หลังจากคาริสาเดินออกไปจากห้องพักของผู้เป็นพ่อได้เพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมง หญิงสาวก็เดินกลับมายังห้องพักอีกครั้ง แต่ทว่าการเดินกลับมาของหญิงสาวในตอนนี้ทำให้หัวใจเธอแทบจะหยุดเต้น เมื่อบริเวณหน้าห้องพักฟื้นของผู้เป็นพ่อในตอนนี้เต็มไปด้วยเหล่าพยาบาลและหมอที่ดูแลพ่อของเธอ
“เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ” คาริสาเดินเข้าไปหาผู้ช่วยคนสนิทของพ่อก่อนเอ่ยถามออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล
“อยู่ ๆ คุณท่านก็เกิดอาการช็อกและหมดสติไปครับ” เบนท์เอ่ยตอบหญิงสาวด้วยท่าทีร้อนใจไม่ต่างจากเธอ เพราะตอนนี้เขาเป็นห่วงผู้เป็นเจ้านายเหนือหัวไม่ต่างจากคาริสาเลยสักนิด
“มันเกิดขึ้นได้ยังไงคะ”
“ผมก็ไม่ทราบครับ” คำตอบของอีกฝ่ายทำให้คาริสาได้แต่นิ่งมองตรงไปยังห้องพักของผู้เป็นพ่อด้วยความร้อนใจ
“คุณคาริสาล่ะครับ” หมอที่เข้าไปทำงานรักษาคริสเตียนเดินออกมาจากห้องพักฟื้นของอีกฝ่ายด้วยท่าทีร้อนใจ
“ฉันอยู่นี่” คาริสาเดินเข้าไปหาหมอเจ้าของไข้ของผู้เป็นพ่อตนเอง ในขณะที่คริสเตียนได้ถูกพาออกไปจากห้องพักฟื้น
“คือว่าตอนนี้อาการของคุณคริสเตียนค่อนข้างวิกฤต แต่เราทำได้เพียงแค่ประคองอาการ ซึ่งผมแนะนำให้ย้ายโรงพยาบาล ไปยังโรงพยาบาลที่สามารถทำการรักษาได้ครับ”
“หมายความว่ายังไงคะ”
“ตอนนี้คุณคริสเตียนค่อนข้างวิกฤต ทางโรงพยาบาลของเราไม่สามารถที่จะผ่าตัดให้ได้ครับ”
“ก็เลยอยากให้เปลี่ยนโรงพยาบาลครับ” คำพูดของหมอทำให้คาริสารู้ตัวในทันทีว่าตอนนี้ชีวิตของพ่อเธออยู่บนความเสี่ยง
“แล้วตอนนี้ฉันมีเวลาแค่ไหนคะ ในการหาโรงพยาบาล”
“อย่างน้อย 1 อาทิตย์ แต่ถ้าอย่างเร็วคือภายใน 3 วันนี้ครับ”
“ค่ะ” คาริสาตกใจไม่น้อยเมื่อได้ยินคำตอบของอีกฝ่าย
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวก่อนนะครับ” คาริสาไม่เอ่ยอะไรเพียงแต่พยักหน้าให้หมอเท่านั้น ซึ่งตอนนี้เธอแทบจะไม่หลงเหลือเรี่ยวแรงในการเดินแล้ว
“คุณหนูไหวไหมครับ” เบนท์เข้ามาประคองคุณหนูของเขาด้วยความเป็นห่วง
“ไม่เป็นไรค่ะ” คาริสาเอ่ยออกมาก่อนจะปลดมือของอีกฝ่ายให้ออกพ้นตัวเอง
“แล้วคุณหนูจะไปไหนครับ...คุณหนู” เบนท์ตกใจไม่น้อยที่เห็นว่าคาริสาวิ่งออกไปจากบริเวณนั้นด้วยท่าทีราวกับคนที่เสียสติ
“ดูแลคุณพ่อให้ดี”
“ได้ครับ”
เบนท์ตามคุณหนูของเขาออกมาจากโรงพยาบาลจึงได้รู้ว่าหญิงสาวเดินทางกลับมาที่โรงพยาบาลของมาร์ติน
