ตอนที่ 7
การกลับมาของคุณหนูใหญ่
“นังหลินถิง! นางเด็กอกตัญญู! หยุดอยู่ตรงนั้นเดี๋ยวนี้นะ!!!!” เสียงตะโกนของนางอู๋เหมยทำให้นางชะงัก ก่อนจะหันไปมองตามทิศทางของเสียง
“จะหนีไปไหน นางหมาป่าตาขาว พอได้ดีแล้วไม่คิดจะเหลียวแลคนที่เลี้ยงดูเจ้ามาเลยหรือไง!!” นางอู๋เหมยยังเอ่ยด้วยเสียงอันดัง ทำให้คนแถวนั้นหันมามอง
เมื่อนางเดินเข้ามาใกล้กลับถูกคนของนายท่านหลี่จับตัวไว้ก่อน“ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!!! ข้าเป็นผู้มีพระคุณของคหบดีหลี่เชียวนะ!!!” นางยังคงโวยวายต่อไปราวกับคนบ้า
“เกิดอะไรขึ้น เจ้าอีกแล้วหรือ” นายท่านหลี่ที่ได้ยินเสียงโวยวายจึงเดินเข้ามาดู กลับพบสตรีบ้านางนี้อีกแล้ว
“นายท่าน ไหนบอกจะให้เงินพวกข้าเป็นค่าตอบแทนที่เลี้ยงบุตรสาวท่านมาไง ในหีบนั่นมีแต่ข้าวสารกับเงินหนึ่งตำลึงเท่านั้น ท่านโกหกพวกเราหรือ ท่านมันคนไม่มีสัจจะ ใครที่จะทำการค้าขายกับชายผู้นี้ระวังไว้ด้วยนะ” นางอู๋เหมยเอ่ยราวยาว
“อย่าบอกว่าเจ้าเอาข้าวนั่นไปหุงกินหมดแล้วหรอกนะ” นายท่านหลี่เอ่ยถาม
“ก็แน่นอนสิ กับแค่ข้าวไม่ให้ข้าหุงจะให้ข้าเอาไปทำอะไร” นางอู๋เหมยเอ่ยอย่างถือดี
“นั่นมันข้าวหอมชั้นดี หากขายคงได้ไม่ต่ำกว่าเหลี่ยงละหนึ่งตำลึงเงินแน่นอน ที่ข้าให้เจ้าไปไม่ต่ำกว่าสามจิน ไม่ใช่เจ้าเอาไปหุงกินหมดแล้วหรอกนะ” นายท่านหลี่เอ่ยถาม
1 เหลี่ยง = 50 กรัม 1 จิน = 500 กรัม 10 เหลี่ยง = 1 จิน
“หา เลี่ยงละหนึ่งตำลึงเงิน!!!” นางอู๋เหมยได้ยินถึงกับเข่าอ่อน ใครจะไปรู้ว่าข้าวนั่นจะราคาสูงเช่นนี้ ไม่งั้นนางคงไม่กล้าเอามาหุงกินหรอก ไม่ได้การต้องรีบกลับไปดูว่าเหลือมากน้อยเท่าไหร่
เมื่อคิดไปแบบนั้นนางอู๋เหมยก็เร่งรีบจากไปทันที ทำให้คนที่อยู่โดยรอบงุนงงไปตามกัน
“เจ้าไม่เป็นอะไรนะหรงเอ๋อร์” นายท่านหลี่หันมาถามบุตรสาว
“ไม่เจ้าค่ะ ท่านพ่อเอาข้าวอะไรให้นางไปหรือเจ้าคะ ทำไมนางถึงดูตกใจมากขนาดนั้น”
“เห้อ!! ข้าวหอมชั้นดีจากแดนใต้นะ ตัวข้าวจะไม่ขาวมากแต่เวลาหุงจะอ่อนนุ่มและมีกลิ่นหอม ตอนนี้ในเมืองหลวงเป็นที่นิยมมาก นางคงไม่รู้ว่าเป็นข้าวมีราคา จึงเอามาหุงกินแทนที่จะเอาไปขาย” นายท่านหลี่อธิบาย
“อย่างนี้นี่เอง ตอนนี้นางคงรีบกลับไปดูที่บ้านว่าข้าวเหลือมากน้อยแค่ไหนเป็นแน่เจ้าคะ คิกคิก” หลี่ซูหรงหัวเราะคิกคัก
หลังจากนั้นขบวนของนายท่านหลี่พร้อมคุณหนูใหญ่จึงออกเดินทางมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงแคว้นจ้าวทันที
ระหว่างทางหลี่ซูหรงก็ชื่นชมบรรยากาศสองข้างทางไปด้วย ทำให้การเดินทางไม่น่าเบื่อมากนัก บางวันก็ออกไปทำอาหารเลี้ยงคนในขบวนบ้าง
