บทที่ 1

1867 Words
วันเวลาผ่านไปจางไป่ฉี ดรุณีน้อยในวันนั้นก็เติบโตขึ้นเป็นสาวงามในวัยสิบสี่ขวบปี แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม แต่จางไป่ฉีก็ยังไม่สามารถตัดใจจากคนผู้นั้นไปได้ หญิงสาวยังคงเฝ้าคิดถึงเขาอยู่ทุกวัน แม้เขาจะไม่ได้มาที่จวนบ่อยเท่าตอนที่พี่สาวของนางยังมีชีวิตอยู่ แต่ก็ยังมีแวะเวียนมาพูดคุยสนทนากับพี่ชายของนางอยู่บ้างเป็นครั้งคราว และนางก็มักจะแอบไปเฝ้ามองดูเขาอยู่ห่าง ๆ ไม่กล้าที่จะเข้าไปพูดคุยด้วย เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีออกว่าอยากจะสนทนากับนางสักเท่าใด นางจึงเลือกที่จะแอบมองเขาอยู่ด้านนอกแบบนี้ “คุณหนู” อันเล่อสาวใช้ข้างกายเอ่ยเรียกเสียงแผ่วเบา เพราะคุณหนูมักจะแอบมายืนดูคุณชายมู่แบบนี้เสมอ แม้จะรู้สึกสงสารอย่างจับใจก็แต่ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ นอกจากคอยอยู่ข้าง ๆ เท่านั้น “กลับกันเถิด” หญิงสาวเอ่ยออกมาเบา ๆ ก่อนจะเดินกลับไปที่เรือนของตนเอง นางจะต้องตัดใจจากเขาให้ได้ ไม่ว่าจะต้องใช้เวลานานเพียงใดก็ตาม หนึ่งปีต่อมาในที่สุดก็ถึงวันปักปิ่นของนาง งานเลี้ยงถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ไม่แตกต่างจากงานของพี่สาวเลยแม้แต่น้อย เมื่อพิธีปักปิ่นผ่านไป ก็ถึงเวลาที่สองสกุลจะต้องเจรจาเรื่องสำคัญ คนจากสกุลจางและสกุลมู่อยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา พร้อมที่จะสนทนาเรื่องสำคัญ “เอาล่ะ วันนี้ก็ถึงเวลาที่เราจะต้องพูดเรื่องสำคัญกันเสียที” มู่ซือคง บิดาของ มู่จือเฉิงพูดขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะเอ่ยต่อ “ข้าก็อยากจะรักษาคำสัญญาของทั้งสองตระกูลเอาไว้ ว่าจะให้บุตรของทั้งสองตระกูลแต่งงานกัน ข้าจึงอยากจะสู่ขอฉีเอ๋อร์ ให้มาเป็นภรรยาของเฉิงเอ๋อร์ พวกท่านจะว่าอย่างไร หากตกลง ข้าจะให้แม่สื่อมาจัดการให้ถูกต้อง” เขาขอความเห็นจากจางรั่วเทียนและภรรยา พวกเขาเคยพูดคุยกันเรื่องนี้มาบ้างแล้ว แต่อยากให้เวลาผ่านไปสักพักก่อน เพราะอยากให้ทุกคนผ่านช่วงเวลาที่เศร้าเสียใจไปก่อน และวันนี้ก็มาถึง วันที่ทั้งสองสกุลควรจะมีงานมงคลเสียที “ข้าก็คิดว่ามันถึงเวลาแล้ว ที่จวนของพวกเราจะมีงานมงคลเสียที” จางรั่วเทียนตอบตกลงอย่างว่าง่าย เพราะเขารู้ว่าบุตรสาวอย่างไรกับมู่จือเฉิงผู้นี้ บุตรสาวคนโตของเขาก็จากไปแล้ว เขาอยากให้บุตรสาวคนเล็กของเขาได้ใช้ชีวิตอยู่กับคนที่นางรัก เพราะทุกคนพรากความสุขที่ควรจะเป็นของนางไป และวันนี้ก็ถึงเวลาที่จะต้องคืนความสุขให้นาง และได้แต่หวังว่านางจะมีความสุขกับชีวิตต่อจากนี้ แม้ใบหน้าของจางไป่ฉีจะเรียบนิ่งตลอดระยะเวลาที่เจรจากัน แต่ในใจของนางนั้นรู้สึกดีใจไม่น้อย นางไม่เคยคิดเลยว่าจะได้มีโอกาสใช้ชีวิตร่วมกันกับเขา แต่ในใจก็รู้สึกผิดต่อพี่สาวเช่นกัน ที่แย่งชิงวาสนานั้นมาเป็นของตน มู่จือเฉิงก็นั่งฟังด้วยใบหน้าเรียบนิ่งเช่นกัน เขาไม่เคยคิดเลยว่าบิดาจะเอ่ยเรื่องนี้ออกมา บิดาก็รู้ว่าตอนนี้เขาไม่สามารถทำใจแต่งงานกับผู้ใดได้ เพราะเขายังไม่ลืมหญิงสาวคนรัก