“คุณหนูมาที่นี่ทำไมครับ” เบนท์เอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ เพราะตอนนี้พ่อของเธอกำลังถูกพาเข้าไปในห้อง ICU แต่คาริสากลับมาที่โรงพยาบาลแห่งนี้
แต่ทว่าในขณะที่เบนท์กำลังสงสัยในสิ่งที่คาริสากำลังทำอยู่ หญิงสาวก็กำลังจะเดินเข้าไปภายในโรงพยาบาล แต่จู่ ๆ รักษาความปลอดภัยของที่นี่กลับเดินเข้ามาขว้างทางเอาไว้เสียก่อน
“ขอโทษนะครับที่นี่ไม่อนุญาตให้คุณเข้าไปด้านใน” พนักงานรักษาความปลอดภัยเอ่ยขึ้นพร้อมกั้นไม่ให้หญิงสาวเดินเข้าไปข้างใน
“หมายความว่ายังไง ที่นี่โรงพยาบาลทำไมถึงทำแบบนี้” คาริสาถามด้วยความโมโห เมื่อเช้าที่เธอถูกไล่ออกไปเพราะมาร์ตินไม่ให้เข้าไป เธอเข้าใจ แต่ตอนนี้เธอกลับถูกกั้นไม่ให้เข้าไปแม้แต่ในตัวของโรงพยาบาลคาริสาไม่อาจจะเข้าใจได้
“ที่พวกเราต้องทำแบบนี้เพราะ ทางเจ้าของโรงพยาบาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้คุณเข้าไปด้านใน”
“เจ้าของโรงพยาบาล” คาริสาเอ่ยออกมาด้วยเสียงที่เคล้นหัวเราะเยาะออกมา ซึ่งท่าทีของเธอทำให้คนที่ได้เห็นอย่างเบนท์เป็นห่วงมากกว่าเดิม
“ได้ไม่ให้ฉันเข้าไปใช่ไหม” คาริสาเอ่ยจบก็เดินถอยหลังออกมาจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เพื่อมาทิ้งตัวเองลงนั่งตรงบันไดทางเข้าของโรงพยาบาล
“คุณหนู” เบนท์เอ่ยเรียกคาริสาด้วยความตกใจ เขาไม่คิดว่าหญิงสาวจะนั่งลงตรงนี้
“คุณเบนท์กลับไปดูคุณพ่อก่อนนะคะ เดี๋ยวเรื่องตรงนี้ริสาจัดการเอง” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความร้อนรนของคาริสาทำให้คนที่ได้ยินนิ่งลงเล็กน้อย
“เอ่อคือว่า”
“นะคะ กลับไปก่อนนะคะ เดี๋ยวคาริสาจะเฝ้าเขาอยู่ตรงนี้” เบนท์มองหญิงสาวตรงหน้าด้วยคำพูดมากมาย แต่ก็ทำได้เพียงแต่มองดู อย่างไม่อยากจะบอกหญิงสาวได้ว่า ไม่มีทางที่คนอย่างมาร์ตินจะยอมรักษาคนที่เป็นศัตรูของตัวเอง
“ครับคุณหนู ถ้ามีอะไรก็โทรหาผมได้ตลอดเลยนะครับ” เบนท์เอ่ยกำชับออกมาก่อนจะกลับมาที่รถ
ช่วงเย็นของวัน
หมอหนุ่มที่ขึ้นชื่อเรื่องความเก่งอย่างมาร์ตินได้ปิดจบเคสการผ่าตัดที่แสนยากลำบากในช่วงนี้ลงอย่างสมบูรณ์แบบ หลังการผ่าตัดที่แสนยาวนานได้จบลงเสียที
ชายหนุ่มเดินออกมาจากห้องผ่าตัดเป็นครั้งที่ 3 ของวัน แต่ครั้งนี้สีหน้าของเขากลับดูเหนื่อยล้ามากว่าในทุกครั้ง
“มีอะไรหรือเปล่า” มาร์ตินเอ่ยถามมาร์ชลูกน้องคนสนิทของเขาที่มีท่าทีเหมือนคนที่กำลังมีความในใจ
“เอ่อคือว่า....”
“พูดมาเลยอย่าลีลา”
“คุณคาริสาเธอมานั่งเฝ้าอยู่ที่หน้าทางเข้าโรงพยาบาลตั้งแต่ช่วงบ่ายแล้วครับ ไม่ยอมลุกไปไหนเลย”
“อยากรอก็ให้รอต่อไป ฉันก็อยากจะรู้ว่าจะรอได้นานแค่ไหนกันเชียว” มาร์ตินที่ได้ยินคำรายงานของมาร์ช ชายหนุ่มก็รีบเปิดภาพของกล้องวงจรปิดดูในทันที
สายตาของเขาเอาแต่มองเจ้าของร่างระหงอย่างไม่ละสายตา แววตาที่แข็งกร้าวของเขาในตอนนี้ไม่สามารถบ่งบอกได้ว่าชายหนุ่มกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่
“เรื่องที่ให้สืบเป็นยังไงบ้าง” มาร์ตินเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบอีกครั้ง
“คุณคริสเตียนเขาป่วยเป็นโรคหัวใจมีปัญหา หลอดเลือกภายในหัวใจห้องซ้ายมันตีบครับ”
“หึ...งั้นเหรอ” มาร์ตินเคล้นเสียงหัวเราะออกมาเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำตอบจากลูกน้องของตนเอง เพราะอาการที่อีกฝ่ายเป็นถือว่าอันตรายมาก ซึ่งให้มาร์ตินเดาตอนนี้อีกฝ่ายคงช็อกหมดสติ
“นายท่านจะจัดการยังไงกับคุณคาริสาครับ ให้เธอกลับไปเลยไหมครับ”
“ยังไม่ต้องไปยุ่งกับเธอ”
“ครับ”
ช่วงกลางดึกของวัน
หลังจากมาร์ตินเคลียร์เรื่องงานเสร็จ ชายหนุ่มก็เตรียมตัวกลับบ้านในทันที เพราะเขายังคงต้องไปทำงานที่ไนต์คลับส่วนตัวของตนเองต่อ
ซึ่งด้วยอาชีพที่กลางวันเป็นหมอ กลางคืนเป็นมาเฟียของมาร์ตินทำให้เขาแทบไม่มีเวลาสนใจเรื่องอื่นอีก จนบางครั้งเขาก็มักจะลืมเรื่องของคนอื่น ๆ ไป เช่นเดียวกับในตอนนี้
“คุณมาร์ติน” เสียงเรียกที่ดังขึ้นด้วยความดีใจ ทำเอามาร์ตินที่เพิ่งเดินออกมาจากตัวอาคารของโรงพยาบาลได้เพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น ถึงกับตกใจไม่น้อย ที่อยู่ ๆ ก็มีคนเข้ามาหาตัวเองแบบนี้ แต่พอเขาเห็นใบหน้าของอีกฝ่าย ท่าทีแสนเย็นชาในตอนแรกตอนนี้กลับเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม
“ถอยออกไป”
“ไม่ ฉันจะไม่ไปไหนจนกว่าคุณจะยอมตกลงรักษาพ่อของฉัน” คาริสายืนเผชิญหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่มีท่าทีเกรงกลัวเลยสักนิด
“งั้นเหรอ”
“ใช่ค่ะ ฉันขอร้องคุณนะคะ ช่วยพ่อของฉันด้วย ไม่ว่าคุณจะให้ฉันทำอะไร ฉันทำให้ได้หมดเลยค่ะ”
“ได้ทุกอย่าง” มาร์ตินเอ่ยถามพร้อมขยับเท้าเดินเข้ามาหาหญิงสาว
“ใช่ค่ะ” แม้ว่าคาริสาจะเกรงกลัวต่ออีกฝ่าย แต่เธอก็ยังคงทำเป็นเหมือนใจดีสู้เสือเอาไว้ก่อน
“แม้แต่นอนกับฉัน” มาร์ตินโน้มใบหน้าเข้าไปหาหญิงสาวก่อนเอ่ยออกมา
“นี่คุณ”
“ทำไม่ได้วันหลังก็อย่าพูด” มาร์ตินพูดแทรกออกมาก่อนจะก้าวเดินต่อทิ้งให้คาริสาได้แต่นิ่งงันลง
“ได้ค่ะ ฉันยอม” คาริสาหันมามองเจ้าของแผ่นหลังกว้างก่อนเอ่ยตอบตกลง ไม่ว่าตอนนี้ต้องแลกมาด้วยวิธีอะไร คาริสาก็ยอมทั้งหมดเพื่อให้อีกฝ่ายยอมรักษาผู้เป็นพ่อของตนเอง
“ตามมา”