นายท่านหลี่ก็ดูจะถูกใจในรสมือของนางไม่น้อย แต่ใครจะรู้ว่าเคล็ดลับความอร่อยมันอยู่ที่ผงนัวที่นางนำออกมาจากในระบบร้านค้า
ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกก็พัฒนาขึ้นมาก จนถึงขั้นวางแผนยกกิจการให้นางดูแลเลยทีเดียว
“ถึงเมืองหลวงแล้วเจ้าตื่นเต้นหรือไม่” นายท่านหลี่เอ่ยถามบุตรสาวที่นั่งด้วยกับในรถม้า
“เจ้าค่ะ เมืองหลวงใหญ่โต ผู้คนพลุ่งพล่านมากนัก” หลี่ซูหรงตอบขณะที่เปิดหน้าต่างมองออกไปด้านนอก
“เดี๋ยวเจ้าก็ชิน พ่อจะจ้างอาจารย์มาสอนมารยาทพื้นฐานให้เจ้า เจ้าจะได้เข้าร่วมงานเลี้ยงได้อย่างไม่เขินอาย”
“ขอบคุณท่านพ่อเจ้าค่ะ”
นายท่านหลี่มองดูบุตรสาวที่เกิดกับคนรักอย่างรักใคร่เอ็นดู ตอนนี้นางเริ่มมีเนื้อหนังมากขึ้นแล้ว ต่างจากตอนแรกที่พบกันมาก
ผิวก็เริ่มเนียนละเอียดไม่หยาบกร้านเหมือนแต่ก่อนแล้ว ตอนนี้นางจึงส่อแววหญิงงามออกมาให้เห็น เล่นเอานายท่านหลี่คิดหนักทันที
เพราะหลี่ซูหรงผ่านพิธีปักปิ่นแล้ว ถือว่าเป็นหญิงสาวเต็มตัวพร้อมออกเรือน เขาจะหาวิธีใดให้บุตรสาวอยู่กับข้าไปนาน ๆ ดีนะ ทั้งที่เพิ่งได้นางกลับสู่อ้อมอก ก็มีแววว่าจะพลัดพรากจากนางอีกแล้ว
นายท่านหลี่คิดอะไรคนเดียวในใจ ใบหน้านั้นเดี๋ยวขมวดคิ้วเดี๋ยวคลายสลับกันไปอยู่อย่างนั้น จนคนบังคับรถม้าบอกว่าถึงหน้าจวนแล้ว
นายท่านหลี่ก้าวลงจากรถม้าก่อน ตามด้วยหลี่ซูหรงที่ตามหลังลงมา เมื่อเท้าเหยียบพื้นได้มั่นคงก็มีอ้อมกอดหนึ่ง รัดนางไว้แน่นทันที
“ท่านเป็นท่านพี่ของข้าใช่หรือไม่ ดีใจจริง ๆ ที่ท่านได้กลับจวนสักที” หลี่ซูหลินเอ่ยอย่างตื่นเต้น แต่คนถูกสวมกอดนิ่งค้างไปแล้ว
“เจ้าเด็กคนนี้ คงลืมบิดาตนเองไปแล้วสินะ” นายท่านหลี่เอ่ยเย้าบุตรสาว
“อะ ท่านพ่อขออภัยเจ้าค่ะ ข้าดีใจไปหน่อยที่ได้เห็นหน้าพี่หญิง” หลี่ซูหลินผละออกไปยืนข้าง ๆ ก่อนตอบบิดา
“คารวะนายท่าน คารวะคุณหนูใหญ่เจ้าคะ” ฮูหยินรองเจียวซินเอ่ยพลางย่อกายเล็กน้อย
“อืม ที่ผ่านมารบกวนเจ้าแล้ว นี่หลี่ซูหรงบุตรสาวของข้ากับเจียวม่านหนี่” นายท่านหลี่หันไปเอ่ยกับภรรยารองของตน ก่อนจะแนะนำเด็กสาวข้างกาย
จากนั้นทั้งหมดจึงพากันเดินเข้าจวน ท่ามกลางสายตาชาวบ้านที่อย่างรู้อยากเห็น
“ท่านพี่กลับมาเหนื่อย ๆ น้ำชาเจ้าค่ะ” นายท่านหลี่รับชามาจากฮูหยินรองเมื่อนั่งเก้าอี้ในห้องโถงรับรองแขกแล้ว
“ท่านแม่เล่า”
“ฮูหยินผู้เฒ่าบอกว่าให้นายท่านพักผ่อนก่อน แล้วค่อยไปหานางที่เรือนเจ้าค่ะ”
“อืม แล้วเจ้าเตรียมเรือนให้หรงเอ๋อร์หรือยัง”
“เรียบร้อยเจ้าค่ะ เป็นเรือนเดิมที่นายท่านกับพี่หญิงเคยอยู่ด้วยกันเจ้าค่ะ” ฮูหญิงรองเอ่ยตอบ
“ท่านพ่อ งั้นข้าพาพี่หญิงไปดูเรือนได้หรือไม่เจ้าคะ” หลี่ซูหลินเอ่ยเสนออย่างกระตือรือร้น จนหลี่ซูหรงต้องระแวง
ไม่ระแวงสิแปลก ในนิยายจีนโบราณลูกของแม่เลี้ยงมักเป็นอสรพิษดี ๆ นี่เอง พอมาเจอว่าทำตัวสนิทสนมเช่นนี้ ข้าก็ต้องระวังไว้เป็นธรรมดา
“ได้สิ แต่อย่ารบกวนพี่หญิงเจ้ามากเกินไปรู้มั้ย นางเพิ่งเดินทางไกลมาเหนื่อย ๆ ” นายท่านหลี่เอ่ยอนุญาต
“เจ้าค่ะ ไปกันเถอะพี่หญิง” เอ่ยจบก็จูงมือนางลากออกจากห้องโถงอย่างเร็ว โดยมีสาวใช้ของทั้งสองวิ่งตามหลังมาไม่ห่าง
หลี่ซูหลินพานางเดินชมเรือนจนทั่งทุกซอกทุกมุม แถมยังชวนคุยไม่หยุด ตั้งแต่นางพาข้าเดินออกจากห้องโถงมา ข้ายังไม่เห็นนางหยุดพูดเลยแม้แต่น้อย
“ท่านพี่ ข้ามาหาท่านบ่อย ๆ ได้หรือไม่เจ้าคะ” หญิงสาวเอ่ยออดอ้อนอย่างน่ารัก แต่หลี่ซูหรงกลับขนลุกแปลก ๆ
“เออ ท่านพ่อบอกว่าจะจ้างอาจารย์มาสอนมารยาทข้า เลยไม่แน่ใจว่าจะให้เจ้ามาหาที่เรือนบ่อย ๆ ได้หรือไม่”
“ห๊ะ!!! เช่นนั้นถ้าพี่หญิงเรียนมารยาทจบเมื่อใด ข้าค่อยมาหาท่านดีกว่า ปรึ๊ยย แค่คิดถึงหน้าอาจารย์ก็ขนลุกแล้ว” คำพูดสุดท้ายแม้หลี่ซูหลินจะเอ่ยเบา ๆ แต่นางก็ได้ยินอยู่ดี
เห็นทีว่านางคงไม่ถูกกับอาจารย์สอนมารยาท กับอะไรที่เป็นทางการสินะ
ถึงว่าสตรีเมืองหลวงทำไมไม่เหมือนที่อ่านเจอในนิยาย มาถึงปุบก็กระโดดกอดนางปั้บ ทั้งที่ความจริงควรจะยืนข้างมารดา พร้อมกับส่งยิ้มเล็กน้อยแต่พองามเท่านั้น
“ท่านพี่ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนดีหรือไม่ ข้าจะได้พาท่านไปพบท่านย่าด้วย ท่านย่าใจดีมาก” เอ่ยจบก็ดึงแขนหลี่ซูหรงไปทางห้องอาบน้ำ
สาวใช้คนอื่นที่ได้รับหน้าที่มาคอยปรนนิบัติคุณหนูใหญ่ก็เข้ามาทำหน้าที่ของตัวเอง
“คุณหนูรองออกไปรอด้านนอกก่อนนะเจ้าค่ะ” หนึ่งในสาวใช้อาวุโสเอ่ยขึ้น
“ข้าอยากเห็นปานรูปพระจันทร์เสี้ยวของพี่หญิงของข้า ขอข้าอยู่ตรงนี้เถอะนะแม่นม” หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเว้าวอน
นี่มันอันใดกัน เจ้าเพิ่งเจอหน้าข้า แต่กลับจะมาดูข้าแก้ผ้าอาบน้ำเนี่ยนะ หลี่ซูหรงถึงกับคิ้วกระตุกยิก ๆ
“ไม่ได้เจ้าค่ะ เดี๋ยวคุณหนูใหญ่เขินอาย เอาไว้วันหลังที่คุณหนูใหญ่ปรับตัวได้แล้ว คุณหนูรองค่อยมาขอคุณหนูใหญ่ทีหลังแล้วกันนะเจ้าคะ”
แม่นมเอ่ยพลางดันหลังหญิงสาวออกไปจากห้องอาบน้ำ ก่อนที่จะหันมาลงมืออาบน้ำให้หญิงสาวอีกคน
ขณะขัดตัวให้คุณหนูของตน ในใจแม่นมก็คิดไปด้วย แม้จะมีร่องรอยของการทำงานหนักตามร่างกาย แต่หากบำรุงดี ๆ ไม่เกินสามเดือนคุณหนูใหญ่ต้องกลับมางดงามราวสตรีเมืองหลวงแน่นอน
แม่นมคิดในใจพลางหมายมั่นไว้ ว่าจะบำรุงดูแลคุณหนูใหญ่ของนางให้ดีแน่นอน