ทั้งคนที่บิดาเปิดปากสู่ขอยังเป็นน้องสาวของนางอีก ครั้นจะเอ่ยปฏิเสธก็กลัวบิดาจะเสียหน้า จึงเลือกที่จะเงียบ ไม่เอ่ยหรือยิ้มออกมา “เช่นนั้นก็ดี ข้าจะได้ส่งแม่สื่อมาทาบทาม” การเจรจาเป็นไปอย่างราบรื่น มีเสียงหัวเราะดังขึ้นอยู่เนือง ๆ ต่างก็พูดถึงความเหมาะสมของทั้งสองคน ที่จะได้แต่งงานกันในไม่ช้า “ฉีเอ๋อร์ พาพี่เขาออกไปเดินเล่นข้างนอกสิลูก” เถียนเวยเซียนเอ่ยบอกบุตรสาว หาหนทางให้นางได้อยู่กับว่าที่สามีเพียงสองคน “เจ้าค่ะ” หญิงสาวตอบรับอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ ทั้งสองเดินเคียงคู่กันออกไป สายตาของคนทั้งงานต่างก็จับจ้องมาที่ทั้งสอง ด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยปากถาม เมื่อเห็นว่าเดินออกมาไกลจากผู้คนพอสมควร มู่จือเฉิงก็หยุดลงอย่างกะทันหัน ทำให้หญิงสาวที่เดินมาด้วย ต้องหยุดลงด้วยเช่นกัน “เจ้าเป็นคนเปิดปาก ขอร้องบิดาเจ้าเรื่องแต่งงานใช่หรือไม่” เขาลองคิดทบทวนดูแล้ว ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ล้วนเป็นไปตามที่หลงเจียงลี่คาดการณ์เอาไว้ หากจางชิงซานจากไป คนที่จะได้แต่งงานกับเขามากที่สุดก็คือนาง!! เขาไม่อยากเชื่อเลยว่านางจะใจร้ายกับพี่สาวได้ถึงขนาดนั้น ภาพต่าง ๆ ไหลวนเวียนเข้ามาในหัวของเขา จางไป่ฉีผู้นี้คือคนที่ดูแลเรื่องยาทุกอย่างของพี่สาว มิน่าเล่า อาหารของนางจึงไม่มีวี่แววว่าจะดีขึ้นเลย “ข้าเปล่านะเจ้าค่ะ” นางตอบอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เรื่องแต่งงานกับเขา นางก็ได้รู้ในวันนี้เช่นกัน ไม่มีทางเป็นนางไปได้อย่างแน่นอน “ทั้งหมดเป็นแผนการของเจ้าใช่หรือไม่!!” เขาตะคอกอย่างมีโทสะ พร้อมกับยื่นมือไปบีบแขนทั้งสองข้างของนางอย่างแรง “รวมถึงเรื่องของซานเอ๋อร์ด้วย!” “พะ…พี่จือเฉิง ข้าเจ็บ” นางร้องออกมาด้วยความเจ็บ ด้วยคิดไม่ถึงว่าเขาจะกล้าทำรุนแรงกับนางถึงเพียงนี้ “หึ!!” เขาพ่นลมหายใจออกมา พลางผลักนางอย่างแรง หญิงสาวลูบแขนของตนเพื่อบรรเทาความเจ็บที่เกิดขึ้น พลางหวนคิดเรื่องเขาที่เอ่ยเมื่อครู่ “เรื่องของพี่รอง? ท่านหมายความว่าอย่างไร” นางถามอย่างไม่เข้าใจ พี่รองมาเกี่ยวอันใดกับเรื่องนี้ “เจ้าเป็นคนทำให้พี่สาวตัวเองต้องตาย เพื่อให้ได้แต่งงานกับข้า!!” ตอนนี้เขาได้ตัดสินไปแล้วว่า นางนี่แหละคือคนที่ทำให้คนรักของเขาต้องตาย “ท่านพูดเช่นนี้ได้อย่างไร ข้าจะทำแบบนั้นไปเพื่ออันใด” นางไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน เขาคิดได้อย่างไรว่านางเป็นคนทำให้พี่รองต้องตาย “เพราะเหตุใดนะหรือ” เขาเว้นวรรคไปครู่หนึ่ง “ก็เพื่อให้เจ้าได้แต่งงานกับข้าอย่างไรเล่า” เขาแสดงออกมาชัดเจน ว่ารังเกียจสตรีที่อยู่ตรงหน้าเป็นอย่างมาก “ข้าไม่เคยทำแบบนั้น” น้ำตาของนางไหลออกมาช้า ๆ เขามองนางเป็นสตรีที่เลวร้ายถึงเพียงนั้นเลยหรือ “เหตุการณ์ในวันนี้มันก็ชัดเจนแล้ว เจ้าจะมาแก้ตัวอันใดอีก” ทุกคำพูดของหลงเจียงลี่ไหลเข้ามาในหัวของเขาเรื่อย ๆ ถึงการกระทำของจางไป่ฉี ที่มีต่อซานเอ๋อร์ เขาไม่เคยคิดว่าคำพูดเหล่านั้นเป็นความจริงเลยแม้แต่น้อย