดเคสผ่าตัดอยู่ค่ะ ไม่ทราบว่าได้นัดเอาไว้ไหมคะ” เจ้าหน้าที่สามเอ่ยถามด้วยท่าทีสุภาพ
“...” คาริสาไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาเพียงแต่ส่ายใบหน้าไปมาเป็นคำตอบให้กับอีกฝ่ายเท่านั้น
“ถ้าอย่างนั้นต้องทำเรื่องนัดก่อนนะคะ”
“ได้ค่ะ”
“เอ่อไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงชื่ออะไรเหรอคะ” พนักงานสาวเอ่ยถามออกมา ในขณะที่เธอกำลังลงเวลานัดหมายให้กับเธอ
“คาริสา”
“คาริสา!” พนักงานสาวเอ่ยถามย้ำออกมาอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
“ใช่ค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ” คาริสามองอีกฝ่ายอย่างสงสัยเพราะตอนนี้เหมือนเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลนิ่งลงไม่ยอมลงนัดให้กับเธอต่อ
“เดี๋ยวสักครู่นะคะ” เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลไม่เพียงแต่เอ่ยออกมาเท่านั้น เพราะยังมีการต่อสายโทรศัพท์หาใครบางคน
“เป็นอะไรเหรอคะ” คาริสาที่เห็นสีหน้าของอีกฝ่ายที่เปลี่ยนไป จึงเอ่ยถามออกมาด้วยเสียงที่นิ่ง ๆ แต่ทว่าภายในใจของหญิงสาวตอนนี้เต็มไปด้วยความกังวล
“เอ่อคือว่าดิฉันไม่สามารถลงนัดให้กับคุณได้ค่ะ”
“ทำไมล่ะคะ” คาริสาเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ
“คุณหมอสั่งเอาไว้ค่ะ ว่าถ้าคุณคาริสามาไม่อนุญาตให้เข้าพบค่ะ”
“อะไรนะคะ ทำไมถึงทำแบบนี้ล่ะ” คาริสาเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ เธอไม่รู้ว่าทำไมอีกฝ่ายต้องสั่งแบบนั้น
“ไม่ทราบค่ะ ขอโทษจริง ๆ นะคะ” เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลก้มศีรษะลงเล็กน้อยก่อนจะหันไปสนใจงานที่ตัวเองทำต่อ
ซึ่งในขณะเดียวกันนั้นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้เดินเข้ามาหาคาริสาที่กำลังจะเดินเข้าไปภายในโรงพยาบาล
“หมายความว่ายังไง” คาริสามองคนตรงหน้าอย่างเป็นคำถาม
“ทางโรงพยาบาลไม่อนุญาตให้คุณเข้าไปด้านในนะครับ” เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเอ่ยขึ้นพร้อมทำท่าทีเหมือนจะกั้นไม่ให้คาริสาเข้าไปภายใน
“แบบนี้ก็ได้เหรอ”
“เชิญครับ อย่าถึงกับให้พวกเราไล่ออกไปเลยครับ” มาร์ชเอ่ยด้วยใบหน้าเรียบนิ่งแต่น้ำเสียงของเขามันแฝงความเย็นชาเอาไว้ไม่ต่างจากผู้เป็นเจ้านายของเขา
ซึ่งคาริสาที่ไร้ทางให้เลือกก็เลือกที่จะกลับออกไปจากโรงพยาบาลด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง เธอไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดีในตอนนี้ แต่ตอนนี้คาริสาก็ทำได้เพียงแค่เดินออกไปจากโรงพยาบาลเท่านั้น
“เกิดอะไรขึ้นเหรอครับคุณหนู” คนขับรถของคาริสาเอ่ยถามออกมา เมื่อเห็นใบหน้าของผู้เป็นคุณหนูของตนเองที่ตอนนี้ดูซึมลงกว่าเดิมค่อนข้างมาก
“เขาไม่ให้ริสาเจอค่ะ”
“ใครเหรอครับ” คนขับรถเอ่ยถามอย่างอยากรู้อยากเห็น เพราะว่าก่อนหน้านี้คาริสาบอกให้เขาพามาที่นี่ แต่ไม่ได้บอกว่ามาทำไม
“หมอที่ชื่อมาร์ตินไงคะ”
“มาร์ติน”
“คุณลุงรู้จักเหรอคะ” คาริสาเอ่ยถามอย่างสงสัย
“รู้จักสิครับ คุณท่านเคยให้คนมาคุยแล้วรอบหนึ่ง แต่เขาไม่ยอมรักษาให้ครับ”
“งั้นเหรอคะ” เมื่อได้ยินคำพูดของอีกฝ่ายหญิงสาวได้แต่ทิ้งตัวเองลงพิงไปกับเบาะรถอย่างหมดแรง
หลังจากคาริสาออกมาจากโรงพยาบาลแล้ว เธอก็ยังคงเดินทางมาที่โรงพยาบาลที่พ่อของตนเองพักอยู่ แม้ว่าก่อนหน้านี้คาริสาจะมีความผิดหวังภายในใจมากแค่ไหน แต่ตอนนี้เธอก็สลัดมันทิ้งจนหมด ก่อนเดินเข้าไปภายในห้องพักของผู้เป็นพ่อด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“คุณพ่อ” เสียงทักทายที่ดังขึ้นพร้อมความสดใส ทำให้คนที่กำลังสนใจเรื่องงานอยู่ หันกลับมามองใบหน้าของลูกสาวสุดที่รักของเขาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มออกมาในทันที
“ริสา ไปไหนมาลูก”
“ไปธุระมาค่ะ วันนี้คุณพ่อเป็นยังไงบ้างคะ”
“น่าจะหายแล้วครับ เล่นทำงานได้แบบนี้” เบนท์เอ่ยตอบออกมาแทนผู้เป็นเจ้านาย แต่คำพูดของเขาทำให้คนที่ได้ยินอย่างคริสเตียนถึงกับมองอีกฝ่ายด้วยสายตาราวกับจะฉีกเนื้อของอีกฝ่ายเป็นชิ้น ๆ
“ถ้าแกมีปากแล้วพูดเรื่องดี ๆ ไม่ได้ก็ไม่ต้องมี” สิ้นเสียงของคริสเตียน เสียงหัวเราะภายในห้องพักฟื้นก็ดังขึ้นมาทันที
“เอาละค่ะไม่ทะเลาะกันแล้วค่ะ ว่าแต่คุณพ่ออยากทานอะไรไหมคะ เดี๋ยวริสาออกไปซื้อมาให้ค่ะ”
“ไม่เอา”
“ไม่ได้ค่ะ ตอนนี้คุณพ่อต้องบำรุงเยอะ ๆ จะได้แข็งแรง เอางี้เดี๋ยวริสาออกไปซื้อผลไม้ให้ดีกว่า” คาริสาเอ่ยออกมาก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปจากห้องพักของผู้เป็นพ่อ
ทำให้เบนท์และคริสเตียนทำได้เพียงแต่มองตามร่างระหงอย่างไม่มีใครคิดจะเอ่ยห้ามเธอเลยสักนิด
“คุณท่านจะบอกคุณหนูไหมครับ” เบนท์เอ่ยถามออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล
เพราะเมื่อเช้าหมอได้เข้ามาบอกว่าหัวใจของคริสเตียนถ้าไม่ผ่าตัดในช่วง 3-4 วันนี้อาจจะล้มเหลวได้ทุกเมื่อ
“บอกไปแล้วทำอะไรได้ ยังไงมันก็ไม่มีทางให้รักษาอยู่แล้ว” คริสเตียนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เบา เขาไม่เคยกลัวเรื่องความตายเลยสักครั้ง แต่เขากลับกลัวว่าถ้าวันที่เขาจากไป ลูกสาวของเขาจะอยู่กับใคร
“แต่อย่างน้อย”
“แกอยากให้ริสาเครียดเหรอ ที่เป็นอยู่ยังไม่พอใช่ไหม” คริสเตียนถามเบนท์ด้วยน้ำเสียงที่ดังออกมา ทำให้ชายหนุ่มได้แต่ก้มหน้าก้มตารับทั้ง ๆ ที่ในใจของเขานั้นเต็มไปด้วยความเป็นห่วงผู้เป็นเจ้านาย
อีกด้านของโรงพยาบาล
มาร์ตินที่เข้าผ่าตัดให้กับคนไข้ฉุกเฉินตั้งแต่เมื่อ 2 ชั่วโมงที่แล้วได้เดินออกมาจากห้องผ่าตัด ซึ่งทันทีที่เขาเดินออกมาได้เพียงไม่กี่ก้าว ลูกน้องคนสนิทอย่างมาร์ชก็เดินเข้ามาหาชายหนุ่มในทันที
“มีอะไร” มาร์ตินเอ่ยถามด้วยใบหน้านิ่ง ๆ เพราะตอนนี้เขาเหนื่อยล้าไม่น้อยจากการผ่าตัดในครั้งนี้
“คุณคาริสามาครับ เธอมาขอพบนายท่าน” มาร์ชก้มศีรษะเล็กน้อยก่อนเอ่ยรายงานออกมา
“งั้นเหรอ ไล่เธอกลับไป”
“เธอจะขอทำเรื่องนัด”
“ไล่เธอกลับไป” มาร์ตินเอ่ยจบก็เดินกลับเข้าไปในห้องพักของตนเอง ใบหน้าของเขายังคงแสดงออกมาด้วยท่าทีที่เรียบนิ่ง
แต่ภายในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความสับสน ใบหน้างามของหญิงสาวยังคงตราตึงในใจของเขาอยู่ ริมฝีปากเรียวของหญิงสาวในตอนที่เห็นมันช่างเป็นอะไรที่ชวนให้หมออย่างเขาหลงใหลเสียเหลือเกิน
เป็นบ้าอะไรของมึงว่ะเนี่ย
มาร์ตินเอ่ยออกมาก่อนทิ้งตัวเองลงไปกับเก้าอี้ในห้องทำงานอย่างหมดแรง
เขาเปิดภาพกล้องวงจรปิดของบริเวณชั้นล่างดูด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสนใจ ภาพของคาริสาที่ถูกไล่ออกไปจากโรงพยาบาลในตอนนี้ทำให้คนที่เห็นนึกสะใจไม่น้อย
ถ้าพ่อของเธอรู้ว่ารู้สาวตัวเองต้องเจออะไรแบบนี้มันจะทำหน้ายังไง
มาร์ตินเอ่ยก่อนปิดหน้าจอคอมลง ชายหนุ่มที่นึกอะไรสนุก ๆ ออกก็ยิ้มออกมาอย่างชอบใจ ใบหน้าของเขาตอนนี้ดูน่ากลัวว่าปกติ เพราะในใจของเขานั้นเต็มไปด้วยแผนร้าย
“ไปเช็กประวัติการรักษาของคริสเตียนมา” มาร์ตินต่อสายของลูกน้องคนสนิทพร้อมเอ่ยสั่งออกมา
(“ทำไมเหรอครับ”)
“ฉันมีวิธีแก้แค้นคนอย่างคริสเตียนแล้วไง” มาร์ตินเอ่ยด้วยเสียงที่แสนเย็นชา ก่อนใบหน้าของเขาจะมีรอยยิ้มร้ายปรากฏให้ได้เห็น
(“ได้ครับนายท่าน ตอนนี้คุณคาริสาเธอยอมกลับไปแล้วนะครับ แต่เหมือนจะไม่ได้ยอมง่าย ๆ”)
“งั้นก็สั่งออกไป ผู้หญิงคนนี้มาเมื่อไหร่อย่าให้เข้ามาเหยียบในโรงพยาบาลได้”
(“ครับนายท่าน”)