จนมาถึงตอนนี้ตอนที่ทุกอย่างชัดเจนขึ้น นางทำทุกทางเพื่อให้ได้แต่งงานกับเขา และวันนี้นางก็ทำมันสำเร็จ! “ข้าไม่ได้ทำจริง ๆ ท่านก็รู้ว่าข้ารักพี่รองมากเพียงใด” นางพยายามพูดให้เขาเปลี่ยนความคิด แต่ก็ไม่เป็นผล เพราะเขายังคงใช้สายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจมองมาที่นางอยู่ นางรู้สึกเจ็บช้ำเป็นอย่างมาก นางอุตส่าห์ได้แต่งงานกับเขา เขาคนที่นางรักสุดหัวใจ หวังว่าจะได้ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุข แต่ความหวังทั้งหมดก็ได้พังลงไป เมื่อได้ยินสิ่งที่เขาพูด นางก็ได้แต่หวังว่าวันข้างหน้า นางและเขาจะสามารถปรับความเข้าใจกันได้ และจะใช้ชีวิตร่วมกันอย่างสงบสุข “ข้าไม่เชื่อ ทุกอย่างต้องเป็นฝีมือของเจ้า!!” เขาชี้หน้าด่านางอย่างเหลืออด ที่เขาเชื่อหมดใจแบบนี้ก็เพราะเชื่อคำพูดของหลงเจียงลี่ สรุปแล้วคนที่หวังดีกับเขาที่สุดก็คือนาง นางพยายามบอกความจริงกับเขาทุกวิถีทาง แต่เป็นเขาเองที่โง่! โง่! หลงเชื่อว่าคนแบบจางไป่ฉีจะไม่กล้าทำแบบนั้นกับพี่สาว แต่ตอนนี้เขาตาสว่างแล้ว เขาจะไม่ยอมให้แผนการของนางสำเร็จอย่างแน่นอน เขาเดินหันหลังไป โดยไม่คิดจะฟังคำอธิบายของนางเลยแม้แต่น้อย เขาฟังคำโกหกของนางมามากพอแล้ว จากนี้เขาจะไม่ฟังคำแก้ตัวของสตรีแพศยาเช่นนางอีกต่อไป “ไม่จริง… ข้ามิได้ทำ” หญิงสาวมองเขาเดินออกไป พลางร้องไห้ออกมาอย่างหนัก ช้ำใจกับคำพูดของเขา เขามองว่านางเป็นคนที่เลวร้ายถึงเพียงนั้นเลยหรือ คิดว่านางจะลงมือกับพี่สาว เพียงเพื่อให้ได้แต่งกับเขาจริงหรือ แต่ไม่เป็นไร นางจะค่อย ๆ อธิบายให้เขาฟัง นางเชื่อว่าอย่างไรสักวันความจริงจะต้องเปิดเผย และเขาก็จะเลิกเกลียดนาง หญิงสาวได้แต่คิดเข้าข้างตัวเองอย่างมีความหวัง นางจะใช้ความดีของนาง เปลี่ยนใจเขาให้มารักนางให้ได้ ไม่ว่าจะยากลำบากเพียงใด หญิงสาวได้แต่คิดอย่างหมายมั่น มองชายหนุ่มที่เดินจากไปด้วยใบหน้าเปื้อนน้ำตา ห่างจากบริเวณที่ทั้งสองสนทนากัน มีสายตาคู่หนึ่งมองอย่างพอใจ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่เสียแรงที่นางเทียวไปที่จวนสกุลมู่ พูดกล่อมเขาตลอดเวลา หลายปีที่ผ่านมา นางคอยย้ำถึงเรื่องการตายของจางชิงซานให้เขาฟังอยู่ตลอด ไม่มีทางที่เขาจะหลงลืมไปได้ ทั้งยังคอยใส่ร้ายจางไป่ฉีอยู่เสมอ นางได้เล่าว่าตลอดเวลาที่นางอยู่กับสองพี่น้องสกุลจางเพียงลำพัง จางไป่ฉีมักหาทางกลั้นแกล้งพี่สาวอยู่เสมอ และนางก็ไม่รู้ว่าเหตุใดจางไป่ฉีจึงต้องทำเช่นนั้น เพราะเท่านี้นางเห็น จางชิงซานก็ทำดีกับน้องสาวเสมอ นางพูดกรอกหูเขาตลอด แม้ตอนแรกเขาจะไม่เชื่อ แต่เมื่อมาถึงวันนี้ เขาก็ต้องฉุกคิดเรื่องที่นางเล่าให้ฟังบ้าง ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด ต้องเป็นแผนการของจางไป่ฉี แผนการที่นางอุตส่าห์วางแผนเอาไว้มานาน สุดท้ายก็สำเร็จตามที่คิดเอาไว้ ยังดีที่ทั้งสองสกุลยังมีความคิดที่จะทำตามคำสัญญา มิเช่นนั้น สิ่งที่นางลงทุนทำไว้ทั้งหมดคงสูญเปล่า
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD